• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    เช้าตรู่วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ยามากุจิ สึโตมุ ผ่านยามเช้าที่สงบเงียบที่เมืองฮิโรชิมา จากรถรางที่กำลังแล่น เขาเห็นผู้คนดำเนินชีวิตไปอย่างปกติ แม้จะเป็นยามสงคราม แต่ฮิโรชิมาดูห่างไกลจากความขัดแย้งทั้งปวงในโลก

    ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเขา ยามากุจิ สึโตมุ ในวัยยี่สิบเก้าเดินทางมาทำงานชั่วคราวที่เมืองฮิโรชิมานานสามเดือน เขาเป็นวิศวกรของบริษัทอุตสาหกรรมหนักมิตซูบิชิ และบัดนี้ถึงกำหนดที่เขาจะเดินทางกลับบ้าน

    นาฬิกาข้อมือของเขาบ่งเวลา 08.15 น. เมื่อก้าวลงจากรถราง ประกายแวบของบางอย่างเจิดจรัสกว่าแสงสว่างใด ๆ ทั้งปวงที่เขาเคยเห็นในชีวิต ความร้อนแผดเผารอบร่างของเขาราวกับถูกมือยักษ์ที่มองไม่เห็นหยิบเขาเหวี่ยงลงไปในกระทะร้อนแรงของนรก

    ยามากุจิ สึโตมุ ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย แก้วหูฉีกขาด นัยน์ตาบอดชั่วคราว ร่างกายท่อนบนซีกซ้ายถูกไฟเผา แต่ร่างกายที่เสียหายของเขายังน้อยกว่า 140,000 ชีวิตซึ่งสูญสิ้นไปพร้อมกับเมืองฮิโรชิมาที่ราบเป็นหน้ากลองในพริบตา ทิ้งอีกหลายหมื่นชีวิตทนทุกข์ทรมานด้วยพิษระเบิด เขารอดชีวิตมาได้เนื่องจากอยู่ห่างจากจุดที่ระเบิดลงสามกิโลเมตร

    ผ่านหนึ่งคืนที่ฮิโรชิมา วันถัดมายามากุจิก็ตัดสินเดินทางจากเมืองแห่งความตายกลับบ้านเกิดที่นางาซากิ เขาถึงบ้านในวันที่ 8 สิงหาคม แต่วิบากกรรมของเขายังไม่สิ้น

    สายวันรุ่งขึ้น ส่วนใหญ่ของเมืองนางาซากิก็ถูกลบออกจากผืนโลกพร้อมกับเจ็ดหมื่นชีวิต อีกครั้งยามากุจิอยู่ห่างจากจุดที่ระเบิดลงสามกิโลเมตร และอีกครั้ง เขารอดชีวิตมาได้!

    ทว่าสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดคือการที่เขาสามารถเดินทางมาถึงหลักไมล์ชีวิตเลข 93 โดยสวัสดิภาพ แม้จะผ่านชีวิตด้วยโรคมะเร็งร้ายที่มากับกัมมันตภาพรังสี

    เราแทบทุกคนผ่านอุปสรรคไม่มากก็น้อย บางคนอาจเจอเรื่องร้าย ๆ มากกว่าคนอื่น ที่เรียกว่า ซวยซ้ำซาก

    บางคนถูกฟ้าผ่าหลายครั้งในชีวิต บางคนประสบอุบัติเหตุมากครั้งกว่าคนทั่วไป บางคนป่วยบ่อยกว่าคนอื่น แต่อุปสรรคก็เช่นเดียวกับพายุ มันไม่ดำรงอยู่ตลอดกาล

    หากยังหายใจได้ ก็ใช้ชีวิตให้เต็มที่ และในหลายกรณี พลิกแพลงเปลี่ยนวิกฤตินั้นให้เป็นโอกาส

    ตลอดชีวิตที่เหลือ ยามากุจิ สึโตมุ ใช้ประสบการณ์เลวร้ายของตนเองเพื่อให้คนอื่นได้เรียนรู้ เขาเป็นผู้ที่ต่อต้านระเบิดปรมาณู ในวัยแปดสิบกว่า เขาเขียนหนังสือเล่าประสบการณ์เลวร้ายของสงครามนิวเคลียร์ และส่งสารไปยังชาวโลกให้ก้าวไปสู่โลกที่ไร้อาวุธปรมาณู

    เมื่อเลิกโทษชะตากรรม ไม่คุมแค้นต่อเรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้น และรู้จักเปลี่ยนลบให้เป็นบวก ประสบการณ์อันเลวร้ายในชีวิตก็มิใช่สิ่งสูญเปล่าเสมอไป บางครั้งมันกลับเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ

    วินทร์ เลียววาริณ
    14-10-26  จาก สองแขนที่กอดโลก
    49 บทความกำลังใจ
    ได้รับคัดเลือกเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
    ราคาเพียง 190 บาท = บทความละ 3.8 บาท
    https://www.winbookclub.com/store/detail/86/สองแขนที่กอดโลก 

    1
    • 0 แชร์
    • 11
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    วันนวมินทรมหาราช ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙

    1
    • 0 แชร์
    • 9
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    ระหว่างที่กำลังทำงานนิยายนักสืบ พุ่มรัก พานสิงห์ เรื่องใหม่ (หมายเลข 11) ก็ขอเล่าเรื่องและเกร็ดการเขียนผ่าน Job Progress เหมือนอย่างที่เคยทำกับนวนิยาย สี่ภพ

    ตอนนี้มีคอนเส็ปต์เรื่องเล่มที่ 11 แล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปชื่อเรื่อง

    ความจริงตั้งชื่อไว้แล้ว แต่รู้สึกว่าชื่อเรื่องบอกคอนเส็ปต์มากเกินไป ไม่น่าจะดี

    จึงใช้ชื่อทำงาน (working title) ว่า "ฆาตกรรมอะรูมิไร้" ไปพลางก่อน

    การเขียนนิยายแนวนี้ ห้ามบอกเป็นนัยแก่ผู้อ่านเด็ดขาดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร

    ยกตัวอย่างเช่น ฆาตกรรมฆ่าหั่นศพ หรือ ฆาตกรรมน้ำท่วม อย่างนี้ถือว่าบอกมากไป เพราะยังไม่ทันเริ่มอ่าน ก็รู้ว่าจะหั่นศพ ขาดเซอร์ไพรซ์

    ให้ไปเซอร์ไพรซ์ตอนอ่านดีกว่า จะหั่นศพหรือจะตายในน้ำท่วม ไปรู้ทีหลังดีกว่า

    จะเห็นว่างานที่มีการหักมุม ผมจะไม่เผยอะไรบนปกหลัง และตอนโฆษณา ก็ไม่บอกว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร

    ยกตัวอย่างนิยาย พุ่มรัก พานสิงห์ หมายเลข 10 คดีเปลนม จะไม่บอกอะไรเลยล่วงหน้า ไม่ต้องการให้ผู้อ่านรู้ก่อนว่าเปลนมคืออะไร ดังนี้เป็นต้น

    สมัยผมเป็นวัยรุ่น ชอบดูหนังในโรงชั้นสอง เจอหนังเรื่องหนึ่งชื่อ ขาอ่อนซ่อนเงื่อน จำไม่ได้ว่าเป็นโรงหนังแคปปิตอล หรือพหลโยธินรามา

    จำได้แต่ชื่อหนัง

    รีบตีตั๋วเข้าไปดูทันที เพราะจินตนาการโลดแล่นไปไกล

    ที่ไหนได้ ทั้งเรื่องไม่เห็นมีขาอ่อน

    หมด'รมณ์เลย คุณหลอกดาวชัดๆ

    ตั้งชื่อหลอกคนดูอย่างนี้ น่าตีมือจริงๆ

    วินทร์ เลียววาริณ
    11-10-26

    ถือโอกาสแจ้งข่าวว่า พุ่มรัก พานสิงห์ เล่ม 10 คดีเปลนม ยังมีจำหน่าย สั่งซื้อได้ตามลิงก์นี้

    เว็บ
    https://www.winbookclub.com/store/detail/250/%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%A1%20%28%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%8A%E0%B8%95%29 

    Shopee
    https://s.shopee.co.th/1Amp77rcb 

    1
    • 0 แชร์
    • 39
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    หากคุณตักเกลือหนึ่งช้อนเทลงไปในแก้วน้ำ คนให้ละลาย มันจะเข้าสู่สภาวะที่ย้อนกลับมาอย่างเดิมมิได้

    นี่คือหลักข้อที่สองของกฎเทอร์โมไดนามิกส์ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาวะจากความเป็นระเบียบสู่ความไร้ระเบียบ

    ในกรณีนี้ ความเป็นระเบียบคือเกลือหนึ่งช้อนกับน้ำหนึ่งแก้ว ความไร้ระเบียบคือการกระจัดกระจายของโมเลกุลเกลือในโมเลกุลน้ำอย่างสะเปะสะปะ

