-
วินทร์ เลียววาริณ0 วันที่ผ่านมา
สุดสัปดาห์นี้ ขณะที่ชาวไทยเริ่มสาดน้ำสงกรานต์ ที่ปากีสถานสะหะรัดกับอิหร่านกำลังเริ่มเจรจายุติสงคราม
ผู้แทนสะหะรัดคือรองเจ้าสำนัก เจดีย์แว้น เพราะอิหร่านบอกว่า งวดนี้ไม่เอาสองคนก่อนคือ วืดคอบ (คู่หูคุณตั้ม) กับคูดเน่อ (ลูกเขยคุณตั้ม) เพราะตั้งใจลากเกม ระหว่างการเจรจาก็แอบถล่มหลังบ้าน
คุณตั้มบอกว่า โน พลอเบลม และเลือกเจดีย์แว้นมาทำงานนี้ น่าจะเพราะเป็นคนที่อิหร่านอยากคุยด้วย อย่างน้อยเจดีย์แว้นก็ไม่เห็นด้วยกับนโยบายก่อสงครามครั้งนี้ ทำให้ไม่ค่อยเห็นหน้าเขาออกงาน
นี่เป็นงานใหญ่ที่สุดของเจดีย์ เพราะคุณตั้มพูดติดตลกว่า ถ้าทำไม่สำเร็จ ก็ต้องโทษเจดีย์แว้นว่ะ (“If it doesn’t happen, I’m blaming JD Vance.”)
แต่เจดีย์แว้นอาจขำไม่ออก เพราะนี่เป็นความเสี่ยงต่ออนาคตทางการเมืองของเขา เพราะไม่ว่าเจรจาสำเร็จหรือไม่สำเร็จ เขาก็โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง อาจจะมีปัญหาในการเลือกตั้งครั้งต่อไปในปี 2028
มองมุมนี้ หมากตานี้ถือว่าอำมหิต
ในการเจรจาครั้งนี้ สหรัฐฯมีข้อเสนอ 15 ข้อที่เรียกว่า 15-point plan ส่วนอิหร่านมีสิบข้อ เรียกว่า 10-point plan ต่างฝ่ายต่างเรียกร้องสูงสุด
ก่อนอื่นทำไมคุณตั้มยอมเจรจา ทั้งที่ข่มขู่อิหร่านมาโดยตลอด
คำตอบน่าจะเพราะคุณตั้มตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก หลงเชื่ออิษราเอรว่าสงครามจะจบเร็ว แต่สงครามไม่จบ และมีมีท่าจะลากยาวไปจนเศรษฐกิจโลกพัง อาจพังยิ่งกว่าครั้งปี 1929
คุณตั้มเดินมาถึงเกือบสุดทางแล้ว
จึงเป็นเรื่องประหลาดที่ตอนเช้าวันที่ 6 เมษายน คุณตั้มขู่ว่าจะทำลายอารยธรรมอิหร่านให้สิ้นซาก ครั้นถึงเย็นก็กลับลำ 180 องศา โพสต์ข้อความใหม่ว่าจะเจรจา และจะอิงตาม 10-point plan ของอิหร่าน ทำให้ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก
นี่แปลว่าสะหะรัดส่งสัญญาณยอมแพ้งั้นหรือ? อาจจะใช่ แต่ไม่ใช่ในรูปยอมแพ้ ทว่าเป็นการหาทางลงสวยๆ
การจับปูสองตัวใส่กระด้งเป็นผลงานของผู้นำและฝ่ายทหารของปากีสถาน และเชื่อว่าจีนกดดันอยู่เบื้องหลังให้คุย แม้ว่าอิหร่านถือใบเหนือกว่า ไม่จำเป็นต้องรีบสงบศึก เพราะทุกชั่วโมงที่ผ่านไป สะหะรัดเดือดร้อนกว่า
และผลการเจรจาก็เพิ่งออกมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาว่า “ไม่บรรลุข้อตกลง”
น่าเสียดายที่ไม่มาเจรจาในเมืองไทย เพราะเล่นสาดน้ำได้ พอตัวเปียกๆ อารมณ์เย็นๆ ดื่มจับเลี้ยงคนละแก้วแก้ร้อนใน คู่กับไข่เจียวปูเจ๊ไฝ อาจคุยกันรู้เรื่องขึ้น
ทำไมจึงเจรจาไม่สำเร็จ?
