-
วินทร์ เลียววาริณ0 วันที่ผ่านมา
โพสต์ก่อนเอารูปคนกางแขนมาลง ผู้อ่านคนหนึ่งถามว่า "ภาพร่างกายวิภาคของ ดา วินซี ภาพนี้ถือว่าสมบูรณ์แบบมั้ยครับ"
แสดงว่ารู้จักงานของ ดา วินซี
รูปสเก็ตช์คนกางแขนของ ดา วินชี รูปนี้ พวกเรียนมาทางสายศิลปะและออกแบบต้องเรียน แต่สมัยผมเรียน ก็ไม่รู้ที่มา มารู้ตอนจบไปนานแล้ว
The Vitruvian Man เป็นความคิดว่า สรีระมนุษย์อาจใช้เป็นพื้นฐานของสัดส่วนของความสมบูรณ์ทั้งหลาย
รูปคนในวงกลมและสี่เหลี่ยมมีความหมายอะไร?
สี่เหลี่ยมจตุรัส = โลกภายนอก โลกวัตถุ (material world)
วงกลม = โลกภายใน จักรวาล (spiritual world)
ผมไม่รู้ว่าวงกลมที่ ดา วินชี ใช้ มีความเกี่ยวโยงกับปรัชญาตะวันออกหรือไม่ เพราะเรารู้ว่าโลกตะวันออกใช้สัญลักษณ์วงกลมมานานหลายพันปี ในงานเต๋าและเซน วงกลมหมายถึงนิรันดร์ ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีจุดสิ้นสุด อาจตีความว่าเป็นอนัตตา
พูดถึงสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมกับวงกลม ก็มีงานชิ้นหนึ่งของเซนที่หลายคนอาจเคยเห็น ชื่อภาพจักรวาล
คนวาดเป็นพระเซนชื่อ กิบน เซนไก (Gibon Sengai / 仙厓義梵1750-1837) มีความเชี่ยวชาญเรื่องศิลปะหลายแขนง รวมทั้งจิตรกรรม
บางทีเรียกภาพสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม วงกลม บางทีเรียกภาพจักรวาล
วงกลม = ความไม่สิ้นสุด ความไร้รูป
สามเหลี่ยม = จุดกำเนิดวัตถุ
สี่เหลี่ยม = โลกวัตถุทั้งหลาย
ไม่รู้อาจารย์กิบนจะหมายความตามนี้หรือเปล่า เพราะท่านไม่ได้เขียนอธิบาย บางทีท่านอาจแค่ขีดรูปเรขาคณิตแก้กลุ้ม คนรุ่นหลังตีความเอง
ส่วนสามเหลี่ยมใน The Da Vinci Code ของ แดน บราวน์ ก็เข้าข่ายจุดกำเนิดเหมือนกัน เขาให้สามเหลี่ยมเป็นสัญลักษณ์ของเพศชายและหญิง ถ้าปลายแหลมขึ้นคือชาย ปลายแหลมลงคือหญิง
ช่างคิดนะ นักเขียนคนนี้ จึงถูกผมจับไปกวนตีนเล่นในนวนิยาย ผู้ชายที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่ 85
'พิมพ์ครั้งที่ 85' เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเรื่องนะ เพราะกวนตีนเหมือนกัน
วินทร์ เลียววาริณ
9-7-261- แชร์
- 15
-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
ขำขันที่นิยมเล่ากันทางวิทยุในยุคที่ผมยังเป็นเด็กคือเรื่องนี้
หญิงสาวสองคนคุยกัน คนหนึ่งชื่อสมศรี อีกคนหนึ่งชื่อ สมทรง (สองชื่อนี้เป็นชื่อตัวละครที่ฮิตมากในขำขันยุคนั้น)
"ได้ยินว่าเธอพบ 'ชายเพอร์เฟ็คท์’ ของเธอแล้ว?"
"พบแล้วจ้ะ"
"แล้วทำไมยังไม่แต่งงาน?"
