-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
ชาวโลกเรามีนิสัยแปลก ๆ อย่างหนึ่ง คือชอบซ้ำเติมความเจ็บปวดของคนอื่น เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินสะดุดล้ม ก็ว่า “ไม่สวยแล้วยังซุ่มซ่ามอีก”
เห็นคนก้มหน้าดูสมาร์ทโฟนจนเดินตกท่อ ก็ว่า “สมน้ำหน้า”
เด็กสอบไม่ผ่าน กลุ้มใจอยู่แล้ว กลับถึงบ้านถูกพ่อแม่ด่าว่าโง่ ซ้ำอีกรอบหนึ่ง
ผู้หญิงบางคนถูกข่มขืน กลับถูกสังคมวิพากษ์ว่า “สมควรแล้ว ก็ใครให้แต่งตัวล่อแหลมล่ะ”
นี่คือการโรยเกลือใส่บาดแผล
นอกจากจะไม่เห็นใจในเคราะห์กรรมของคนอื่น ยังซ้ำเติมอีก
แน่ละ ในเรื่องบางเรื่องก็ค่อนข้างยากจะห้ามไม่ให้สมน้ำหน้า แต่ในเมื่อมันเกิดเรื่องร้ายกับเขาแล้ว เขาก็เรียนรู้บทเรียนแล้ว ทำไมเราต้องใจร้ายไปตำหนิเขาอีก?
พ่อแม่บางคนถูกครูเรียกไปรับทราบว่าลูกประพฤติตัวไม่ดี และถูกโรงเรียนลงโทษ เมื่อกลับถึงบ้าน เด็กอาจถูกลงโทษอีกรอบ
พ่อแม่ควรประเมินว่า การลงโทษรอบเดียวพอแล้วหรือไม่ ควรหรือไม่ที่จะโรยเกลือบนบาดแผลอีก
ชาวโลกเราก็มีนิสัยแปลกอีกอย่างหนึ่งคือ บางคนชอบโรยเกลือใส่บาดแผลของตนเอง
ผู้หญิงคนหนึ่งถูกนำส่งเข้าโรงพยาบาลเพราะถูกสามีทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ เมื่อทำการพยาบาลเธอเรียบร้อยแล้ว หมอบอกให้เธอไปแจ้งความกับตำรวจ ภรรยากลับบอกว่า “ฉันผิดเอง” ตามมาด้วย “ฉันไปยั่วให้เขาโกรธเอง เขาจึงซ้อมฉัน”
อ้าว! ความผิดกลายเป็นของผู้ถูกกระทำ!
พนักงานคนหนึ่งถูกขอให้ออกจากงานเพราะเศรษฐกิจเลวร้าย บริษัทต้องลดคน ก็บอกว่า “ผมไร้ค่า”
ตรรกะของเขาคือ มีคนในออฟฟิศมากมาย แต่เจ้านายให้เฉพาะเขาออก แสดงว่าเขาไร้ความสามารถ “ผมไม่ดีพอ เขาจึงให้ออก”
เมื่อถูกแฟนทิ้ง บางคนบอกว่า “ฉันไม่มีค่า เขาจึงไม่สนใจ”
คนบางคนก็แปลก คนอื่นกรีดแผลใส่เรา เรากลับโรยเกลือบนบาดแผลนั้นซ้ำ
การถูกทำร้ายกับ “ฉันผิดเอง” เป็นคนละเรื่องกัน เพราะต่อให้ภรรยาทำผิดพลาด ก็ไม่สมควรถูกสามีทำร้ายร่างกาย
การถูกไล่ออกจากงานก็ไม่ได้แปลว่าตนเองไร้คุณภาพเสมอไป มันอาจเป็นเพราะการจัดองค์กรใหม่ทำให้ต้องเก็บเฉพาะคนที่เหมาะสมที่สุดเท่านั้น
คนบางจำพวกมี Inferiority complex คือความรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าคนอื่น หรือด้อยกว่ามาตรฐานของสังคม อาจเป็นความรู้สึกที่ฝังในจิตใต้สำนึก คิดว่าตัวเองไม่เก่ง หรือไม่มีอะไรดี
ดังนั้นเมื่อเจอปัญหาใด ๆ ก็ตาม วิเคราะห์ให้ดีก่อนว่าสาเหตุเกิดจากอะไร
ถ้าเกิดแผลเล็ก ก็อย่าทำให้แผลใหญ่ขึ้น
