• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    ในเรื่องสั้น คดีมโนสาเร่ (ชุด อาเพศกำสรวล) ที่ผมเขียนเมื่อ 34 ปีมาแล้ว (พ.ศ. 2535) ผมเปิดเรื่องด้วยข้อความว่า "นักเขียนนิรนามคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า 'ถ้าความจริงคือสิ่งที่ท่านมองเห็น สิ่งที่ท่านมองเห็นอาจไม่ใช่ความจริง' หมายความว่าข่าวสารที่ท่านอ่านจากหนังสือพิมพ์นั้นถูกรายงานขึ้นโดยภาพที่นักข่าว หรือคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ มองเห็น แต่ความจริงของเหตุการณ์นั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่นักข่าวมองเห็น มันอาจถูกบิดเบือนได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และมุมมองของผู้ที่เห็นเหตุการณ์นั้น ฉะนั้นข่าวที่นำเสนอจึงอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ในความจริงอาจแฝงความเท็จ และในความเท็จอาจแฝงความจริง"

    'นักเขียนนิรนาม' ในข้อความนี้ก็คือผม (คนเขียน) ใส่คำว่า 'นิรนาม' เพื่อไม่ให้รู้ว่าเป็นคนเขียน เจตนาคือเพิ่มความขลังของเรื่อง และล้อเล่นกับผู้อ่านว่า ประโยคแรกก็โกหกแล้ว

    เรื่องสั้นแนวทดลองเรื่องนี้นำข่าวที่ลงในหน้าหนังสือพิมพ์จริงๆ มาตัดต่อ แต่งเติมเรื่องใหม่ ทุกข่าวเป็นรายงานจริง (ซึ่งไม่ได้แปลว่าจริง แค่บอกว่าเป็นรายงานข่าวจริง) แต่เมื่อมารวมกันกลายเป็นไม่จริง จริงกลายเป็นเท็จ เท็จคือจริง

    ในปี 1995 (30 ปีมาแล้ว) มีหนังฝรั่งเรื่องหนึ่งที่ฉีกตำราการเขียนบทหนังและการเล่าเรื่องโดยสิ้นเชิง คือ The Usual Suspects บทหนังเขียนโดย Christopher McQuarrie ได้รับรางวัลออสการ์ และได้รับการยกย่องจาก The Writers Guild of America เป็นหนึ่งในบทหนังยอดเยี่ยมตลอดกาล มันส่งอิทธิพลการเล่าเรื่องของนักเขียนบททั่วโลก และน่าจะรวมถึงหนังซีรีส์จากเกาหลีเรื่องนี้ด้วย

    Notes from the Last Row (맨 끝줄 소년)

    Notes from the Last Row ก็คือ The Usual Suspects เวอร์ชั่นนักเขียน เป็นเรื่องของนักเขียนและอาจารย์สอนวิชาวรรณกรรมที่สอนศิษย์พิเศษคนหนึ่งในการแต่งเรื่อง

    เนื่องจากฉากหลังของหนังคือวิชาวรรณกรรมและการแต่งเรื่อง มันจึงเป็นเรื่องแต่งซ้อนแต่ง

    ทั้ง Notes from the Last Row และ The Usual Suspects รวมถึง คดีมโนสาเร่ สามเรื่องนี้ใช้โครงเรื่องต่างกันคนละทิศ แต่คอนเส็ปต์เดียวกัน คือนำข่าวจริงหรือภาพจริงที่ปรากฏ มาแต่งให้เป็นความจริงใหม่

    เรื่องนี้รีวิวรายละเอียดของเรื่องไม่ได้โดยไม่เป็นสปอยเลอร์ เล่าได้แค่ไอเดียหนังได้เท่านี้ บอกได้แค่ว่าหนังรักษาความน่าติดตาม ความสงสัย ความคาดหวัง ของคนดูได้ จนหนังใกล้จบแล้ว ก็ยังคาดไม่ได้ว่าเรื่องคืออะไร

    นี่ก็คือความน่าสนใจของเรื่อง

    ไหนๆ เรื่องนี้ว่ากันที่การแต่งเรื่อง ก็ขอคุยเรื่องการแต่งเรื่องเป็นเกร็ดเสริม ในมุมมองของคนที่เขียนงานหักมุมจบมาหลายสิบปี

    .....................

