• วินทร์ เลียววาริณ
    0 วันที่ผ่านมา

    หลังจากออกคำสั่งยื่นคำขาดให้ตัวเองเขียนนิยายจีนกำลังภายใน ตั้งแต่เช้าถึงบ่ายสอง ราว 5-6 ชั่วโมงต่อวัน ก็ปรากฏว่าได้ผลแฮะ

    มีงานออกมาจริงๆ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!

    บางคนอาจคิดว่าโหมดบังคับใช้กับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้ ขอนั่งยัน ขออภัย... ขอยืนยันว่าไม่จริงเลย

    ผมทำงานภายใต้โหมดบังคับมาตลอดชีวิต งานที่ทำมี deadline บีบไข่ ขออภัย... บีบเค้นหัวใจเสมอ

    จากประสบการณ์ตรง งานที่ให้เวลามากๆ มักไม่ค่อยดี งานที่ใช้กำลังบังคับกลับดี

    พิสูจน์-เตี๋ยวว่าสมองคนเราฝึกให้ทำงานภายใต้แรงกดดันของเวลาได้

    ใครทำงานกับผม แล้วอ้างว่า "ทำไม่ทัน" นี่ โดนเตะ ขออภัย... โดนติไปหลายรายแล้ว

    ทำไมเป็นอย่างนั้น?

    น่าจะเพราะเมื่ออยู่ในโหมดบังคับ สมองจะทำงานเสมือนหนึ่งอยู่ในภาวะฉุกเฉินและกฎอัยการศึก ประสาทตื่นตัวเต็มที่ เตรียมพร้อมรบ งานจึงออกมาไวและดี

    ดังนั้นบางครั้งในหลายเรื่อง เราก็ต้องกดดันบังคับตัวเองบ้าง

    ส่วนการซักผ้า ไม่ต้องบังคับก็ได้ ไม่ทำอยู่แล้ว ขออภัย... ทำอยู่แล้ว

    0
    • 0 แชร์
    • 11
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    น่าจะฝันสลายนะ

    0
    • 0 แชร์
    • 5
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    [เรื่องเกือบส่วนตัว ตอน 24]
    มันเดือยกับเดือยมัน

    หากสนามฟุตบอลเป็นหญิงสาว โฉมหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา บางครั้งโรยรา บางคราก็มีการดึงหน้าให้กระชับสวย

    มีอยู่ปีหนึ่งการทางรถไฟปรับปรุงพื้นที่สนามฟุตบอลเป็นสวนสาธารณะขนาดย่อม ดูดีทีเดียว มีชาวเมืองไปเดินเล่นและดื่มกิน

    เฮ้อ! ไม่นึกเลยว่าเราเป็นคนมีวาสนา มีสวนสาธารณะติดบ้านด้วย

    ถนนคั่นสนามฟุตบอลกับสถานีรถไฟในตอนเย็นมีรถเข็นเรียงเป็นแถว ขายก๋วยจั๊บ เครื่องดื่ม ขนม ขนมโค แต่ที่โด่งดังที่สุดคือมันเดือย

    ชื่อมันเดือยก็บอกแล้วว่ามีมันกับเดือย แต่ความจริงมีมากกว่านั้น ประกอบด้วยมัน ลูกเดือย ถั่วแดง สับปะรด ฯลฯ ใส่น้ำแข็ง แล้วราดด้วยน้ำกะทิสด เสิร์ฟในแก้ว

    คล้ายๆ Ice Kachang หรือ Chendol ของทางสิงคโปร์ กินแล้วสบายท้องสบายใจ

    สมัยผมเป็นเด็ก มันเดือยหาดใหญ่ใหญ่สมชื่อ เสิร์ฟในแก้วใหญ่ จัดเต็ม กินแล้วอิ่มเลย แก้วละ 50 สตางค์ แล้วต่อมาขึ้นเป็น 1 บาท

    ตอนนั้นใครๆ ทั้งเมืองก็รู้จักร้านมันเดือยหน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่

    เฮ้อ! ไม่นึกเลยว่าเราเป็นคนมีวาสนา มีร้านมันเดือยใกล้บ้านด้วย

    นอกจากมันเดือยแล้ว ริมสนามฟุตบอลก็ยังเป็นแหล่ง ‘เดือยมัน’ อีกด้วย!

    ใช่ ไม่ไกลจากรถเข็นมันเดือย เป็นสำนักโคมเขียว

    โคมเขียวหรือ green lantern นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับซูเปอร์ฮีโร Green Lantern อีกทั้งมีมานานก่อนหน้าไอ้ตัวเขียวๆ

    เมืองไทยมีโคมเขียวใช้กันมากว่าร้อยปีแล้ว ในสมัยโบราณซ่องโสเภณีส่วนมากแขวนโคมสีเขียวที่หน้าซ่อง เป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัว

    ที่สำนักโคมเขียวแห่งนี้ แขกที่ไปใช้บริการต้องหิ้วกระโถนและขวดน้ำไปขึ้นห้องด้วย ตอนเด็กก็ไม่รู้ว่าหิ้วไปทำไม