ต่อให้เป็นคนที่มี Inferiority complex ก็ไม่ต้องยอมรับการทำร้ายตัวเองซ้ำ
วินทร์ เลียววาริณ
27-8-26จาก มากกว่าสามสิบสอง
49 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 250 บาท = บทความละ 5.10 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วhttps://www.winbookclub.com/store/detail/195/มากกว่าสามสิบสอง
https://s.shopee.co.th/9UlyhN6c1qโปรโมชั่นคอมโบ https://www.winbookclub.com/store/detail/196/แพคเกจพิเศษ%203%20in%201
Shopee https://s.shopee.co.th/9UlyhN6c1q
โปรโมชั่นคอมโบ https://s.shopee.co.th/8zpi6W2V3Tท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน
1- แชร์
- 24
-
วินทร์ เลียววาริณ3 วันที่ผ่านมา
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ หลังจากไอน์สไตน์มีชื่อเสียงจากทฤษฎีของเขา ทุก ๆ ปีเขาต้องไปพูดปาฐกถา เล็กเชอร์ตามที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ปีละหลายสิบครั้ง ไอน์สไตน์เป็นนักคิด ไม่ใช่คนชอบพูดมาก ดังนั้นบ่อยครั้งเขาก็เบื่อ เขาอยากทำงานเงียบ ๆ มากกว่า แต่ก็ต้องไปตามหน้าที่...
วันหนึ่งไอน์สไตน์นั่งรถเพื่อไปพูดที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และบ่นกับคนขับรถว่า Wผมเบื่อพูดเล็กเชอร์แล้ว"
คนขับรถก็พูดว่า "งั้นทำไมไม่ให้ผมขึ้นพูดแทนล่ะครับ?"
ไอน์สไตน์แปลกใจ เอ่ยว่า "คุณน่ะหรือ?"
"ใช่ครับ หน้าตาผมก็คล้ายท่าน ใส่หนวดสวมวิกผมฟู ๆ ก็เหมือนแล้ว"
ไอน์สไตน์ถาม "แล้วคุณจะพูดเรื่องฟิสิกส์ได้หรือ?"
คนขับตอบว่า "ทำไมจะไม่ได้? ผมฟังท่านเล็กเชอร์มาหลายสิบหนแล้ว ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ ความเร็วแสง การบิดเบี้ยวของ space-time"
"แล้วคนฟังจะเชื่อหรือ?"
คนขับว่า "โธ่! ท่านพูดแต่ละเรื่อง ก็ไม่มีใครเข้าใจหรอก แต่พวกเขาก็ปรบมือให้ทุกที"
ไอน์สไตน์บอกว่า "เป็นความคิดที่ดี ผมจะได้พักบ้าง"
ทั้งสองไปหาซื้อหนวดและวิก เปลี่ยนชุดกัน แล้วเดินทางไปสถานที่เล็กเชอร์ คนขับรถขึ้นไปพูดแทนเจ้านาย ขณะที่ไอน์สไตน์หลบอยู่ในที่นั่งแถวท้ายห้องประชุม
คนขับรถพูดเหมือนไอน์สไตน์ทุกประการ คนฟังปรบมือเป็นระยะโดยไม่รู้ว่าคนพูดเป็นไอน์สไตน์ตัวปลอม เมื่อจบเล็กเชอร์ นักฟิสิกส์คนหนึ่งก็ยกมือถาม เป็นคำถามยาก ไอน์สไตน์ตกใจ ความคงจะแตกคราวนี้แน่
คนขับรถเงียบไปครู่หนึ่ง ก็ตอบว่า "คำถามนี้มันง่ายเสียจนใคร ๆ ก็น่าจะตอบได้ ผมจะให้คนขับรถของผมที่นั่งอยู่ด้านท้ายห้องตอบก็แล้วกัน”
วินทร์ เลียววาริณ
26-8-26.........................
