• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    คนแก่วัยเจ็ดสิบกว่ากลุ่มหนึ่งเดินทางย้อนเวลาไปในปี ค.ศ. 1959 พวกเขาใช้ชีวิตในอดีต ฟังเพลงจากวิทยุที่เป็นเพลงยุคนั้น ดูโทรทัศน์ที่ฉายหนังเก่าของช่วงเวลานั้น เมื่อหวนคืนสู่โลกปัจจุบัน กลับแข็งแรงกว่าเดิม

    หากคิดว่านี่เป็นพล็อตหนังแฟนตาซีสักเรื่อง ก็ผิดแล้ว นี่เป็นเรื่องจริง ทว่ามันไม่ใช่การเดินทางย้อนเวลาจริง ๆ มันเป็นการจัดฉาก

    นี่คือการทดลองที่เรียก Counterclockwise เป็นแนวคิดของ Ellen Langer ศาตรา-
    จารย์จิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

    การทดลองทำโดยให้คนแก่กลุ่มหนึ่งใช้ชีวิตในสถานที่ซึ่งจำลองสิ่งแวดล้อมของปี 1959 เพลงที่ดังผ่านวิทยุเป็นเพลงเมื่อห้าสิบปีก่อน โทรทัศน์ฉายเรื่องห้าสิบปีก่อน ประหนึ่งพวกเขานั่งยานเวลาไปปรากฏตัวในโลกเมื่อห้าสิบปีก่อน ทุกคนที่เข้าไปในโลกนั้นต้องแต่งตัวตามยุคนั้น พูดจาโดยใช้ภาษาของยุคนั้น ห้ามพูดเรื่องที่เป็นเหตุการณ์หลังปี 1959

    พูดง่าย ๆ คือ ‘สะกดจิต’ ตัวเองให้คืนอดีต เจตนามิได้ต้องการย้อนอดีตเพื่อรำลึกความหลัง แต่ทดลองเพื่อดูผลทางกายภาพเมื่อสมองเชื่อว่าร่างกายกำลังอยู่ในสภาวะของเมื่อยังหนุ่มสาว

    คนจำนวนมากชอบย้อนคิดถึงอดีตอันสุขสม ถ้าเราสามารถย้อนความคิดความรู้สึกอารมณ์เรากลับไปได้ ทำไมเราไม่สามารถย้อนสภาวะทางกายภาพเราด้วย อย่างน้อยในระดับหนึ่ง?

    หลังจากหนึ่งอาทิตย์ในโลกอดีต ก็ถึงเวลาวัดผลสุขภาพ ปรากฏว่าแทบทุกคนที่ร่วมการทดลองก้าวออกจากอดีตปี 1959 ด้วยสภาพร่างกายดีขึ้น ความดันดีขึ้น ประสาททุกส่วนทำงานดีขึ้น ความจำดีขึ้น การฟังและสายตาดีขึ้น คนที่เดินถือไม้เท้าเข้าไปในโลกอดีตกลับออกมาด้วยการเดินเอง ราวกับว่าการหลอกตัวเองว่าอยู่ในอดีต เซลล์ในร่างกายก็คืนอดีตด้วย

    การทดลองนี้ชี้ว่า บางทีเป็นไปได้ว่าจิตสามารถทำงานแบบ ‘ย้อนเวลา’ และทำให้ร่างกายหนุ่มขึ้น หรือพูดง่าย ๆ คือพลังจิตสามารถคุมร่างกาย และถ้าจิตสามารถทำเรื่องนี้ได้ ใครจะรู้ว่ามันสามารถมีพลังรักษาหรือทำเรื่องที่มากกว่านี้ได้หรือไม่

    บางทีมันอาจสามารถรักษาโรคที่การแพทย์บอกว่ารักษาไม่ได้

    การทดลองยังบอกเป็นนัยว่า ความแก่อาจเป็นผลจากความคิดว่าเราแก่ มากกว่าความเสื่อมจริง ๆ ทางกายภาพ

    มันอาจแปลว่าคนเราแก่เพราะเราคิดว่าตัวเองแก่

    คนเราเมื่ออายุเพิ่ม จำเป็นต้องแก่ตามอายุด้วยหรือไม่? หรือว่าความแก่เป็นความรู้สึกทางใจมากกว่าทางกายภาพ? เป็นไปได้ไหมที่เราชะลอความแก่โดยคิดว่าเราไม่แก่?