"เพราะเขายังไม่พบ 'หญิงเพอร์เฟ็คท์' ของเขาน่ะซี"
ขำขันยุคก่อนออกจะเชย ๆ อย่างนี้
เรื่องนี้เป็นขำขันก็จริง แต่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงของหลาย ๆ คนด้วย
การหาคู่ครองที่ 'เพอร์เฟ็คท์' ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่กระนั้นหลายคนก็ประกาศว่า จะไม่ยอมแต่งงาน หากหาคนที่สมบูรณ์แบบไม่ได้
คำถามคือ โลกนี้มีคนสมบูรณ์แบบจริงหรือ? อะไรคือความ 'เพอร์เฟ็คท์' ? และวัดค่า 'เพอร์เฟ็คท์' ด้วยมาตรฐานใด?
ความเป็นจริงก็คือ 'เพอร์เฟ็คท์' ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ของบางคนคือ รวย + หน้าตาดี + เก่ง ของบางคนคือ รวยอย่างเดียวก็พอ
ความเป็นจริงก็คือหลายคนรักคนที่ถูกคนอื่นทิ้ง
คุณค่าของคนจึงขึ้นกับมุมมองของแต่ละคน
ความสมบูรณ์แบบก็คล้ายกับความงาม ขึ้นอยู่กับสายตาของคนมองเป็นสำคัญ หรือที่ฝรั่งชอบพูดว่า "Beauty is in the eyes of the beholders."
เมื่อมองหาความสมบูรณ์แบบในงานศิลปะ เราพบว่าความหมายของความสมบูรณ์แบบก็คล้าย ๆ กัน คือเกิดจาก 'มุมมอง' มากกว่า 'ตัวงาน'
ลองคิดดู หากเราปาดสีอีกสักสองสามแต้มเล็ก ๆ ลงบนฉากหลังของภาพ โมนา ลิซา ของ ดา วินชี หรืองานของ แวน โก๊ะห์ มันก็ไม่ทำให้ภาพ 'ไม่สมบูรณ์' กว่าเดิมสักเท่าไร เพราะแกนหลักของภาพนั้นงดงามแล้ว
เมื่อมองประติมากรรมและจิตรกรรมชั้นดีของโลกนาน ๆ ก็มักสังเกตเห็นตำหนิเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ เช่นตำหนิจากเม็ดสีที่ไม่ได้คุณภาพเต็มร้อยทุกอณู ฯลฯ
ยิ่งมองนานก็ยิ่งเห็นมาก
ความสมบูรณ์แบบในวันหนึ่งอาจลดระดับลงมาเป็นความไม่ค่อยสมบูรณ์แบบในอีกวันหนึ่ง
ทว่าศิลปินแต่ละคนจบงานแต่ละชิ้นเพียงแค่นั้น เพราะคิดว่ามัน 'พอแล้ว' สำหรับเขา
นักเขียนสามารถแก้ไขขัดเกลางานของเขาได้อีกหลายสิบปี ก็ยังไม่ถึงขั้นที่แก้ไขต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
จิตรกรเอก เดอลาครัวซ์ จึงกล่าวว่า "ศิลปินผู้แสวงหาความสมบูรณ์แบบในทุกอย่างคือพวกที่ไม่สามารถประสบความสำเร็จในการได้มันมาในสิ่งใด ๆ"
ศิลปินงานเหนือจริง ผู้มีจินตนาการกว้างไกล ซาลวาดอร์ ดาลี กล่าวย้ำว่า "อย่ากลัวความสมบูรณ์แบบเลย คุณไม่มีทางเข้าถึงมันหรอก"
คนที่ชอบมองหาจุดผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยไม่สามารถมองข้ามมันไปได้นั้น เป็นคนที่ไม่สามารถเป็นสุขเท่าที่ควร
โต๊ะทำงานต้องสะอาดเรียบ เอกสารวางเป็นระเบียบตามวันที่ ปากกาวางด้านขวา ยางลบวางบนแท่นเสมอ ฯลฯ มิเช่นนั้นก็จะหงุดหงิดทั้งวัน และหากยิ่งชอบมองเปรียบเทียบกับ 'ความสมบูรณ์แบบ' ของคนอื่น ๆ ก็ยิ่งไม่มีความสุข
บ้านของเขาใหญ่กว่าของเรา แฟนของเขาสวยกว่าของเรา ฉลาดกว่า เก่งกว่า ไม่นานก็พบว่าคู่ครองข้างกายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนที่ 'โคตรจะเพอร์เฟ็คท์เลย' ชักลดระดับความเพอร์เฟ็คท์ลง
