-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
การสอนเซนนั้นไม่มีวิธีตายตัว และบ่อยครั้งก็ก้าวพ้นสามัญสำนึก ค่านิยม และศีลธรรม
อาจารย์อู่จู่ฝะเหยี่ยน (1024-1104) ถามลูกศิษย์ว่า "อะไรคือเซนในที่ของอาตมา?"
ไม่มีใครตอบ อาจารย์จึงเล่านิทานเรื่องนี้ให้ศิษย์ฟังดังนี้ :
............................
ครั้งหนึ่งยังมีชายคนหนึ่งหากินด้วยการเป็นนักย่องเบา ลูกชายของเขาเห็นพ่อชราทำงานเช่นนั้น ก็ขอให้พ่อสอนวิชาการขโมยนั้นให้เขา เพื่อเขาจะได้ช่วยพ่อ ผู้เป็นบิดาก็ตกลง
คืนนั้นนักย่องเบาพาบุตรชายลอบเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง เจาะช่องที่กำแพงแล้วพากันมุดเข้าไปในบ้าน ทั้งสองไปหยุดที่หน้าตู้ใบใหญ่ พ่อไขดานของตู้ใบนั้น สั่งให้ลูกชายเข้าไปในตู้ พลันคนเป็นพ่อก็ปิดตู้ ลั่นดานตามเดิม ส่งเสียงร้องโวยวาย ทำให้คนในบ้านตื่นขึ้นมา แล้วหนีออกมาจากบ้านหลังนั้นกลับบ้าน
คนในบ้านพบเห็นช่องที่กำแพง แต่ไม่พบว่าข้าวของหายแต่อย่างใด
ลูกชายผู้ถูกขังในตู้สับสนงุนงงต่อการกระทำของพ่อ เขารู้ว่าปัญหาของเขาตอนนี้คือหนีออกไปจากตู้ที่ขังเขา แต่จะทำอย่างไร?
เขาจึงส่งเสียงเลียนแบบหนู เสียงเหมือนหนูกำลังแทะผ้าภายในตู้ เจ้าของบ้านจึงสั่งสาวใช้เปิดตู้ใบนั้น
เมื่อตู้เปิดออก สาวใช้ถือเทียนไขยื่นเข้ามา พลันเขาก็เป่าเทียนนั้นดับ วิ่งพรวดออกมา มุดหนีไปทางช่องที่เจาะไว้ หลายคนในบ้านไล่ตามเขามา ลูกชายนักย่องเบายกหินก้อนหนึ่งทุ่มลงสระน้ำ ส่งเสียงร้องเหมือนว่าเขาตกน้ำ คนที่ไล่ตามก็หยุด เข้าใจผิดว่าโจรตกน้ำแล้วค้นหาโจรในสระ เขาถือโอกาสนั้นวิ่งกลับไปถึงบ้าน
เมื่อเห็นหน้าพ่อ เขาร้อง "ทำไมพ่อจึงขังฉันในตู้?"
"จงอย่าถามคำถามโง่ ๆ จงเล่ามาว่าเจ้าหนีออกมาได้อย่างไร"
ลูกชายเล่าวิธีหนีออกมา พ่อพยักหน้ากล่าวว่า "บัดนี้เจ้าได้เรียนรู้วิชาขโมยแล้ว"
.......................
"และนี่..." อาจารย์อู่จู่ฝะเหยี่ยนบอกลูกศิษย์ "...ก็คือเซนในที่ของอาตมา"
............................
วินทร์ เลียววาริณ
1-3-26จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุ
0- แชร์
- 6
-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ วันนี้มีสามคำถาม
คำถาม 1 "เมื่อพระประพฤติตนไม่สมกับที่ครองผ้ากาสาวพัสตร์ เราฆราวาสควรวางจิตแบบไหน"
คำถาม 2 "ความหมายของโชคชะตา ชะตากรรม และพรหมลิขิต
คำถาม 3 "มนุษย์เกิดมาทำไม"
อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/699f0463a93a9837a2a1ca5c
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"
1- แชร์
- 15
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
ขายจริงแล้ว
ฮานอย ฮิลตัน + Mini Wabi-sabi งานสองเล่มใหม่ของ วินทร์ เลียววาริณ พร้อมให้สั่งซื้อแล้ว
.......................
