• วินทร์ เลียววาริณ
    0 วันที่ผ่านมา

    ไม่ผิดนักหากกล่าวว่าวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นเปลี่ยนทิศไปเพราะพระเซนรูปหนึ่งนาม เมียวอัน เอไซ หรือ เอไซ เซนจิ (1141-1215)

    เอไซ เซนจิ (แปลว่า อาจารย์เซนเอไซ) เป็นผู้นำเซนสู่ญี่ปุ่นอย่างเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรก

    เอไซเกิดในปี ค.ศ. 1141 ที่จังหวัดบิทจู (ปัจจุบันคือโอกายามะ) พ่อนับถือศาสนาชินโตและศึกษาสายเทียนไท่ นี่ทำให้เขาสนใจธรรมและได้เข้าวัดอันเนียว ตั้งแต่อายุเพียงสิบเอ็ดขวบ

    เขาศึกษาธรรมกับอาจารย์โจชิน สองปีต่อมาก็ไปยังวัดที่ภูเขาฮิเอ สถานที่ที่พ่อของเขาเคยศึกษา เขาบวชเมื่ออายุสิบสามปี ช่วงหลายปีนั้น เอไซเดินทางไปมาระหว่างศูนย์เทียนไท่ที่ภูเขาฮิเอกับสถานปฏิบัติธรรมสายตันตระ* ใกล้บ้านเกิด

    แม้อายุยังน้อย แต่เขาก็มองเห็นความเป็นไปของวงการศาสนาอย่างชัดเจน เขามีความคิดเห็นว่าการศึกษาพุทธควรต้องปฏิรูป และจะมีทางใดที่จะเริ่มการปฏิรูปได้ดีไปกว่าการไปเมืองจีนเพื่อเรียนศาสนาพุทธที่ 'บริสุทธิ์' กว่าที่เขารู้

    ขณะที่รอเรือไปเมืองจีนที่ท่าเรือเมืองฮาตากะ เขาพบกับล่ามชาวจีนคนหนึ่งนาม หลี่เต๋อเชา ชายจีนผู้นี้บอกให้เขารู้เรื่องการปฏิบัติเซน แม้ทีแรกเขารู้สึกว่าวิถีเซนออกจะแปลกประหลาด แต่ก็เกิดความทึ่ง และคิดจะไปเรียนเซนในจีน

    ในปี ค.ศ. 1168 เอไซในวัยยี่สิบเจ็ดลงเรือมุ่งหน้าไปเมืองจีน เขาไปถึงพื้นที่เชิงเขาเทียนไท่ หลังจากอาศัยที่เมืองจีนได้ราวครึ่งปี เขาได้พบกับพระญี่ปุ่นรูปหนึ่งนาม ชุนโจโบะ โจเก็น ผู้ตั้งใจจะไปเรียนเซนเช่นกัน ทั้งสองเดินทางไปเยือนวัดที่ภูเขาเทียนไท่ด้วยกัน ที่นั่นเอง เอไซก็พบสายทางแห่งเทียนไท่และเซน

    เอไซเดินทางกลับญี่ปุ่นพร้อมตำราพระสูตรต่าง ๆ ถึงหกสิบเล่ม เขาศึกษาฝึกฝนเซนนานถึงสิบปี

    ในปี ค.ศ. 1187 เอไซวัยสี่สิบหกรู้ว่าตนเองยังเดินไปไม่ถึงจุดหมาย เขาเดินทางไปเมืองจีนอีกครั้ง แต่เมื่อขึ้นฝั่งจีน ทางการไม่ยอมให้เขาเดินทางต่อไป เขาจึงเปลี่ยนทิศไปอินเดีย แล้วค่อยอ้อมกลับไปยังภูเขาเทียนไท่จนได้ คราวนี้เขาเริ่มศึกษาธรรมสายหลินฉีอย่างจริงจัง ที่นี่เขาบวชใหม่อีกครั้ง เป็นศิษย์ของอาจารย์ซู่อานหวยซาง

