• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    หลังจากบรรลุธรรมพร้อมขาพิการ หวินเหมินเหวินเหยี่ยนได้รับคำแนะนำให้ไปหาอาจารย์เสียะเฟิงอี้ฉุนที่ฝูโจว เขาศึกษากับอาจารย์เสียะเฟิงอี้ฉุนหลายปี หลังจากอาจารย์มรณภาพ เขาก็ท่องไปตามวัดต่าง ๆ ในแผ่นดิน

    พระรูปหนึ่งมาหาอาจารย์หวินเหมินเหวินเหยี่ยนโดยมีจุดประสงค์เพื่อบรรลุธรรม อาจารย์บอกให้พระรูปนี้ทำความเคารพท่านอย่างมีพิธีรีตอง พระผู้มาใหม่ก็ก้มลงหมอบกับพื้นอย่างว่าง่ายแล้วลุกขึ้นยืน

    อาจารย์ใช้ไม้เท้าผลักพระรูปนั้น พระก็ก้าวถอยหลังไป อาจารย์หวินเหมินเหวินเอี่ยนว่า "เจ้ามิได้ตาบอดนี่นา!" แล้วก็เรียกให้พระเดินมาหาตน พระทำตาม

    อาจารย์กล่าวว่า "เจ้ามิได้หูหนวกนี่นา!"

    พระผู้มาใหม่มีสีหน้างุนงง หวินเหมินเหวินเหยี่ยนจึงถามพระรูปนั้นว่า "เจ้าเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้หรือไม่?"

    พระตอบว่า "ไม่เข้าใจขอรับ อาจารย์"

    "ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ไม่โง่นี่นา!"

    (ถ้าผู้อ่านอ่านเรื่องนี้ไม่รู้เรื่อง ก็แสดงว่าไม่โง่นี่นา!)

    ............................

    วินทร์ เลียววาริณ
    8-2-26

    จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
    มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6 

    สั่งจากเว็บ https://www.winbookclub.com/store/detail/213/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%202%20%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A1%202 

    Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุด-Mini-Zen-และ-Mini-Tao-ราคาปก-430.-พิเศษ-350.-พร้อมลายเซ็นนักเขียน- 

    1
    • 0 แชร์
    • 8
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    Remember, when you are dead, you do not know you are dead. It is only painful for others. The same applies when you are stupid.

    จำไว้ เมื่อคุณตาย คุณไม่รู้ว่าคุณตาย มันแค่เจ็บปวดสำหรับคนอื่น

    เหมือนกันเลยเมื่อคุณโง่เง่า

    Ricky Gervais

    คำกล่าวนี้คล้ายๆ ประโยคเด็ดในหนัง The Sixth Sense

    "I see dead people. They're everywhere. They don't even know they're dead... They're everywhere."

    มีคนเปลี่ยน dead เป็น dumb (โง่เง่า)

    ลองอ่านดู ได้ใจความชัดเจน

    1
    • 0 แชร์
    • 20
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ วันนี้มี 3 คำถาม
    คำถาม 1 “คนเราจำเป็นต้องมีชีวิตคู่ไหมคะ”
    คำถาม 2 "คุณวินทร์เกลียดคนแบบไหนที่สุด"
    คำถาม 3 “ทำอย่างไรถึงถนอมมือได้จากการซักผ้าด้วยมือครับ”

    อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/69839375cc200d28d4f56ac8 

    ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"

    1
    • 0 แชร์
    • 17
    Regnarts
    คำถาม 3 นี่คุณวินทร์ในอีกจักรวาลหนึ่งเป็นคนถามใช่มั้ยครับ? 😂
    ดูความเห็น 1 รายการ ...
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    เฮ้อ! ซักผ้านานเลย หรือว่าซื้อเสื้อผ้าใหม่ดี?