โปรโมชั่นคู่ + ของแถม
ฮานอย ฮิลตัน + Mini Wabi-sabi
Shopee กดลิงก์ https://s.shopee.co.th/9KcvAI37ab
ผ่านเว็บไซต์ วินทร์ เลียววาริณ กดลิงก์ https://www.winbookclub.com/store/detail/257/ฮานอย%20ฮิลตัน%20+%20Mini%20Wabi-sabi.......................
เล่มเดี่ยว ฮานอย ฮิลตัน
Shopee กดลิงก์ https://s.shopee.co.th/Li6RoqCLa
ผ่านเว็บไซต์ วินทร์ เลียววาริณ กดลิงก์ https://www.winbookclub.com/store/detail/258/ฮานอย%20ฮิลตัน.......................
เล่มเดี่ยว Mini Wabi-sabi
Shopee กดลิงก์ https://s.shopee.co.th/3Vf8DfwaFn
ผ่านเว็บไซต์ วินทร์ เลียววาริณ กดลิงก์ https://www.winbookclub.com/store/detail/260/Mini%20Wabi-sabi1- แชร์
- 5
-
วินทร์ เลียววาริณ3 วันที่ผ่านมา
มารี คูรี เป็นนักฟิสิกส์และนักเคมีชาวฝรั่งเศส เชื้อสายโปแลนด์ เป็นนักวิทยาศาสตร์แถวหน้าของโลก เธอเก่งทั้งด้านฟิสิกส์และเคมี
เธอได้รับรางวัลโนเบลสองครั้ง จากสองสาขา
ปี 1903 มารีได้รับรางวัลโนเบลร่วมกับสามี ปิแอร์ คูรี และ อังรี เบ็คเคอเรล จากการบุกเบิกงานด้านกัมมันตภาพรังสี
มารี คูรี บุกเบิกรังสีวิทยาเพื่อการแพทย์ เป็นผู้พัฒนาเครื่องเอกซเรย์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง สำหรับใช้ในโรงพยาบาลภาคสนาม
มารี คูรี ได้รับรางวัลโนเบลรอบที่สองสาขาเคมี จากการค้นพบสองธาตุใหม่คือ โปโลเนียม (polonium) และ เรเดียม (radium)
แม้เป็นคนฝรั่งเศส แต่เธอดำรงรักษารากเหง้าของโปแลนด์อย่างเหนียวแน่น และตั้งชื่อธาตุแรกที่เธอค้นพบว่า polonium มาจากชื่อโปแลนด์
แต่ผลงานชั้นยอดทั้งหลายเหล่านี้มิได้ทำให้คนฝรั่งเศสรักเธอหรือภูมิใจแต่อย่างใด พวกเขาเห็นว่าเธอเป็น ‘คนนอก’ เป็นคนยิว และเป็น atheist (คนที่ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า)
สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย เมื่อเธอมีสัมพันธ์กับชายที่แต่งงานแล้ว
ในปี 1906 สามีเธอตายเพราะอุบัติเหตุ มารีเศร้าโศกอยู่หลายปี สี่ปีต่อมาเธอพบรักใหม่กับผู้ร่วมงาน ศาสตราจารย์หนุ่ม ปอล ลองเจอแว็ง เขาแต่งงานแล้ว แต่แยกทางกับภรรยา
ภรรยาของเขาว่าจ้างคนไปขโมยจดหมายรักของทั้งสอง แล้วส่งให้สื่อไปตีพิมพ์
ทันใดนั้นเรื่องรักของเธอก็กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งในฝรั่งเศส ข่าวนี้ดังกว่าข่าวการได้รับรางวัลโนเบลครั้งที่สองของเธอ
ปรากฏฝูงชนไปออกันที่หน้าบ้านเธอในปารีส ด่าทอนักวิทยาศาสตร์หญิงอย่างรุนแรง พายุ ‘hate speech’ ทำให้เธอต้องหลบไปอาศัยบ้านเพื่อน
