• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    นานปีมาแล้ว นักสัมภาษณ์ แลร์รี คิง ถามท่านทะไลลามะว่า "ท่านกลัวตายไหม"

    ท่านทะไลลามะตอบว่า "ไม่ ความตายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ช้าหรือเร็วก็จะมาเยือน และความจริงแล้ว ในการฝึกทุกวัน ฉันก็นึกภาพกระบวนการของความตายเสมอ เป็นการเตรียมตัว แต่ไม่รู้ว่าเมื่อถึงวันตาย ที่ฝึกมาจะสำเร็จไหมนะ" ว่าแล้วก็หัวเราะชอบใจ

    ทฤษฎีเป็นเรื่องหนึ่ง ปฏิบัติเป็นเรื่องหนึ่ง ความตั้งใจเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ไม่มีอะไรรับประกันความสำเร็จ

    แต่หากหลักการดี ถูกต้อง เราก็ฝึกฝนไป

    นี่บอกว่าต่อให้เป็นพระที่ฝึกฝนเรื่องจิตมานาน ก็ยังไม่แน่ใจว่าตนเองข้ามพ้นเรื่องตายแล้วหรือไม่

    เพราะสัญชาตญาณกลัวตายฝังมากับมนุษย์

    หลายคนบอกว่า "ไม่กลัวตาย" อาจจะใช่ในนาทีที่พูด แต่ในสถานการณ์อื่น อาจจะไม่แน่

    สิ่งที่เราทำได้ก็คือใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท พยายามเข้าใจสัจธรรมของความไม่แน่นอนและความไม่ยั่งยืน บางทีเมื่อถึงจุดจุดหนึ่ง เราก็อาจเอ่ย "ไม่กลัวตาย" ได้เต็มปากจริงๆ

    วินทร์ เลียววาริณ
    11-9-26

    1
    • 0 แชร์
    • 22
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    หลังจาก เมล กิบสัน ทำหนังเรื่อง The Passion of the Christ เสร็จ และหนังประสบความสำเร็จอย่างสูง เขาก็อยากทำหนังเบรก แบบไม่ต้องคิดมาก เป็นหนังไล่ล่ากัน

    แต่เขาก็ไม่อยากให้เป็นการไล่ล่าทางรถยนต์ กิบสันอยากให้หนังเรื่องใหม่นี้ ตัวละครหนีการไล่ล่าด้วยเท้า และทำทุกอย่างเพื่อให้มีชีวิตรอด ฉากของเรื่องเป็นป่าเสียส่วนใหญ่

    นี่เป็นที่มาของหนังเรื่อง Apocalypto (2006) การผจญภัยในป่าของชาวมายาโบราณนาม Jaguar Paw

    Apocalypto เป็นหนังไล่ล่าทั้งเรื่อง และตื่นเต้นเร้าใจอย่างยิ่ง หนังประสบความสำเร็จอย่างสูงเช่นกัน ทั้งที่ไม่เน้นพล็อต พิสูจน์ว่า เมล กิบสัน มือถึง

    ทำหนังแบบไม่เน้นพล็อต ไล่ล่ากันทั้งเรื่องให้สนุก ไม่ใช่งานง่าย (ไม่เชื่อลองไปดู Mutiny ของ เจสัน สเตธัม) หนังเรื่องที่สองของ สตีเวน สปิลเบิร์ก Duel (1971) ก็เป็นหนังไล่ล่า และทำได้ดี เมื่อคิดว่าหนังทุนต่ำมาก และมีตัวละครแค่สองคน เห็นหน้าเพียงคนเดียว เรื่องนี้ สปิลเบิร์กในวัยหนุ่มมือถึงเช่นกัน

    หนังเกาหลีเรื่องใหม่ที่เข้าโรงในวันนี้ชื่อ Hope (호프) โดยผู้กำกับนาฮงจิน เป็นหนังไล่ล่ากลางป่าแบบ Apocalypto เช่นกัน

    (ต่อไปนี้มีสปอยเลอร์)