    เฮ้อ! ไม่นึกเลยว่าเราเป็นคนมีวาสนา แถวบ้านมีโคมเขียวใช้ด้วย

    ปัญหาคือพวกเดือยจรหมอนหมิ่นชอบบุกมาถึงหลังบ้านผม

    ใช่ นอกจากเดือยโคมเขียวแล้ว ยังมีเดือยจรยากจน ไม่ยอมเช่าโรงแรม ไม่รู้จะประหยัดไปถึงไหน

    บางเช้าเมื่อผมตื่นมา เดินไปที่หลังบ้านริมสนามฟุตบอล จะพบถุงยางอนามัยใช้แล้วทิ้งบนพื้น

    ใจคอคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงจะไม่ยอมเช่าห้องหรือไร ไม่รู้หรือว่าทำอย่างนี้ เศรษฐกิจหาดใหญ่อาจล่มจมได้

    เฮ้อ! เวรกรรมจริงๆ โต๊ะเก้าอี้ที่ผมใช้อ่านหนังสือ เตรียมสอบ และเล่นหมากฮอส กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ให้พวกเดือยจรใช้

    ดีนะที่ตอนนั้นผมใจดี ไม่โรยหมามุ่ยบนโต๊ะเก้าอี้

    นี่มิได้กีดกันหวงพื้นที่หรอกนะ แต่เป็นห่วง เพราะถ้าเกิดมืดๆ ค่ำๆ เหยียบถูกงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ตายตรงสนามฟุตบอลแล้วจะทำอย่างไร

    แน่ละ ในประวัติศาสตร์ของสนามฟุตบอลแห่งนี้ ไม่มีใครตายถูกงูฉกในสนามฟุตบอล แต่มีคนตายที่นั่นจริงๆ

    ครั้งหนึ่งมีคนร้ายลักขโมย ถูกตำรวจวิสามัญฯ นอนตายริมสนามฟุตบอล

    เฮ้อ! ไม่นึกเลยว่าเราเป็นคนมีวาสนา บ้านถูกใช้เป็นฉากการยิงกันด้วย

    .......….......….......….......….......…

    หากสนามฟุตบอลเป็นหญิงสาว โฉมหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา หลังจากผ่านการดึงหน้าไม่กี่ปี สวนสาธารณะก็หายไป

    ตามด้วยสนามฟุตบอล มันกลายเป็นศูนย์การค้า

    แต่มันเดือยหาดใหญ่ยังอยู่

    ส่วนเดือยมันยังอยู่หรือเปล่า ไม่รู้จริงๆ จ้ะ

    0
    • 1 แชร์
    • 27
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    เช้านี้เปรยถึง อาจินต์ ปัญจพรรค์ ทำให้นึกว่าจะแจ้งข่าวให้ทราบว่าตอนนี้มีเล่มใหม่

    เก็บตกจากเหมืองแร่

    ชื่อนักเขียนไม่ต้องขยายความ ชื่อเรื่องไม่ต้องบรรยาย

    เพราะ อาจินต์ ปัญจพรรค์ กับวรรณกรรมชุดเหมืองแร่อยู่คู่ฟ้าเมืองไทยมานานหลายสิบปี

    ศิษย์คนสุดท้ายของท่าน - วีระยศ สำราญสุขทิวาเวทย์ คลั่งไคล้งานเขียนของท่าน และมีข้อมูลจำนวนหนึ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ก็เก็บตกงานของท่านเป็นชุดนี้

    'เก็บตกจากเหมืองแร่' เก็บตกงานเขียนเหมืองแร่ทุกชนิด ครบถ้วน สมบูรณ์ มีเกร็ดต่างๆ แทรก

    หนังสือปกแข็ง สวย น่าสะสมเป็นที่ระลึก ใครสนใจก็สั่งซื้อได้เฉพาะที่ เพจโอเลี้ยงห้าแก้ว https://www.facebook.com/profile.php?id=100063524710170 

     

    0
    • 0 แชร์
    • 19
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    เมื่อวานนี้เล่าว่าผมตั้งใจเขียนนิยายจีนกำลังภายในทุกวัน ตั้งแต่เช้าถึงบ่ายสอง

    ทำให้ระลึกถึงปรมาจารย์กิมย้งที่ทำงานตามกำหนดแบบนี้ได้

    แต่ท่านกิมย้งเริ่มงานตั้งแต่บ่ายสอง

    ในปี 1967 กิมย้งถูกขู่ฆ่า จึงไปหลบที่สิงคโปร์ เขาเขียน กระบี่เย้ยยุทธจักร บางส่วนที่นั่น

    ช่วงเวลานั้นบ่ายสองโมงทุกวัน เขาปรากฏตัวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ซินหมิง เลขที่ 7 ถนนเดวิดสัน เขียนนิยายวันละ 1,200 คำ

    คนในสำนักงานซินหมิงสิงคโปร์เล่าว่า กิมย้งจะจุดบุหรี่แล้วเริ่มเขียนไม่หยุด เขาเขียนสามหน้ากระดาษรวดเดียว แล้วพัก

    เมื่อเขียนครบ 1,200 คำก็จบงานสำหรับวันนั้น

    ข่าวไม่ได้บอกว่าหลังจากจบงานประจำวัน เขาไปดื่มเหล้าที่ไหนหรือเปล่า

    0
    • 0 แชร์
    • 27