    คนจำนวนมากในโลกมีความสุขในวัยเด็ก หรือมีความทรงจำบางท่อนที่ดีมาก เป็น ‘happy moment’ ที่ทุกครั้งเมื่อระลึกถึง จะมีรอยยิ้มที่ริมฝีปากเสมอ

    บางครั้งในการบำบัดจิต ก็สะกดจิตตัวเองโดยระลึกภาพสวยงามเหล่านี้ ทำให้จิตนิ่งขึ้น และผ่อนคลาย

    เมื่อจิตดี สุขภาพก็ดีขึ้นด้วย

    เราอาจไม่มีทางหยุดตัวเลขอายุที่เพิ่มขึ้นทุกวินาที แต่เราอาจหยุดความรู้สึกแก่

    ไม่ว่าการทดลอง Counterclockwise จะใช้ได้กับทุกคนหรือสามารถขยายขอบเขตของมันไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้หรือไม่ มันทำให้เราต้องย้อนคิดใหม่ว่า บางทีเราถูก ‘สะกดจิต’ ให้อยู่ในกรอบคิดว่าสูงวัย = ความแก่ มาตั้งแต่เด็ก เรามองภาพคนแก่ทำกิจกรรมของคนหนุ่มสาวว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด

    มองไปรอบตัวเรา เราพบว่าคนสูงวัยบางคนแก่หง่อม บางคนยังกระฉับกระเฉง เป็นเพราะพันธุกรรมอย่างเดียวเช่นนั้นหรือ?

    ในเรื่องอายุและความแก่ เรามักมีกรอบคิดเฉพาะอย่าง เวลาคนสูงอายุลืมเรื่องบางเรื่อง จะบอกว่า “ฉันแก่แล้ว จึงขี้ลืม”

    เราชอบโยงการขี้ลืมกับความแก่

    มันทำให้สังคมเกิดภาพฝังหัวว่า ถ้าอายุมาก ก็สมควรขี้ลืม ซึ่งไม่ถูกเสมอไป การขี้ลืมอาจเป็นเพราะนอนไม่พอ หรือไม่สนใจในเรื่องนั้น ๆ ก็ได้ อาจไม่ใช่เพราะอายุ

    คนสูงวัยจำนวนมากไม่ทำกิจกรรมหลายอย่าง เพราะสะกดจิตตัวเองว่า “ฉันแก่เกินไป”

    เมื่อปวดหลัง ก็บอกว่า “ฉันแก่ กระดูกจึงเสื่อม” ความจริงที่ปวดหลังอาจเพราะเผลอยกของหนัก

    ดังนั้นการสร้างกรอบคิดอายุมาก = แก่ จึงอาจทำร้ายเราเอง หรือทำให้เสียโอกาสพบสิ่งดี ๆ ในชีวิต

    อาการป่วยหลายอย่างเกิดจากใจป่วย ใจบอกให้ป่วย บอกว่าเราจะรู้สึกแย่ ร่างกายก็เชื่อฟัง

    ในทำนองกลับกัน หากเราเปลี่ยนพลังจิตเป็นบวก ก็อาจทำให้โรคจริง ๆ ลดลง หรือความแก่หายไป

    จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

    ผมรู้จักคนที่อายุ 82 ยังวิ่งมาราธอน คนแก่จำนวนไม่น้อย อายุเลข 90 แล้ว ยังออกกำลังกาย เต้นรำ และทำกิจกรรมอื่น ๆ

    ผมเคยเห็นภาพหญิงชราเตะตะกร้ออย่างสนุกสนาน เพราะอยากเตะตะกร้อ ไม่ได้โยงการเตะตะกร้อกับอายุ

    เมื่อไม่ได้คิดโยงว่าคนแก่เตะตะกร้อไม่ได้ ก็สนุกกับกิจกรรมที่อยากทำ

    คนแก่มักแก่ที่ใจก่อน

    และเมื่อใจไม่แก่ ก็ไม่ต้องทวนเข็มนาฬิกาชีวิต

    วินทร์ เลียววาริณ
    27-10-26

    จาก ความสุขเล็ก ๆ ก็คือความสุข /
    57 บทความกำลังใจสั้นและยาว ราคาเพียง 190 บาท = บทความละ 3.3 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
    https://www.winbookclub.com/store/detail/165/ความสุขเล็ก%2520ๆ%20ก็คือความสุข 

    1
    • 0 แชร์
    • 10
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    เอารูปบรรยากาศงานหนังสือมาให้ดู

    สำหรับคนที่อยากไปงาน บูธ F-45 ศูนย์สิริกิติ์
    วันนี้ - 1 พ.ย.