    Hope เปลี่ยนฉากจากการไล่ล่าของคนโบราณ เป็นมนุษย์ต่างดาว

    เช่นเดียวกับ Apocalypto เรื่อง Hope เป็นการไล่ล่าทั้งเรื่อง ไม่เน้นพล็อต ความสนุกบันเทิงทั้งหมดอยู่ที่ฉากไล่ล่าซึ่งทำได้ดี

    แต่ Hope ไปไม่ถึงระดับ Apocalypto ประการที่หนึ่ง หนังไม่เน้นพล็อตทั้งเรื่อง ซึ่งคนดูรับได้ แต่มาเปลี่ยนยัดพล็อตราวสิบนาทีก่อนจบ เหมือนตัดปะ หรือบอกเป็นนัยว่า อาจมีภาค 2 พล็อตที่เสียบก็ไม่มีการปูเรื่องใดๆ มาก่อน

    ประการที่สอง หนังหนีไม่พ้นสิ่งมีชีวิตต่างดาวหน้าตาแบบคน พูดแบบคน วิ่งแบบคน ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นหนังคลิเช่

    ประการที่สาม หนังมีกลิ่นของ ริดลีย์ สกอตต์ ในหนังชุด Aliens โดยเฉพาะการออกแบบยานอวกาศในเรื่อง Prometheus (2012) ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นหนังคลิเช่อีกเช่นกัน

    ตัดจุดอ่อนเหล่านี้ทิ้งไป Hope ก็เป็นหนังสนุกเรื่องหนึ่ง ให้ความบันเทิงสูง

    ส่วนคนที่ชอบดูหนังมีสาระ จะข้ามเรื่องนี้ก็ได้ แต่หากจะดู ก็ต้องทำใจก่อนว่าไม่ได้ไปดูหนังที่พล็อต การพัฒนาของตัวละคร แต่ไปดูหนังบู๊เรื่องหนึ่ง

    แล้วจะให้คะแนนเท่าไร? ขึ้นกับมาตรการวัด หากให้คะแนนแบบหนังบู๊ล้วนๆ เรื่องนี้ก็คงได้ราว 9/10 แต่ดูในด้านสาระของหนังตามมาตรฐานการให้คะแนนของผมแล้ว ก็ประมาณ 6-7/10 อย่างสูง

    เอ้า! คิดราคาเหมาเป็น 7.8/10 ก็แล้วกัน

    (ฉายทางโรงภาพยนตร์)

    วินทร์ เลียววาริณ 
    10-9-26

    วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่ The MEB

    (มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)

    1
    • 0 แชร์
    • 18
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    สมัยผมเริ่มทำงานใหม่ๆ วง Eagles กำลังดัง จุดสูงสุดคือ Hotel California ดังทั่วเกาะสิงคโปร์ที่ผมไปทำงาน

    ผมชอบเพลงส่วนใหญ่ของวงนี้ เช่น Take It Easy (1972) Desperado (1973) Tequila Sunrise (1973) Best of My Love (1974) Lyin’ Eyes (1975) One of These Nights (1975) New Kid in Town ที่ออกมาพร้อม Hotel California ในปี 1976

    สองเพลงหลังนี่เป็นเพลงที่ใช้สัญลักษณ์

    แต่สี่ปีหลังออกอัลบัม Hotel California วงดนตรีที่ขายอัลบัมได้มากกว่า 200 ล้านแผ่น ก็แตกสลาย

    มีหลายเหตุผลและไม่เป็นความลับอะไร เช่น สมาชิกวง ดอน เฟลเดอร์ กับ เกลนน์ ฟราย ทะเลาะกันตอนแสดง ถึงขั้นจะใช้กำลัง

    สองคนนี้ไม่ได้คืนดีกันเลย จน เกลนน์ ฟราย ตาย ดอน เฟลเดอร์ ก็ไม่ได้ไปงานศพ แต่แสดงความเสียใจทางอื่น