หลายคนเชื่อว่างานของธรรมชาติเป็นงานที่สมบูรณ์แบบยิ่ง เมื่อเราดูรูปทรงลวดลายใบไม้ วงหมุนของเปลือกหอย เส้นประสาท ไปจนถึงระบบชีวิตต่าง ๆ เราจะพบความละเอียดซับซ้อนในผลงานเหล่านี้ จนหลายคนอดเชื่อไม่ได้ว่ามันต้องเป็นผลงานของ 'พระเจ้า'
แต่เมื่อเราศึกษาฟอสซิลพืชสัตว์ที่จมดินมาหลายพันล้านปี เราจะพบว่าธรรมชาติก็ไม่สมบูรณ์แบบ 'ความสมบูรณ์แบบ' ที่เราเห็นในวันนี้เกิดมาจากกระบวนการวิวัฒนาการไปอย่างช้า ๆ ไปในทิศทางที่เหมาะสมขึ้นกับการมีชีวิต
เราไม่สามารถบอกว่า สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนคือความสมบูรณ์แบบ (เพราะมีสติปัญญา) หรือสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวไม่สมบูรณ์แบบ
ในทุก ๆ นาทีที่ผ่านไป ธรรมชาติยังเปลี่ยนแปลง พืช สัตว์ กระทั่งคนก็มีการเปลี่ยนแปลง
บางทีสิ่งที่พระพุทธองค์สอนอาจเหมาะสมที่สุด : จงหัดพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่
เพราะโลกนี้ไม่เคยมีความสมบูรณ์แบบ
และเพราะความสมบูรณ์แบบเกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึก 'พอแล้ว'
วินทร์ เลียววาริณ
9-7-26จากหนังสือ ความฝันโง่ ๆ
รวมบทความเสริมสร้างกำลังใจชุดที่ 2
46 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 165 บาท = บทความละ 3.5 บาท
ถูกไม่น่าเชื่อ เหลือไม่มากด้วย
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วhttps://www.winbookclub.com/store/detail/83/ความฝันโง่ๆ
หลังโอนเงินแล้ว ช่วยส่งภาพหลักฐานการโอนมาด้วย เพื่อเราจะรู้ว่าเป็นลูกค้าคนใด โดยส่งสลิปไปที่ order@winbookclub.com หรือปุ่ม "แจ้งการชำระเงิน" ในหน้าสั่งซื้อ
1- แชร์
- 25
-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
ช่วงนี้เล่าเรื่องจุกจิก สัพเพเหระบ่อย สำนวนกวนตีน ใส่มุขเหมือนตลกคาเฟ่
จึงไม่แปลกใจที่มีนักอ่านสงสัย ถามว่าใช่ผมเขียนหรือ
ให้โกสต์ไรเตอร์เขียนหรือเปล่า
โถ! ชาม! จาน! กะละมัง! ไม่หรอกครับ ลำพังตัวเองก็ไม่มีเงินใช้แล้ว จะเอาเงินที่ไหนมาจ้างโกสต์ไรเดอร์ เอ๊ย! ไรเตอร์ (เห็นมั้ย ปล่อยมุขมาเป็นชุด เหมือนไม่ใช่นักเขียนคนเดิม)
ความจริงจะเขียนสไตล์เดิม ภาษาเดิมที่ถนัดก็ได้ ไม่มีปัญหา แต่หากอยากเขียนเรื่องอารมณ์อื่น ก็อาจหนีไม่พ้นต้องปรับการใช้ภาษา
นักเขียนที่อยากเขียนเรื่องหลายแนว ต้องสามารถใช้ภาษาได้หลายแบบ ไม่งั้นจะมีปัญหา เพราะจะใช้ภาษาในงานวรรณกรรมเครียดๆ มาเขียนเรื่องขำๆ ย่อมแปลกๆ
นักเขียนใหม่อาจถามว่า แล้วจะทำยังไง
ก็ต้องรู้โทนเรื่องก่อนเขียน
เหมือนผู้กำกับหนัง ต้องรู้ก่อนว่าอารมณ์หนังหรือโทนหนังเรื่องที่กำลังสร้างเป็นอย่างไร
โทนหนังก็คือบรรยากาศ คืออารมณ์ของหนังทั้งเรื่อง เช่น หากทำเรื่อง Se7en จะใช้อารมณ์แบบ พี่มากพระโขนง หรือ โกยเถอะโยม ย่อมแปลกๆ ไม่ใช่ไม่ได้ แต่อารมณ์คนดูจะเปลี่ยนไป