    ต่อมาเขาย้ายตามอาจารย์ไปพำนักที่ภูเขาเทียนต้ง เมื่อบรรลุธรรมแล้วก็ได้การรับรองให้เป็นอาจารย์เซน ท่านเป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับการรับรอง และเป็นพระญี่ปุ่นที่คนจีนให้ความนับถืออย่างสูง

    ในปี ค.ศ. 1191 อายุห้าสิบ เอไซเดินทางกลับญี่ปุ่น สร้างวัดเซนแห่งแรกของญี่ปุ่น และเริ่มสอน รินไซ เซน

    เอไซ เซนจิ วางรากฐานของเซนในญี่ปุ่นอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง เพราะเกรงว่าจะถูกต่อต้านจากรัฐและราชสำนัก และพระนิกายอื่น ๆ ซึ่งก็เป็นอย่างที่คาด ในที่สุดทางการก็สั่งห้ามการสอนเซน เนื่องจากวิธีสอนที่แปลกไปจากศาสนาอื่น ๆ และเพื่อเลี่ยงการปะทะกัน เขาจึงย้ายไปที่คิวชู และสร้างวัดใหม่ชื่อ โชฟุคุจิ โดยได้รับการอุปถัมภ์จากกลุ่มมินะโมโตะที่กำลังขึ้นมามีอำนาจ

    การสอนของท่านเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งในราชสำนัก แต่ก็มีผู้ต่อต้านตลอดเวลา

    ศิษย์เอกของ เอไซ เซนจิ คือ โดเง็น ร่ำเรียนจากท่านในช่วงที่ท่านพำนักอยู่ที่วัดเคนอิน ท่านสอนให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและบริสุทธิ์ ท่านเองก็ปฏิบัติตนเช่นนั้นตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายของชีวิต

    อาจารย์ใหญ่ผู้วางรากฐานเซนในญี่ปุ่นมรณภาพในปี ค.ศ. 1215 อายุเจ็ดสิบสี่ ท่านได้รับฉายาว่า เซนโค โคคุชิ (แปลว่า อาจารย์แห่งแสงสว่างทั้งพัน)

    และแสงสว่างที่เข้าสู่ญี่ปุ่นก็ยังสว่างมาจนทุกวันนี้

    ............................

    วินทร์ เลียววาริณ
    8-3-26

    จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
    มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6 

    สั่งจากเว็บ https://www.winbookclub.com/store/detail/213/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%202%20%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A1%202 

    Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุ 

    0
    • 0 แชร์
    • 22
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา
    1
    • 0 แชร์
    • 8
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    นโยบายเกี่ยวกับอิหร่านของอิสราเอลคืออะไรกันแน่? คำตอบคือ Balkanization

    ศัพท์ Balkanization ในทางการเมืองหมายถึงการแตกออกเป็นส่วนๆ ของรัฐใดรัฐหนึ่ง มักโดยการใช้กำลัง อาจแตกออกตามเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม

    หากอิสราเอลบรรลุเป้าหมาย ทำให้อิหร่านถูก balkanized ก็ไร้คู่ต่อกรในแผ่นดินตะวันออกกลาง เดินหน้าตามแผนสร้าง The Greater Israel ได้

    สหรัฐฯกับอิสราเอลไม่เคยปิดบังความทะเยอทะยานนี้ สองอาทิตย์ก่อน เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำอิสราเอล ไมเคิล ฮัคเคิลบี ให้สัมภาษณ์กับ ทัคเกอร์ คาร์ลสัน ว่า อิสราเอลก็แค่แสวงหาแผ่นดินพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงมอบให้ชาวยิว

    ผู้สัมภาษณ์ชาวอเมริกัน บอกว่า เอ๊ะ! ถ้าว่าตามคัมภีร์ไบเบิล แผ่นดินพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงมอบให้ชาวยิวกินดินแดนแทบทั้งตะวันออกกลางนะ