    วันนี้ผมเข้างานตอนเย็นนะครับ

    ว.ล.
    26-10-26

    2
    • 0 แชร์
    • 10
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    ไถ่บาปมนุษย์ (1)

    วินทร์ #1001 : “ผมโตมาในโรงเรียนคริสต์ ทุกเช้าท่องบทสวด ‘ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงคุ้มครองสอดส่องดูแลเรา...’ ซึ่งเป็นคำสวดที่ดี โตมาอย่างนั้น ผมน่าจะเป็นชาวคริสต์ แต่ก็ไม่ได้เป็น...”

    วินทร์ #2009 : “ทำไม?”

    วินทร์ #1001 : “ผมคงเป็นพวกที่เชื่ออะไรยากมั้ง! แต่ผมก็ไม่เคยเถียงบาทหลวงหรือบราเดอร์นะ บอกอะไรก็รับมาหมดอย่างว่าง่าย ผมยังไปเรียนศาสนาคริสต์เพิ่มด้วยซ้ำ”

    วินทร์ #2009 : “เรียนที่ไหน?”

    วินทร์ #1001 : “ตอนนั้นคณะมิชชันนารี คริสต์นิกายเซเวนธ์-เดย์ แอดเวนติสในประเทศไทยที่กรุงเทพฯเปิดสอนหลักสูตรคริสต์ศาสนา ผมอยู่ต่างจังหวัด ก็เรียนทางไปรษณีย์จนจบหลักสูตร ได้รับประกาศนียบัตรด้วยแน่ะ”

    วินทร์ #2009 : “เรียนอะไรบ้างล่ะ?”

    วินทร์ #1001 : “ก็คัมภีร์ไบเบิล ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ รายละเอียดของบุคคลสำคัญในศาสนาคริสต์”

    วินทร์ #2009 : “งั้นคุณก็รู้เรื่องในไบเบิลดีน่ะซี”

    วินทร์ #1001 : “ไม่ดีเท่าไหร่หรอก ถ้ารู้จริงก็น่าจะรู้ว่า พระเจ้าของคริสต์ศาสนาก็คือพระยะโฮวาห์ของศาสนายิว และคือพระอัลเลาะห์ของอิสลาม ดังนั้นยังถือว่ารู้แคบมาก”

    วินทร์ #2009 : “ก็ไม่แปลกนี่นา คุณเรียนหลักสูตรศาสนาคริสต์ เขาก็ต้องสอนแต่เรื่องคริสต์ ไม่เน้นส่วนที่เป็นศาสนายิวหรืออิสลาม”

    วินทร์ #6116 : “คุณเล่าเรื่องกำเนิดศาสนายิว แล้วมันแตกหน่อเป็นศาสนาคริสต์ยังไง?”

    วินทร์ #1001 : “ระบบศาสนาก็อยู่ในวิวัฒนาการเช่นกัน สำหรับศาสนาคริสต์เริ่มโดยโยงศาสนายิวเข้ากับพระเยซู กลายเป็นศาสนาคริสต์  หรือพูดง่าย ๆ เป็นสูตรคือ ศาสนาคริสต์ = ศาสนายิว + พระเยซู ส่วนศาสนาอิสลาม = ศาสนายิว + พระมุฮัมหมัด แต่ละศาสนาที่แตกหน่อออกไปก็มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันออกไป หลักการของคริสต์คือมีพระเจ้าเพียงพระองค์เดียว และพระเยซูหรือจีซัสเป็นบุตรของพระเจ้า มาปลดปล่อยมนุษย์”

    วินทร์ #2009 : “คนดีจะไปสวรรค์อยู่กับพระเจ้า คนเลวจะตกนรก”

    วินทร์ #1001 : “ใช่ ใครก็ตามที่เชื่อพระองค์ และดำเนินชีวิตตามทางของพระเยซู ก็จะพ้นจากบาปและได้รับชีวิตนิรันดร์ด้วย”

