• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    เรื่องสั้นชุดนี้เริ่มเขียนมาตั้งแต่ 40 ปีก่อน ผ่านมานานปี ก็ขอเลียนแบบกิมย้ง รีไรต์งานใหม่ทั้งหมด

    เล่ม 1-3 รีไรต์เสร็จแล้ว แก้ไขตอนจบของหลายเรื่องใหม่ ตัดหลายเรื่องทิ้งไป cละเขียนเรื่องใหม่มาเสียบแทน

    เล่ม 4-5 เป็นงานใหม่ คัดสรรมาอย่างดี (คิดว่างั้นนะ!) เพื่อปูทางให้เขียนเล่ม 6 ต่อไป

    เล่ม 1-3 ยังไม่มีเงินทุนพิมพ์ เดี๋ยวขุดทองที่ฝังในตุ่มหลังบ้านเสร็จแล้ว คงได้พิมพ์

    ถ้าไม่ผิดแผน เรื่องชุดนี้คงได้เขียนจนวันตาย

    แต่ถ้าไม่มีคนอ่านและคนซื้อเมื่อไร ก็เลิกราเพียงนั้น

    วินทร์ เลียววาริณ
    4-9-26

    1
    • 0 แชร์
    • 20
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    เจสัน สเตธัม นี่เป็นนักแสดงที่เดินตามรอย นิโคลาส เคจ ในสมัยก่อน นั่นคือรับงานไม่เลือก ดีบ้าง ปานกลางบ้าง แย่บ้าง

    โชคดีที่ นิโคลาส เคจ กลับลำทัน หันมาเล่นหนังคุณภาพหลายเรื่อง และยืนหยัดเป็นนักแสดงแถวหน้าอีกคนหนึ่ง ถือว่ารอดตัวไป

    ผมในฐานะคอหนัง ก็ดูทุกเรื่องของ เจสัน สเตธัม 

    ทุกเรื่อง เจสัน สเตธัม ก็รับบท เจสัน สเตธัม แต่ก็ตามดูตลอด

    เรื่องล่าสุดก่อน Mutiny คือ The Beekeeper สนุกมาก เป็นจุดสูงจุดหนึ่งของเขา

    พอมาถึง Mutiny หนังที่เพิ่งเข้าโรงวันนี้ ก็เหมือนฟ้ากับเหว

    Mutiny ก็คือ Under Siege (สตีเวน ซีกัล) ฉบับ undercooked คืออาหารที่ปรุงไม่สุก ปรุงแบบลวกๆ ทำมาเพื่อแดกด่วน

    ด้วยพล็อตที่อ่อนเหมือนเด็กฝึกหัดเขียน บทบู๊ที่แผ่ว ความสมเหตุสมผลเท่ากับศูนย์ กี่ เจสัน สเตธัม ก็ช่วยชีวิตหนังไม่ได้

    ผมว่าจะเดินออกจากโรงในนาทีที่ 11.3 แต่นึกถึงคำเตือนที่ว่า หากหนังดีตอนท้าย จะพลาดอย่างแรง จึงดูต่อจนจบ และพบว่าพลาดแล้วที่ดูต่อ

    เอาละ Mutiny ก็เป็นหนังบู๊ธรรมดา ถ้าไม่คิดมาก และรัก เจสัน สเตธัม ก็ดูได้ บางช่วงเพลิน บางช่วงน่าหลับ

    ส่วนคนที่กำลังจะคอมเมนต์ว่า "จะไปดูเพราะอยากจะรู้ว่ามันห่วยยังไง" ก็เอาที่สบายใจ แต่ใน คหสต. เศรษฐกิจอย่างนี้ เงินทองหายาก ใช้จ่ายประหยัดหน่อยก็ดี ผมเองพลาดไปแล้วที่ไม่ใช้ค่าดูหนังไปกินไอติม

    เคี้ยกเคี้ยก

    2/10 (ขออภัยเจสันอย่างสูง)

    (ฉายทางโรงภาพยนตร์)

    วินทร์ เลียววาริณ 
    3-9-26

    วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่ The MEB

    (มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)

    1
    • 0 แชร์
    • 32
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    วิธีมองโลกแบบกวนตีนมีค่ามากกว่าแค่กวนใจคนเล่น มันฝึกสมองด้วย

    แล้วเราจะใช้วิธีกวนตีนในการทำงานสร้างสรรค์ได้อย่างไร?

