• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    หลังจบงานหนังสือ ก็ถึงคิวของเรื่องใหม่

    รหัสคดีกรุงสยาม

    สำหรับคนที่ตกข่าว รหัสคดีกรุงสยาม คือนิยายนักสืบชุดใหม่ของข้าพเจ้า

    ต่างจากนักสืบคนอื่นๆ คือเป็นนักสืบในรัชสมัยรัชกาลที่ 5

    สมัยนั้นบ้านเมืองมีถนนสายสองสาย จะเดินทางไปไหนมาไหน ก็ต้องพายเรือ

    ลองนึกภาพนักสืบของเราพายเรือไปสืบหาคนร้าย

    รหัสคดีกรุงสยาม มาในรูปเรื่องสั้นขนาดยาว 14 เรื่อง และเรื่องสั้นขนาดสั้น 7 เรื่อง คล้ายโครงสร้างของ ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน แต่ละเรื่องสั้นเป็นเอกเทศ ร้อยต่อกันเป็นเรื่องยาว และเสนอภาพรวมของประวัติศาสตร์กรุงสยาม

    แล้วทำไมจึงเป็น 14 เรื่องสั้นขนาดยาว?

    คำตอบคือแต่ละเรื่องครอบคลุมหนึ่งเหตุการณ์ มีสี่เรื่องเข้าไปในรัชกาลที่ 6-7 แต่ส่วนใหญ่เป็นรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีเหตุการณ์ที่มีสีสันกว่า

    14 เหตุการณ์ก็เล่าเรื่องราวในสมัย ร. 5-7 ได้ค่อนข้างเห็นภาพ เช่น ฝรั่งเศสส่งเรือรบบุกสยาม ความขัดแย้งกับอังกฤษ กบฏเงี้ยว การสร้างทางรถไฟทั่วสยาม ทำไมรางรถไฟสายเหนือกับสายใต้ขนาดไม่เท่ากัน การขุดอุโมงค์ขุนตาน สงครามโลกครั้งที่ 1 สุสานฝรั่งสร้างเมื่อไร ที่มาของสุสานจีนแต้จิ๋วที่วัดดอน กบฏอั้งยี่ กบฏ ร.ศ. 130 การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เป็นต้น

    เรื่องราวเยอะมาก

    คำถามต่อมาคือทำไมต้องมี 7 เรื่องสั้นขนาดสั้น?

    คำตอบคือ เรื่องสั้นขนาดสั้นทำหน้าที่เป็น back story ของตัวละคร แทรกระหว่างเรื่องยาว เพื่อให้รู้ว่าตัวละครมีที่มาอย่างไร เหมือนภาพสเก็ตช์ พอให้เห็น แต่ไม่ลงลึก เพราะไม่ได้ตั้งใจเขียนงานดรามา

    สรุปสั้นๆ นี่ก็คือ ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน + พุ่มรัก พานสิงห์ (แบบไม่ขำ) + ประวัติศาสตร์ที่เราลืม เป็นยำรสจัด งานประวัติศาสตร์ที่ซ่อนรูปในนิยายนักสืบ สองเล่มจบ (as of now)

    มีนาคม ปีหน้า คอนเฟิร์ม

    วินทร์ เลียววาริณ
    8-11-26

    1
    • 0 แชร์
    • 18
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    วันนี้เป็นวันเสาร์ หากย้อนกลับไปเมื่อ 50 ปีก่อน เวลาสิบโมงเช้า ผมจะปรากฏตัวที่โรงหนังแห่งหนึ่งย่านพระโขนง ชื่อพระโขนงเธียเตอร์ ผมจะสถิตอยู่ที่นั่น 4 ชั่วโมง

    เป็นอย่างนี้หลายปี

    ผมไม่ใช่เด็กกรุงเทพฯ จึงไม่รู้จักพระโขนง แต่วันหนึ่งผมเจอเพื่อนเก่าจากโรงเรียนแสงทองวิทยา บอกว่ามีโรงหนังชั้นสองดีๆ โรงหนึ่งที่พระโขนง ชื่อพระโขนงเธียเตอร์ ฉายหนังสองเรื่องควบ ค่าตั๋วแค่ 10 บาท เท่านั้นเองก็หูผึ่ง หาทางไปที่นั่นทันที