    (ย่อหน้าต่อไปย่อหน้าเดียวมีสปอยเลอร์เล็กน้อย สำหรับคนที่ดูหนังมากพอ)

    หนังเรื่องนี้จบแบบหักมุม (twist-ending) โดยเหตุผลนั้นถือว่าใช้ได้ แม้มีกลิ่นของหนังเรื่อง Oldboy ของ Park Chan-wook (นักแสดงนำในเรื่องนี้ก็คือนักแสดงนำใน Notes from the Last Row)

    ผมมีสองข้อที่จะชี้

    ข้อหนึ่ง การหักมุมจบในท่อนสุดท้าย (ฉากรถติดหล่ม)​ เป็นการใช้องค์ประกอบที่อยู่นอกเรื่องมาหักมุม ทำให้คนดูเดาไม่ได้

    ปกติแล้ว เรื่องหักมุมส่วนใหญ่ใช้องค์ประกอบในเรื่องมาหักมุม ทำให้คนอ่านที่เชี่ยวชาญเดาตอนจบได้ แต่หากใช้องค์ประกอบที่อยู่นอกเรื่อง คนดูไม่ว่าเชี่ยวชาญแค่ไหนก็เดาไม่ได้ เพราะมันไม่ได้อยู่ในเรื่อง

    การใช้องค์ประกอบที่อยู่นอกเรื่องนี้บอกเลยว่ายากมาก เพราะจะหาองค์กระกอบที่ไม่เคยบอกเล่ามาก่อน ให้เสียบกับเรื่องได้พอดี และหักมุมแรงๆ ด้วยนั้น ยากมหายาก ในชีวิตนี้ผมทำได้แค่ไม่กี่เรื่องเท่านั้น เช่น ดวง (ในชุด สมุดปกดำกับใบไม้สีีแดง) เป็นต้น

    เทคนิคคือใส่องค์ประกอบหักมุมต่อหน้าต่อตาคนดู แล้วสร้างตัวหลอก (decoy) ทำให้คนดูลืมองค์ประกอบนี้ไปโดยเร็ว

    ข้อสอง ฉากหักมุมจบในท่อนสุดท้ายนี้มาโดยไม่ปูเรื่อง (establish) มาก่อน เหมือนบอกคนดูว่า "เอาละ จะเฉลยแล้วนะ" เมื่อเผยออกมาในท่อนสุดท้าย ทำให้ดูเหมือนจับปะ เป็นหนังคนละม้วน เพราะไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบที่อยู่ในเรื่องหรือนอกเรื่อง หากจะใช้หักมุม ก็ควรต้องปูเรื่องก่อน

    ใน The Shawshank Redemption ปูองค์ประกอบหักมุมต่อหน้าต่อตาเราในตอนเริ่มเรื่อง (คือค้อนขนาดจิ๋ว)

    ใน The Usual Suspects ปูฉากหักมุมต่อหน้าต่อตาเราในตอนต้นเรื่องเช่นกัน (คือฉากห้องทำงานของตำรวจคนหนึ่งใน LAPD)

    การแก้ไขความรู้สึกว่าเป็นการจับปะ ก็แค่ยกฉากรถติดหล่มไว้ในตอนที่ 1 เลย แค่สั้นๆ แล้วหาทางให้คนดูลืมมัน เมื่อใช้มันเป็นจุดหักมุมในตอนท้าย เรื่องจะลื่นกว่าและไม่รู้สึกว่าเป็นการจับปะ

    อย่างไรก็ตาม นี่เป็นจุดเล็กน้อย โดยภาพรวมถือว่า Notes from the Last Row เป็นพัฒนาการที่ดีของการเขียนบท มันบอกว่าคนทำหนังต้องขยันและหามุมใหม่เสมอ จึงจะได้ทริลเลอร์ที่ดี เทียบกับทริลเลอร์ของฝั่งฮอลลีวูดหลายเรื่องที่เดินตามสูตรสำเร็จแล้ว (ล่าสุดที่ดูคือ I Will Find You) งานชิ้นนี้ไปได้ไกลกว่า

