• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    The Gorge ปรากฏขึ้นบนรายการหนังของ Apple TV+ โปสเตอร์ดูน่าเบื่อ แต่ก็ลองดู เพราะดูมาหลายเรื่องแล้ว ปิดก่อนทุกที

    กะว่าจะดูสัก 5-10 นาที แต่กลับดูจนจบ

    หนังดีหรือ? เปล่า ไม่ใช่หนังดีตามมาตรฐานการให้คะแนน แต่สนุก

    ก่อนอื่นคำว่า gorge (กอร์จ) แปลว่าโกรกเขา หรือช่องผาที่มีลำธารหรือแม่น้ำไหลผ่าน

    หนังเรื่องนี้ใช้โกรกเขาเป็นฉาก จึงใช้ชื่อ The Gorge

    เนื่องจากผมไม่ดูหนังตัวอย่างมานานแล้ว ดังนั้นจึงไม่รู้ว่านี่เป็นหนังเกี่ยวกับอะไร

    (มีสปอยเลอร์แนวหนัง)

    หนังเปิดตัวไม่กี่นาที ผมก็คาดว่าเป็นหนังนักฆ่า แนว Shooter หรือ The Killer

    ผ่านไปอีกหลายนาที เมื่อหนังแนะนำตัวละครใหม่ ผมก็คาดว่าน่าจะเป็นหนังแนวสงคราม แบบปฏิบัติการลับ

    ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง หนังก็พลิกไปเป็นหนังรัก

    เอ๊ะ! ชักยังไง จะทำหนังอะไรเนี่ย!

    ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง หนังเปลี่ยนอีกแล้ว คราวนี้กลายเป็นหนังซอมบี้

    ตลอดค่อนชั่วโมงต่อมา มันกลายเป็นหนังสยองขวัญ

    ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง กลายเป็นหนังไซไฟ

    เวรกรรม! เดาไม่ถูกเลย

    ฮอลลีวูดพยายามที่จะทำของใหม่ของของเก่าเสมอ และวิธีการหนึ่งก็คือการผสมตระกูลหนัง (genre)

    ปกติการรวมหนังต่างตระกูล ไม่ค่อยรวมหลายตระกูลเกินไป เพราะจะคุมยาก ในกรณีนี้คือการรวมนิยายไซไฟ เข้ากับนิยายรัก นิยายสยองขวัญ นิยายแนวซอมบี้ ฯลฯ

    เหมือนดู Mr. & Mrs. Smith + Shooter + 13 Hours + The Fly + Frankenstein + Sleepy Hollow + Oppenheimer และตอนจบแบบ The Bourne Identity

    เอามาอย่างละนิดผสมกัน

    หนังยำขนาดนี้น่าจะเละ แต่ปรากฏว่าหนังสนุกผิดคาด แม้พล็อตจะมีรูโหว่มากมาย แต่ให้ความบันเทิงสูง นี่เป็นหนังแบบ guilty pleasure

    The Gorge ใช้นักแสดงหลักสองคนคือ Anya Taylor-Joy และ Miles Teller

    ไม่ว่าจะบังเอิญหรือตั้งใจ หนังใส่ฉากเล่นหมากรุกและตีกลอง เพราะ Anya Taylor-Joy เคยเล่นหมากรุกในเรื่อง The Queen's Gambit และ Miles Teller เคยเล่นบทนักตีกลองใน Whiplash

    เหตุที่หนังยำพล็อตมากมาย แต่ไม่เละน่าจะเพราะ หนึ่ง การรักษาจังหวะจะโคนของอารมณ์พอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป

    สอง แกนกลางของเรื่องคือหนังรัก

    สงสัยที่เราดูจนจบเพราะเราเป็นคนโรแมนติกแน่เลย! เคี้ยกเคี้ยก

    7.7/10
    Apple TV+

    วินทร์ เลียววาริณ 
    20-9-26

    วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB (คีย์คำว่า วินทร์ เลียววาริณ)