    1
    • 0 แชร์
    • 6
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    ไก่ชนสองตัวเผ่นโผนโจนทะยานกลางสนาม ไล่จิกตีกันชุลมุน คนดูล้อมวงส่งเสียง เดือยต่อเดือย จะงอยต่อจะงอย คนชมต่อคนชม

    มันเป็นเวทีตีไก่ในราชสำนักพม่า ข้าราชการจำนวนหนึ่งล้อมวงดูไก่ชน เจ้าของไก่ชนทั้งสองเฝ้าดูเงียบ ๆ

    แทงเดือยกันพักหนึ่ง ไก่ตัวหนึ่งก็ไล่จิกอีกตัวหนึ่ง ไก่ตัวที่ไล่จิกอีกตัวมีสีเหลืองปนขาว ปากขาว ขนปีกขาว หางสีขาวยาวเหมือนฟ่อนข้าว แซมขนแดง เกล็ดขาวแกมเหลือง หน้าแหลมยาวคล้ายนกยูง ตัวยาว หางรัดชิด แข้งขาวอมเหลือง เดือยดํางอน เล็บขาว นิ้วยาวเรียว เรียกไก่เหลืองหางขาว

    ไก่เหลืองหางขาวไล่จิกแทงอีกตัวหนึ่งจนล้มกลิ้งวิ่งหนีไม่เป็นท่า แล้วส่งเสียงขันกังวานยาว

    เจ้าของไก่ที่หนีคือมังสามเกียด ขัดเคืองใจ เอ่ยว่า “ไก่เชลยตัวนี้เก่งจริงหนอ”

    เจ้าของไก่เหลืองหางขาวตอบกลับทันทีว่า “ไก่เชลยตัวนี้ตีพนันเอาบ้านเอาเมืองกันก็ยังได้”

    เจ้าของไก่เหลืองหางขาวคือพระองค์ดำหรือพระนเรศ พระโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชและพระวิสุทธิกษัตรีย์ เป็นหนึ่งในเชลยที่ถูกนำตัวไปอยู่ในพม่า

    ...........................

    ทั้งพระองค์ดำและมังสามเกียดเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มฉกรรจ์ มังสามเกียดได้รับแต่งตั้งเป็นพระมหาอุปราชา ส่วนพระองค์ดำเป็นทหาร ร่วมรบกับพม่า เข้าสู่สมรภูมิตั้งแต่ยังเยาว์

    ในปี พ.ศ. ๒๑๑๓ พระยาละแวกแห่งเขมรที่แต่เดิมเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา ฉวยโอกาสที่อยุธยาบอบช้ำจากสงครามกับพม่า ยกทัพมาตี ทหารสองหมื่นคนรุกเข้าทางเมืองนครนายก ประชิดกรุงศรีอยุธยา

    สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชทรงบัญชาการรบ ทหารเขมรพยายามยกพลเข้าปล้นเมืองหลายวัน แต่ไม่บรรลุผล ในที่สุดก็ยกทัพกลับไป

    หลังสงครามครั้งนั้น กษัตริย์อยุธยาสั่งให้ขุดขยายคูเมืองด้านตะวันออก สร้างป้อมมหาชัย เตรียมรับศึกใหม่

    ในรอยต่อปี พ.ศ. ๒๑๑๗-๒๑๑๘ กองทัพกรุงศรีอยุธยาในฐานะประเทศราชยกไปช่วยหงสาวดีตีกรุงศรีสัตนาคนหุต พระยาละแวกฉวยโอกาสยกทัพเรือตีอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา เขมรตั้งทัพแถบตำบลขนอน บางตะนาวและวัดพนัญเชิง ลงเรือหลายลำออกปล้นชาวเมือง

    ทหารอยุธยายิงปืนใหญ่ใส่ที่ตั้งข้าศึก ลวงทหารเขมรออกมารบ แล้วถล่มด้วยปืนใหญ่ ทัพเขมรแตกพ่ายกลับไป

    เขมรก็ยังยกทัพมาตีอยุธยาเรื่อย ๆ เพราะเชื่อว่าสยามยังอ่อนแอ ในปี พ.ศ. ๒๑๒๓ เขมรยกทัพรุกหัวเมืองตะวันออก แล้วเดินหน้าต่อมาถึงเมืองสระบุรี

    เวลานั้นพระองค์ดำเสด็จมาเยี่ยมกรุงศรีอยุธยา ทรงยกกำลังสามพันคนไปต้านทัพเขมร แม้ทหารน้อยกว่า แต่ทรงอาศัยกลยุทธ์ศึกเหนือกว่า ตีทัพเขมรแตกพ่ายกลับไป แสดงให้แผ่นดินอื่นเห็นว่า แม้ในวัยเยาว์ พระปรีชาสามารถในเชิงยุทธ์และสงครามของพระองค์ดำเป็นเลิศ หลังจากนั้นเขมรก็ไม่กล้าบุกอยุธยาอีกเลย

