• วินทร์ เลียววาริณ
    0 วันที่ผ่านมา

    คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ

    1 คุณวินทร์เลิกเขียนนิยายวิทยาศาสตร์แล้วหรือครับ?

    2 คุณวินทร์เรียนจบสถาปัตย์ฯ ทำไมไม่ทำงานสายนี้ครับ?

    อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/6a2bc6efe9ff9a87a61f53d6 

    ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"

    1
    • 0 แชร์
    • 10
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    สตีเวน สปิลเบิร์ก คือพ่อมดแห่งภาพยนตร​์ เดวิด โคพพ์ คือมือเขียนบทแถวหน้าของฮอลลีวูด เมื่อสองคนนี้มารวมหัวกันทำหนังไซไฟสักเรื่อง ย่อมเป็นเหตุการณ์ที่ผู้คนติดตาม

    นี่คือเรื่อง Disclosure Day หนังแนวไซไฟ-มนุษย์ต่างดาว

    สปิลเบิร์กลุ่มหลงเรื่องแนวมนุษย์ต่างดาวมาอย่างน้อยก็ห้าสิบปีแล้ว เริ่มที่เรื่อง Close Encounters of the Third Kind (1977) มนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลก มนุษย์ต่างดาวมีหน้าตาแบบคน สองแขนสองขาลีบ หัวโต ตาโต

    ตามมาด้วย E.T. the Extra-Terrestrial (1982) มนุษย์ต่างดาวก็มีหน้าตาแบบคน สองแขนสองขาลีบ หัวโต ตาโตเหมือนเดิม

    ในวงการวิทยาศาสตร์ โอกาสที่สิ่งมีชีวิตต่างดาวหน้าตาเหมือนคน หรือเป็นพวก humanoid นั้นเป็นเรื่องยาก แต่เอาเถอะ นี่เป็นหนัง ยอมหลับตาข้างหนึ่ง ดูซิว่าหนังจะนำเสนออะไรใหม่ๆ บ้าง

    (มีสปอยเลอร์)

    คำตอบคือมันเป็นหนังเซมเซม คนกลุ่มหนึ่งขโมยความลับของทางการเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว หนีการตามล่าทั้งเรื่อง แล้วจบที่เผยแพร่ความลับนั้น

    หนังเรื่องนี้เป็นตัวอย่างของการแต่งเรื่องให้ซับซ้อน มีองค์ประกอบมากมาย แต่เมื่อนำมารวมกันกลับเลอะ

    ความจริงหนังมีองค์ประกอบบางอย่างที่น่าสนใจ เช่น การ 'ถอดร่าง' แต่เมื่อใส่ในโครงเรื่องหลักที่เซมเซม มันก็เป็นเพียงผงชูรสที่ไม่ทำให้หนังไปรอด

    หนังเรื่องนี้ชี้ว่าผู้สร้างยังจมในกรอบคิดเดิม ยังยึดมั่นถือมั่นกับมนุษย์ต่างดาวสองแขนสองขาหัวโต ยังไม่สามารถเสนอประเด็นใหม่ในประเด็นเก่าอย่างมนุษย์ต่างดาวที่รอสเวล

    ยังคงใช้โครงเรื่องเดิมคือมนุษย์ต่างดาวที่มีความสามารถเดินทางข้ามดาราจักร แต่ทำยานตกบนโลก ตกระกำลำบากบนโลก ปล่อยให้มนุษย์ทำการผ่าตัด

    หนังขาดเหตุผล โดยเฉพาะฉากจบที่เมื่อเผยแพร่คลิปลับ ไม่มีสื่อใดสักสื่อในโลกทำการตรวจสอบ ไม่มีใครสักคนในโลกสักคนที่สงสัยว่ามันจริงหรือไม่จริง ทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกเฟกนิวส์ทุกวี่ทุกวันเชื่อมันหมด

    นี่เป็นงานเสียของ เป็นหนังน่าผิดหวังที่สุดเรื่องหนึ่งของสปิลเบิร์ก

    Disappointment Day

    5/10
    (ฉายทางโรงภาพยนตร์)

    วินทร์ เลียววาริณ 
    12-6-26

    วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB

    (มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)

    1
    • 0 แชร์
    • 25
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา
    1
    • 0 แชร์
    • 7
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    แรนดี พอช เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่พิตต์สเบิร์ก สหรัฐอเมริกา ในปี 2007 อายุ 46 เขาพบว่าเขาเป็นมะเร็งที่ตับอ่อนและกำลังจะตายในหกเดือน เขาเลือกใช้เวลาช่วงสุดท้ายเล็กเชอร์นักศึกษา ชื่อหัวข้อ The Last Lecture: Really Achieving Your Childhood Dreams

    หลังจากเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต มันกลายเป็นคลิปวิดีโอที่มีคนดูมาก เขาจึงเขียนหนังสือชื่อเดียวกันออกมา

    ท่อนหนึ่งของหนังสือเขียนว่า “กำแพงอิฐอยู่ที่นั่นโดยมีเหตุผลบางอย่าง กำแพงอิฐมิได้ปิดกั้นเราออกไป กำแพงอิฐอยู่ที่นั่นเพื่อแสดงให้เราเห็นโอกาสว่า เราต้องการอะไรบางอย่างมากแค่ไหน”