    (มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)

    1
    • 0 แชร์
    • 22
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    มันเกิดขึ้นราว 252 ล้านปีก่อน เมื่อมหาภูเขาไฟระเบิด ส่งเถ้าฝุ่นกระจายไปทั่วโลก คาร์บอน ไดออกไซด์ จากการระเบิดของภูเขาไฟในครั้งนั้นละลายในมหาสมุทร เรารู้จากหลักฐานฟอสซิลของหินซึ่งเคยเป็นพื้นทะเลในอดีตกาลนานโพ้นว่า คาร์บอน ไดออกไซด์ ทำให้สภาพน้ำทะเลเป็นกรด ผลที่ตามมาคือสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรตายเป็นเบือ เป็นสาเหตุสำคัญของการสูญพันธุ์ครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในโลก สภาพกรดที่ทำลายล้างโลกครั้งนั้นเปิดทางให้ไดโนเสาร์ครองโลกในยี่สิบล้านปีถัดมา

    กรดก็คืออันตรายต่อชีวิต

    สภาวะโลกร้อนปัจจุบันกำลังส่งผลคล้ายกัน คราวนี้เราก็คือ ‘ภูเขาไฟ’ โลกร้อนทำให้น้ำทะเลเป็นกรดมากขึ้น เพราะธาตุคาร์บอนลงไปสะสม ปลาลดจำนวน ปะการังหดหาย

    คนเลี้ยงปลาตู้รู้ดีว่าหากน้ำมีสภาวะเป็นกรดมากไป ปลาอาจตายได้ อาจแก้โดยเติมเกลือ เพื่อให้น้ำเป็นด่างขึ้น

    แม้จะเลี้ยงปลาน้ำจืด แต่การเติมเกลือเล็กน้อยลงในน้ำช่วยลดสภาพกรดและทำให้ปลามีสุขภาพดีขึ้น

    ร่างกายคนก็เหมือนกัน ถ้ากรดในร่างกายมาก ทำให้ป่วยง่าย ถ้ากระเพาะมีกรดมาก ซึ่งอาจเกิดจากความเครียด กรดก็จะกัดกินกระเพาะ ต้องกินยาลดกรด หรือดื่มน้ำเพื่อให้กรดเจือจางลง

    เคยไหมที่เวลาป่วยต้องกินยาบางชนิด หมอสั่งให้กินพร้อมหรือหลังอาหาร เพราะยาทำให้เกิดสภาพกรดมาก อาจกัดกระเพาะ

    กรดก็คืออันตรายต่อชีวิต

    ของเหลวในโลกนี้มีสภาวะความเป็นกรด-ด่างต่างกัน น้ำมะนาวประกอบด้วยกรดซิตริก น้ำส้มสายชูมีกรดอะซิติก ส่วนน้ำกลั่นและน้ำเปล่ามีคุณสมบัติเป็นกลาง

    ถ้าเราบีบน้ำมะนาวลงในน้ำเปล่า ก็เปลี่ยนค่ากลางเป็นกรด ถ้าใส่ผงฟูหรือขี้เถ้าลงไป น้ำจะกลายสภาพเป็นด่าง จะเห็นว่าน้ำเปล่าสามารถเปลี่ยนไปเป็นกรดหรือด่าง ตามสิ่ง ที่ใส่เข้าไป

    นักวิทยาศาสตร์ใช้ค่า pH (potential of Hydrogen) เป็นมาตรวัดความเป็นกรด-ด่างของสารละลาย pH มีค่าระหว่าง  0-14 โดย 7 คือค่าความเป็นกลาง

    ถ้า pH ต่ำกว่า 7 มีสภาวะเป็นกรด ถ้าสูงกว่า 7 มีสภาวะเป็นด่าง

    น้ำกลั่นมีค่า pH 7 อยู่ตรงจุดกึ่งกลางของเสกล จึงเป็นกลาง

    จิตมนุษย์ก็เช่นกัน จิตเดิมนั้นเป็นกลาง จนกระทั่งเราเติมกรดหรือด่างลงไป แล้วเปลี่ยนมันไป

    จิตของเราก็มีค่า ‘pH’

    potential of Happiness - ศักยภาพแห่งความสุข

    หากจิตนิ่งไม่ทุกข์ไม่สุข pH = 7

    7 คือสวรรค์ชั้นเจ็ด!