คำถามคือระหว่างที่สะหะรัดกับอิหร่านเจรจา นูทันยาเฮกำลังทำอะไรอยู่?
คำตอบคือก่อสงครามต่อ งวดนี้ถล่มเลบานอนให้ราบ
ในสัญญาหยุดยิงร่างแรกๆ ที่ปากีสถานเป็นตัวกลาง นายกฯปากีสถาน Shehbaz Sharif เขียนโพสต์ที่ X ว่า สะหะรัดกับอิหร่านเห็นพ้องว่าการหยุดยิงรวมเลบานอนด้วย
นูทันยาเฮแทรกขึ้นมาว่า “ไม่รวมเลบานอนโว้ย!”
สะหะรัดก็บอกว่า “ไม่รวมเลบานอนจ้ะ”
นี่ชี้ว่านูทันยาเฮไม่ต้องการให้การเจรจาสันติภาพครั้งนี้สำเร็จ
ในรอบสองสามปีนี้ นูทันยาเฮก่อศึกรอบด้าน พี่แกแรงเยอะจริงๆ ไม่รู้แอบไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน
รบจนหน้าตาหมองคล้ำ ท่าทางจะเหนื่อย
ไม่ได้เหนื่อยรบหรอก เหนื่อยศาลมากกว่า
ใช่ เมื่อวันก่อนศาลแขวงเยรูซาเลมเดินหน้าคดีคอร์รัปชันของนูทันยาเฮต่อ
ในช่วงชุลมุนกับอิหร่าน ศาลยอมให้นายกฯทำงานต่อ เพราะถ้านายกฯต้องขึ้นศาล แล้วระเบิดลง ผู้พิพากษาคงม่องไปด้วย
หลายปีนี้นูทันยาเฮต้องคดีคอร์รัปชันหลายคดี
นักวิเคราะห์การเมืองโลกหลายคนเชื่อว่า นูทันยาเฮจำเป็นต้องก่อสงครามตลอดเวลา เพื่อเป็นนายกฯต่อไป และกดดันให้คดีเงียบ
สงครามหยุดเมื่อไร ไม่เพียงหมดอนาคตทางการเมือง ยังมีสิทธิ์เข้าคุก
ศาลอาญาระหว่างประเทศก็กำลังรอตัวอยู่ ข้อหาอาชญากรสงคราม
โชคดีที่นูทันยาเฮมีลูกน้องดี เป็นถึงผู้นำสะหะรัด จึงสั่งให้ช่วยได้
เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ตอนคุณตั้มไปเยือนอิษราเอร คุณตั้มพูดตรงๆ ในรัฐสภาอิษราเอรว่า ประธานาธิบดีอิษราเอรควรประกาศนิรโทษกรรมให้นูทันยาเฮเถอะ เพราะประธานาธิบดีมีอำนาจยกโทษให้ใครก็ได้
คุณตั้มสำทับด้วยจดหมายยืนยันอีกรอบ
กองเชียร์ก็ต้องลุ้นให้นูทันยาเฮหลุดเรื่องคดีความ เพราะตอนนี้แม้ชาวอิษราเอรกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยกับการทำสงคราม แต่คะแนนนิยมของเขามีแค่ 38 เปอร์เซ็นต์
เรื่องของเขา ถ้าสร้างเป็นหนังบู๊ ก็คงมีชื่อว่า แก๊งกระแทกก๊วนเก๋ากวนเมือง (ตามชื่อหนังของ พันนา ฤทธิไกร)
หากสร้างเป็นหนังจีนกำลังภายใน ก็คงมีชื่อเรื่องว่า นักบู๊สู้สิบทิศ หรือ จอมยุทธ์ขี่หลังเสือ หรือ จอมยุทธ์หนีถัน