    ไบเบิล Genesis 15:18-21 ชี้ว่าดินแดนพันธสัญญาที่พระเจ้าประทานให้ยิวคือจากแม่น้ำไนล์ถึงยูเฟรติส หรือจากอียิปต์ไปจรดอิรัก ซีเรีย ก็คือคาบสมุทรอาหรับตอนบน ซึ่งปัจจุบันคือประเทศอิสราเอล จอร์แดน เลบานอน ซีเรีย อิรัก และบางส่วนของอียิปต์ แต่นักวิชาการบางคนรวมบางส่วนของตุรกีด้วย

    คาร์ลสันถามฮัคเคิลบีว่า หมายความว่าอิสราเอลควรยึดดินแดนตะวันออกมาจากประเทศต่างๆ โดยรอบงั้นหรือ

    ฮัคเคิลบียักไหล่ตอบว่า ก็โอเคว่ะที่จะยึด

    ลองนึกดูว่าชาวอาหรับในกลุ่ม GCC พันธมิตรของสหรัฐฯที่ฟังอยู่จะรู้สึกอย่างไร เมื่อตัวแทนของสหรัฐฯระดับเอกอัครราชทูตพูดอย่างนี้ GCC จะยอมให้อิสราเอลยึดดินแดนบางส่วนของตนหรือ

    GCC อาจไม่มีทางเลือกมาก เพราะไม่ใช่นักรบ ชอบทำการค้า สร้างตึกเท่ๆ และครอบครองรถหรูๆ มากกว่า แต่ตุรกีที่มีกองทัพเกรียงไกร เป็นนักรบมาแต่อดีตกาลไม่มีทางยอมแน่

    กว่าจะได้ดินแดนพันธสัญญาครบ เลือดนองตะวันออกกลางแน่

    ในรอบหลายปีนี้ อิสราเอลก็ถล่มไปทั่ว ทำ 'สงครามเก้าทัพ' ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะเป็นเจ้าของกองทัพสหรัฐฯ

    ด่านสุดท้ายคืออิหร่านที่ตอนนี้ถูกอิสราเอลและสหรัฐฯจัดหนัก ถล่มทุกชั่วโมง 24/7

    ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ยังล้มรัฐบาลอิหร่านไม่ได้ ก็ต้องเข้าสู่แผนสอง คือยืมดาบฆ่าคน (借刀殺人)

    ยืมดาบใคร?

    อิหร่านเป็นประเทศหลากหลายชาติพันธุ์ ชาติพันธุ์หลักคือเปอร์เซีย อยู่ตรงกลาง ที่เหลือเป็นชาติพันธุ์ย่อย เช่น อาเซอร์ไบจัน ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เคิร์ด ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มย่อยลงไปอีกก็เช่น Lurs, Baluchis, อาหรับ ฯลฯ

    ในบรรดานี้ อาเซอร์ไบจันเป็นกลุ่มย่อยที่ใหญ่ที่สุด อยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ความจริงอาเซอร์ไบจันก็มีประเทศ (The Republic of Azerbaijan) แต่อาเซอร์ไบจันที่เป็นกลุ่มย่อยนี้อยู่ในอิหร่าน เป็นชาว Azeri เหมือนกัน แต่แตกต่างกันทางประวัติศาสตร์ การเมือง วัฒนธรรม

    กลุ่มย่อยถัดมาคือชาวเคิร์ด เป็นมุสลิมซุนนี อยู่ทางตะวันตก กระจายไปตามชายแดนตุรกี

    ส่วนพวก Baluchis อยู่ทางตอนใต้

    นักวิเคราะห์การเมืองบางคนเชื่อว่า ซีไอเออาจยืมดาบนอกประเทศด้วย เช่น พวก ISIS ในอิรัก บุกอิหร่าน