    เมื่อพระชนมายุสิบเจ็ดพรรษา พระองค์ดำเสด็จกลับถึงกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. ๒๑๑๕ ได้รับพระราชทานนามว่า พระนเรศวร รับตำแหน่งพระมหาอุปราช ไปครองเมืองพิษณุโลก

    ในปี พ.ศ. ๒๑๒๔ พระเจ้าบุเรงนองสวรรคต หงสาวดีผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน ราชบุตรนันทบุเรงขึ้นครองราชย์ ทุกหัวเมืองประเทศราชส่งเครื่องราชบรรณาการไปถวายแก่พระเจ้าหงสาวดีตามราชประเพณี ยกเว้นเมืองคังที่แข็งเมือง

    หงสาวดีส่งพระมหาอุปราชาบุกเมืองคัง แต่ตีเมืองไม่สำเร็จ จึงส่งพระสังขฑัตโอรสเจ้าเมืองตองอู นำกำลังไปตีเมืองคังเป็นรอบที่สอง ก็ไม่สำเร็จอีก ครั้งนี้จึงส่งพระนเรศวรแห่งกรุงศรีอยุธยาไปปราบ

    กองทัพอยุธยาตีเมืองคังแตกในเวลาอันสั้น จนพระเจ้านันทบุเรงตกพระทัย ทรงปรึกษากับขุนทหาร

    “พระองค์ดำตีเมืองคังได้อย่างไรในเวลาสั้นเช่นนี้?”

    “พระองค์ดำเห็นว่าเมืองคังตั้งอยู่บนที่สูง ยุทธวิธีสมควรแตกต่างจากเมืองอื่น บุกตรง ๆ นั้นไม่ได้ผล พระองค์ดำจึงแบ่งทัพเป็นสองส่วน ใช้กำลังส่วนน้อยเข้าโจมตีด้านหน้า กำลังส่วนใหญ่เข้าตีด้านหลัง ผ่านทางลับเข้าสู่เมืองคัง”

    “เขารู้ทางลับได้อย่างไร?”

    “การศึกต้องพึ่งการข่าว เห็นชัดว่าเขาทำได้ดี”

    “พระองค์ดำผู้นี้ช่างเก่งกาจยิ่ง”

    ปี พ.ศ. ๒๑๒๖ อังวะขัดแย้งกับหงสาวดีและแข็งเมือง พระเจ้าอังวะยังเกลี้ยกล่อมเจ้าเมืองอื่น ๆ ให้แข็งเมืองด้วย พระเจ้านันทบุเรงทรงสั่งให้เมืองแปร เมืองตองอู เมืองเชียงใหม่ และกรุงศรีอยุธยาไปตีอังวะ สมเด็จพระนเรศวรทรงรับคำสั่งจากพระบิดาก็ยกทัพไป

    สมเด็จพระนเรศวรทรงยกทัพออกจากเมืองพิษณุโลก ไปหยุดพักนอกเมืองแครง* เมื่อวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖ ปีวอก พ.ศ. ๒๑๒๗ พระนเรศวรเสด็จไปเยี่ยมพระมหาเถรคันฉ่องผู้รู้จักกันดีมาก่อน

    พระมหาเถรคันฉ่องกล่าวว่า “อาตมามีเรื่องต้องแจ้งให้พระองค์ทราบ”

    “เรื่องอันใด?”

    “ตามอาตมามา”

    เจ้าอาวาสนำทางพระองค์ดำไปที่ด้านหลังวัด ที่นั่นนายทหารคนหนึ่งยืนรออยู่

    “ผู้นี้คือพระยาเกียรติพระราม พระองค์คงทรงรู้จักเขาดีแล้ว”

    “ใช่”

    อันพระยามอญผู้นี้มีกำลังพลที่เมืองแครง คุ้นเคยกับสมเด็จพระนเรศวรมาแต่กาลก่อน ต่างนับถือในฝีมือกันและกัน

    พระมหาเถรคันฉ่องบอกพระยาเกียรติพระราม “ท่านจงกราบทูลพระองค์ให้ทราบตามความเป็นจริงที่เล่าให้อาตมาฟังเถิด”

    พระยามอญกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเพิ่งเดินทางมาจากหงสาวดี ได้รับหน้าที่หนึ่งซึ่งทำให้ข้าพเจ้าอัดอั้นตันใจ จึงเล่าให้พระมหาฯฟัง ท่านบอกให้แจ้งต่อพระองค์”

    “เรื่องอันใดที่ทำให้ท่านอัดอั้นตันใจหรือ?”