    แม้ Notes from the Last Row พัฒนามาจากต้นฉบับบทละครสเปน แต่ก็น่าชมเชยที่คุมได้ทั้งเนื้อเรื่องและวิธีการนำเสนอ

    วงการทำหนังมีการแข่งขันกัน วันๆ มีหนังใหม่ออกมาไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยเรื่อง บทหนังดีอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องสดใหม่ด้วย การทำหนังก็เหมือนพายเรือทวนน้ำ ทำงานแบบคนขี้เกียจ ไม่คิดอะไรใหม่ ก็ถูกพัดถอยหลังไปเรียบร้อยแล้ว

    9/10
    (ฉายทาง Netflix)

    วินทร์ เลียววาริณ 
    4-7-26

    วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB (คีย์คำว่า วินทร์ เลียววาริณ)

    (มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)

    1
    • 0 แชร์
    • 16
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    (ต่อจากตอนก่อน https://www.facebook.com/photo/?fbid=1617469643075054&set=a.208269707328395 )

    วินทร์ #3102 : “ผมขอแจมด้วยคน! ผมคิดว่ามาตรวัดคน ‘ไม่มีศาสนา’ คือเขาผู้นั้นไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวนำทางชีวิตเลย”

    วินทร์ #1001 : “ก็มีคำถามว่า มีคนอย่างนี้จริง ๆ หรือ? แม้แต่ฮิตเลอร์ ประวัติศาสตร์บันทึกว่าเขาไม่นับถือศาสนาใด แต่เขาก็มีสิ่งยึดเหนี่ยวคือลัทธินาซี มันเป็นประภาคารนำทางเขา มันทำให้ชีวิตเขามีจุดหมายชัดเจนแจ่มแจ้ง และเขาก็เดินตามทางนั้นอย่างแน่วแน่...”

    วินทร์ #2009 : “แต่เราไม่จัดว่านาซีเป็นศาสนา ลัทธิบ้าบอนี้ทำให้คนตายไปหลายสิบล้านคน”

    วินทร์ #1001 : “ว่าก็ว่าเถอะ หลายศาสนาก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนตายไปหลายล้านเหมือนกัน ประวัติศาสตร์บันทึกสงครามศาสนาทั้งโดยตรงและโดยอ้อมนับครั้งไม่ถ้วน และหากเทียบลัทธินาซีกับคำสอนของพระบางรูปในบ้านเราที่ให้คนไปกู้หนี้ยืมสินมาทำบุญ หรือทำพิธีกรรมพิสดารหลอกชาวบ้าน ผมว่าพระเหล่านั้นก็แย่พอกับฮิตเลอร์นะ”

    วินทร์ #4241 : “อุ้ย! พี่มาแรงจัง!”

    วินทร์ #1001 : “แรงตรงไหน? ผมพูดตามสิ่งที่ผมเห็น และถามสิ่งที่สงสัย อ้าว! นี่ไม่ใช่กาลามสูตรหรือ?”

    วินทร์ #4241 : “แต่มันแรงนะ”

    วินทร์ #1001 : “ประเด็นคือทั้งฮิตเลอร์และอลัชชีต่างก็ให้สัญญาลมๆ แล้งๆ แก่ประชาชน เรื่องโลกใหม่ที่ดีกว่าเดิมเหมือนกัน วัดที่เรียกตัวเองว่า ‘พุทธ’ หลายวัดมีพิธีกรรมพิสดารขึ้นไปทุกที ทำพิธีกรรมติดต่อกับเทพเทวดาบนสวรรค์ชั้นต่าง ๆ สร้างฉากเหมือนหนังฮอลลีวูด ถามจริง ๆ วัดแบบนี้ต่างจากโรงงิ้วตรงไหน?”

    วินทร์ #2009 : “มาแรงจริง ๆ! ด่าพระเป็นชุด ๆ เลยโว้ย!”