    ISIS (The Islamic State) เป็นพวกก่อการร้าย พัฒนามาจากกลุ่มอัลไคดาในอิรัก

    ถามว่าไม่แปลกหรือที่พรรคธัมมะใช้พรรคมารไปทำงาน คำตอบคือเป็นเรื่องปกติ ทำมาตลอด

    หลายสิบปีก่อนก็สนับสนุนให้อิรักรบกับอิหร่าน ใช้อาวุธเคมีฆ่าคนไปหลายแสนคน

    ตัวอย่างล่าสุดก็คือการโค่นรัฐบาลซีเรียของประธานาธิบดี Bashar al-Assad เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2024 สหรัฐฯก็ใช้งานกลุ่มก่อการร้ายของ Abu Mohammad al-Julani

    Abu Mohammad al-Julani เคยเป็นอัลไคดา มีความสัมพันธ์กับกลุ่มที่ต่อมาเป็น ISIS เขามีค่าหัว 10 ล้านในสหรัฐฯ

    ในปี 2025 หลังจากรัฐบาลซีเรียล้ม ทรัมป์ก็เชิญ Abu Mohammad al-Julani ไปดื่มโอวเลี้ยงที่ทำเนียบขาว เพราะสหรัฐฯอนุญาตให้ Abu Mohammad al-Julani เป็นประธานาธิบดีของซีเรีย และ อ้อ! ค่าหัว 10 ล้านถูกลบทิ้งไปแล้ว

    สหรัฐฯรู้ว่าลำพังทิ้งระเบิด ยิงขีปนาวุธคงโค่นอิหร่านไม่ได้ เพราะอิหร่านใช้หลักสงครามจรยุทธ์ของเวียดกง "เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่ เอ็งแย่ข้าตี เอ็งหนีข้าตาม"

    จะเปลี่ยนรัฐบาลอิหร่านได้จริงๆ ก็ต้องส่งทหารลงภาคพื้นดิน (boots on the ground)

    แต่อิหร่านเป็นประเทศใหญ่ ขนาดราวหนึ่งในหกของอเมริกา ใหญ่กว่าประเทศไทยสามเท่า จะต้องส่งทหารเท่าไรจึงจะยึดทั้งประเทศ น่าจะสักห้าแสน-หนึ่งล้านคน

    โอกาสที่ชาวอเมริกันจะอนุญาตให้ส่งทหารจำนวนนี้คงจะต่ำ ประสบการณ์การส่งทหารไปรบนอกประเทศ ตั้งแต่เวียดนาม อิรัก อัฟกานิสถาน ล้วนจบไม่สวย

    น่าจะเวิร์กกว่าถ้ายุให้พวกชาติพันธุ์ย่อยของอิหร่านช่วยรบแทน

    จึงเป็นที่มาของข่าวซีไอเอติดอาวุธให้พวกเคิร์ด และน่าจะรวมกลุ่มอื่นๆ ด้วย

    สหรัฐฯจะส่งทหารจำนวนหนึ่งไปฝึกพวกเคิร์ด และสนับสนุนกำลังทางอากาศ ทิ้งระเบิดเปิดทางให้กองกำลังเคิร์ด

    สหรัฐฯอาจสัญญาพวกเคิร์ดว่า ถ้ารบชนะ ก็ให้ตั้งเป็นประเทศเลย เอาไหม

    ชาติพันธุ์ย่อยในอิหร่านเป็นประชาชนชั้นสอง อาจจะยุไม่ยาก หลายกลุ่มนี้จะก่อกวน ก่อความไม่สงบ ทหารอิหร่านก็คงต้องรบทั้งบนฟ้าและภาคพื้นดิน ใช้ภาษานิยายกำลังภายในคือ "ตึงมือยิ่ง"

    แต่การใช้ชาวเคิร์ดอาจไม่ง่าย เพราะอาจดึงตุรกีมาอัดพวกเคิร์ด ตุรกีเห็นว่าชาวเคิร์ดเป็นภัยคุกคามต่อตุรกี ว่ากันว่าหากพวกเคิร์ดตั้งประเทศใหม่ ก็อาจต้องเฉือนดินแดนบางส่วนจากตุรกี ตุรกีไม่ชอบ