    ถ้า potential of Happiness ต่ำกว่า 7 แสดงว่าจิตเป็นกรด ถ้าสูงกว่า 7 แสดงว่าจิตเป็นด่าง

    ไม่ว่าไปข้างไหนมาก ๆ ก็ไม่ดี ควรรักษาให้อยู่ตรงกลาง

    มีทุกข์ก็ดึงกลับ มีสุขมากก็ระวัง รั้งกลับมาตรงกลางบ้าง

    มันไม่ง่ายนักที่จะรักษาจิตให้เป็นกลาง เพราะในโลกของชีวิตจริง เราเผชิญกับกรดทุกรูปแบบทุกวัน

    บางทีโดนสาด ‘กรด’ เต็มหน้า เช่น คำด่า คำสบประสาท  บางทีก็ลับหลัง เช่น คำนินทา บ้างมาในรูปของการให้ร้าย ใส่ความ บางครั้งกรดมาจากการสะสมของเสีย ความโลภความหลง กิเลสตัณหาทั้งหลาย สะสมแล้วก็เป็นกรด กัดกินหัวใจ

    ยาลดกรดที่ดีที่สุดก็คือเติมด่าง

    อะไรคือด่าง?

    ด่างคือธรรมะ ความเข้าใจชีวิต การให้อภัย การปล่อยวาง

    เมื่อฝ่ายตรงข้ามสาดกรดมา ก็อย่าสาดกรดกลับ เพราะกรดกับกรดเจอกันจะออกฤทธิ์ทำลายทั้งสองฝ่าย

    คนใจใหญ่จึงไม่ค่อยบาดเจ็บจากกรด สาดไปเท่าไร ก็สลายออกหมด เพราะใจของตนเป็นน้ำบ่อใหญ่จนคนสาดกรดเหนื่อย แล้วเลิกไปเอง

    เมื่อเจอใครสาด ‘กรด’ ใส่ หรือเผลอสร้างกรดขึ้นมาเอง ก็รับมือด้วยด่างแห่งธรรมะ ปรับใจเข้าสู่สภาวะความเป็นกลาง หรือ potential of Happiness ระดับ 7

    เราทุกคนมีศักยภาพแห่งความสุข ขึ้นกับว่าจะใช้เต็มศักยภาพหรือไม่

    pH แห่งใจที่ระดับ 7 คือความสุข คือสวรรค์ทั้งเจ็ด

    สวรรค์เจ็ดข้อคือการใช้ชีวิตที่

    1 ปราศจากความซับซ้อนวุ่นวาย 
    2 ปราศจากความโลภ 
    3 ปราศจากความเกลียด 
    4 ปราศจากความโกรธ 
    5 ปราศจากความร้อนของไฟกิเลส 
    6 ปราศจากความหลงใหล 
    7 ปราศจากความเห็นแก่ตัว

    ปราศจากกรดแห่งอารมณ์เหล่านี้ ชีวิตก็เป็นสุข
    วินทร์ เลียววาริณ
    21-9-26

    จาก 1 เปอร์เซ็นต์ของความเป็นไปได้
    61 บทความ 190.- บทความละ 3.1 บาท
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
    https://www.winbookclub.com/store/detail/150/1%20เปอร์เซ็นต์ของความเป็นไปได้ 