    วินทร์ #2009 : “ผมคิดว่าแนวคิดเรื่องพ้นจากบาปก็คล้ายองคุลิมาลวางดาบกลับใจแล้วกลายเป็นอรหันต์นะครับ”

    วินทร์ #1001 : “จะมองมุมนี้ก็ได้ เรื่องชีวิตนิรันดร์นี้เป็นหลักของศาสนาอับราฮัมทั้งหมด”

    วินทร์ #6116 : “ผมรู้สึกว่านี่เป็นศาสนาที่ต้องอาศัยความเชื่อมาก ๆ เลย”

    วินทร์ #1001 : “ใช่ หลักการใหญ่ของศาสนาคริสต์วางบนศรัทธา ประมาณว่าเชื่อก่อนแล้วดีเอง”

    วินทร์ #6116 : “ซึ่งก็แปลก ใช้ความเชื่อนำทางเหมือนเราไม่ใช่คนกำหนดชีวิตเราเอง”

    วินทร์ #1001 : “ไม่แปลกหรอก มันแล้วแต่มุมมอง ก็เหมือนเรามีศรัทธาต่อพ่อแม่ เชื่อว่าพ่อแม่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่เรา ในกรณีนี้ก็เช่นกัน คุณต้องเชื่อก่อนว่าความตายและการฟื้นคืนชีพของพระเยซูช่วยปลดปล่อยมนุษย์ให้เป็นอิสระจากบาป เมื่อนั้นเองที่สามารถไปเชื่อมกับพระเจ้าและมีชีวิตนิรันดร์ คริสต์เชื่อว่าพระเยซูคือพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า เป็นภาคหนึ่งของ Trinity”

    วินทร์ #6616 : “อะไรคือ Trinity ?”

    วินทร์ #1001 : “Trinity คือสามภาคของพระเจ้า คือพระบิดา พระบุตร พระจิต ทั้งสามภาคของ The Trinity ก็คือพระเจ้า ต่างรูปกันเท่านั้น”

    วินทร์ #6616 : “อะไรคือพระจิต?”

    วินทร์ #1001 : “พระจิตก็คือ Holy Spirit เรียกว่าเป็นสายลมแห่งชีวิต หรือปราณ”

    วินทร์ #6616 : “งั้น Trinity ก็คล้ายพระรัตนตรัยในทางพุทธ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์”

    วินทร์ #1001 : “ไม่ใช่ครับ พระรัตนตรัยเป็นคนละแนวคิดกับ Trinity คนละเรื่องกัน ผมคิดว่าแนวคิดที่น่าจะใกล้เคียงกับ Trinity ก็คือตรีมูรติของศาสนาฮินดู ตรีมูรติคืออวตารรวมของพระเป็นเจ้าสูงสุดสามองค์ พระพรหม ผู้สร้าง พระวิษณุ ผู้ปกป้องรักษา และพระศิวะ ผู้ทำลาย บ้างก็ตีความเป็นนามธรรมมากเลยว่ามันหมายถึงการเกิดขึ้น การคงอยู่ และการดับไป”

    วินทร์ #2009 : “น่าสนใจ ผมว่าเป็นไปได้ที่ทั้งสองแนวคิดนี้มาจากจุดเริ่มต้นจุดเดียวกัน”

    วินทร์ #1001 : “สองแนวคิดนี้คล้ายกันมาก แต่ผมว่าไม่น่าใช่ เพราะ Trinity คือพระเจ้าองค์เดียวสามภาค ส่วนตรีมูรติคือพระเจ้าสามองค์สามภาค แต่ก็มีคนตีความว่าเป็นองค์เดียว”

    วินทร์ #7744 : “เล่าเรื่องจีซัสต่อดีกว่า”

    วินทร์ #1001 : “จีซัสเกิดมาในโลกมนุษย์ผ่านนางแมรี ด้วยอำนาจของ Holy Spirit โดยที่แมรียังเป็นพรหมจารี หรือ Virgin Mary แมรีกับโจเซฟเดินทาง...”

    วินทร์ #6616 : “เดี๋ยว ๆ... ผมยังติดใจเรื่อง Virgin Mary เป็นไปได้ยังไง...”