    อีกประการ ตุรกีก็ไม่อยากให้อิหร่านล้ม เพราะหลังจากทำลายอิหร่านแล้ว ตุรกีก็อาจเป็นเป้าต่อไป ทำไงได้ คัมภีร์ไบเบิลบอกว่าแผ่นดินพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงมอบให้ชาวยิว รวมดินแดนบางส่วนของตุรกีด้วย

    สื่ออิสราเอลก็เริ่มพูดว่าตุรกีก็เป็นอันตรายต่ออิสราเอลเช่นกัน

    ตะวันออกกลางไม่มีทางมีสันติภาพ หากสหรัฐฯยังเชิญตัวเองไป 'สทร.' ที่นั่น

    วินทร์ เลียววาริณ
    7-3-26

    ..........................

    ป.ล. ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับคนที่เชื่อว่าอิหร่านระเบิดโรงเรียนประถมของตัวเอง ทำให้เด็กนักเรียนหญิงตายไป 160 กว่าคน : สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อวานนี้ว่า เจ้าหน้าที่ชั้นสูงสหรัฐฯสองคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ บอกรอยเตอร์สว่า สหรัฐฯเป็นผู้ยิงโรงเรียนดังกล่าว

    รอยเตอร์สยังรายงานต่อไปว่า รัฐมนตรีกลาโหม รัฐมนตรีการต่างประเทศ และทำเนียบขาวไม่ตอบคำถามนี้ตรงๆ อย่างไรก็ตามการสืบสวนยังดำเนินต่อไป

    ข่าวนี้ไม่ปรากฏใน CNN หรือ BBC (หรืออาจมีแต่ผมไม่เห็น) เห็นแต่ในรอยเตอร์สกับ The New York Times ไปหาข่าวอ่านเองได้ ทั้งสองเป็นสื่อตะวันตก

    2
    • 10 แชร์
    • 149
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ วันนี้มีสามคำถาม

    คำถาม 1 "มนุษย์หยุดวิวัฒนาการแล้วหรือ?"

    คำถาม 2 "ทำไมชาติที่สร้างพีระมิด ถึงไม่เป็นเจ้าอาณานิคมหรือเจ้าโลก"

    คำถาม 3 “ผู้ชนะเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์จริงหรือ”

    อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/69a812634afe54bb19980003 

    ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"

    2
    • 0 แชร์
    • 67
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    วันก่อนเห็นคนในทำเนียบขาวตอบนักข่าวว่า "นี่ไม่ใช่สงคราม" เพราะ 'ปฏิบัติการโจมตีเฉพาะจุด' ไม่จัดเป็นสงคราม

    ก็เอาที่สบายใจ

    งั้นเราก็มาคุยเรื่อง 'ปฏิบัติการโจมตีเฉพาะจุด' ในอิหร่านก็แล้วกัน

    มีคำถามว่าทำไมอิหร่านจึงโจมตีรัฐอาหรับรอบตัว เช่น บาห์เรน ซาอุดิอาระเบีย ดูไบ ฯลฯ และที่สำคัญ ทำไมโจมตีพลเรือนด้วย

    ก่อนอื่นต้องเข้าใจรัฐอาหรับเพื่อนบ้านของอิหร่านก่อน

    ประเทศอาหรับที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิหร่านเหล่านี้ เรียกรวมๆ ว่ารัฐในกลุ่ม GCC

    GCC คือ Gulf Cooperation Council เป็นการรวมตัวกันทางการเมือง เศรษฐกิจของหกประเทศได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

    ความจริง GCC คิดจะชวนสมาชิกเพิ่ม และยังคิดจะยกระดับเป็น Gulf Union เพื่อรวมพลังกดดันอิหร่านมากขึ้น แต่ยังไม่สำเร็จ

    แล้วทำไมต้องกดดันกัน? ไม่ใช่พวกอาหรับเหมือนกันหรือ?