ชื่อสุดท้ายไม่น่าจะดีนะ ฟังไม่ค่อยเหมือนหนังกำลังภายใน
เคี้ยกเคี้ยก
วินทร์ เลียววาริณ
12-4-260- แชร์
- 7
-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
แม้ 'การปลดปล่อยตนให้เป็นอิสระ' จะเป็นหลักการของเซนเช่นเดียวกับพุทธและเต๋า แต่มีวิธีการต่างกัน วิธีการ 'ปลดปล่อย' ของเซนคือ สืบทอดพิเศษนอกตำราใด ๆ ไม่อาศัยตัวหนังสือและคำพูด ชี้ตรงไปที่จิต มองทะลุถึงธรรมชาติแท้ของตนเอง และบรรลุพุทธภาวะ
เมื่อบอกว่าไม่อาศัยคำพูดและตัวหนังสือ มิได้หมายความว่าไม่ต้องอ่านหนังสือ แต่หมายถึงการไม่ยึดติดกับตัวหนังสือจนสร้างกรอบขัดขวางการทะลุแจ้งถึงสัจธรรม
ความจริงแล้วนักศึกษาเซนศึกษาตำรามากมายหลายเล่ม เช่น ลังกาวตารสูตร (The Lankavatara Sutra / 入楞伽經), มหาปรัชญาปารมิตาสูตร (The Prajnaparamita Sutra / 般若波羅蜜多心經), สัทธรรมปุณฑริกสูตร (The Lotus Sutra / 妙法蓮華經), วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร หรือ วัชรเฌทิกสูตร หรือ วัชรสูตร (The Diamond Cutter Sutra / 金剛般若波羅蜜多經), สูตรของฮุ่ยเหนิง หรือ สูตรเว่ยหล่าง (The Platform Sutra of Patriarch Hui-Neng / 六祖壇經) เป็นต้น
แต่ก็ต้องอ่านแล้วลืมหรือฉีกทิ้งไปเลย (กิมย้งเคยใช้แนวคิดนี้เขียนนิยายจีนกำลังภายใน ตัวเอกศึกษาวิทยายุทธ์ตามหลักการ แล้วลืมให้หมด)
เซนไม่ยึดติดกับอะไรทั้งนั้นแม้แต่ตำรา! เซนฉีกตำราทั้งหลายทิ้ง เพราะตำราเป็นกรอบบังตาไม่ให้เห็นความว่าง ธรรมจริงนั้นแสดงไม่ได้ด้วยคำพูด ทั้งนี้เพราะเซนมิใช่สิ่งที่เข้าถึงได้ด้วยเหตุผลและตรรกะ การเข้าถึงหัวใจของเซนจำต้องขจัดความรู้ความคิดที่เคยชินที่ฝังในจิตสำนึก
และหากต้องใช้คำพูดในการสื่อสาร อาจารย์เซนก็นิยมใช้ภาษาห้วนสั้น แทงทะลุ เช่นอาจารย์หวินเหมินเหวินเหยี่ยน (864-949) มักตอบศิษย์ด้วยคำคำเดียว อาจารย์เซนหลายท่าน เช่น เจ้าโจว นิยมใช้ภาษาดิบ ทำนองเดียวกับหลวงพ่อคูณของเรา
หากเปรียบกับการทำงานศิลปะ เซนก็เช่นการทำงานสายทดลอง ไม่อยู่ในกรอบเดิม ๆ ของการไปสู่การรู้แจ้ง จะเรียกว่าเป็นการไปสู่การรู้แจ้งแนวทดลองก็ไม่ผิด!
ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนในหนังสือ นิกายเซน ว่า "เซนสอนให้ปล่อยให้กายกับใจไหลไปตามเรื่องของมัน เหมือนกับสายธาร ถ้าต้องการจะมองดูก็ดูได้ แต่อย่าไปทำให้มันหยุดไหลหรือไหลผิดทาง เพราะถ้าทำอย่างนั้นแล้ว ก็จะไม่ได้เห็นสายธารแห่งชีวิตตามความเป็นจริง"
อาจารย์เซน เต๋อซานซวนเจี้ยน กล่าวกับศิษย์ว่า "ไม่ต้องกลัววงจรการเกิดการตาย ไม่ต้องกลัวการกลับชาติไปเกิดใหม่ ไม่มีนิพพานที่ต้องไปให้ถึง ไม่มีธรรมที่ต้องบรรลุ แค่ทำตัวเป็นคนธรรมดาที่ไม่ต้องทำอะไร"
เพราะเมื่อหยุดค้นหา ก็(อาจ)จะพบ!
วินทร์ เลียววาริณ
12-4-26จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุ
0- แชร์
- 9
-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
กาลามสูตรที่พระพุทธองค์สอนเมื่อสองพันกว่าปีก่อนมีสิบข้อ สองข้อเข้ากับการไป (หรือไม่ไป) ดวงจันทร์ของยานอพอลโล 11
กาลามสูตรสองข้อนั้นคือ
มา นยเหตุ - อย่าเพิ่งเชื่อเพราะอนุมาน
มา ทิฎฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา - อย่าเพิ่งเชื่อเพราะตรงกับความคิดของตน
อย่าคิดเองเออเอง ทุกอย่างว่ากันที่หลักฐาน
ถ้าขึ้นศาล หลักฐานรูปถ่ายของยานอวกาศจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ก็เพียงพอทำให้ผู้พิพากษาปิดคดีได้แล้ว
แต่กระนั้นคนจำนวนมากยังไม่ยอมรับหลักฐาน ยังคุยจุดที่ตนเชื่อ แทนที่จะแย้งด้วยหลักฐานว่า รูปถ่ายที่ยานอวกาศจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ถ่ายไว้ ใช้ไม่ได้
นี่ทำให้ต้องแนะนำคำศัพท์คำหนึ่ง - preconceived idea ผมพูดถึงคำนี้บ่อยๆ แต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจ
preconceived idea คือความคิดปรุงแต่งล่วงหน้า เป็นความคิดที่ไม่ได้อิงหลักฐาน (objective) แต่อิงความรู้สึก (subjective)
subjective แปลให้ยากว่าอัตวิสัย แปลง่ายๆ ว่านานาจิตตัง คือความคิดเห็นตามอารมณ์ ความรู้สึก เช่น ในเช้าวันเดียวกัน คนหนึ่งว่าอากาศเย็น อีกคนว่าร้อน
objective แปลให้ยากว่า ภววิสัย แปลง่ายๆ ว่าตามข้อเท็จจริง ว่าตามหลักฐาน เช่น เช้าวันนี้อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส
ดังนั้นการตัดสินว่า อพอลโล 11 ไปดวงจันทร์จริงหรือไม่ จึงต้องใช้ทาง objective ว่ากันที่หลักฐาน แล้วก็จบคดี
ถ้าไม่พอใจหลักฐาน ก็หาหลักฐานอื่นมาแย้ง
ถ้าไม่มีหลักฐานแย้ง ก็ต้องยอมรับผลของ objective ไม่ใช่ทู่ซี้ด้วยความคิด subjective
นี่ก็คือพื้นฐานของการพัฒนาคนและวิชาการ
คนจำนวนมากในโลกคิดและตัดสินเรื่องเรื่องหนึ่งด้วย preconceived idea ตัดสินตามอารมณ์หรือคิดว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นแน่เลย และมักไม่รู้ตัวด้วย กลายเป็นความยึดมั่นถือมั่นว่ามันถูกต้อง
เวลาศาลจะตัดสินคดีว่านาย ก. ฆ่านาย ข. หรือไม่ ศาลไม่ได้ถามความเห็นของทุกคนว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ว่ากันด้วยหลักฐานที่พิสูจน์มาแล้ว