    คนเราล้วนต้องการประสบความสำเร็จ แต่คนส่วนมากเมื่อเจอกำแพงอิฐขวางหน้า ก็ถอย

    หรือบ่นก่อนถอย

    การบ่น การสาปแช่งชะตาฟ้าดินกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต หลายคนคิดว่าการบ่นเป็นกลไกระบายความเครียดตามธรรมชาติ ทำให้ชีวิตดีขึ้น

    แต่บางคนอาจลืมไปว่า บ่นคนเดียวกับกำแพงหินต่างจากบ่นกับคนอื่น เพราะคนที่ได้ยินเสียงบ่นจะรับความเครียดนั้นมาโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่

    กลายเป็นถังขยะรองรับความเครียดของคนบ่น

    ความจริงมีวิธีอื่นที่เป็นกลไกการระบายความเครียดโดยไม่ทำร้ายคนอื่น เช่น การออกแรง การวิ่ง การร้องเพลง การฟังเพลง ฯลฯ แต่คนจำนวนมากรู้สึกว่าบ่นให้คนอื่นฟังได้ผลกว่าบ่นคนเดียว

    มนุษย์จำนวนมากในโลกเกลียดงานที่ทำ เกลียดชีวิตของตน เกลียดสภาพแวดล้อมที่ตนอยู่ แล้วสรุปว่าเป็นความผิดของปัจจัยภายนอก ไม่ใช่ตัวเราเอง

    แน่นอน บางปัจจัยมาจากภายนอกจริง แต่การที่เราจะทุกข์มากหรือน้อย หรือไม่ทุกข์ มาจากปัจจัยภายใน นั่นคือมันขึ้นอยู่ว่าเราจะปรุงแต่งให้เป็นทุกข์หรือไม่ปรุงแต่งมัน

    นี่ก็คือวิธีคิดแบบพุทธซึ่งชี้ว่า ทุกข์เกิดจากการปรุงแต่ง ส่วนจะปรุงแต่งให้ทุกขั้นรสจัดแค่ไหน ก็ทำตามสบาย อย่างไรก็ตาม พุทธชี้ว่า เรายังมีทางเลือกที่จะไม่ปรุงแต่ง

    ถ้าเกิดความทุกข์ ก็รับรู้ เพราะความทุกข์ก็อยู่ในธรรมชาติของจักรวาล เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

    มนุษย์ทุกคนล้วนต้องเจอปัญหา แต่ที่แตกต่างคือทัศนคติในการจัดการกับปัญหา

    นักปรัชญากรีกโบราณ เอพิคทีตัสกล่าวว่า “มนุษย์ไม่วิตกกับปัญหาจริงมากเท่าวิตกจริตจากปัญหาจริง”

    ทัศนคติในการแก้ปัญหาสำคัญกว่าปัญหา

    วินทร์ เลียววาริณ
    11-6-26

    บางท่อนจากหนังสือ กอดหนาม
    51 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 260 บาท = บทความละ 5 บาท  (ไม่คิดค่าส่ง)
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

    https://www.winbookclub.com/store/detail/241/กอดหนาม 

    โปรโมชั่นคู่กับเล่มอื่น https://www.winbookclub.com/store/detail/243/%28S11%29%20กอดหนาม%20+%20ปฎิบัติการผ่าสมองไอน์สไตน์%20+%20Mini%20Tao 

    Shopee เดี่ยว https://s.shopee.co.th/qUBWxp70F 

    Shopee โปรโมชั่น
    https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-(S11)-กอดหนาม-ผ่าสมองไอน์สไตน์-MiniTao-ราคาปก-825.-พิเศษ-640.-พร้อมลายเซ็นนักเขียน-i.90206829.25115927514?sp_atk=7b908643-99d5-42ab-b178-8d87f8650520&xptdk=7b908643-99d5-42ab-b178-8d87f8650520 

    1
    • 0 แชร์
    • 53
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    ช่วงนี้ผมเริ่มไปดูหนังในโรงภาพยนตร์

    ไม่ใช่เพราะร่ายกายหายดีแล้ว แต่เพราะยังไม่หายดี จึงต้องไป

    มันเป็นคำสั่งหมอ

    เอ๊ะ! ยังไง?

    หมอบอกว่าให้เดินเยอะๆ จะฟื้นตัวเร็วขึ้น

    ก็เชื่อฟังคำหมอ เดินไปที่โรงหนัง

    ปกติการเดินทางจากบ้านไปโรงหนังก็โดยสารมอเตอร์ไซค์ แต่หมอยังห้ามนั่งยวดยานที่มีแรงสะเทือนสูง

    การเดินไปโรงหนังก็เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้เดินและได้ดูหนัง

    เดินไปกลับราว 2-3 กิโล ก็ถือว่าได้เดินตามที่หมอสั่ง

    ถ้าหมอไม่เห็นด้วย ก็คงต้องเปลี่ยน...

    เปลี่ยนหมอ

    ช่วงหลังนี้ทำอะไรช้าลง เดินช้า และเดินอย่างระวัง มีสติกำกับตลอดทุกย่างก้าว เพราะรู้ว่าหากหกล้มหรือเจ็ดล้ม มีโอกาสกลับไปหาพยาบาลสาวๆ อีก

    แต่ไม่ดีกว่านะ

    อาทิตย์นี้หนังสปีลเบิร์กเข้าโรง (Disclosure Day) ก็คงได้เดินอีก เฮ้อ! ทำไงได้ หมอสั่งมา

    วินทร์ เลียววาริณ
    10-6-26

    1
    • 0 แชร์
    • 44