    เวลานั้นโรงหนังชั้นหนึ่ง ตั๋วราคาต่ำที่สุดคือ 10 บาท มักเป็นสองแถวหน้าสุด

    ครั้งแรกที่เข้าไปในโรงหนังแห่งนี้มีความประทับใจ เพราะเป็นโรงหนังใหญ่มาก สะอาด (เพิ่งสร้างมาได้ไม่กี่ปี) หากไปก่อนสิบโมงเช้า ที่เวทีซึ่งมีผ้าม่านเป็นริ้วสวยงาม มีการเล่นแสงไฟ

    พอถึงเวลา ผ้าม่านก็ยกตัวขึ้น แลเห็นจอหนังใหญ่

    หากพระโขนงเธียเตอร์ตั้งอยู่กลางเมือง ก็สามารถสู้โรงหนังอย่างสยามหรือลิโดได้สบายๆ ด้วยขนาดจุสามพันที่นั่ง ค่าตั๋ว 10 บาทดูได้จากที่ไกลเท่าตั๋วราคา 30 - 40 บาทของโรงหนังชั้นหนึ่ง

    แต่จุดขายของโรงหนังแห่งนี้คือสองเรื่องควบ ฉายต่อเนื่อง อาศัยปริมาณคนดูทำให้โรงหนังอยู่ได้ และก็มีลูกค้าหนาแน่น เพราะราคาประหยัด

    เหตุที่ปรากฏตัวที่นั่นตอนสิบโมงเช้า เพราะ 10.00 น. เป็นเวลาฉายหนังเรื่องแรก และวันเสาร์ไม่มีชั่วโมงเรียน ได้ดูหนังตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เข้าโรงตอนกลางเรื่อง

    พื้นที่นี้มีโรงหนังหลายโรง พระโขนงรามาขนาดเล็กกว่า สภาพเก่ากว่า ฮอลลิเดย์สร้างใหม่ทีหลัง ใหญ่มาก จนโฆษณาว่าเป็นโรงหนังที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ใหญ่จนสามารถเล่นกายกรรมในนั้นได้ มีคณะกายกรรมและวงดนตรีไปเล่นอยู่เนืองๆ

    แต่ผมมีความผูกพันกับพระโขนงเธียเตอร์มากกว่า

    นอกจากฉายหนัง ที่นี่ยังใช้เป็นที่จัดแสงดนตรีของวงดนตรีทั้งไทยและเทศ เช่น ดิอิมพอสซิเบิ้ล, Sherbet, Ozibisa, David Essax, Ian Gillan

    ตอนที่ผมเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะสถาปัตย์ฯ จุฬาฯ วง Sherbet เจ้าของเพลง Howzat, Still in Love with You, You’re My World ไปแสดงที่พระโขนงเธียเตอร์ เพื่อนคนหนึ่งไปชม และกลับมาในสภาพแขนหัก เนื่องจากสะดุดตกบันไดที่นั่น

    หลังเรียนจบและไปทำงานที่ต่างประเทศ ผมก็ไม่เคยกลับไปที่โรงหนังแห่งนี้อีกเลย เมื่อผ่านไปอีกครั้ง ก็พบว่ามันก็ตกอยู่ในสัจธรรมของความเปลี่ยนแปลง โรงหนังแยกออกเป็นมินิเธียเตอร์สามโรงย่อย

    ในที่สุดมันก็สิ้นใจไปจากโลกเงียบๆ

    แต่พระโขนงเธียเตอร์ก็ยังตั้งอยู่อย่างมั่นคงในมุมใดมุมหนึ่งของสนามแห่งความฝันของผม นานแสนนาน

    วินทร์ เลียววาริณ
    7-11-26

    (ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต)

    1
    • 0 แชร์
    • 23
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    ไถ่บาปมนุษย์ (3)

    วินทร์ #2009 : “การฟื้นจากความตายอาจเป็นสัญลักษณ์นะครับ ผมว่าเรื่องพระเยซูฟื้นคืนชีพคล้าย ๆ เรื่องพระพุทธเจ้าทรงปลงอายุสังขาร ก่อให้โลกเกิดวิปริตแปรปรวน แผ่นดินไหว ท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงเพลิง มันเป็นการเติมแต่งเรื่องให้มีสีสันขึ้นโดยใช้แฟนตาซีเสริม เราน่าจะอ่านว่ามันเป็นสัญลักษณ์ ไม่งั้นก็รับได้ยากนะ”

    วินทร์ #1001 : “ก็แล้วแต่ว่าจะตีความแบบนั้นไหม แต่ชาวคริสต์ส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่ต้องตีความอะไร เชื่อตามนั้นเลย!”