สื่อตราหน้าเธอว่าเป็น ‘ยิวต่างชาติที่ทำลายครอบครัวคนอื่น’
มารี คูรี ได้รับจดหมายจากสมาชิกคณะกรรมการโนเบลคนหนึ่ง ชื่อ สวานเต อาร์ราเฮเนียส ‘ขอร้อง’ เธอไม่ให้ไปร่วมพิธีรับรางวัล
ท่ามกลางความเลวร้ายของพายุความเกลียดชัง จดหมายฉบับหนึ่งเดินทางเงียบ ๆ ไปถึงมือคูรี
เป็นจดหมายจาก อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
จดหมายฉบับนั้นเขียนว่า
กรุงปราก 23 พฤศจิกายน 1911
คุณคูรีที่นับถืออย่างยิ่ง
อย่าหัวเราะผมที่เขียนจดหมายมาหาคุณ โดยไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์มากนัก แต่ตอนนี้ผมรู้สึกโกรธมากเรื่องมารยาทพื้นฐานที่สาธารณะเข้าไปยุ่มย่ามกับคุณ จนผมต้องระบายความรู้สึกนี้ออกมา
อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อแน่ว่าคุณรังเกียจม็อบพวกนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่ามันจะเป็นคำยกย่องเกินจริง หรือเป็นความพยายามตอบสนองความอยากอ่านเรื่องตอแหล เกิดแรงกระตุ้นให้ผมต้องบอกคุณว่าผมชื่นชมความฉลาดปราดเปรื่องของคุณแค่ไหน ความมุ่งมั่นของคุณ และความซื่อตรงของคุณ และผมรู้สึกว่าตนเองโชคดีได้รู้จักคุณเป็นการส่วนตัวที่กรุงบรัสเซลส์ ใครก็ตามที่ไม่อยู่ในกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานเหล่านี้ย่อมมีความสุขแน่นอน
ตอนนี้ก็เช่นแต่ก่อน ที่พวกเรามีคนเช่นคุณ และลองเจอแว็งด้วย มนุษย์จริง ๆ ที่คนอื่นรู้สึกเป็นโอกาสพิเศษที่ได้คบหา ถ้าคนพวกนั้นยังเล่นไม่เลิกกับคุณ ก็อย่าไปอ่านเรื่องไร้สาระพวกนั้น ปล่อยมันไว้กับพวกสัตว์เลื้อยคลานที่เชื่อเรื่องซึ่งถูกสร้างขึ้นมาหลอกลวง
ด้วยมิตรภาพและความปรารถนาดีต่อคุณลองเจอแว็ง และ เพแร็ง (เพแร็งคือ Jean Baptiste Perrin ศาสตราจารย์นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส)
(ลงชื่อ)
A. Einsteinคูรีได้สติ ลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง เธอเขียนจดหมายตอบกลับสมาชิกกรรมการรางวัลโนเบลว่า
“รางวัลนี้มอบแก่การค้นพบเรเดียมและโปโลเนียม ดิฉันเชื่อว่ามันไม่มีความเกี่ยวโยงกันระหว่างงานด้านวิทยาศาสตร์กับชีวิตส่วนตัวของดิฉัน ดิฉันไม่สามารถยอมรับว่า การยกย่องคุณค่าของงานวิทยาศาสตร์สมควรได้รับอิทธิพลจากข้อเขียนเท็จและการสร้างความเสียหายที่เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว”
เรื่องจบลงในที่สุด
เมื่อหมดเชื้อไฟให้เล่น สื่อก็หันไปเล่นข่าวอื่นต่อไป
และ มารี คูรี ก็กลายเป็นเพื่อนสนิทของไอน์สไตน์
..................