    ท่านที่สั่งซื้อและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน

    1
    • 0 แชร์
    • 8
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    วินทร์ #1001 : “ครั้งหนึ่งพระเจ้าอโศกฯทรงไปรบที่แคว้นกาลิงคะ คนตายไปมาก จึงเกิดความสลดพระทัย ในช่วงเวลานั้นทรงมีโอกาสพบภิกษุในพุทธศาสนารูปหนึ่ง พอได้สดับธรรมแล้วก็เลื่อมใสในพุทธศาสนา จนเปลี่ยนพระนิสัยไดเหมือนองคุลีมาลกลับใจ เลิกทำสงคราม ทำนุบำรุงพุทธศาสนา ทรงสร้างวัดวาอารามไปทั่วแผ่นดิน ส่งสมณทูตไปเผยแผ่ศาสนาทุกทิศ มีอยู่คณะหนึ่งมาเผยแผ่ศาสนาพุทธที่แผ่นดินสุวรรณภูมิ...”

    วินทร์ #2009 : “ก็คือต้นกำเนิดของพุทธศาสนาในเมืองไทย...”

    วินทร์ #1001 : “ใช่ ทีนี้ลองคิดดูว่า สมมุติว่าพระเจ้าอโศกมหาราชไม่ทรงก่อสงคราม ก็คงไม่เผยแผ่พุทธศาสนามาทางนี้ และสมมุติว่าศาสนาอื่น เช่น ศาสนายิว ศาสนาคริสต์ หรือศาสนาอิสลามเดินทางมาถึงแผ่นดินสุวรรณภูมิก่อนศาสนาพุทธ จะเกิดอะไรขึ้น? เราก็จะเป็นประเทศคริสต์หรืออิสลามอย่างแน่นอน ตอนนี้บ้านเราก็อาจมีแต่โบสถ์หรือมัสยิด เห็นมั้ยว่ามันต่างกันแค่ช่วงจังหวะเวลาของเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เท่านั้น เช่นกัน สมมุติว่าเจ็งกิสข่านทำสงครามข้ามโลก แล้วเกิดปลงตกเหมือนพระเจ้าอโศกฯ เจอพระภิกษุสักรูป เกิดเลื่อมใสหลักธรรมของพุทธศาสนาขึ้นมา แล้วเผยแผ่พุทธศาสนาไปทั่วยุโรปที่เขายึดครอง ก็เป็นไปได้ที่ตอนนี้พวกฝรั่งนับถือพุทธกันหมด ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า สนใจเรื่องกรรม ป่านนี้ก็อาจมีหลวงพ่อหลวงพี่ตาน้ำข้าววัดใดวัดหนึ่งกำลังเทศน์ให้ชาวบ้านทำบุญและแก้กรรมผ่านบัตรเครดิตหรือแบบหักบัญชีธนาคาร...”

    วินทร์ #3365 : “นี่ก็คือโลกของผมนี่นา!”

    วินทร์ #1001 : “คราวนี้ผมจะสมมุติต่อไปว่าพวกฮีบรูไม่ได้อพยพออกจากอียิปต์เพราะฟาโรห์ทรงอนุญาตให้พวกเขาตั้งถิ่นฐานที่อียิปต์โดยไม่มีปัญหา ไม่ต้องข้ามทะเลแดงไปหาที่อยู่ใหม่ โลกก็คงไม่มีบัญญัติสิบประการ ไม่มีศาสนายิว และแน่นอนเมื่อไม่มีศาสนายิว ก็ย่อมไม่มีศาสนาคริสต์และอิสลาม และความเชื่อเรื่องพระเจ้าก็ไม่เกิดขึ้นในโลก พระเยซูอาจจะยังทรงเป็นศาสดา แต่ไม่ใช่ของคริสต์ศาสนา และจะไม่เป็นสัญลักษณ์ของการไถ่บาปมวลมนุษย์”

    วินทร์ #2009 : “นี่คุณกำลังจะรื้อศาสนาคริสต์ อิิสลามเลยหรือ?”