    วินทร์ #1001 : “ทำไมด่าไม่ได้ล่ะ? พระเป็นฟันเฟืองหนึ่งของสังคม ถ้าเป็นสนิม มันก็ทำให้ฟันเฟืองอื่น ๆ เป็นสนิมไปด้วย เครื่องยนต์ของสังคมอาจพังได้ จึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่ต้องช่วยกันขัดสนิมออก พระก็เป็นคน มีรักโลภโกรธหลงได้เหมือนเรา พระไม่ใช่ผู้วิเศษที่ทำผิดไม่ได้ พระก็หลงทางได้ จีวรเป็นแค่เปลือกนอก ไม่สำคัญเท่าหลักธรรมนะ ผมว่า คนจำนวนมากบอกว่าเป็นพุทธ คริสต์ มุสลิม แต่ยังไม่รู้เลยว่าศาสนาคืออะไร”

    วินทร์ #2009 : “งั้นศาสนาคืออะไร?”

    วินทร์ #3102 : “จำที่เราเรียนในชั่วโมงศีลธรรมได้มั้ย? ครูสอนว่าศาสนาคือลัทธิความเชื่อของมนุษย์ เป็นคำสอนเกี่ยวกับความเชื่อและศีลธรรม มั มีพิธีกรรมประกอบด้วยเสมอ อ้อ! และศาสนาต้องมีศาสดาเสมอ”

    วินทร์ #1001 : “โอเค เราใช้คำจำกัดความนี้ไปก่อนก็ได้ สมมุติว่าฮิตเลอร์ครองโลกสำเร็จ ตอนนี้นาซีอาจเป็นอีกศาสนาหนึ่ง อาจมีโบสถ์ มีนักบวชประจำ...”

    วินทร์ #2009 : “นี่ก็พูดเกินไป”

    วินทร์ #1001 : “เปล่าเลย หากเราศึกษาประวัติศาสตร์ของศาสนา บางศาสนาเกิดขึ้นมาเพราะการเมือง บางศาสนาก็เกิดขึ้นจากเป้าหมายรวมคนเป็นชาติเท่านั้น แล้วค่อยแปลงเป็น ‘ศาสนา’ ตามคำจำกัดความที่คุณยกมา ยกตัวอย่างเช่นศาสนายิว ซึ่งนับถือพระเจ้า ศาสดาคือโมเสส...”

    วินทร์ #2009 : “คุณหมายถึงศาสนาคริสต์?”

    วินทร์ #1001 : “เปล่า ศาสนายิวไม่ใช่ศาสนาคริสต์ ศาสนาคริสต์แตกหน่อมาจากศาสนายิวทีหลัง หลักของศาสนายิวคือ บัญญัติสิบประการ ถือกำเนิดขึ้นระหว่างทางที่พวกฮีบรูอพยพไปแสวงหา ‘ดินแดนแห่งพันธสัญญา’ ซึ่งเป็นแผ่นดินที่พระเจ้าทรงมอบให้ ชาวฮีบรูเป็นพวกเร่ร่อนไม่มีถิ่นฐานถาวร ผู้นำชาวฮีบรูคืออับราฮัมนำชาวบ้านไปหาที่อยู่ใหม่ อพยพไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดไปอยู่ใต้การปกครองของฟาโรห์อียิปต์ หลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายหลายอย่าง ฟาโรห์ก็ทรงอนุญาตให้พวกฮีบรูอพยพออกไปจากอียิปต์ ก่อนเดินทางโมเสสออกคำสั่งให้ผู้ชายทุกคนขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศออก เพราะการเดินทางไกลร่างกายจะสกปรกหมักหมม การขริบช่วยแก้ปัญหานี้ได้ นอกจากนี้ยังออกข้อบังคับให้ทุกคนนับถือพระเจ้าเพียงองค์เดียว...”

    วินทร์ #4241 : “ทำไมเอาพระเจ้ามาเกี่ยวด้วย?”