เมื่อผมเป็นเด็ก มีคนบอกว่าดาวอังคารมีคลองใหญ่ คลองสายนี้น้ำจากขั้วโลกมาสู่ 'เมือง' แถบเส้นศูนย์สูตร แสดงว่าต้องมีมนุษย์ดาวอังคารจริง เพราะน้ำเป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิต
ความเชื่อนี้ฝังอยู่นานหลายปี จนกระทั่งยานมาริเนอร์และไวกิงของนาซาโคจรรอบดาวอังคารและถ่ายภาพในระยะใกล้ พบว่าไม่มีคลองเลยสักสาย
'คลอง' ที่นักดาราศาสตร์สมัยก่อนเห็นนั้นเป็นภาพลวงตาที่เกิดจากระยะทาง คุณภาพเลนส์กล้องโทรทรรศน์สมัยนั้น และชั้นบรรยากาศที่แปรปรวนบนดาวอังคาร
เรื่องก็จบแค่นั้น
ดังนั้นหากมีหลักฐานรูปถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์ที่มีคุณภาพดีกว่ากล้องในศตวรรษก่อน จากยานหลายลำ เห็นภาพยานอพอลโล 11 บนดวงจันทร์ตรงกัน เราจะปฏิเสธว่ามันไม่จริง เพียงเพราะมันทำให้เราผิดคาดเช่นนั้นหรือ
โลกทัศน์แบบนี้ทำให้จนถึงวันนี้ ก็ยังมีคนที่เชื่อว่าโลกแบน
preconceived idea เป็นอันตรายมากในทุกเรื่องในชีวิต หากเราใช้ชีวิตโดยอิงความคิดปรุงแต่งล่วงหน้าอยู่เรื่อย เราจะอยู่แถวหลังเดินตามคนอื่นเสมอ มันไม่พาเราก้าวไปไหน เพราะเมื่อไม่สามารถก้าวข้ามความคิดปรุงแต่งล่วงหน้า ก็จะอยู่ในกรอบคิดใดกรอบคิดหนึ่งเสมอ กรอบคิดนี้จะทำให้เราตัดสินใจพลาด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใช้สามัญสำนึกแทนหลักฐาน
ไอน์สไตน์จึงกล่าวว่า "สามัญสำนึกเป็นการรวมเอาอคติต่าง ๆ เข้าด้วยกันโดยเด็กอายุสิบแปด"
วินทร์ เลียววาริณ
11-4-261- แชร์
- 27
-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ วันนี้มีคำถามเดียว
"อพอลโล 11 ได้ไปดวงจันทร์จริงๆ หรือ"
อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/69d7b838039233178bfdea40
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"
1- แชร์
- 8
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
สงครามอิหร่านดำเนินมา 40 วันแล้ว คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ ใครชนะ?
หากตอบตามหลักมนุษยธรรม ไม่มีใครชนะ เพราะสูญเสียชีวิตคนทั้งสองฝ่าย
หากตอบตามหลักเศรษฐศาสตร์ ก็ไม่มีใครชนะเช่นกัน เพราะมันทำให้เศรษฐกิจโลกทรุด
แต่หากมองในมุมของยุทธศาสตร์สงคราม อาจตอบได้ว่าสหรัฐฯแพ้เรียบร้อยแล้ว
ประการหนึ่งเพราะมันไม่ใช่สงครามที่เกิดขึ้นด้วยเหตุว่าสหรัฐฯตกอยู่ในอันตราย
ประการหนึ่งเพราะมันทำให้ภาพลักษณ์ของสหรัฐฯติดลบ ความไว้วางใจที่ชาวโลกเคยมีให้หายไปสิ้น
ประการหนึ่งเพราะมันสวนทางกับความต้องการของประชาชน ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ต้องการสงครามครั้งนี้
แตกต่างจากสงครามเวียดนาม ชาวอเมริกันรับรู้ว่าเป็นสงครามที่จำเป็น เพราะจะปราบพวกคอมมิวนิสต์ที่ดูเหมือนมีเป้าหมายครองโลก แต่กระนั้นเมื่อโลงศพห่มธงชาติของทหารอเมริกัน 58,000 คนกลับถึงบ้าน ชาวอเมริกันก็ไม่สนับสนุนสงครามเวียดนามอีกต่อไป
นี่อาจเป็นเหตุผลที่ตั้งแต่วันแรกของสงคราม ทหารอเมริกันมักตายใน 'อุบัติเหตุ' มีแค่ไม่กี่คนถูกศัตรูฆ่า
.............................