    ลองดูตัวอย่างนี้

    หลายปีก่อน ครอบครัวฝรั่งครอบครัวหนึ่งกินเลี้ยงฉลองเทศกาล Thanksgiving ลูกสาวชวนแฟนหนุ่มมากินอาหารเย็นด้วย เขาสะดุดตกบันได ทำให้ผนังยุบเข้าไป แทนที่จะซ่อม เจ้าของบ้านกลับเอากรอบเปล่ามาติดล้อมจุดที่เป็นตำหนินั้น

    แล้วติดป้ายเล็ก ๆ “First Thanksgiving 2015, วัสดุ : มือ, ผนังแห้ง”

    เลียนแบบภาพจิตรกรรมในพิพิธภัณ์หรือแกลเลอรี

    เป็นการบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบกวนตีนเล็ก ๆ มีความคิดสร้างสรรค์ มีอารมณ์ขัน และน่าจดจำ

    วินทร์ เลียววาริณ
    3-9-26

    ......................

    จาก ฆรีเอติวิถี (ครี-เอ-ติ-วิ-ถี)
    หนังสือเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ เปิดสมอง
    มีเฉพาะอีบุ๊ค ซื้อได้ที่ The Meb

    1
    • 0 แชร์
    • 30
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    คนใกล้ตัวหลายคนเปรยกับผมเป็นระยะ ๆ ว่า ผมทำงานหนักไปหรือเปล่า พักผ่อนหน่อยนะ

    คงกลัวผมจะตายไว

    ตั้งแต่วันแรกที่ริเป็นนักเขียนอาชีพจนถึงวันนี้ ทำงานทุกวัน ไม่มีวันหยุด 365 วันต่อปี

    หยุดไป 3-4 วันเมื่อต้นปี ตอนโดนหมอผ่า

    หมอบอกว่านอนน้อยไม่ดีนะ

    ก็รู้นะ แต่มันเหมือนขี้เหล้า รู้ว่าเหล้าไม่ดี ก็ไม่ยอมเลิก

    ผมก็เป็นโรคขี้เล่าเหมือนกัน โรคขี้เล่าก็เลิกยากเหมือนกันนะ

    มันกลายนิสัยไปแล้ว และคุณก็รู้ แก้นิสัยคนแก่นี่ยากกว่าแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง

    บางวันเมื่อรู้สึกเหนื่อยมาก จึงเริ่มถามตัวเองว่า เออ! นี่เราทำงานมากไปหรือเปล่า

    แต่เมื่ออ่านประวัติเอดิสันแล้ว ก็ถือว่าผมทำงานเบาไปเลย คนบ้าผู้นี้นอนน้อยกว่าผมอีก

    ผมทำงานตลอดเวลาที่รู้ตัว แต่ไม่ได้คิดว่ามันเป็นงาน จึงไปได้เรื่อย ๆ ทำงานวันละสิบกว่าชั่วโมงเป็นเรื่องปกติ ทำงานโดยไม่มีวันหยุดก็เป็นเรื่องปกติ

    เล่าให้ฟังก็เพื่อบอกว่าในเรื่องการทำงาน ผมไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีซึ่งควรเอาอย่าง ผมเป็นพวกบ้างาน และเป็นสายพันธุ์ ‘No life’ มี obsession เดียวคือเขียนหนังสือ และบ้าเขียนอย่างหนัก

    วัน ๆ คิดแต่เรื่องไล่ปล้ำ

    หมายถึงปล้ำตัวละครน่ะ ว่าจะให้ทำอะไรบ้าง

    เป็นอย่างนี้ เพราะชอบเป็นอย่างนี้ และเลือกเป็นอย่างนี้

    ถ้าหัวใจวายตายขณะกำลังเขียนหนังสือ ก็ไม่ว่าอะไร

    ว่าก็ว่าเถอะ ผมพ้นจากความยึดติดเรื่องว่าต้องอายุยืนมานานแล้ว ผมคิดว่าถ้าชีวิตมีความสุขกับการทำอะไรสักอย่าง ก็ทำ ถ้ายังมีไฟทำอะไร ก็ทำ ตายเร็วตายช้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ

    เหมือนกับที่โก้วเล้งพูดเรื่องจุดเทียนพร้อมกันสองปลายน่ะ

    กะว่าจะนอนยาวทีเดียวเลยตอนหยุดหายใจ ที่ว่านอนยาวก็คือยาวจริง ๆ คือห้าหมื่นล้านปี กว่าโลกจะแตกสลาย ถ้าโชคร้ายโลกพังก่อนก็ช่วยไม่ได้

    ผมคิดว่าตัวเองมาถึงจุดที่ตายได้แล้ว เพราะทำมาหมดแล้ว ภารกิจต่าง ๆ ที่คนคนหนึ่งต้องทำในชีวิตหนึ่ง ก็ทำเสร็จแล้ว

    ชีวิตที่เหลือเป็นโบนัส

    วินทร์ เลียววาริณ
    4-9-26

    1
    • 0 แชร์
    • 27
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    อลัน บีน นักบินอวกาศโครงการอพอลโล 12 เขากล่าวหลังจากไปเยือนดวงจันทร์ว่า ตั้งแต่กลับจากดวงจันทร์ เขารู้สึกดีกับโลกเรามากขึ้น

    “เราโชคดีแค่ไหนที่อยู่ที่นี่ ทำไมคนชอบบ่นเรื่องโลก? เราอยู่ในสวนสวรรค์!”