    วินทร์ #7744 : “อย่าหาว่าผมแย้งในเรื่องที่ไม่น่าแย้งเลยนะ พระเยซูมีตัวตนจริงมั้ย?”

    วินทร์ #1001 : “นักวิชาการและนักประวัติศาสตร์แทบทั้งหมดเห็นว่าพระเยซูมีตัวตนจริง พวกเขาเชื่อว่าพระเยซูน่าจะเป็นแรบไบชาวยิว บ้างว่าพระเยซูน่าจะเป็นผู้นำกลุ่ม เป็นนักปรัชญา บ้างว่าเป็นนักปฏิรูปสังคม คัมภีร์ของอิสลามก็ยืนยันว่าพระเยซูมีตัวตนจริง ในศาสนาอิสลามก็นับถือพระเยซู เรียกพระองค์ว่า Isa จัดว่าเป็นศาสดาประกาศกคนหนึ่ง...”

    วินทร์ #1001 : “ก่อนจากไป พระเยซูบอกให้ศิษย์เผยแผ่คำสอนแก่ชาวโลก ไม่ว่าพระเยซูจะถูกประหารด้วยเหตุผลทางการเมือง หรือส่วนตัว หรืออะไรก็ตาม ดูเหมือนว่าความตายของพระเยซูทำให้ศาสนาใหม่แข็งแรงขึ้น! คนนับถือมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วค่อย ๆ แผ่ขยายจากตะวันออกกลางไปที่ยุโรป ซีเรีย เมโสโปเตเมีย อียิปต์ ฯลฯ ศาสนาคริสต์ในช่วงแรกเจอปัญหามาก ชาวคริสต์ในอาณาจักรโรมันถูกฆ่าไปเยอะ จนถึงศตวรรษที่ 4 จักรพรรดิคอนสแตนตินเข้ารีตเป็นคริสเตียน อาณาจักรโรมันจึงกลายเป็นคริสต์ ย้ายเมืองหลวงจากโรมไปที่คอนสแตนติโนเปิล ก็คืออิสตันบูลในปัจจุบัน มันก็กลายเป็นศาสนาของอาณาจักรโรมัน เป็นรากของศาสนาทางโลกตะวันตกไป จนตอนนี้เป็นศาสนาใหญ่ที่สุดในโลก มีชาวคริสต์ถึง 2.4 พันล้านคน...

    “ชาวคริสต์ยังมีความเชื่อว่า พระเยซูจะกลับมาเป็นครั้งที่สองเมื่อกาลสิ้นสุด และทุกคนต้องผ่านการพิพากษาครั้งสุดท้าย ที่เรียกว่า Judgment Day หรือ The Last Judgment”

    วินทร์ #6616 : “ขอย้อนกลับไปที่ฉาก The Last Supper ฉากนี้มีอยู่ในนวนิยาย The Da Vinci Code ใช่มั้ย?”

    วินทร์ #1001 : “ใช่ มีคนตีความอาหารที่กินว่าไวน์คือเลือด ขนมปังคือกายของพระเยซู แต่นวนิยายของ แดน บราวน์ ตีความไปไกลกว่านั้นมาก นั่นคือบอกว่าสาวกคนที่นั่งข้างพระเยซูก็คือนางแมรี แมกดาลีน ภรรยาของพระเยซู”

    วินทร์ #6616 : “พระเยซูมีภรรยาด้วยหรือ?”

    วินทร์ #1001 : “เรื่องนี้ก็ถกกันมานานเช่นกัน แมรี แมกดาลีน เป็นผู้เลื่อมใสพระเยซู และติดตามพระองค์ นางอยู่ด้วยตอนที่พระเยซูถูกตรึงกางเขนและฟื้นคืนชีพ นางได้รับการยกย่องเป็นนักบุญด้วย แต่เราคงไม่มีทางรู้ว่านวนิยายเป็นจริงตามที่ แดน บราวน์ เขียนหรือเปล่า แต่ Holy Grail ที่นวนิยายชี้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของ แมรี แมกดาลีน น่าจะเป็นจินตนาการของนักเขียนมากกว่า นอกจากนิยายเรื่องนี้ ยังมีนักเขียนคนอื่นที่เล่นเรื่องนี้ เช่นที่ มาร์ติน สกอร์เซซีส นำไปสร้างเป็นหนังเรื่อง The Last Temptation of Christ สองเรื่องนี้ก็เล่นแรงทั้งคู่ และจุดชนวนให้เกิดวิวาทะกัน...”