    ปริมาณความไร้ระเบียบนี้เรียกเป็นภาษาฟิสิกส์ (ให้ยากเข้าไว้) ว่า เอนโทรพี (entropy - มาจากศัพท์กรีก แปลว่า การแปลงลักษณ์)

    เราอาจสรุปหลักข้อที่สองของกฎเทอร์โมไดนามิกส์ได้สั้น ๆ ว่า "เอ็งไม่สามารถย้อนกลับไปสู่สภาวะเดิมได้โว้ย!" ยกตัวอย่างเช่น สอบตกไปแล้ว จะขอย้อนกลับมาสู่สภาวะก่อนสอบไม่ได้

    ผ่าตัดไส้ติ่งไปแล้ว จะขอย้อนกลับมาสู่สภาวะก่อนเป็นไส้ติ่งอักเสบไม่ได้

    แต่งงานไปแล้วเจอเมียขี้บ่น จะขอย้อนกลับมาสู่สภาวะก่อนแต่งงานไม่ได้

    เกิดอุบัติเหตุแขนขาขาดไปแล้ว จะขอย้อนกลับมาสู่สภาวะก่อนเกิดอุบัติเหตุไม่ได้ ฯลฯ

    คนจำนวนมากใช้เวลาคร่ำครวญกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว และอยากกลับไปแก้ไขอดีต บางคนเสียเวลาทั้งชีวิตคิดถึงแต่เรื่องเก่า ๆ ที่แก้ไขไม่ได้

    พระพุทธองค์ตรัสว่า ความประมาทเป็นหนทางสู่ความตาย

    'ความตาย' ในที่นี้มิได้หมายถึงความตายจริง ๆ อย่างเดียว แต่รวมถึงความทุกข์ (ความผิดหวัง ความเสียใจ ความเศร้าหมอง) ทั้งหลายด้วย

    มองในแง่ดีก็คือ การย้อนชีวิตกลับไปยังจุดก่อนไร้ระเบียบไม่ได้อาจทำให้เราระมัดระวังการใช้ชีวิตของเรามากขึ้น เดินชีวิตด้วยความรอบคอบมากขึ้น

    คบเพื่อนก็ไม่คบเพื่อนเลว ที่อาจนำพาเราไปสู่สภาวะที่เราและครอบครัวจะเสียใจภายหลัง

    พูดกับใครก็ระวังปาก ไม่พูดสิ่งที่อาจทำให้เขาเสียใจ และแก้ไขไม่ได้

    กินเหล้าก็ระวัง ไม่ตามใจตัวเองจนเมา ส่งผลให้ประสบอุบัติเหตุจากการขับรถ

    กลัวแต่งงานไปแล้วเจอเมียขี้บ่น ก็ดูใจกันนานหน่อย ไม่ต้องรีบร้อน

    เอนโทรพีแห่งชีวิตย้อนกลับไม่ได้ก็จริง แต่เราทำให้มันมีความน่าจะเป็นในทิศทางที่เราต้องการได้

    เตรียมสอบอย่างดีย่อมมีโอกาสที่จะสอบผ่านสูง

    พูดจาสุภาพย่อมมีโอกาสที่จะได้แฟนมากกว่าคนปากไม่ดี

    ยิ้มแย้มแจ่มใสบ่อย ๆ ย่อมมีโอกาสที่จะได้ลูกค้าใหม่มากกว่าคนหน้าบึ้งทั้งวัน

    เราเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ แต่เราแก้อนาคตได้เสมอ

    วินทร์ เลียววาริณ
    12-10-26

    จาก อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก
    48 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 165 บาท = บทความละ 3 บาท+ (ไม่คิดค่าส่ง)
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
    https://www.winbookclub.com/store/detail/85/อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก 

    1
    • 0 แชร์
    • 41
  • วินทร์ เลียววาริณ
    4 วันที่ผ่านมา

    นาทีนี้เห็นชัดว่าหนังเรื่อง Digger เจ๊งแน่

    ทำไมหนังเจ๊ง คำตอบน่าจะเป็นเพราะโซเชียล เน็ตเวิร์ก

    สื่อทั่วโลกรายงานด้วยภาษาเดียวกันคือ "หนัง ทอม ครูซ" เพราะเมื่อสื่อว่า ทอม ครูซ เจ๊ง ฟังดูมีสีสันน่าเมาธ์มากกว่า

    ข่าวที่ได้ยินคือ "ทอม ครูซ อย่างนี้" "ทอม ครูซ อย่างนั้น"