    วินทร์ #1001 : “ตรงนี้แหละที่น่าสนใจ ก็เพื่อให้เป็นศูนย์กลางแห่งความกลมเกลียวของหมู่คณะ ทีนี้พอเดินทางไปแล้ว ฟาโรห์กลับทรงส่งกองทัพตามไปฆ่าพวกฮีบรู เพราะกลัวว่าพวกนี้จะกลับมาก่อการใหญ่ กองทัพฟาโรห์ไล่ตามพวกฮีบรูไปถึงทะเลแดง ตำนานเล่าว่าพระเจ้าทรงบันดาลให้เกิดพายุใหญ่ แหวกทะเลออกเป็นช่อง ทั้งสองข้างเป็นผนังน้ำทะเลสูง พื้นทะเลแห้งพอเดินข้ามไปได้ แต่พอกองทัพอียิปต์ตามมา น้ำทะเลก็กลับคืนรูปเดิม ท่วมกองทัพอียิปต์ตายหมด นี่เป็นตำนานที่เราทุกคนคงเคยได้ยิน เพราะมันสนุกดี”

    วินทร์ #4241 : “ใช่ ผมชอบเหมือนกัน”

    วินทร์ #2009 : “นักวิทยาศาสตร์บอกว่า พื้นที่บางส่วนของทะเลแดงสมัยนั้นตื้นพอเดินข้ามไปได้ ส่วนการที่ทหารอียิปต์จมน้ำตาย ก็อาจเพราะเดินลงทะเลผิดจุดหรือเจอน้ำขึ้น”

    วินทร์ #1001 : “ตำนานในศาสนาก็มักมีส่วนที่ใส่สีตีไข่ลงไปบ้าง เพื่อให้ดูขลัง ทางพุทธก็มีมาก จำได้มั้ยตอนเราเรียนพุทธประวัติ ครูสอนว่า เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติ ก็ทรงดำเนินด้วยพระบาทเจ็ดก้าว และมีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับพระบาท นี่ก็เสริมเรื่องด้วยอำนาจเหนือธรรมชาติเหมือนกัน กลับมาที่เรื่องของโมเสส พอรอดจากทัพอียิปต์ไปได้ ชาวฮีบรูก็เดินทางรอนแรมต่อไป แต่ไปนานแสนนาน ก็ไม่เจอแผ่นดินแห่งพันธสัญญาสักที ผู้คนเริ่มท้อแท้เบื่อหน่าย เริ่มไม่เชื่อฟังโมเสส ความเชื่อเรื่องพระเจ้าเริ่มสั่นคลอนแตกกันเป็นฝ่าย แล้วทะเลาะกัน”

    วินทร์ #4415 : “ก็เหมือนเมืองไทยตอนนี้แหละ เราสามัคคีกันเวลามีศัตรูจากภายนอก พอไม่มีศัตรูภายนอก เราก็กัดกันเอง”

    วินทร์ #1001 : “คุณมาจากโลกไหนเนี่ย? แรงส์เหมือนกัน!”

    วินทร์ #4415 : “โลกที่ผมอยู่คนไม่ค่อยนอนกันเพราะมีพระอาทิตย์สองดวง พอไม่มีกลางคืน ไม่ต้องนอน คนไทยเราก็ทะเลาะกันยาวขึ้น!”

    วินทร์ #1001 : “งั้นโชคดีจังเลยที่โลกของผมมีพระอาทิตย์ดวงเดียว!”

    วินทร์ #2009 : “เล่าเรื่องโมเสสต่อดีกว่านะ”

    วินทร์ #1001 : “ระหว่างการเดินทาง พวกยิวก็มีปัญหามากมายจนโมเสสปวดกบาล เขารู้ว่าถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง เผ่าพันธุ์ฮีบรูพินาศแน่ โมเสสจึงขึ้นภูเขาไซนาย หายไปสี่สิบวันก็กลับลงมาพร้อมแผ่นหินสลักบัญญัติสิบประการ ซึ่งโมเสสบอกว่าพระเจ้าทรงมอบให้ ชาวบ้านเชื่อ โมเสสก็ใช้หลักสิบประการนี้ทำให้สังคมสงบ พวกเขาเดินทางต่อไป จนในที่สุดก็หาที่ตั้งหลักแหล่งได้...”