    วินทร์ #1001 : “เรื่องนี้มีคำอธิบายหลายเวอร์ชั่น ทั้งหมายความตรงคำและที่ตีความเป็นสัญลักษณ์ บอกว่าพระเยซูถือกำเนิดจากความบริสุทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ นักวิชาการบางคนบอกว่าโจเซฟเป็นพ่อบุญธรรม บางคนก็ว่าเป็นพ่อจริง ๆ จีซัสมีน้องชายน้องสาวอีกหลายคน แต่บางตำราก็ว่าจีซัสน่าจะเป็นลูกคนเดียว ไม่งั้นมันจะขัดกับความคิดเรื่องแมรีเป็นหญิงพรหมจารี บ้างก็ว่าน้องชายน้องสาวเหล่านั้นเป็นลูกพี่ลูกน้อง...

    “แมรีกับโจเซฟเดินทางจากนาซาเรธไปเบธเลเฮม ไม่มีห้องพัก จึงไปพัในคอกสัตว์ และคลอดบุตรที่นั่น กษัตริย์เฮรอดทรงทราบข่าวนี้ ก็ส่งคนไปฆ่าทารกแรกเกิดทั้งหมด แต่เทวดามาเข้าฝันเตือนโจเซฟ พวกเขาจึงพาจีซัสกลับไปที่นาซาเรธ จีซัสเติบโตที่เมืองนั้น ประกอบอาชีพเป็นช่างไม้”

    วินทร์ #2009 : “ผมเคยเห็นสติกเกอร์คิดท้ายรถในเมืองนอกพิมพ์ว่า ‘My Boss Is a Jewish Carpenter.’!”

    วินทร์ #1001 : “เรื่องนี้น่าจะเข้าใจผิดกันนะครับ เหมือนกรณีอดัมกินแอปเปิล จากหลักฐานที่บันทึกไว้ จีซัสน่าจะเป็นแรบไบมากกว่า เพราะเขาสั่งสอนคนไปทั่ว”

    วินทร์ #2009 : “อาจจะเป็นทั้งช่างไม้และแรบไบก็ได้”

    วินทร์ #7744 : “นาซาเรธนี่อยู่ที่ไหนในโลก?”

    วินทร์ #1001 : “มันเป็นเมืองเมืองหนึ่งของแคว้นกาลิลี ตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศอิสราเอล...

    “วันหนึ่งจีซัสผ่านไปทางแม่น้ำจอร์แดน เขาพบจอห์นที่คนทั่วไปเรียก John the Baptist เทศน์เรื่องบาปและการช่วยเหลือคนยากจน และบอกว่าจะมีคนเหนือมนุษย์ผู้หนึ่งเดินทางมา จีซัสได้รับการ baptized จุ่มตัวในน้ำ Baptism เป็นพิธีแสดงการยอมรับ การชำระล้าง ความบริสุทธิ์ และเป็นคริสต์เต็มตัว พิธีอาจเป็นการจุ่มตัวในน้ำทั้งตัวอย่างพระเยซู หรือครึ่งตัว หรือคุกเข่าในน้ำ หรือแค่หยดน้ำลงบนศีรษะก็ได้ แต่คริสต์บางนิกายก็ไม่ต้องมี Baptism”

    วินทร์ #6616 : “นี่ใช่พิธี Baptism หลานชายของ ไมเคิล คอลิโอน เจ้าพ่อคนใหม่ในเรื่อง The Godfather หรือเปล่า ตอนที่ไมเคิลทำพิธีในโบสถ์พร้อมกับส่งมือปืนไปฆ่าศัตรูตายหมด?”

    วินทร์ #2009 : “ใช่ ฉากนี้เรียกว่า The Baptism of Fire ไมเคิลเข้าโบสถ์ในฐานะพ่อทูนหัวของหลานชาย ขณะที่บาทหลวงทำพิธี Baptism สวดว่า ‘ในนามของพระบิดา พระบุตร และพระจิต จงดำเนินไปอย่างสันติ และขอให้พระเจ้าอยู่กับเจ้า เอเมน’ บรรดามือปืนของไมเคิลก็ยิงศัตรูทีละคน ตูม! ตูม! ตูม! นี่เป็นฉากคลาสสิกไปแล้ว”

    วินทร์ #1001 : “ถ้าเล่าตามคัมภีร์ พอจีซัสขึ้นมาจากน้ำ ท้องฟ้าก็เปิด ปรากฏเสียงจากสวรรค์ว่า ‘นี่คือบุตรแห่งเรา ผู้เป็นที่รัก ผู้ที่เรายินดี’ แล้วพระจิตก็ปรากฏตัวในรูปนกพิราบ หลังจากผ่านพิธี Baptism จีซัสก็อดอาหารอยู่ในทะเลทรายนานสี่สิบวันสี่สิบคืน เพื่อต่อสู้กับพญามาร - ซาตาน”