    คำตอบคือไม่ใช่

    เวลาพูดถึงตะวันออกกลาง หลายคนมักนึกภาพว่าพวกที่อยู่ในทะเลทราย ขุดน้ำมันขาย เป็นพวกเดียวกัน แต่ไม่ใช่ อิหร่านไม่ใช่ชาวอาหรับ ชาวอาหรับคือพวกที่ใช้ภาษาอาหรับ อิหร่านคือชาวเปอร์เซีย ใช้ภาษาเปอร์เซียหรือฟาร์ซี ส่วนมากเป็นมุสลิมนิกายชีอะห์ ซึ่งมีน้อยกว่านิกายซุนนี

    เปอร์เซียเป็นอารยธรรมเก่าแก่ อายุ 2,500 ปี คู่กับจีน ทั้งสองอารยธรรมนี้เชื่อมกันด้วยเส้นทางสายไหม คนที่อ่านนิยายของกิมย้งย่อมคุ้นกับตัวละครชาวเปอร์เซีย ลัทธิเม้งก่าใน ดาบมังกรหยก ก็มาจากเปอร์เซีย

    ในอดีตกาล ชาวเปอร์เซียจำนวนไม่น้อยมารับราชการในสยาม เป็นต้นตระกูลบุนนาค บุรานนท์ ศุภมิตร ศรีเพ็ญ ฯลฯ

    จุฬาราชมนตรีคนแรกของสยาม เจ้าพระยาบวรราชนายก ก็เป็นชาวเปอร์เซียในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เราคุ้นกันในชื่อ เฉกอะหมัด เป็นบรรพบุรุษของตระกูลบุนนาค

    กลับมาที่ GCC

    ประเทศในกลุ่ม GCC ร่ำรวยจากน้ำมัน ผู้นำและชนชั้นสูงใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ซื้อรถแพงๆ จำนวนมาก มีเงินเหลือเฟือ ก็สร้างตึกเท่ๆ กลางทะเลทราย เช่น ตึก Burj Khalifa (ดูไบ) ที่ ทอม ครูซ ปีนในหนังเรื่อง Mission Impossible – Ghost Protocol หรือ Palm Jumeirah โครงการบ้านจัดสรรรูปต้นปาล์มกลางทะเลที่ดูไบ ฯลฯ สำหรับคนที่มีเงินเหลือกินเหลือใช้

    พวก GCC จ่ายเงินให้สหรัฐฯมาปกป้อง ยอมให้ตั้งฐานทัพในประเทศตน สหรัฐฯก็ยินดีเพราะเท่ากับเอาอาวุธไปจ่อคอหอยอิหร่าน เป็น win-win situation สหรัฐฯได้แผ่อิทธิพลในตะวันออกกลาง และ GCC ได้ยามฝรั่งมาเฝ้าบ้าน

    ในปี 2020 มีการเซ็นสนธิสัญญา The Abraham Accords ที่สหรัฐฯเป็นตัวกลาง 
    ระหว่างอิสราเอลกับรัฐอาหรับ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน ต่อมาเพิ่มโมรอคโค ซูดาน เพื่อร่วมมือกันหลายด้าน จะเห็นว่าประเทศอาหรับเหล่านี้สนิทสนมจับมือกับอิสราเอล

    นี่ก็คือเหตุผลที่อิหร่านโจมตีประเทศในกลุ่ม GCC เพราะถือว่าร่วมมือกับศัตรู ในเมื่อยอมให้อเมริกาตั้งฐานทัพไปบุกอิหร่าน ก็เท่ากับเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด จะบอกว่าแค่จ้างยามมาเฝ้าหมู่บ้านไม่ได้

    ตามข่าวบางสาย เมื่ออิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ มีทหารอเมริกันจำนวนหนึ่งหนีตายจากฐานทัพไปพักที่โรงแรม อิหร่านก็ส่งโดรนไปถล่มโรงแรม นอกจากนี้ก็ถล่มสนามบิน ท่าเรือ

    ทำไมเล่นงานพลเรือนด้วย?