    วินทร์ #4415 : “คุณกำลังบอกว่าโมเสสประดิษฐ์ บัญญัติสิบประการ ขึ้นมา?”

    วินทร์ #1001 : “คุณคิดเอาเองก็แล้วกัน”

    วินทร์ #4415 : “ผมว่าโมเสสนี่เป็นคนฉลาดมาก”

    วินทร์ #1001 : “ถ้าเราอ่าน บัญญัติสิบประการ ดี ๆ จะเห็นว่ามันเป็นหลักการปกครองคนนั่นเอง ประกอบด้วยส่วนที่เป็นศีล เช่น ห้ามฆ่ากัน ห้ามประพฤติผิดทางกาม ห้ามขโมยของ ห้ามใส่ความ ห้ามโลภ จงเคารพบิดามารดา เป็นต้น นี่ก็ไม่ต่างจากศีลทางศาสนาพุทธ อีกส่วนหนึ่งเป็นความเชื่อความศรัทธา เช่น จงนมัสการพระเจ้าองค์เดียว อย่าออกพระนามพระเจ้าโดยไม่สมแก่เหตุ เป็นต้น ก็เพื่อให้สังคมของพวกเขามีแค่ความเชื่อเดียว ซึ่งจะทำให้กลุ่มมั่นคงขึ้นเป็นคณะเดียว สมัครสมานสามัคคีมากขึ้น”

    วินทร์ #4415 : “งั้นก็แสดงว่า บัญญัติสิบประการ เป็นเครื่องมือรวมชาติ แล้วก็เลยเป็นหลักของศาสนาไป”

    วินทร์ #1001 : “ใช่ ทีนี้ถ้าศาสนายิวเริ่มมาจากการเมืองการปกครอง แล้วลัทธินาซีล่ะ? วันนึงมันอาจกลายเป็นศาสนาก็ได้”

    วินทร์ #4415 : “ความจริงนักวิชาการก็จัดนาซีเป็นศาสนานะครับ แต่เป็นศาสนาการเมือง หรือ political religion จะว่าไปแล้ว บ้านเราก็ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเหมือนกัน”

    วินทร์ #1001 : “โลกเรามีลัทธิความเชื่อต่าง ๆ หลากหลาย มีคนตั้งตัวเป็นศาสดามากมาย มี ‘ศาสนา’ ใหม่ ๆ ปรากฏขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งหมดนี้มีความเชื่อ มีศาสดา มีสาวก มีพิธีกรรม อย่างเช่น ลัทธิ Jonestown ซึ่งมี จิม โจนส์ ชาวอเมริกันเป็นศาสดา สาวกร่วมพันคนฆ่าตัวตายหมู่ หรือลัทธิ Heaven’s Gate  ในช่วง1970 พวกนี้เชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวกับยูเอฟโอ ก็ฆ่าตัวตายหมู่เพื่อจะได้ไปขึ้นจานบินหรือยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวที่มากับดาวหาง Hale–Bopp”

    วินทร์ #4415 : “อืม! เข้าใจคิดนะ โยงศาสนาเข้ากับมนุษย์ต่างดาว”

    วินทร์ #1001 : “นอกจากนี้ก็มีลัทธิโอมชินริเกียว ซึ่งมีสาวกนับหมื่นคนในญี่ปุ่นและรัสเซีย ก็มีศาสดาบ้าซึ่งปล่อยแก๊สพิษซารินที่สถานีรถไฟใต้ดินกรุงโตเกียวเมื่อปี พ.ศ. 2538 ทำให้มีคนตายหลายคนและบาดเจ็บอีกมากมาย และอีกหลายลัทธิ แม้แต่พุทธศาสนาในบ้านเราก็ถูกหลวงพ่อหลวงพี่หลายเจ้าแปลงโฉมจนกลายเป็นศาสนากลายพันธุ์...”