การก่อสงครามอิหร่านน่าจะผิดหลักตำราพิชัยสงครามของซุนหวู่ หรือซุนอู่ (孫武 บางทีก็เรียกซุนจื่อ 孫子) และ On War ของ คาร์ล ฟอน เคลาซ์วิทซ์ (Carl von Clausewitz)
เราคงได้ยินนามซุนหวู่ หรือซุนอู่ มาก่อน เขาคือใครกันแน่?
นักประวัติศาสตร์คาดว่าซุนอู่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล เขาไปเกี่ยวข้องกับสงครามเพราะเขาเป็นเพื่อนกับอู๋จื่อซี ข้าราชการรัฐอู๋
อู๋จื่อซีชวนซุนอู่ไปช่วยอู๋อ๋องเหอหลีวางแผน ซุนอู่จึงเสนอแผนพิชัยสงคราม 13 บรรพ ช่วยให้รัฐอู๋ตีแคว้นฉู่ที่ใหญ่กว่าเข้มแข็งกว่าสำเร็จ
หลังจากอู๋อ๋องเหอหลีตาย อู๋อ๋องฟูซาขึ้นครองแคว้นสืบต่อ แต่อ๋องคนใหม่มัวเมาในกามคุณ โดยเฉพาะเมื่อเจอนางไซซีที่แคว้นเยว่ส่งไปบ่อนทำลายจากภายใน
รายละเอียดส่วนนี้มีในหนังสือ ยุทธจักรวาลกิมย้ง ผมเขียนว่า
"ขณะที่แคว้นเยว่พัฒนาบ้านเมือง สร้างสมกองทัพและอาวุธ พัฒนาการเกษตร ก็มีแผนการพิเศษคืออุบายนางงาม ส่งสาวงามเป็นราชบรรณาการให้อู๋อ๋อง เพื่อทำให้ลุ่มหลง เสียการเสียงาน ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นไส้ศึก ช่วงสิบปีนั้นแคว้นอู๋ค่อย ๆ อ่อนแอลง
อู่จื่อชี ข้าราชการอู๋ผู้ซื่อสัตย์ ทำงานมาตั้งแต่ครั้งพระบิดาของฟูซ่า แต่ฟูซ่าไม่เห็นความดี อู่จื่อชีมองเห็นอันตรายจากเยว่ แนะนำให้ยึดเยว่เสีย แต่อ๋องฟูช่าไม่สนพระทัย ฟังที่ปรึกษาคนอื่นคือ ผอผี่ ซึ่งรับสินบนจากเยว่
อ๋องฟูช่ายื่นกระบี่ให้อู่จื่อชีฆ่าตัวตาย ก่อนฆ่าตัวตาย อู่จื่อชีขอให้อ๋องควักนัยน์ตาของเขาออกมาหลังตายไปแล้ว วางไว้บนกำแพงเมือง เพื่อจะได้มองเห็นกองทัพเยว่ยึดเมืองอู๋
เมื่ออู่จื่อชีเพื่อนรักตาย ซุนอู่ก็รู้ว่าแคว้นอู๋ต้องล่มสลายแน่ จึงลาออกจากราชการ
ผ่านไปสิบปี เยว่ที่แข็งแกร่งโจมตีแคว้นอู๋ ทัพเยว่ล้อมเมืองหลวงแคว้นอู๋สามปี ฟูช่าส่งสาส์นขอยอมจำนน แต่โกวเจี้ยนปฏิเสธ ฟูช่ากระทำอัตวินิบาตกรรม เยว่กลืนอู๋
อ๋องฟูช่าฆ่าตัวตาย เสียพระทัยที่ไม่เชื่ออู่จื่อชี สั่งให้ปิดหน้าพระองค์ เพราะไม่มีหน้าไปดูอู่จื่อชีได้ในโลกหลังความตาย
เพราะไม่รู้เรื่องการศึกเลย บ้านเมืองจึงย่อยยับ
การศึกไม่ได้มีแค่การรบในสมรภูมิ มันรวมการทูต เศรษฐกิจ สังคม การเมืองภายในและการเมืองระหว่างรัฐ
ทั้งซุนอู่และเคลาซ์วิทซ์เห็นเหมือนกันว่า สงครามที่ดีคือสงครามที่ชนะโดยไม่ต้องรบกัน