    วินทร์ #1001 : “เปล่า ไม่ได้รื้อ แค่วิเคราะห์โครงสร้าง ผมกำลังบอกว่ามันมีตัวแปรเล็ก ๆ คือฟาโรห์ แค่ทรงอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ชาวฮีบรูอยู่ในอียิปต์ต่อไป ก็ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในโลกไปคนละทิศ เป็น Butterfly Effect ที่เปลี่ยนโลก...

    “ทีนี้ลองสมมุติอีก scenario* นึง สมมุติว่าศาสนายิวเกิดขึ้นจริง และเดินทางมาถึงโลกตะวันออกก่อนศาสนาพุทธ จีนและแผ่นดินสุวรรณภูมิทั้งหมดก็อาจจะกลายเป็น ‘คริสต์’ แต่ก็จะเป็น ‘ศาสนาคริสต์’ ที่พระเยซูไม่ทรงเป็นศาสดา เพราะพระองค์ไม่ได้เกิดที่เมืองจีนหรือสุวรรณภูมิ ศาสนาใหม่นี้ก็จะมีศาสดาเป็นบุคคลสำคัญคนอื่น ๆ ที่อยู่ในเมืองจีนในยุคสมัยนั้น หรือในสถานการณ์การเมืองและสังคมในช่วงนั้น ๆ อาจจะเป็นกวนอูก็ได้”

    วินทร์ #6565 : “อุ้ย! พี่มาแรงอีกแล้ว!”

    วินทร์ #1001 : “ฟังผมให้ดีสิ ผมไม่ได้วิจารณ์ศาสนาและความเชื่อใด ๆ ผมแค่วิเคราะห์ทางเลือกของประวัติศาสตร์ให้ดูแบบ ‘what-if scenario’ ถ้าเราจะถกเรื่องศาสนาเปรียบเทียบกัน ต้องเปิดใจให้กว้าง เถียงกันด้วยเหตุผลและหลักฐาน ถ้าเรายังคุยกันด้วยภาพฝังหัวเดิม ๆ ก็ตีกันเปล่า ๆ คุณรับได้มั้ยล่ะ?”

    วินทร์ #6565 : “ว่าไป พี่ว่าต่อไป...”

    วินทร์ #1001 : “สถานะเทพและนักบุญนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายดาย พระเยซูทรงเป็นมนุษย์ธรรมดาซึ่งมีเมตตาสูง คนจึงรักมาก เป็นศาสดาของศาสนาใหม่คือศาสนาคริสต์ ซึ่งวิวัฒนาการต่อมาจากศาสนายิว พระพุทธเจ้าก็ทรงเป็นมนุษย์ธรรมดา ตัวอย่างมีมากมายในประวัติศาสตร์ ยกตัวอย่างกวนอูก็แล้วกัน ไหน ๆ ก็เอ่ยชื่อเขาแล้ว กวนอูนี่เป็นทหารในสมัยสามก๊ก เป็นชาวอำเภอไก่เหลียง รูปร่างใหญ่ สูงหกศอก ใบหน้าแดงเหมือนผลพุทราสุก นัยน์ตายาวรี ไว้หนวดเคราถึงอก ถือง้าวมังกรเขียว เก่งกาจวิทยายุทธ์ รักความยุติธรรม นิสัยห้าวหาญทระนงองอาจ แต่จุดดีที่สุดคือความกตัญญูรู้คุณคนและซื่อสัตย์เป็นเลิศ ในวัยฉกรรจ์กวนอูพลั้งมือฆ่าปลัดอำเภอและน้าชายตายแล้วหลบหนีการจับกุมอยู่หกปี จนได้พบเล่าปี่และเตียวหุย ทั้งสามสาบานเป็นพี่น้องกันในสวนท้อ กวนอูสร้างวีรกรรมต่าง ๆ มากมายเหมือนจอมยุทธ์ในนิยายกำลังภายในเลย เช่น ร่วมกับเล่าปี่เตียวหุยปราบโจรโพกผ้าเหลืองจนราบคาบ สังหารฮัวหยงแม่ทัพของตั๋งโต๊ะ สู้กับงันเหลียง-บุนทิว สองทหารเอกของอ้วนเสี้ยว หนีจากก๊วนโจโฉกลับไปหาเล่าปี่ ตอนจับโจโฉได้ก็ปล่อยโจโฉไป เพราะรู้คุณที่เคยชุบเลี้ยงตน แต่ในตอนท้ายกวนอูก็พลาดท่าถูกฝ่ายซุนกวนจับได้ ซุนกวนพยายามเกลี้ยกล่อมให้กวนอูยอมสวามิภักดิ์ แต่ไม่สำเร็จ จึงจำต้องประหารกวนอู หลังกวนอูตาย โจโฉซึ่งอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามยังอาลัยในความซื่อสัตย์กตัญญูรู้คุณของกวนอู...