    วินทร์ #2009 : “ศาสนาผี”

    วินทร์ #1001 : “เพื่อความสุภาพ เรียกว่า ‘ศาสนา X’ ดีกว่านะ ศาสนา X มีมากมายในบ้านเรา ผสมบางท่อนของพุทธเข้ากับไสยศาสตร์และลัทธิเทวดาบูชาราหู เติมการแก้กรรมเข้าไป คำถามคือเราจะจัดศาสนา X เป็นศาสนาหรือเปล่า? ถ้านาซี, Jonestown, Heaven’s Gate, โอมชินริเกียวไม่จัดเป็นศาสนา หลักการที่วัดกลายพันธุ์พวกนี้สอนก็ไม่น่าจะใช่ศาสนาเหมือนกัน แม้ว่ามีความเชื่อ มีศาสดา มีพิธีกรรมเหมือนศาสนาอื่น ๆ”

    (อ่านตอนต่อไปสัปดาห์หน้า)

    วินทร์ เลียววาริณ
    5-7-26

    จากหนังสือ วินทร์-วินทร์ Situation
    สารคดีเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์ 
    อ่านฟรีที่เพจนี้ก็ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เป็นเล่ม ก็อ่านได้ถึงลูกหลาน 
    ราคาแค่ 225.- เท่านั้น
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
    สั่งซื้อได้ที่ https://www.winbookclub.com/store/detail/141/วินทร์-วินทร์%20Situation 

    1
    • 0 แชร์
    • 3
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    คำถามวันนี้ : ได้ยินคนถกเถียงกันเรื่องการบ้านเด็ก บางคนเห็นว่าครูควรเลิกให้การบ้านเด็กได้แล้ว เพราะพ่อแม่ไม่มีเวลาช่วยสอน ทำการบ้านก็ไม่ได้ช่วยอะไร ครูควรสอนบทเรียนให้จบในชั้นไปเลย อยู่บ้านก็ควรเล่น ไม่ใช่เรียน

    ถามคุณวินทร์ว่า ครูควรให้การบ้านเด็กไหม

    อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/6a47a9bc7a5f4339e07a1335 

    ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"

    1
    • 0 แชร์
    • 19
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    ข่าวพระธุดงค์หลายรูปถูกรถชนตายเป็นเรื่องน่าสังเวช น่าสลดใจ

    บางคนก็โยงไปที่กรรมเก่าแต่ชาติปางก่อน บางคนก็มองว่าทุกอย่างในโลกเป็น cause-effect สืบทอดเกี่ยวพันกัน

    เหตุการณ์แผ่นดินไหวในอีกซีกโลกหนึ่งที่มีคนตายมากมาย ก็เข้าข่ายนี้

    อยู่ถูกที่ถูกเวลา ก็ได้ effect แบบหนึ่ง

    อยู่ถูกที่ผิดเวลา ก็ได้ effect แบบหนึ่ง

    อยู่ผิดที่ถูกเวลา ก็ได้ effect แบบหนึ่ง

    อยู่ผิดที่ผิดเวลา ก็ได้ effect แบบหนึ่ง

    เป็นเรื่องที่คุมไม่ได้ กำหนดไม่ได้

    เรื่องนี้ทำให้นึกถึงชีวิตของอาจารย์เซนคือ ฮาคุอิน เอคาขุ ปรมาจารย์เซนสายรินไซแห่งญี่ปุ่น เป็นพระเซนที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    ฮาคุอินบวชตั้งแต่อายุสิบห้า เป็นนวกภิกขุนานสามปี เรียนธรรม อ่าน สัทธรรมปุณฑริกสูตร แต่เขาไม่รู้สึกว่าพบทางที่ต้องการ

    วันหนึ่งเขาอ่านพบเรื่องราวของอาจารย์เซนจีนนาม หยานถูเฉวียนฮว่อ ถูกโจรร้ายสังหารอย่างโหดเหี้ยม ก็รู้สึกสะทกสะท้อนใจที่พระยิ่งใหญ่ยังเอาตัวไม่รอดจากความตายที่โหดเหี้ยม แล้วเขาจะทำอย่างไร? จะช่วยคนอื่นจากนรกได้อย่างไร?