แต่หากต้องรบ ตำราพิชัยสงครามของซุนอู่พูดถึงปัจจัยห้าประการแห่งชัยชนะคือ
1 รู้ว่าเมื่อใดควรรบ เมื่อใดไม่ควรรบ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้นำไม่รู้ เหตุผลที่ก่อสงครามนั้นเปลี่ยนทุกวัน วันหนึ่งบอกว่าบุกเพราะอิหร่านกำลังทำอาวุธนิวเคลียร์ อีกวันบอกว่าเพราะช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด อีกวันก็บอกว่าจะเอาน้ำมัน
รัฐมนตรีการต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ บอกสื่อว่าต้องบุกอิหร่านก่อน ไม่งั้นอิษราเอรจะบุกก่อน อีกวันก็บอกว่า ถ้าอิหร่านบุก อิษราเอรจะมีอันตราย จึงชิงบุกก่อน
เคลาซ์วิทซ์เขียนว่า "ไม่มีใครเริ่มสงคราม หรือไม่มีใครที่มีสำนึก ก่อสงครามโดยปราศจากเป้าหมายที่ชัดเจน และวิธีการที่ตั้งใจใช้ทำสงคราม"
2 รู้จักออมกำลัง
สิ่งที่เกิดขึ้นคือใช้อาวุธจนแทบหมดคลัง ต้องดึงอาวุธจากสมรภูมิอื่นมาใช้
3 เจ้านายและพลทหารเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นคือทหารหลายคนไม่เห็นด้วยกับฝ่ายบริหาร คนระดับสูงลาออกเพราะเห็นว่าอิหร่านไม่ใช่ภัย มันเป็นสงครามที่ได้รับใบสั่งมา
นอกจากนี้ทางการกำลังสืบเหตุเพลิงไหม้เรือรบ USS Gerald R. Ford ว่าเกิดจากลูกเรือก่อวินาศกรรมหรือไม่ เพราะไม่อยากรบใน 'สงครามของ โดนัลด์ ทรัมป์' (Donald Trump‘s war)
4 วางแผนและเตรียมการดี
สิ่งที่เกิดขึ้นคือสหรัฐฯรบโดยไม่มีแผน คิดแค่ว่าจะจบสงครามในหนึ่งหรือสองวันอย่างที่ทำกับเวเนซุเอลา ประเมินผิดว่าอิหร่านพร้อมจะล้มได้ทุกเมื่อ และประเมินพลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่ำไป จนต้องขอความช่วยเหลือจากนานาประเทศให้ส่งเรือรบไปช่วยเปิดช่องแคบ ซึ่งไม่ได้อยู่ในแผนมาก่อน
5 ไม่แทรกแซงขุนพลผู้ที่สามารถ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือแค่ในเดือนเดียว ผู้นำปลดนายพลไปหลายคน
ผิดหลักการของตำราพิชัยสงครามของซุนอู่ทั้งห้าข้อ
ความจริงแสนยานุภาพของสหรัฐฯเหนือกว่า และไม่จัดว่าแพ้ด้านเชิงยุทธในสงครามเวียดนาม อัฟกานิสถาน อิรัก แต่มันคือ Winning the battle but losing the war
สงครามอิหร่านก็คงจบตามคำโปรยโปสเตอร์หนังเรื่อง Alien vs. Predator
"Whoever wins, we lose."
วินทร์ เลียววาริณ
10-4-261- แชร์
- 43