ภาษาในการเขียนก็เหมือนกัน ถ้าใช้เป็น ใช้ถูก บางทีเรื่องไม่ขำ แต่สไตล์การใช้คำอาจทำให้ขำได้
นี่คือพลังของภาษา
นักเขียนต้องรู้ว่างานเขียนชิ้นนั้นๆ จะทำให้คนอ่านรู้สึกอย่างไร เกิดอารมณ์แบบไหน เศร้า ขำ รู้สึกดี ฮึกเหิม หรือหดหู่
ภาษาที่ดีกำหนดได้
ถ้ารู้ว่าจะสร้างโทนอะไร ก็จะกุมคนอ่านในมือได้
ถ้าไม่รู้ ก็อาจได้งานเซมเซมอีกชิ้นหนึ่ง
นี่ไม่ใช่ภาคบังคับว่านักเขียนต้องเขียนได้หลายแนว แต่ถ้าจะทำ ก็ต้องคุมโทนได้ทุกแนว
ผมเองเป็นมนุษย์จับฉ่าย เขียนเรื่องหลายแนว ดังนั้นหนีไม่พ้นต้องศึกษกาารใช้ภาษาทุกแนว อ่านลีลาของนักเขียนต่างๆ
เมื่อเข้าใจโจทย์ชัด เวลาเขียนเรื่องศาสนาก็แบบหนึ่ง เขียนเรื่องไซไฟก็แบบหนึ่ง วรรณกรรมก็แบบหนึ่ง เรื่องขำก็แบบหนึ่ง
ตอนที่ผมเขียน สี่ภพ ก็ต้องศึกษาสำนวนภาษากำลังภายในใหม่
ตอนนี้กำลังเขียนนิยายนักสืบสมัยรัชกาลที่ 5 ก็ต้องศึกษาการใช้ภาษาอีก
จบบทเรียนแล้ว อย่าลืมจ่ายค่าเล่าเรียนด้วยล่ะ
ต้องซื้อผงซักฟอกนะ
วินทร์ เลียววาริณ
8-7-261- แชร์
- 25
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
เมื่อวานนี้มีสองข่าวที่มาในเวลาใกล้เคียงกัน คือข่าวผู้นำสหรัฐฯกดดัน FIFA ให้ยกเลิกใบแดงนักฟุตบอลคนหนึ่ง กับข่าวศาลอาญาลงโทษจำคุกครูปรีชาและผู้สมรู้ร่วมคิด คดีลอตเตอรี 30 ล้าน ทั้งคู่ให้การสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง
"ความจริงก็คือความจริง"
ความจริงก็คือโลกเราทุกวันนี้วุ่นวายเพราะขาดหลักธรรม หิริ-โอตตัปปะ
สองคำนี้เรียนมาตั้งแต่เด็ก จำมาได้จนโต
หิริคือความละอายใจ ไม่กล้าทำชั่ว ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
โอตตัปปะคือความเกรงกลัวต่อผลของการทำบาป
เราถูกสอนเรื่องหิริ-โอตตัปปะในบริบทของบาป เรื่องใหญ่ๆ เช่น ฆ่าคน ขโมยของ คดโกง โกหก
แต่ความจริงยังมีความละอายอีกรูปหนึ่งคือ ความหน้าบาง
เราคงเคยได้ยินข่าวคนญี่ปุ่นทำเรื่องผิด แล้วคว้านท้องตัวเอง
บ้านเราไม่มีธรรมเนียมนี้ เพราะมันเจ็บ
ส่วนอังกฤษมีอีกรูปแบบหนึ่ง เรียกว่า English gentleman (สุภาพบุรุษอังกฤษ)
ในสมัยโบราณ gentleman หมายถึงคนในระดับสูงกว่าชาวบ้านทั่วไป ร่ำรวย ไม่ต้องทำงานหนัก แต่ในยุคต่อมา gentleman หมายถึงคนที่มีมาตรฐานทางศีลธรรม ความอ่อนโยน ความสุภาพ มีศักดิ์ศรี รักษาคำพูด ถ่อมตน ไม่ใช้อำนาจในทางที่ผิด และอายเป็น
ในหนังเรื่อง The Last Emperor (1987) มีฉากหนึ่งที่จักรพรรดิปูยีในวัย 15 ถาม เรจินัลด์ จอห์นสตัน ครูชาวอังกฤษที่มาสอนพระองค์ว่า "อะไรคือ gentleman"
ครู (แสดงโดย Peter O'Toole) ทูลว่า gentleman คือคนที่รักษาคำพูด พูดจริงโดยไม่โกหก (say what you mean)
เรจินัลด์ จอห์นสตัน บอกว่า “If you cannot say what you mean, your majesty, you will never mean what you say. And a gentleman should always mean what he says.”