จากนวนิยาย เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์กับนางสาวภุมรี ศจีรมย์ สมถวิล จินตหรา พารัก ปักเสน่ห์ เรวดี ศรีสกาว (ใช่ นิยายชื่อยาวๆ กวนตีนอย่างนี้แหละ Who will why)
นี่เป็นนวนิยายแนวใหม่ที่นำขำขันตลกๆ ระดับ ‘ขำกลิ้ง’ 400 เรื่องมายำเป็นนวนิยาย
ค่าคลายเครียดแค่ 330 บาท เฉลี่ยขำละ 80 สตางค์ หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วโปรโมชั่น https://www.winbookclub.com/store/detail/196/แพคเกจพิเศษ%203%20in%201
Shopee เดี่ยว https://s.shopee.co.th/1VjWGyXzed
https://s.shopee.co.th/9A8xPCjmLp
ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน
1- แชร์
- 33
-
วินทร์ เลียววาริณ3 วันที่ผ่านมา
รุกฆาต + Mini Exist งานสองเล่มใหม่ของ วินทร์ เลียววาริณ พร้อมให้ pre-order แล้ว
- pre-order พร้อมกันสองเล่ม เพื่อที่จะได้รู้ว่ายอดจองพอจะพิมพ์ทั้งสองเล่มหรือไม่
- ถ้าได้พิมพ์ทั้งสองเล่ม เล่มแยกจะจำหน่ายหลังจบ pre-order
- ราคารวม 2 เล่ม ลดพิเศษเฉพาะช่วง pre-order เหลือ 585.- จากราคาปกรวม 635.-
- แถมหนังสือ 1 เล่ม เส้นสมมุติ วรรณกรรมคุณภาพ บางเรื่องได้รับรางวัล PEN มูลค่า 200.- (ไม่สามารถเลือกเล่มแถมได้ และหากหนังสือหมด จะเลือกเล่มอื่นให้)
- ทุกเล่มมีลายเซ็นนักเขียน (ยกเว้นหนังสือแถม)
- เปิด pre-order เฉพาะ 25 สิงหาคม - 9 กันยายน หลังจากนั้นจะขายราคาเต็ม ไม่มีของแถม และอาจต้องคิดค่าจัดส่งด้วย
- หากยอดจองไม่พอ จะคืนเงินให้
.......................
รายละเอียดหนังสือ
(1) รุกฆาตเป็นงานเรื่องสั้นหักมุมจบชุดที่ 5 ต่อจาก สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง, ร้อยคม, แมงโกง, ฮานอย ฮิลตัน เป็นงานบันเทิง ให้ความพึงใจในตอนจบซึ่งเป็นคุณลักษณ์ของงานเขียนตระกูลนี้
รุกฆาต เป็นงานสะท้อนสภาพสังคม นำเสนอในรูปของเรื่องสั้นตื่นเต้น แต่ละเรื่องสร้างความบันเทิง และสะท้อนสังคม
หนา 216 หน้า ขนาดประมาณ 14.5 x 21 ซม.
จำนวนเรื่องสั้น 22 เรื่อง
ราคาปก 345 บาท....................
(2) Mini Exist
เป็นเล่มที่ 5 ของชุด Mini ปรัชญา ต่อจาก Mini Zen, Mini Tao, Mini Stoic, Mini Wabi-sabi
หนังสือเล่มนี้อธิบายปรัชญา Existentialism Nihilism และ Absurdism แบบง่ายๆ ผสมรูปการ์ตูน เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย อธิบายความหมายและความไร้ความหมายของชีวิต
หนา 144 หน้า ขนาดประมาณ 14.5 x 21 ซม.
ราคาปก 290 บาท
..........................สั่งผ่านเว็บไซต์ วินทร์ เลียววาริณ กดลิงก์ https://www.winbookclub.com/store/detail/261/%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%86%E0%B8%B2%E0%B8%95%20+%20Mini%20Exist
***สำคัญ*** ผู้ซื้อต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน คือชื่อ / ที่อยู่จัดส่ง / โทร. / อีเมล
แล้วแนบหลักฐานการโอนไปที่ namol113@gmail.com มิฉะนั้นเราจะไม่รู้ว่าเป็นลูกค้าคนไหน และอาจส่งผลให้ไม่ได้จัดส่ง
...................0- แชร์
- 46
-
วินทร์ เลียววาริณ4 วันที่ผ่านมา
ตอนนี้ชาวโลกกำลังดูมวยรุ่นเฮฟวีเวทของคู่นี้
ฝ่ายแดงคือทรัมป์ลูกแยงกี้ ฝ่ายน้ำเงินคือคาร์นีย์ลูกเมเปิล
ทรัมป์ลูกแยงกี้เป็นนักมวยหมาบ้า ชกไปทั่ว ไม่ว่ามิตรหรือศัตรู ชกหมด ชาวบู๊ลิ้มเชื่อว่าเพราะไปกินบัวหิมะพันปีเข้าไป แรงดีไม่มีถอย
แต่หมอฮัวโต๋เชื่อว่าทรัมป์ลูกแยงกี้น่าจะกินบัวผิดประเภท เผลอไปกินกลีบบัวของเทพธิิดาคาลิปโซใน The Odyssey กินแล้วความจำเสื่อม จำไม่ได้ว่าใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรู ไปท้าชกกับพันธมิตรดั้งเดิม
สำหรับคาร์นีย์เป็นนักมวยใหม่ แต่ไม่เคยเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ใครชกมา กูชกกลับ เชื่อว่าน่าจะเพิ่งไปดู กังฟูซอคเกอร์ ของโจวซิงฉือ อะดรีนาลีนยังพลุ่งพล่าน เห็นหน้าทรัมป์ลูกแยงกี้เป็นลูกฟุตบอล
ในยกล่าสุดทรัมป์ลูกแยงกี้กล่าวว่า “ขอล่วงเกิน”
คาร์นีย์ลูกเมเปิลตอบกลับ “ลูกผู้ชายฆ่าได้ หยามมิได้”
ทรัมป์ลูกแยงกี้กล่าว “อย่าหาว่าข้าฯมิเกรงใจ”
"มิเกรงใจเช่นไร?"