    วินทร์ #6616 : “ก็เล่นแรงไปนะ...”

    วินทร์ #1001 : “ฝรั่งคลั่งศาสนามีมาก แต่ที่ชำแหละศาสนาอย่างไม่เกรงใจใครก็มีไม่น้อย แต่บางทีวิวาทะทางปัญญาแบบนี้ทำให้คนฉลาดขึ้นนะ”

    วินทร์ #6616 : “หรืออาจทำให้แตกแยกก็เป็นได้ จะเห็นว่าบรรดาศาสนาอับราฮัมทั้งหลายก็คิดไม่ตรงกัน”

    วินทร์ #1001 : “ก็มีส่วนจริงนะ แม้จะมีรากจากศาสนายิว ชาวคริสต์กลับไม่ใช้กฎระเบียบของศาสนายิว ความจริงทั้งชาวคริสต์กับชาวยิวก็มีเรื่องกันเนือง ๆ ชาวยิวเชื่อว่ามีพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวและศาสดาประกาศกหลายคน โมเสสเป็นศาสดาประกาศกซึ่งรับบัญญัติสิบประการจากพระเจ้า ยิวไม่เชื่อศาสดาองค์อื่น ๆ แม้แต่พระเยซูหรือมุฮัมหมัด ยิวไม่เชื่อว่าพระเยซูเป็นผู้ไถ่บาป ไม่เชื่อคำสอนของอิสลาม ส่วนอิสลามไม่เชื่อว่าพระเยซูถูกตรึงกางเขน หากแต่พระเจ้านำขึ้นสวรรค์ ส่วนศาสนายิวต้นตำรับไม่เชื่อว่าพระเยซูเป็นผู้ที่มากู้โลก แสดงว่าแนวคิดว่าพระเยซูเป็นบุตรพระเจ้าเป็นเรื่องที่นำมาปะใส่ศาสนาคริสต์ภายหลัง...

    “ถ้าให้ผมวิเคราะห์ ผมคิดว่าศาสนาคริสต์ประกอบด้วยสองส่วน ส่วนหนึ่งคือความเชื่อ - faith อีกส่วนหนึ่งคือศีลธรรม ส่วนความเชื่อก็เหมือนกับศาสนายิวและอิสลามคือเชื่อเรื่องพระเจ้า ส่วนศีลธรรมก็แตกต่างในรายละเอียดออกไป แต่จุดประสงค์เหมือนกันคือสอนให้คนทำความดี ทำให้สังคมมีความสุข ความรัก สันติ...

    “ถ้าเปรียบเทียบศาสนาต่าง ๆ ในโลก ผมรู้สึกว่าศาสนาคริสต์มีสีสันกว่าศาสนาอื่น ๆ ถ้าเป็นนิยายก็เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ผสมแฟนตาซี บวกเรื่องรัก การทรยศ ความเสียสละ ความหวัง การต่อสู้ การเมือง ไปจนถึงเรื่องอำนาจเหนือธรรมชาติ ปาฏิหาริย์ ครบสูตร เมื่อรวมกับองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น คอนเส็ปต์เรื่องนักบุญ สถาปัตยกรรมโกธิค บทสวด เพลงในโบสถ์ ก็ทำให้ดูน่าเกรงขาม และดูเป็นศาสนาแห่งศรัทธาจริง ๆ...”

    วินทร์ #2009 : “ทำให้คนรู้สึกว่าสามารถเชื่อมกับอำนาจเบื้องบนได้”

    วินทร์ #1001 : “ใช่ จะว่าไปแล้ว วัดบางวัดในบ้านเราก็เชื่อมกับเบื้องบนได้ จะไปเชื่อมกับเทวดาชั้นไหนก็ได้ ขอแค่จ่ายให้วัดมากพอก็แล้วกัน”

    วินทร์ #2009 : “เอาอีกแล้ว! คุณมามุขเดิมอีกแล้ว”

    วินทร์ เลียววาริณ
    8-11-26

    จากหนังสือ วินทร์-วินทร์ Situation
    สารคดีเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์ 
    อ่านฟรีที่เพจนี้ก็ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เป็นเล่ม ก็อ่านได้ถึงลูกหลาน 
    ราคาแค่ 225.- เท่านั้น หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

    สั่งซื้อได้ที่ https://www.winbookclub.com/store/detail/141/วินทร์-วินทร์%20Situation 