    “และเช่นเดียวกับบุคคลสำคัญของโลกคนอื่น ๆ ที่ผู้คนรัก กวนอูก็กลายเป็นเทพเจ้า มีคนกราบไหว้บูชา มีศาลเจ้าและวัดที่บูชากวนอูนับพันแห่งในเมืองจีน ไต้หวัน ไทย วัดจีนแถวบ้านผมก็มี ตอนเด็ก ๆ ผมมักไปดูเทพเจ้ากวนอู ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่ากวนอูเป็นใคร แต่คนอื่นไหว้ เราก็ไหว้มั่ง ทั้งวัดจีน แม้แต่อารามเต๋าก็มีกวนอู ชาวพุทธในจีนยกกวนอูเป็นพระโพธิสัตว์...

    “ว่ากันแฟร์ ๆ กวนอูไม่ใช่นักบุญ ฆ่าคนตายไปเยอะ แต่จุดดีของเขาคือความซื่อสัตย์กตัญญูกลบจุดเสียหมด กวนอูถูกประหารชีวิตเหมือนพระเยซู ถ้าจังหวะเหมาะสม ศาสนายิวมาถึงเมืองจีนในช่วงนั้นพอดี กวนอูก็อาจได้เป็นศาสดาของศาสนาใหม่ที่แตกหน่อมาจากศาสนายิว เรียกว่าศาสนากวนอู และสัญลักษณ์ของผู้ไถ่บาปในเวอร์ชั่นจีนก็อาจเป็นทวนของกวนอูไป”

    วินทร์ #6565 : “พูดเล่นไปได้”

    วินทร์ #1001 : “นี่ไม่ใช่เรื่องพูดเล่น มันเป็นไปได้ จะเห็นว่าการศึกษาเรื่องศาสนาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ที่มาของมันก่อน ต้องรู้ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สภาพสังคม และอื่น ๆ จึงทำให้เห็นภาพชัดขึ้น ในโลกที่มีคนจำนวนมากอยู่ห่างกันคนละประเทศคนละทวีป ย่อมเกิดระบบศาสนาต่าง ๆ ที่มีรายละเอียดต่างกันออกไป บ้างรวมศีลธรรมเข้ากับเทวนิยม บ้างรวมศีลธรรมกับปรัชญาการดำเนินชีวิตบางอย่าง บ้างรวมเข้ากับบุคคลพิเศษ ฯลฯ ก็กลายเป็นภาพที่เราเห็นในวันนี้ เมื่อเราพิจารณาศึกษาจนเข้าใจทุกหลักการ แล้วจึงค่อยเลือกหรือไม่เลือกศาสนา ก่อนจะเลือกทางเดินของเราจริง ๆ ก็ต้องปลอดจากกรอบคิดเดิม ๆ ต้องได้รับข้อมูลครบถ้วนก่อน โลกเรามีบุคคลสำคัญมากมายที่กลายเป็นนักบุญ กลายเป็นผู้วิเศษ นี่บอกว่า เราชอบสมมุติมนุษย์เป็นเทพ และยึดติด ถ้าเราไม่ระวัง ก็จะบูชาเทพโดยไม่รู้ที่มาที่ไป กลายเป็นบูชาอำนาจเหนือธรรมชาติไปโดยไม่รู้ตัว ทีนี้แม้แต่เทพสัตว์ก็ไหว้ได้”

    วินทร์ #6565 : “แปลว่าอะไร - เทพสัตว์ ?”