    นักบินอวกาศอีกหลายคนก็เห็นเช่นเดียวกัน ความเวิ้งว้างของอวกาศทำให้พวกเขารู้สึกอย่างเป็นรูปธรรมว่า มนุษย์เราเล็กนิดเดียว และการปรากฏตัวของสายพันธุ์มนุษย์ในมุมนี้ของดาราจักรเป็นเรื่องอัศจรรย์ การดำรงอยู่ในธรรมชาติก็เป็นเรื่องอัศจรรย์

    บางทีความอัศจรรย์อยู่ในทุกสิ่ง ก้อนหินทุกก้อน ต้นไม้ทุกต้น ทรายทุกเม็ด ต้นหญ้า สายลม สายน้ำ แสงแดด ฤดูกาล และจักรวาล

    และเมื่อเรามองเห็น awe นี้ เราก็อาจพบความสุข

    awe คือความรู้สึกครั่นคร้ามเกรงขาม เคารพ อัศจรรย์ใจ

    เรามักใช้คำว่า awe กับสิ่งอัศจรรย์ ยิ่งใหญ่ หรือเหตุการณ์พิเศษ วันที่ลูกเกิดจากท้องแม่ เสียงร้องครั้งแรกของทารก การปีนเขาจนถึงยอด มันทำให้เราเติมเต็มตัวตนมากขึ้น

    การพบความสงัดอัศจรรย์ใจมิเพียงดีต่อใจ ยังดีต่อสุขภาพ

    งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่า การสร้าง awe หรือสัมผัสมัน ทำให้สภาพจิตดีขึ้น มีชีวิตดีขึ้น และยิ่งเราประสบ awe บ่อยครั้งเท่าไร ก็ยิ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราดีขึ้น

    awe ก็อาจเกิดกับความเชื่อทางศาสนาหรือจิตวิญญาณ

    นี่เองอาจเป็นคำอธิบายว่าคนบางคนมองศาสนาเป็นเรื่องอัศจรรย์ ทำให้จิตดีขึ้น เมื่อจิตดี ร่างกายก็พลอยดีไปด้วย

    ตัวอย่างเหล่านี้มักเป็นเรื่องในสเกลใหญ่ ทว่าเราก็สามารถใช้กับสิ่งเล็ก ๆ เช่นกัน ขึ้นกับมุมมองและโลกทัศน์ของเรา

    การมองสิ่งยิ่งใหญ่แล้วรู้สึกอัศจรรย์เป็นเรื่องหนึ่ง แต่หากสามารถมองสิ่งเล็ก ๆ ธรรมดาเป็น awe จึงถือว่าสุดยอด

    เพราะทำให้มองโลกธรรมดาด้วยสายตาอัศจรรย์

    ติช นัท ฮันห์ พระเซนชาวเวียดนาม มักพูดถึงความอัศจรรย์หรือปาฏิหาริย์ของการกระทำเรื่องง่าย ๆ เช่น เดินเหยียบบนยอดหญ้าด้วยเท้าเปล่า

    เพียงเปลี่ยนวิธีคิด เรื่องธรรมดาก็น่าอัศจรรย์ได้

    นี่ทำให้ชีวิตพิเศษ ทำให้วันธรรมดาเป็นวันพิเศษ

    เราสามารถสร้างความรู้สึกอัศจรรย์ได้ในทุกวัน มันทำให้เรามองโลกใบเดิมต่างจากเดิม และทำให้เรารักชีวิตของเรามากขึ้น

    วินทร์ เลียววาริณ
    3-9-26

    จาก ปฏิบัติการผ่าสมองไอน์สไตน์
    โปรโมชั่นพิเศษไอน์สไตน์ + เล่มอื่น
    https://www.winbookclub.com/store/detail/243/%28S11%29%20กอดหนาม%20+%20ปฎิบัติการผ่าสมองไอน์สไตน์%20+%20Mini%20Tao 

    Shopee คลิกลิงก์ https://shope.ee/6KgvYw47A4?share_channel_code=6 

    1
    • 0 แชร์
    • 24