    ช่วงนั้นวงดนตรีออกทัวร์ แต่ละคนเหนื่อย และเริ่มหมดแรงกับหมดไฟ ความสำเร็จของ Hotel California ยิ่งทำให้ทุกคนเหนื่อย

    การใช้ยาเสพติดกับเหล้าก็ทำให้ทุกอย่างสลายตัวเร็วขึ้นไปอีก

    ในปี 1980 วงก็แตก สมาชิกหลายคนหันไปทำงานโซโล ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง

    14 ปีหลังวงแตก อินทรีก็คืนชีพอีกครั้ง

    เกลนน์ ฟราย บอกผู้ฟังในงานคอนเสิร์ตครั้งแรกหลังรวมวงใหม่ว่า "For the record, we never broke up, we just took a 14-year vacation."

    ไม่มีใครเชื่อเหตุผลนี้ แต่ทุกคนยินดีที่วงกลับมาใหม่

    รอยแตกร้าวยังดำรงอยู่ ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือรายได้ สองหัวเรือใหญ่ ดอน เฮนลีย์ กับ เกลนน์ ฟราย ขอส่วนแบ่งมากกว่าสมาชิกคนอื่น ทั้งที่ตอนแรกหารรายได้เท่ากัน

    สมาชิกคนอื่นมีความรู้สึกเหมือนลูกจ้างวง โดยเฉพาะ ดอน เฟลเดอร์ คนเริ่มแต่งเพลง Hotel California

    ในปี 2001 เขาถูกไล่ออกจากวง เฟลเดอร์ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน คดียอมความกันนอกศาล

    หลังจากนั้นอินทรีก็ยังบินอยู่ สมาชิกยุคแรกตายไปหลายคน อินทรีล้าลงกว่าในยุครุ่งเรือง

    เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

    แต่เสียงเพลงยังดำรงอยู่

    ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น

    วินทร์ เลียววาริณ
    10-9-26

    1
    • 0 แชร์
    • 23
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    พออายุเกินเลข 6 ก็มีคนบอกให้ฉีดยาโน่นนี่นั่น

    เพื่อนบางคนบอกว่าต้องฉีดวัคซีนงูสวัด (Shingles Vaccine) นะ ไม่งั้นอย่างนั้นอย่างนี้

    บางคนว่าต้องฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ (Pneumococcal Vaccine) เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสที่ทำให้เกิดปอดบวม ถ้าไม่ฉีด ตายได้นะ

    ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) นี่ควรฉีดทุกปี

    เหนื่อยใจ เพราะไม่ชอบเข็มฉีดยา แต่ก็ไม่ชอบเข้าโรงพยาบาล

    ไม่กี่เดือนก่อนผมฉีดยาป้องกันปอดอักเสบ เจ็บเรือหาย

    แขนบวมเจ็บไปหลายวันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นอนทับแขนที ร้องครางที

    อาทิตย์ก่อนผมหลงไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ค่อยยังชั่ว ไม่เจ็บ ไม่มีอาการตามมา

    ผมกลัวเข็มฉีดยามาแต่เด็ก ไม่เคยชอบเลย

    สมัยเป็นเด็กนักเรียน หน่วยสาธารณสุขยกกองไปฉีดวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคให้เด็กนักเรียนทุกคนในโรงเรียน เป็นภาคบังคับ ไม่ฉีดไม่ได้

    ทุกครั้งที่ฉีดจะเป็นไข้ แขนข้างที่ถูกเข็มจิ้มร้าวระบมบวมเป่ง ที่เป็นเช่นนั้นเพราะขนาดของเข็มฉีดในสมัยนั้นใหญ่กว่าสมัยนี้สักสามเท่า หลังฉีดแล้วต้องใช้น้ำร้อนประคบสองสามวันกว่าจะหายเป็นปกติ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทุกครั้งที่มีการฉีดวัคซีน สีหน้าเด็กแต่ละคนละห้อยประหนึ่งวัวควายถูกต้อนไปเข้าโรงเชือด!