    วินทร์ #2009 : “ตรงนี้ก็คล้าย ๆ การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้านะครับ เจ้าชายสิทธัตถะประทับใต้ต้นโพธิ์ ต่อสู้กับมารเช่นกัน”

    วินทร์ #5789 : “และก็มีส่วนคล้ายศาสนาอิสลาม ศาสดามุฮัมหมัดก็ไปปลีกวิเวกในถ้ำภูเขานานหลายอาทิตย์ก่อนพบสัจธรรม และให้กำเนิดศาสนาอิสลาม”

    (ยังมีต่อ)

    วินทร์ เลียววาริณ
    25-10-26

    จากหนังสือ วินทร์-วินทร์ Situation
    สารคดีเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์ 
    อ่านฟรีที่เพจนี้ก็ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เป็นเล่ม ก็อ่านได้ถึงลูกหลาน 
    ราคาแค่ 225.- เท่านั้น หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

    สั่งซื้อได้ที่ https://www.winbookclub.com/store/detail/141/วินทร์-วินทร์%20Situation 

    ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com  มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน

    1
    • 0 แชร์
    • 40
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    งานหนังสือมีโปรโมชั่นพิสดาร

    เสี่ยวบุ๊คเฟต์

    ซื้อหนังสือชุด เสี่ยวนักสืบ พุ่มรัก พานสิงห์ เล่ม 1-10 (ครบชุด) สามารถเลือกหนังสือแถมเองได้ 4 เล่มตามใจชอบ

    มูลค่าหนังสือเสี่ยวนักสืบ 2,785.- มูลค่าหนังสือแถมสูงสุด 1,870.- มูลค่ารวม 4,655.-
    ขายเหมาเพียง 2,700.-

    .....................

    หนังสือที่ผู้ซื้อจะได้รับจากยอด 2,700.-

    (1) นิยาย พุ่มรัก พานสิงห์ เล่ม 1-10 (ครบชุด) (มูลค่า 2,785.-)

    (2) เลือกหนังสือแถมได้ 4 เล่มตามใจชอบ (มูลค่าหนังสือแถมสูงสุด 1,870.-)

    สองปีกของความฝัน (190.-)
    ความฝันโง่ๆ (185.-)
    รอยยิ้มใต้สายฝน (215.-)
    17 องศาเหนือ (ประชาธิปไตยฯภาคพิเศษ 270.-)
    16 องศาเหนือ (ประชาธิปไตยฯภาคพิเศษ 320.-)
    สามก๊ก ฉบับวินทร์ เลียววาริณ (ปกแข็ง 550.-)
    สามก๊กบนเส้นขนาน (ปกแข็ง 420.-)
    ท่ามกลางประชาชน (ปกแข็ง 450.-)
    ปีกแดง (450.-)
    น้ำเงินแท้ (375.-)

    รวม 14 เล่ม
    .....................

    - ไม่คิดค่าส่ง
    - มีลายเซ็นนักเขียน
    - ซื้อจากงานหนังสือ หรือออนไลน์ได้ทางเดียวคือ inbox เฟซบุ๊ค วินทร์ เลี้ยววาริณ
    โอนเงินไปที่บัญชี "วินทร์ เลี้ยววาริณ ธนาคารกสิกรไทย สาขาพัฒน์พงศ์ 018-2-85554-5"
    - ส่งภาพหลักฐานการโอนมาด้วย เพื่อให้รู้ว่าเป็นลูกค้าคนใด

    - จบโปรโมชั่นทางออนไลน์ 31 ตุลาคม

    หมายเหตุ หากเล่มใดขาด จะแทนด้วยเล่มที่มีมูลค่าใกล้เคียง

    2
    • 0 แชร์
    • 42
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    QA หมายเลข 40

    จำเป็นแค่ไหนที่เราต้องอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ

    ทฤษฎีสมคบคิดมีจริงไหมครับ

    คลิกลิงก์อ่าน https://www.blockdit.com/posts/6ad2179afeb45e03865bc0c9 

    สนใจเรื่องใด เขียนมาถามได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"

    1
    • 0 แชร์
    • 18