    “พระองค์ดำตีเมืองคังได้ในครานี้ ทำให้พวกพม่าไม่สบายใจอย่างยิ่ง เบื้องบนเกรงว่าพระองค์จะเป็นหอกข้างแคร่ของหงสาวดี ฝีมือการยุทธ์ของพระองค์ทำให้พวกเขาระแวงว่าอยุธยาจะแข็งเมือง”

    “เช่นนั้นหรือ?”

    “ใช่ พระองค์ประทับอยู่ที่หงสาวดีถึงแปดปี จึงทรงรู้ตื้นลึกหนาบางของพม่า”

    “แล้วพวกเขาคิดการใดหรือ?”

    “ตัดไฟเสียแต่ต้นลม”

    “ท่านรู้ได้อย่างไร?”

    “พระเจ้านันทบุเรงทรงเรียกพระมหาอุปราชาไปพบ หลังจากนั้นพระมหาอุปราชาสั่งข้าพเจ้าให้เตรียมกำลัง สั่งว่าหากพระองค์ยกทัพจากเมืองพิษณุโลกขึ้นไปตีอังวะ พระมหาอุปราชาจะยกกำลังเข้าตีด้านหน้า ให้ข้าพเจ้านำทัพตีกระหนาบด้านหลัง กำจัดพระองค์ให้จงได้ ด้วยเหตุฉะนี้ข้าพเจ้าจึงอัดอั้นตันใจ”

    สดับแล้วทรงนิ่งไปนาน ทรงมาถึงทางสองแพร่งที่เกี่ยวพันกับชะตากรรม

    มิใช่ชะตากรรมของพระองค์ หากคือชะตากรรมของบ้านเมือง

    ถึงเวลาที่ไก่เชลยจะออกจากกรง

    จึงมีรับสั่งให้เรียกประชุมแม่ทัพนายกอง ทั้งฝ่ายอยุธยาและเมืองแครง ทั้งทหารไทยและทหารมอญ ตรัสประกาศว่า “ด้วยพระเจ้าหงสาวดีมิได้อยู่ในครองสุจริตมิตรภาพขัตติยราชประเพณี เสียสามัคคีรสธรรม ประพฤติพาลทุจริต คิดจะทำอันตรายแก่เรา...”

    ทรงหลั่งน้ำในน้ำเต้าทองคำลงสู่แผ่นดิน

    “...ตั้งแต่นี้ไป กรุงศรีอยุธยาขาดไมตรีกับกรุงหงสาวดี มิได้เป็นมิตรร่วมสุวรรณปฐพีเดียวกันสืบไปดุจดังกาลก่อน”

    สายน้ำรินหลั่งจากน้ำเต้าไหลต่อเนื่อง แต่สายน้ำใจขาดสะบั้น

    การตัดไมตรีหมายถึงสงคราม

    น้ำหยุดไหล ถึงเวลาโลหิตหลั่งริน

    (ยังมีต่อ)

    วินทร์ เลียววาริณ
    ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

    ........................

    อ่านฉบับเต็มจาก ประวัติศาสตร์ที่เราลืม เล่ม 2

    ชุดโปรโมชั่น ประวัติศาสตร์ที่เราลืม เล่ม 1-5 (5 เล่ม) แถมวีรบุรุษที่เราลืม 
    เหมาะสำหรับเก็บประจำบ้าน ให้ลูกหลานประกอบการเรียน
    1,000 บาท จากราคาปก 1,605.-
    แต่ละเล่มหนา 256 หน้า (รวม 1,536 หน้า) 
    118 เรื่อง = เรื่องละ 8.4 บาท (ไม่คิดค่าส่ง) คุ้มที่สุดแล้ว
    ทุกเล่มมีลายเซ็นนักเขียน  เหมาะเป็นของขวัญ
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

    สั่งทาง Shopee https://shope.ee/30QSjhDgNg?share_channel_code=6 

    สั่งทางเว็บ https://www.winbookclub.com/store/detail/176/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%20%E0%B9%91-%E0%B9%95%20+%20%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A9 

    1
    • 0 แชร์
    • 25
    Regnarts
    “...ตั้งแต่นี้ไป กรุงศรีอยุธยาขาดไมตรีกับกรุงหงสาวดี มิได้เป็นมิตรร่วมสุวรรณปฐพีเดียวกันสืบไปดุจดังกาลก่อน”
    ดูความเห็น 1 รายการ ...