    ครั้งหนึ่งเมื่อหน่วยสาธารณสุขยกทัพมาที่โรงเรียน ผมก็แอบแตกแถวหนีไปรวมกับกลุ่มที่ฉัดยาแล้ว แกล้งทำทีว่าเจ็บเหลือประมาณ! ยอมตายเพราะอหิวาตกโรคดีกว่าถูกเข็มแทง!

    โชคดีที่ความกลัวเข็มฉีดหายไปนานแล้ว เพราะเจ็บป่วยแต่ละครั้ง ที่แย่กว่าเสียเงินทองก็คือเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่จำเป็นจริง  ๆ ก็ไม่ยอมเฉียดกรายใกล้เข็มฉีดเป็นอันขาด ไม่ว่านางพยาบาลจะน่ารักแค่ไหน!

    มีวัคซีนชนิดเดียวที่อยากฉีด แต่ไม่มี นั่นคือวัคซีนป้องกันความจน

    วินทร์ เลียววาริณ
    10-9-26

    1
    • 0 แชร์
    • 32
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    ผมมีปัญหาหนึ่งคือ จำชื่อคนไม่ได้ บางคนเป็นเพื่อนกันมาหลายปี เจอหน้ากัน นึกในใจว่า มันชื่ออะไรหว่า

    จำใบหน้า จำเหตุการณ์ จำรายละเอียดเกี่ยวกับคนนี้ได้หมด แต่จำชื่อเขาไม่ได้

    บางครั้งเพื่อนเก่ามาทัก ก็คุยกันนาน เป็นเรื่องเป็นราว จนลากันแล้วก็ยังนึกชื่อเขาหรือเธอไม่ออก ทั้งที่จำเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกันได้หมด

    เคยถามคนอื่นในวัยเดียวกัน ก็พบว่าเป็นเหมือนกัน แสดงว่ามันคงเป็นการลัดวงจรของนิวรอนในสมองชั่วคราว (มั้ง)

    อาชีพของผมทำให้บางครั้งต้องตกอยูในสถานการณ์คับขันอย่างไม่น่าเชื่อ หลายครั้งในงานหนังสือ เมื่อผมเซ็นชื่อให้ผู้อ่าน เพื่อนเก่าบางคนโผล่มาขอให้เซ็นชื่อให้บ้าง

    จะทำอย่างไรในเมื่อจำชื่อเขาไม่ได้?

    ถ้าถามเขาว่าชื่ออะไร เขาอาจรู้สึกไม่ดี

    บางกรณีหลังจากคุยกันสองสามนาที ผมก็คิดออก แต่หลายครั้งนึกยังไงก็นึกไม่ออก

    ท้ายที่สุดผมก็ยึดคติ ‘Honesty is the best policy.’

    ขอโทษเขา บอกตรง ๆ ว่าจำชื่อไม่ได้จริง ๆ

    ก็ผ่านชีวิตของคนความจำเริ่มเสื่อมมาอย่างนี้แหละ

    เรื่องจำชื่อเพื่อนไม่ได้ คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร อย่างมากก็งอนไปสองนาที

    แต่หากจำชื่อเมียไม่ได้นี่สิ... โห! นี่เรื่องใหญ่มาก

    อันตรายอย่างยิ่ง เวรี่ แดนเจอรัส!

    หลานคนหนึ่งถามปู่ของเธอว่า “คุณปู่น่ารักจัง เรียกคุณย่าว่า ‘ที่รัก’ ทุกคำเลย”

    ปู่บอกว่า “จะบอกความลับให้นะ เพราะปู่จำชื่อย่าของหลานไม่ได้น่ะ เรียก ‘ที่รัก’ ปลอดภัยที่สุด”

    จำชื่อเมียไม่ได้เดือดร้อนแน่

    จำชื่อเมียผิดเป็นหญิงอื่นนี่ตายแน่นอน

    เรียก "ที่รัก" ปลอดภัยที่สุด

    วินทร์ เลียววาริณ
    9-9-26

    1
    • 0 แชร์
    • 32