    มีขายที่ Shopee ด้วย

    ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com  มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน

    1
    • 0 แชร์
    • 13
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    Q&A 14 พฤศจิกายน 2569

    คิดอย่างไรกับข่าวที่หลายประเทศขอให้ประชาชนกักตุนอาหารในช่วงนี้

    คลิกลิงก์อ่าน https://www.blockdit.com/posts/6aeb5b3046f7e696349918ac 

    สนใจเรื่องใด เขียนมาถามได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"

    1
    • 0 แชร์
    • 15
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    (ช่วงนี้คุยเรื่องหนังทุกวัน จะไล่ไปทีละโรงหนัง เล่าจากความทรงจำของชายชรา ถ้าหลุดท่อนไหน ก็ช่วยแก้ให้ด้วย)

    ความทรงจำของคนเราก็แปลก เมื่อฝังลึกกับเรื่องใด ก็จดจำรายละเอียดได้เหมือนเพิ่งเกิดขึ้น ทั้งที่เป็นเรื่องไม่สำคัญเลย

    เราอาจสามารถจดจำเรื่องเล็กน้อยได้ แต่จำเรื่องใหญ่ไม่ได้ เพราะเรื่องเล็กน้อยนั้นกระทบใจมากกว่า

    สำหรับผมคือเรื่องหนัง

    ผมจำไม่ได้ว่าเมื่อห้าวันก่อนผมกินข้าวเช้า เที่ยง เย็นอะไร แต่ผมจำหนังที่ดูเมื่อ 50 ปีก่อนได้

    เมื่อวานนี้เล่าว่าผมจำได้ว่าดูหนังเรื่อง The Magic Blade (จอมดาบหิมะแดง) ที่ศรีย่านเธียเตอร์เมื่อ 50 ปีก่อน

    ผมยังจำได้ว่าดูหนังบู๊เรื่อง Order to Kill ที่สุริยาเธียเตอร์เมื่อ 50 ปีก่อนเช่นกัน

    บ้านเช่าผมอยู่ที่ราชเทวี แต่ผมเป็นขาประจำสุริยาเธียเตอร์ ที่วงเวียนใหญ่

    จำไม่ได้ว่านั่งรถเมล์ไปกี่ต่อ แต่ก็ถ่อไปถึงจุดหมาย

    เดินฝ่าร้านค้าขึ้นไปชั้นสอง ที่ตั้งของ The Sun Theatre

    สุริยาเธียเตอร์ฉายหนังฝรั่งเป็นหลัก

    ดูมาหลายปีเหมือนบ้านหลังที่สอง ทั้งที่โรงเก่า โทรม แต่คำว่าสองเรื่องควบทำให้มาเยือนอยู่เรื่อย

    ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีหนังบู๊ยิงกันไล่ล่ากันมากมายเหมือนสมัยนี้ ดังนั้นพอดูเรื่อง Order to Kill คนดูทั้งโรงก็ซี้ดซ้าด ยิงสะบั้น มันเหลือเกิน

    ถ้ามาดูตอนนี้คงไม่ได้เกรดสูง แต่ตอนนั้นดูด้วยความอิน และจำได้ทุกอย่าง

    จำได้ด้วยว่าพระเอกชื่อ เฮลมุท เบอร์เกอร์ (Helmut Berger)

    เมื่อตรวจสอบ google ย้อนหลัง ก็พบว่าความจำของผมท่อนนี้แม่นยำ

    เฮลมุท เบอร์เกอร์ เป็นนักแสดงยุโรป แต่ฮอลลีวูดก็มองเห็น ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ชวนมาเล่นเป็นตัวร้ายใน The Godfather Part III

    เควนติน ทาแรนติโน ก็คงดูหนังของเขา ในหนังเรื่อง Jackie Brown ทาแรนติโนใส่คลิปจากหนังเรื่อง Beast with a Gun (อีกชื่อหนึ่งคือ Mad Dog Killer) ที่ เฮลมุท เบอร์เกอร์ เล่น

    กลับมาที่โรงหนังสุริยาเธียเตอร์

    เป็นโรงหนังเก่า กลิ่นบุหรี่อบอวล แต่เป็นความหลังที่ยังจดจำ เพราะมันคือความฝันในโลกจินตนาการ

    วินทร์ เลียววาริณ
    6-11-26

    (ภาพโรงหนังจากอินเทอร์เน็ต ขอบคุณเจ้าของภาพด้วยครับ)

    1
    • 0 แชร์
    • 25