ผ่านมาหนึ่งศตวรรษครึ่งจากยุคของ มารี คูรี โลกของเราเดินทางมาถึงจุดที่เทคโนโลยี โซเชียล มีเดีย เปิดพื้นที่ให้เกิดข่าวปลอมและวาจาเกลียดชัง (hate speech) ได้ง่ายดายจนมันท่วมโลก
นักเขียน นักปรัชญาชาวอิตาเลียน อุมแบร์โต เอโก (Umberto Eco) เขียนว่า “โซเชียล มีเดีย ให้สิทธิกลุ่มงี่เง่าพูดเรื่องที่แต่ก่อนพวกเขาพูดกันเฉพาะในบาร์หลังดื่มไวน์สักแก้ว โดยไม่สร้างความเดือดร้อนต่อสังคม แล้วพวกเขาก็ถูกเอ็ดให้เงียบ แต่เดี๋ยวนี้พวกเขามีสิทธิพูดเหมือนกับผู้รับรางวัลโนเบล มันคือการรุกรานของพวกงี่เง่า”
โซเชียล มีเดีย กลายเป็น ‘weapon of mass destruction’ แห่งศตวรรษที่ 21
บางคนอาจโทษเทคโนโลยี แต่มองให้ดี เราจะพบว่าปัญหาอยู่ที่คนเสมอ ดังคำของโก้วเล้งที่ว่า “ที่ฆ่าคนมิใช่อาวุธ ที่ฆ่าคนคือคน”
การรับมือการรุกรานโดยรุกรานกลับยิ่งทำให้สังคมวุ่นวาย แต่การทำตามคำแนะนำของไอน์สไตน์ที่ว่า “ก็อย่าไปอ่านเรื่องไร้สาระพวกนั้น” ไม่ได้กระทำได้ง่าย เพราะในวันนี้เราแทบแยกแยะไม่ออกแล้วว่า อะไรคือข่าวจริงข่าวไม่จริง และในวันนี้ วิถีชีวิตของเราอาจถูก ‘เชิด’ (manipulate) ด้วยเครื่องมือใหม่นี้อย่างไม่น่าเชื่อ
วาเอล โกนีม (Wael Ghonim) นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวอียิปต์ ผู้มีบทบาทใช้อินเทอร์เน็ตขับไล่รัฐบาลอียิปต์ในปี 2011 กล่าวว่า แต่ก่อนเขาเชื่อว่า ถ้าเราจะปลดแอกสังคมให้เป็นอิสระ เราต้องใช้อินเทอร์เน็ต แต่วันนี้เขาเชื่อว่า ก่อนจะปลดแอกสังคม เราต้อง ปลดแอกอินเทอร์เน็ตเสียก่อน
วินทร์ เลียววาริณ
27-2-26อ่านฉบับเต็มได้จาก ปฏิบัติการผ่าสมองไอน์สไตน์ หนังสือ Exclusive edition ยังพอมีเหลือ หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
สารคดีเกี่ยวกับวิถีชีวิตของไอน์สไตน์ มุมมองต่อโลกและชีวิต + ปรัชญาต่างๆ บางบทความอาจเปลี่ยนชีวิตคุณ
โปรโมชั่นพิเศษไอน์สไตน์ + เล่มอื่น
Shopee คลิกลิงก์ https://shope.ee/6KgvYw47A4?share_channel_code=61- แชร์
- 24
-
วินทร์ เลียววาริณ3 วันที่ผ่านมา
ลูกค้าคนล่าสุดของร้านเหล้าพับผ่า แต่งชุดน้ำเงินเข้ม คล้ายคนงาน เสื้อผ้าเก่า แต่รอยยิ้มระบายบนใบหน้า
เขาบอกข้าพเจ้า "บาร์เทนเดอร์ วันนี้ผมเลี้ยงเหล้าทุกคนในร้าน"
ข้าพเจ้าถามลูกค้า "นี่คุณไปรวยมาจากไหน เข้ากาสิโนชายแดนหรือ?"
"ไม่ครับ ผมไม่อุดหนุนพวกเหม็น"
"คุณคงหมายถึงเหมน - เขมร?"
"ใช่ ผมติดคำว่าเหม็นน่ะ เพราะงานของผมเกี่ยวข้องกับความเหม็น"
"ยังไงครับ?"
"ผมมีอาชีพสูบส้วม"
ข้าพเจ้าเลิกคิ้ว
"สูบส้วมรวยขนาดเลี้ยงเหล้าคนทั้งร้านหรือ?"