จักรพรรดิปูยีตรัสถาม "Are you a gentleman?" (คุณเป็น gentleman หรือเปล่า)
เรจินัลด์ จอห์นสตัน ตอบว่า "I would like to be a gentleman... I try to be." (ฉันอยากเป็นสุภาพบุรุษเหมือนกัน ฉันพยายามที่จะเป็น"
โลกวันนี้หา gentleman ยากขึ้นทุกที
ไม่ว่าเพราะไม่สนใจหลักหิริ-โอตตัปปะ ไม่เคยรู้เรื่อง English gentleman หรือเพราะอะไรก็ตามที แต่เรื่องของความอายนี่ ไม่รู้จะสอนกันยังไง
วินทร์ เลียววาริณ
7-7-261- แชร์
- 53
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
วันหนึ่งคุณบริสุทธิ์พาผู้หญิงที่เขาจะแต่งงานด้วยไปแนะนำตัวกับแม่
แม่ว่า “เอ้า! จะแต่งก็แต่ง ไม่ว่าอะไร น่าเสียดายที่พ่อแกไม่อยู่ จึงไม่ได้ร่วมแสดงความยินดีกับแก”
พ่อคุณบริสุทธิ์ตายเมื่อเขายังเป็นเด็ก คุณบริสุทธิ์จึงไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับพ่อมากนัก เพราะแม่ไม่ค่อยเล่าให้ฟัง
“แม่เล่าเรื่องพ่อหน่อยซี”
“พ่อแกเป็นคนสู้คน ใจใหญ่ กล้าหาญ ไม่กลัวใคร"
"ฝีมือประมาณเอเยนต์คิม?”
"ประมาณนั้น"
“จริงหรือครับ?”
“จริงซี เรื่องนี้รู้กันทั้งอำเภอ คืนหนึ่งพ่อแกเดินกลับบ้านคนเดียวในซอยหลังวัด อันธพาลสิบคนมาดักรอ พร้อมอาวุธครบมือ แต่พ่อแกไม่หนี สู้ไม่ถอย ใจเด็ดจริง ๆ”
“โอ้โฮ! พ่อผมสุดยอดเลย แล้วไงครับ?”
“วันต่อมาคนทั้งอำเภอก็มากราบ”
คุณบริสุทธิ์ยืดอกด้วยความภูมิใจ
“พ่อผมสุดยอดจริง ๆ พวกนั้นมากราบขอเป็นลูกน้องใช่ไหมครับ?”
“เปล่า พวกนั้นมากราบศพพ่อแก”
สวัสดีวันพุธ
วินทร์ เลียววาริณ
8-7-26.........................
จากนวนิยาย เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์กับนางสาวภุมรี ศจีรมย์ สมถวิล จินตหรา พารัก ปักเสน่ห์ เรวดี ศรีสกาว (ใช่ นิยายชื่อยาวๆ กวนตีนอย่างนี้แหละ Who will why)
นี่เป็นนวนิยายแนวใหม่ที่นำขำขันตลกๆ ระดับ ‘ขำกลิ้ง’ 400 เรื่องมายำเป็นนวนิยาย
ค่าคลายเครียดแค่ 330 บาท เฉลี่ยขำละ 80 สตางค์ หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
โปรโมชั่น https://www.winbookclub.com/store/detail/196/แพคเกจพิเศษ%203%20in%201
Shopee เดี่ยว https://s.shopee.co.th/1VjWGyXzed
1- แชร์
- 24