"ก็ขึ้นภาษีไง"
แต่กระบวนท่าโต้กลับของคาร์นีย์คือ dollar-for-dollar
นั่นคือหากทรัมป์ชกด้วยหมัด tariff คาร์นีย์ก็จะสวนด้วย tariff เข้าไปตรงๆ ไม่อ้อมค้อม
คาร์นีย์ลูกเมเปิลบอกว่า ทรัมป์ลูกแยงกี้ "ขอมากไป ให้นิดเดียว" (asked too much, offered too little)
เป็นอันว่าการเจรจาการค้าล้ม
คนดูคาดไม่ถูกว่ายกต่อไป จะชกกันยังไง
คาร์นีย์ลูกเมเปิลบอกว่า "มารดามันเถอะ ถ้าทรัมป์ลูกแยงกี้ยังชกใต้เข็มขัดอย่างนี้ ข้าฯขอออกจากเวทีนี้ ไปหาคู่ค้าคนใหม่ดีกว่า"
หมายถึงจีน
ฝั่งทรัมป์ลูกแยงกี้บอกว่า "อย่าเพิ่งไปหาจีน อยู่ชกให้จบก่อน"
ความจริงนักมวยสองค่ายนี้เป็นพันธมิตรมานาน การเปิดเวทีชกกันจึงเป็นเรื่องที่ชาวบู๊ลิ้มคาดไม่ถึง แต่มิตรภาพเป็นภาพลวงตา และตรงตามสัจธรรมแห่งบู๊ลิ้มที่ว่า มิมีงานเลี้ยงใดมิเลิกรา
อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็หวังว่านักมวยสองคนนี้จะหันมาปรองดองกัน หวังว่าทรัมป์ลูกแยงกี้จะกลับตัวกลับใจ ตามสำนวนยุทธจักรที่ว่า “ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต กลับใจคือฟากฝั่ง”
ทรัมป์ลูกแยงกี้คงฟังไม่เข้าใจ ใครสักคนช่วยบอกเขาหน่อยว่าแปลว่าอะไร
แต่อย่าแปลว่า Suffering sea is limitless, return heart is shore. ความหมายผิดไปไกล
เคี้ยกเคี้ยก
วินทร์ เลียววาริณ
24-8-261- แชร์
- 47
-
วินทร์ เลียววาริณ5 วันที่ผ่านมา
เคยไหมที่คุณมอบของขวัญให้ญาติพี่น้องหรือมิตรสนิท เมื่อได้รับแล้ว เขาหรือเธอบอกว่า “ซื้อมาทำไม ของแพงอย่างนี้”
ก็รู้ว่าเขาหรือเธอเกรงใจหรือเป็นห่วงว่าเราใช้เงินมากเกินไปในเรื่องที่ไม่น่าจำเป็น แต่ประโยคนี้อาจทำให้ผู้ให้ของขวัญสะดุดกึก
สำหรับผู้รับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นไร้ประโยชน์ที่จะตอกย้ำซ้ำเติม
เรื่องการซื้อของแพงโดยไม่จำเป็น หรือตนเองไม่ชอบของแพง ให้หาโอกาสอื่นคุยกันอีกรอบ ปีหน้าเขาจะได้ไม่ซื้อของแพงมาให้อีก
แต่ในชั่วขณะที่ได้รับของขวัญ ให้กล่าวว่า “ขอบคุณ”
เรื่องบางเรื่องพูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่ต้องพูด แม้จะหวังดีเพียงใด
เรื่องบางเรื่องไม่ต้องพูด ไม่ว่าจะคันปากแค่ไหน
เวลาพบหน้ากัน บางคนทักเพื่อนว่า “ไม่ได้เจอกันนาน ทำไมอ้วนจัง”
ในยุคนี้ มีโอกาสสูงถึง 99 เปอร์เซ็นต์ว่าคนฟังไม่ชอบวลี “ทำไมอ้วนจัง”