    ฮาคุอินจึงล้มเลิกความคิดที่จะบรรลุธรรม และออกท่องแผ่นดิน เดินทางไปทั่ว มองโลกจนเข้าใจ และบรรลุธรรมในที่สุด

    ความตายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทุกที่ กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฆราวาสหรือพระ

    ชีวิตไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหมาย เช่น ทำความดีแล้วต้องได้รับผลดีตอบแทน

    ไม่ว่ามองแบบไหน หากเราเห็นธรรมของความตาย ก็อาจเข้าใจการทำงานของโลกดีขึ้น

    วินทร์ เลียววาริณ
    3-7-26

    1
    • 0 แชร์
    • 30
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    ช่วงที่คุณบริสุทธิ์เลิกกับภรรยา เขายกรถยนต์ให้ภรรยาเก่า เงินทองร่อยหรอ เขาจึงต้องพึ่งบริการรถเมล์ โดยสารรถเมล์วันละหลายต่อ

    ผู้ชายจำนวนมากในโลกจึงไม่คิดจดทะเบียนสมรส เพราะหากเกิดเหตุหย่าร้าง มีโอกาสหมดตัวเหมือนคุณบริสุทธิ์ในยามนี้  วันหนึ่งคุณบริสุทธิ์นั่งรถเมล์สาย 8 กลับบ้าน รถเมล์ค่อนข้างแน่น คุณบริสุทธิ์ก้าวขึ้นรถแล้วกวาดตาหาที่นั่ง

    เหลือเพียงที่นั่งเดียวข้างหญิงสาวคนหนึ่ง

    คุณบริสุทธิ์ตรงไปที่นั่งนั้น และนั่งลง แต่หล่อนร้องบอกว่า “อย่านั่ง...”

    คุณบริสุทธิ์งงวูบ แวบแรกนึกว่ามันเป็นที่นั่งสงวนไว้สำหรับพระ เด็ก คนพิการ แต่มองดูแล้วไม่ใช่

    หล่อนชี้ไปที่ถุงกระดาษใบหนึ่งวางบนที่นั่ง บอกว่า “อย่านั่ง ระวังไข่ค่ะ”

    คุณบริสุทธิ์จึงพบว่าตนเองเกือบนั่งทับถุงของหล่อนแล้ว

    หล่อนดึงถุงใบนั้นออกไปวางบนพื้น เพื่อให้คุณบริสุทธิ์นั่งได้

    คุณบริสุทธิ์กล่าวคำขอบคุณและถามว่า “อ๋อ! ในถุงมีไข่หรือครับ?”

    “เปล่าค่ะ ในถุงเป็นทุเรียน”

    สวัสดีวันศุกร์ ขอให้สุขทั้งวัน

    วินทร์ เลียววาริณ
    3-7-26

    .........................

    จากนวนิยาย เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์กับนางสาวภุมรี ศจีรมย์ สมถวิล จินตหรา พารัก ปักเสน่ห์ เรวดี ศรีสกาว (ใช่ นิยายชื่อยาวๆ กวนตีนอย่างนี้แหละ Who will why)

    นี่เป็นนวนิยายแนวใหม่ที่นำขำขันตลกๆ ระดับ ‘ขำกลิ้ง’ 400 เรื่องมายำเป็นนวนิยาย

    ค่าคลายเครียดแค่ 330 บาท เฉลี่ยขำละ 80 สตางค์ หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

    https://www.winbookclub.com/store/detail/188/เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์กับนางสาวภุมรี%20ศจีรมย์%20สมถวิล%20จินตหรา%20พารัก%2520ปักเสน่ห์%20เรวดี%20ศรีสกาว 

    โปรโมชั่น https://www.winbookclub.com/store/detail/196/แพคเกจพิเศษ%203%20in%201 

    Shopee เดี่ยว https://s.shopee.co.th/1VjWGyXzed 

    https://s.shopee.co.th/9A8xPCjmLp 

    1
    • 0 แชร์
    • 31