    วินทร์ #1001 : “ก็สัตว์ที่มนุษย์ยกให้เป็นเทพไง”

    วินทร์ #6565 : “คุณล้อเล่นรึเปล่า?”

    วินทร์ #1001 : “เปล่าเลย ถ้าเราไหว้วัวสามขา ลิงสองหัว ไหว้แผ่นเจลลดไข้ได้ ทำไมจึงไหว้สัตว์ไม่ได้”

    วินทร์ #6565 : “อุ้ย! พี่นี่กวาดไปทั่ว ข้าน้อยนับถือที่พี่ไม่กลัวหัวแตก!”

    วินทร์ #4411 : “ตกลงสัตว์อะไรบ้างกลายเป็นเทพ?”

    วินทร์ #1001 : “ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขายกย่องแมวเพราะสามารถฆ่างูพิษได้ ยกย่องขนาดมีเทพธิดาแมวที่เรียกว่า Bastet เป็นเทพธิดาศีรษะเป็นแมว มีพิธีบูชาเทพธิดาแมว ถือเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ความเป็นแม่”

    วินทร์ #6565 : “ความเป็นแม่? ยังไงครับ?”

    วินทร์ #1001 : “ก็เพราะแมวออกลูกทีละครอก ผู้หญิงที่อยากได้ลูกก็ต้องไปขอพรจากเทพธิดาแมว ชาวอียิปต์โบราณบางที่ดูแลแมวยิ่งกว่าเมีย เมื่อแมวตาย มีการไว้ทุกข์ให้แมว บางเมืองมีประเพณีคนโกนคิ้วเพื่อไว้ทุกข์ให้แมว ใครฆ่าแมวมีโทษประหารชีวิต สมัยนั้นมีรูปปั้นแมว มีตะกรุดแมวไว้บูชา เหมือนคนสมัยนี้บูชาพระเครื่องกัน ชาวบ้านชาวเมืองก็บูชาขอพรจากแมว...

    “มองแบบนี้จะเห็นว่า จะนับถือศาสนาอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่ควรศึกษาอย่างถ่องแท้เสียก่อน การศึกษาศาสนาเปรียบเทียบเป็นเรื่องจำเป็น ในความเห็นของผม ศึกษาศาสนาแค่ในมุมมองของมนุษย์ยังไม่พอ ต้องศึกษาในมุมกว้างกว่านี้อีก”

    วินทร์ #6565 : “กว้างกว่านี้? มีกว้างกว่านี้อีกหรือ?”

    วินทร์ #1001 : “เรายังต้องมองศาสนาในมุมของยีน พันธุกรรม เราไม่อาจสรุปว่าการมีศาสนาเป็นผลมาจากการเลี้ยงดูหรือสภาพแวดล้อม หรือ nurture อย่างเดียว เราต้องไม่ลืมปัจจัย nature ด้วย มีสมมุติฐานที่เสนอว่า ความเชื่อในศาสนาอาจเกิดจากการกำหนดของโครงสร้างสมอง ก็มาที่เรื่องยีนอีกนั่นแหละ”

    วินทร์ #2009 : “ที่เรียกว่า The God gene?”