    คำตอบที่นักวิเคราะห์การเมืองส่วนมากเห็นด้วยคือ ต้องการให้ GCC รู้รสความเจ็บปวดบ้าง "พวกกูเจ็บมานานแล้ว พวกมึงลองดูบ้าง"

    การโจมตีสนามบิน โรงแรม ก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่าแค่อาคาร ดูไบมีชื่อเสียงเรื่องความปลอดภัย เป็นแหล่งท่องเที่ยว ต่อไปนี้คงไม่มีใครไปอีกพักใหญ่ เท่ากับทำลายเศรษฐกิจดูไบในชั่วข้ามคืน

    นอกจากนี้การโจมตีประเทศ GCC บางประเทศเช่น บาห์เรนซึ่งมีชาวชีอะห์มากถึง 50-70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประเทศปกครองโดยซุนนี ก็อาจทำให้เกิดการลุกฮือเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางการเมือง เพราะสหรัฐฯกับอิสราเอลไปฆ่าผู้นำศาสนาของฝ่ายชีอะห์

    คำถามต่อไปคือ GCC จะสู้กลับไหม คำตอบคืออาจจะ แต่ถ้าส่งโดรนไปถล่มอิหร่าน ก็เท่ากับยกระดับการรบ ความเข้มข้นของสงครามก็เปลี่ยนรูป มีความเสี่ยงว่าคลังน้ำมันของ GCC อาจถูกทำลาย เพราะการส่งโดรนไปทำลายคลังน้ำมันไม่ใช่เรื่องยาก GCC ต้องคิดให้ดี และต้องประเมินให้ดีว่าคุ้มหรือไม่

    ล่าสุด สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังพิจารณายึดเงินหลายพันล้านดอลลาร์ที่อิหร่านฝากไว้ในธนาคาร GCC ผลที่ตามมาอาจหนักกว่านั้น

    GCC ไม่ต้องการสงคราม แต่เมื่อเลือกยอมให้สหรัฐฯตั้งฐานทัพ ก็เท่ากับเลือกฝ่ายไปเรียบร้อยแล้ว

    ก่อนเกิดสงคราม GCC เตือนสหรัฐฯแล้วว่า "อย่าทำ" และบอกว่าจะไม่ให้สหรัฐฯใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน แต่ก็ห้ามไม่อยู่

    ความจริงประเทศในกลุ่ม GCC ก็มีกองทัพทันสมัย แต่เชื่อว่าคงคิดหนักว่าจะทำสงคราม เชื่อว่าคงทำแค่ป้องกันตัวมากกว่า เช่น แค่ยิงสกัดโดรนที่เข้ามาโจมตี เป็นต้น

    ตอนนี้ GCC พบว่าตนเองกำลังจ่ายบิลค่าสงคราม เป็นราคาของการชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน ตามคติมิตรของศัตรูคือศัตรู

    GCC อาจต้องภาวนาให้อิหร่านแพ้สงครามครั้งนี้ ซึ่งแปลว่าอิหร่านพินาศทั้งประเทศ GCC ก็จะปลอดภัย

    แต่หากสหรัฐฯและอิสราเอลแพ้สงครามครั้งนี้ ฐานทัพสหรัฐฯในตะวันออกกลางจะสูญสิ้น เพราะประเทศในกลุ่ม GCC เริ่มเห็นแล้วว่า สหรัฐฯปกป้องพวกเขาไม่ได้ตามสัญญา

    ไม่แปลก เพราะหน้าที่หลักของสหรัฐฯไม่ใช่ปกป้อง GCC แต่คืออิสราเอล

    วินทร์ เลียววาริณ
    6-3-26

    2
    • 3 แชร์
    • 64