"ถ้าแต่ก่อนก็ไม่มีทางรวย ตอนนี้ผมรวยจากการสูบส้วมจริงๆ"
"ไปสูบที่ไหน? บ้านมหาเศรษฐีหรือ?"
"กลางทะเล"
"ยังไงครับ? ส้วมกลางทะเลของพวกชาวเลหรือ?"
"ไม่ใช่ครับ ส้วมบนเรือใหญ่"
"อ๋อ! คงเป็นเรือสำราญ"
"ไม่ใช่อีกครับ บาร์เทนเดอร์คงรู้ว่าตอนนี้เรือบรรทุกเครื่องบินของอเมริกาที่จะไปบุกอิหร่านกำลังเจอปัญหาหนัก"
"เรือรบโดนอิหร่านถล่ม?"
"เปล่า ส้วมตัน"
"แล้วทำไมส้วมในเรือบรรทุกเครื่องบินตัน?"
"แหม! คนเราไม่ว่าจะเป็นพลเรือนหรือทหาร ก็ต้องขี้เหมือนกัน ทหารมะกันตัวใหญ่ ขี้ก็เลยใหญ่ด้วย มันเลยตันง่าย"
"เรือบรรทุกเครื่องบินมีทหารกี่คน?"
"4,500 คน ลองคิดดูว่าวันๆ ผลิตขี้จำนวนมหาศาลแค่ไหน ทีนี้พอส้วมตัน ทหารแต่ละคนต้องรอเข้าห้องน้ำนานถึง 45 นาที ไม่ต้องรบกันแล้ว"
“แล้วคิดราคาสูบส้วมยังไง? คงไม่ใช่อัตราไทยนะ”
"แน่นอน ปกติในเมืองไทยผมคิดค่าสูบส้วมแค่ลูกบาศก์เมตรละ 200-300 แต่สูบส้วมเรือรบนี่ผมคิดสองสามพันต่อลูกบาศก์"
"บาท?"
"ดอลลาร์ จ่ายสด"
"แล้วที่นั่นไม่มีบริการส้วมหรือไร?"
"พวกไอ้กันไม่ชอบทำงานต่ำต้อย พวกนั้นชอบทำงานเท่ๆ คุณจำหนังเรื่องอาม้าเก๊กด้งได้มั้ย?"
"Armageddon?"
"ใช่ นั่นแหละ เรื่องที่ บรูซ วิลลิส นำคนงานไปดาวเคราะห์น้อยที่กำลังจะชนโลก เพื่อขุดส้วม เอ๊ย! ขุดรูฝังระเบิด มันต้องงานเท่ๆ แบบนั้นไอ้กันจึงจะทำ ถ้าสูบส้วมต้องใช้พวกแรงงานต่างด้าวเข้ามา ทีนี้พอทรัมป์ประกาศห้ามคนต่างด้าวเข้าประเทศ ก็เกิดปัญหา พอส้วมตันไม่มีคนสูบ"
"แล้วทำไมงานมาลงที่คุณ?"
"ตอนนี้พวกเม็กซิกันกำลังตีกัน พวกเวเนซุเอลาก็ไม่อยากทำงานให้อเมริกา พวกอาหรับก็กำลังเตรียมพร้อมรบ พวกเหมนก็กำลังซ้อมเล่นละครเรื่อง ไฟป่า ก็เหลือแต่คนไทยนี่แหละที่ว่างทำงานนี้ได้"
"ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง แล้วขี้ที่สูบมาเอาไปไว้ที่ไหน?"
"กำลังขนไปที่ชายแดนเขมร ยัดใส่บั้งไฟ ถ้าพวกเหมนกวนตีนอีก จะยิงบั้งไฟขี้มะกันใส่ เอ้า! วันนี้บาร์เทนเดอร์มีอะไรให้ผมดื่มบ้าง?"
"เริ่มที่ Dirty Martini Cocktail เป็นไง?"
วินทร์ เลียววาริณ
26-2-26พับผ่า! บาร์เทนเดอร์ (The Bartender Series 1) มีจำหน่ายแล้วในรูปอีบุ๊ค สนใจดูได้ในเว็บ The Meb
1- แชร์
- 21