    วินทร์ #1001 : “ใช่ สมมุติฐานนี้มาจากนักพันธุกรรมศาสตร์ ที่เสนอว่ายีนบางตัวอาจทำให้มนุษย์รู้สึกว่าตนสัมผัสกับความลึกลับทางจิตวิญญาณบางอย่าง”

    วินทร์ #2009 : “ยังอีกไกลกว่าเราจะรู้เรื่องนี้จริง ๆ”

    * scenario = ฉากหรือสถานการณ์สมมุติ

    (ยังมีต่อ)

    วินทร์ เลียววาริณ
    20-9-26

    จากหนังสือ วินทร์-วินทร์ Situation
    สารคดีเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์ 
    อ่านฟรีที่เพจนี้ก็ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เป็นเล่ม ก็อ่านได้ถึงลูกหลาน 
    ราคาแค่ 225.- เท่านั้น หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

    สั่งซื้อได้ที่ https://www.winbookclub.com/store/detail/141/วินทร์-วินทร์%20Situation 

    ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com  มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน

    1
    • 0 แชร์
    • 19
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    เมื่อวานนี้ในบทความเรื่อง "Free ปาlesไตน์" ผมเขียนประโยคหนึ่งว่า ใครก็ตามที่เอ่ยประโยคนี้จะเสียอนาคตในอาชีพ

    ความจริงคนที่ไม่เอ่ยประโยคนี้ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

    ผมกำลังพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกดนตรีในสัปดาห์นี้คือ กรณีของนักดนตรี Ed Sheeran ถูกบีบให้ขับแรปเปอร์ Macklemore ออกไป เพราะเขาเอ่ยประโยค "Free ปาlesไตน์" บนเวทีแสดงที่สหรัฐฯ

    คนฝั่งญิวตีความว่า ประโยค "Free ปาlesไตน์" แปลว่าเหยียดหยามชาวญิว

    ไม่ได้ตีความว่า "อย่าฆ่าคนบริสุทธิ์"

    ปฏิกิริยาของเหตุการณ์นี้บานปลายไปกว้างขวาง นักดนตรีใหญ่ๆ หลายคนออกมาประณาม Ed Sheeran ว่าขี้ขลาด ยอมคุกเข่าให้พลังญิวที่กำลังฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาlesไตน์

    นี่ทำให้คนทำงานในวงการดนตรี ภาพยนตร์ จะอยู่ยากขึ้นทุกที เพราะต้องเลือกข้าง คล้ายๆ การเมืองกีฬาสีในบ้านเราเมื่อสิบกว่าปีก่อน

    คนจำนวนมากมองว่าต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่ง แต่ความจริงอาจง่ายกว่านั้น คือเลือกสิ่งที่ถูกต้องตามมนุษยธรรม

    Roger Waters แห่งวง Pink Floyd เขียนว่า (ขออนุญาตตัดคำหยาบทิ้ง) "มีคนสองจำพวกในโลก พวกหนึ่งทำเรื่องที่ถูกต้อง อีกพวกทำเรื่องที่ผิด"

    การฆ่าคนบริสุทธิ์ย่อมไม่ถูกต้อง ไม่ว่าเหตุผลที่นำมาอ้างคือคัมภีร์ หรือพระเจ้าองค์ใด หากมันไม่ถูกต้องตามหลักมนุษยธรรม ก็ไม่ถูกต้องทั้งนั้น

    การข่มขู่คนที่ต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในระยะแรกอาจสามารถทำได้ แต่ในระยะยาวจะพบว่าคนพวกนี้เหลือพื้นที่ให้ยืนน้อยลงไปทุกที

    ล่าสุดนักดนตรีในวง Ed Sheeran หลายคน รวมทั้งศิลปินรับเชิญก็ขอลาจาก

    วินทร์ เลียววาริณ
    19-9-26

    อ่านบทความเต็ม https://www.winbookclub.com/blogs/read/3746 

    1
    • 0 แชร์
    • 28
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    คำถามและประเด็นในวันนี้

    เบื่อหนังซูเปอร์ฮีโร

    ว่าด้วยหนัง เจมส์ บอนด์

    คลิกลิงก์อ่าน https://www.blockdit.com/posts/6aad5fa40a5285b63c47a0c2 

    สนใจเรื่องใด เขียนมาถามได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"

    1
    • 0 แชร์
    • 11