มันอาจเป็นปมด้อยของคนฟัง เขาหรือเธออาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพสืบเนื่องจากความอ้วน อาจกำลังพยายามลดน้ำหนักแต่ไม่สำเร็จ เมื่อใครย้ำเตือนเรื่องนี้ ก็อาจทุกข์ใจ
ดังนั้นเวลาพบหน้าเพื่อนที่เห็นชัดว่าอ้วนเกินไป ก็แค่ทักว่า “ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีหรือ?” เท่านี้ก็พอ
ส่วนวิธีการลดความอ้วนหรือรักษาสุขภาพ ให้หาโอกาสและวิธีที่เหมาะสมบอกเขาหรือเธอ
เรื่องบางเรื่องพูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่ต้องพูด เวลาเจอเพื่อนที่แต่งงานมาแล้วสามปี บางคนทักถามว่า “ทำไมยังไม่มีลูก?” หรือ “เมื่อไหร่จะมีลูก?”
บางคนไปไกลถึงขนาดว่า “ทำเป็นรึเปล่า?”
ทักถามด้วยความปรารถนาดี แต่มันอาจทำร้ายจิตใจคนฟังโดยไม่รู้ตัวก็ได้ เพราะเขาหรือเธออาจอยากมีลูกมาก แต่มีไม่ได้ พยายามแล้ว แต่ไม่สำเร็จ ด้วยข้อจำกัดทางสรีระ
แค่ทักว่า “สบายดีหรือ?” ก็พอ
เรื่องบางเรื่องพูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่ต้องพูด
ในแวดวงคนทำงานศิลปะและวรรณกรรม ก็มีเรื่อง ‘ทำไปแล้วไม่เกิดประโยชน์’
บางคนวาดรูปเสร็จแล้ว ยังไม่ยอมจบ แต่งแต้มสีตรงนั้นตรงนี้ แต้มไปแต้มมาอาจพบว่าภาพรกขึ้นจนไม่สวย
คนทำหนังมากมายเสียดายฟุตเตจที่ถ่ายมา หาทางใส่เข้าไปให้หมด กลายเป็นส่วนเกินของหนัง และที่ร้ายคือทำให้หนังแย่ลง
นักเขียนก็เช่นกัน รีเสิร์ชข้อมูลมามาก เกิดความเสียดายข้อมูลบางส่วนที่ไม่ได้ใช้ ก็หาทางยัดเข้าไป ผลก็คือเรื่องรุงรัง และอาจทำให้เรื่องรวมแย่ลง
นักเขียนที่เก่งจึงเป็นคนที่รู้จักทิ้งส่วนเกิน รู้จักหยุด เมื่อพอก็พอ เมื่อจบก็จบ
งานศิลปะที่มีส่วนเกินคงไม่ทำให้ใครบาดเจ็บ แต่ในการใช้ชีวิต ส่วนเกินอาจทำร้ายจิตใจคนอื่น
ชีวิตนั้นสั้น อย่าเสียเวลาไปกับเรื่องที่ทำไปแล้ว ไม่เกิดอะไรขึ้นมา อย่าใช้ชีวิตแบบไม่รู้จักจบเรื่อง
เวลาคุยกัน อย่าเสียเวลาต่อความยาวสาวความยืด จบก็จบ
เรื่องบางเรื่องเป็นส่วนเกิน ก็ไม่ต้องลากต่อ
เรื่องบางเรื่องพูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่ต้องพูด
วินทร์ เลียววาริณ
25-8-26จาก เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
56 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 200 บาท = บทความละ 3.5 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
https://www.winbookclub.com/store/detail/187/เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
Shopee https://s.shopee.co.th/60Bx1VKarm1- แชร์
- 24