    ปากต่อปากก็สามารถส่งผลลบได้เช่นกัน

    แต่นี่ไม่ใช่หนังของ ทอม ครูซ นี่เป็นหนังของอิญญาร์ริตู

    แล้วนี่แปลว่าจบอย่างนี้หรือ? คำตอบคือยังไม่จบ

    "Down, but not out." (ร่วง แต่ยังไม่หลุด)

    คะแนนต่ำและรายได้ต่ำไม่ได้แปลว่าจะล่มสลาย ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ The Shawshank Redemption หนังเจ๊ง แต่ผ่านไปหลายปี หนังกลับมีคนชอบมากขึ้นทุกที จนตอนนี้ The Shawshank Redemption กลายเป็นเบอร์ 1 ของ IMDb

    หนังอย่าง 2001: A Space Odyssey, Blade Runner และ The Shining ก็โดนถล่มเละมาก่อน

    แม้แต่หนังคุณภาพทั้งศาสตร์และศิลป์อย่าง The Godfather Part II ก็โดน

    Vincent Canby นักวิจารณ์ระดับบิ๊กของ The New York Times เขียนว่า The Godfather Part II ไม่ได้เรื่อง

    Roger Ebert นักวิจารณ์ระดับบิ๊กอีกคน ในปี 1974 ให้คะแนนเรื่องนี้ 3/4 ครั้นถึงปี 2008 เขาก็เปลี่ยนคะแนนเป็น 4/4 และยกให้เป็นหนังยอดเยี่ยม

    ปัจจุบัน The Godfather Part II ได้รับยกย่องว่าเป็นหนังระดับสุดยอดตลอดกาล

    ตัวอย่างเหล่านี้บอกว่านักวิจารณ์ไม่ได้ดูหนังทะลุกันทุกคน บางครั้งก็มีอคตินำ และบางครั้งเมื่อผ่านเวลาช่วงหนึ่ง ก็เปลี่ยนความเห็นต่อหนังได้

    อีกจุดหนึ่งที่บอกว่า "Down, but not out." คือเวทีประกวดหนัง

    หนังเรื่อง Extremely Loud and Incredibly Close (2011) โดนนักวิจารณ์สวดยับ คะแนนมะเขือเผา 45% กลับได้เข้ารอบเวทีออสการ์

    Don't Look Up (2021) คะแนนมะเขือพวง 56% ก็ได้เข้ารอบเวทีออสการ์

    Bohemian Rhapsody (2018) ได้คะแนนจาก Roger Ebert 1/4 ชนะสี่รางวัลออสการ์ บวกรางวัลจาก SAG Actor Awards, BAFTA Awards, Golden Globes

    ผมเขียนในบทวิจารณ์ Digger ในวันแรกที่หนังฉายว่า หนังเรื่องนี้มีสิทธิ์ชิงรางวัลออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (อิญญาร์ริตู) ผู้กำกับยอดเยี่ยม (อิญญาร์ริตู) นักแสดงนำยอดเยี่ยม (ทอม ครูซ) และนักแสดงสมทบยอดเยี่ยม (จอห์น กูดแมน)

    เดี๋ยวคอยดูกัน

    แต่ในวงการหนังรู้ดีว่า อิญญาร์ริตูมีประวัติดีเยี่ยมในเวทีออสการ์เสมอ หนังเจ็ดเรื่องที่ผ่านมาเข้ารอบออสการ์ บางเรื่องโดนนักวิจารณ์ถล่มเละ แต่ก็เข้ารอบ

    อิญญาร์ริตูส่งนักแสดงในหนังของเขาเข้าชิงออสการ์มา 10 คน ได้หนึ่งคนคือ Leonardo DiCaprio (The Revenant) จึงเชื่อว่า ทอม ครูซ มีโอกาสสูงที่จะได้เข้าชิง

    หนังเรื่องนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่ใครจะเรียกตัวเองว่าคอหนังไม่ได้ หากพลาดเรื่องนี้

    ในความเห็นส่วนตัว ดูยังไง หนังก็ไม่มีทางเลวร้ายขนาดได้มะเขือเน่า

    แล้วคนสร้างหนังด้วยกันมองเรื่อง Digger ยังไง?

    นักสร้างหนังมือเซียนคนหนึ่ง Guillermo del Toro (คนสร้าง Pan's Labyrinth, The Shape of Water และล่าสุด Frankenstein) เขียนว่า “Love the arts. Fuck the charts.”

    วินทร์ เลียววาริณ
    10-10-26

    1
    • 0 แชร์
    • 45