• วินทร์ เลียววาริณ
    0 วันที่ผ่านมา

    วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เรามาทำความรู้จักกับดวงอาทิตย์ดีไหม?

    เหตุผลเพราะช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมามีแต่คนพูดถึงเพลง "รักไม่ใช่ดวงอาทิตย์เมื่อพราวแสง”

    เอ๊ะ! พิมพ์ผิดหรือเปล่า? ที่ถูกต้องคือ "รักไม่ใช่ดวงดาวเมื่อพราวแสง” ไม่ใช่หรือ?

    พิมพ์ไม่ผิดหรอก เพราะดวงอาทิตย์ก็คือดวงดาว

    เซมเซม!

    หลายคนคงงง เพราะเรามองเห็นดวงดาวในเวลากลางคืน เป็นจุดเล็กๆ ส่องแสงระยิบระยับบนฟ้าราตรี ส่วนดวงอาทิตย์เราเห็นตอนกลางวัน ลูกเบ้อเร่อ มันทำให้โลกสว่างไสว มันจะเป็นสิ่งเดียวกันไปได้ยังไง?

    ตรงนี้เองที่เป็นความล้มเหลวของระบบการศึกษาของเรา

    ผมเรียนเรื่องดวงดาวมาตั้งแต่ชั้นประถม ครูให้ท่องจำเรื่องดาวลูกไก่ ดาวไถ ดาวจระเข้ ฯลฯ แต่ครูไม่เคยบอกว่าดวงดาวเหล่านี้ก็คือดวงอาทิตย์ลูกเบ้อเร่อ

    แต่... เป็นไปได้ยังไง? ความสว่างมันต่างกันเป็นล้านๆๆๆ เท่า

    เป็นไปได้ซี ถ้าดวงอาทิตย์ของเราอยู่ห่างจากเราไกลพอ เราก็จะเห็นมันเป็นแค่จุดเรืองๆ บนฟ้ากลางคืน

    แปลว่าดวงดาวแต่ละดวงบนฟ้าอยู่ห่างกันเป็นโยชน์หรือ?

    ใช่ แต่ไม่ใช่โยชน์เดียวหรอก น่าจะล้านๆ โยชน์ นี่แสดงว่าจักรวาลใหญ่โตมหาศาล

    แต่... เอ๊ะ! เอิ่ม! เอ้อ!... ถ้าจุดดาวบนฟ้ากลางคืนเป็นดวงอาทิตย์ มันก็ย่อมมีดาวเคราะห์โคจรรอบใช่ไหม? แต่ดวงดาวมีมากมายนับไม่ถ้วน เป็นไปได้ยังไง?

    คำตอบคือใช่ จุดดาวบนฟ้าน่าจะมีดาวเคราะห์โคจรรอบๆ เราเรียกดาวเคราะห์พวกนั้นว่า exoplanet และเราเรียกดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเราว่า planet เฉยๆ

    งั้นก็แปลว่าในจักรวาลมีดวงอาทิตย์มากมาย ตามจำนวนจุดดาวที่เราเห็นบนฟ้ากลางคืนใช่ไหม?

    คำตอบคือไม่ใช่ มีมากกว่านั้น จุดดาวที่เราเห็นบนฟ้ามันแค่กาแลกซีเดียวคือทางช้างเผือก ยังมีกาแลกซีอีกหลายแสนล้านกาแลกซี แต่ละกาแลกซีก็มีดวงอาทิตย์หลายแสนล้านดวง

    โลกเราเล็กกว่าที่เราเคยคิดมากนัก มนุษยชาติไม่ได้สำคัญอะไรเลยในสเกลของจักรวาล ดังนั้นเก็บไว้เถอะอีโก้ของเรา

    เอาละ เลิกชั้นดาราศาสตร์ 101 สำหรับวันนี้ แยกย้ายกันกลับบ้านได้

    0
    • 0 แชร์
    • 1
  • วินทร์ เลียววาริณ
    0 วันที่ผ่านมา

    บทความ ให้ทำตัวเหมือนหมา

    จากหนังสือ ลำธารริมลานธรรม

    โดย พระไพศาล วิสาโล

    .

    สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) หรือหลวงพ่อโต เป็นพระมหาเถระที่ขึ้นชื่อในด้านเมตตา เป็นที่พึ่งพาของผู้ทุกข์ยาก ใครมีปัญหา ไม่รู้จะแก้อย่างไร ก็มักนึกถึงหลวงพ่อโต คราวหนึ่งพระเทศ แห่งวัดชนะสงคราม มีเรื่องผิดใจกับพระครูอุดมฌานผู้เป็นเจ้าอาวาส รู้สึกรุ่มร้อนใจจนอยู่วัดนั้นไม่ไหว จึงพายเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาที่วัดระฆัง ด้วยหวังหนีร้อนมาพึ่งเย็น

    เมื่อพบหลวงพ่อโต พระเทศก็แนะนำตัวและแจ้งความประสงค์ว่า “เกล้ากระผมมีเรื่องไม่สบายใจ พยายามระงับความรุ่มร้อนในใจก็ไม่สำเร็จ จนร้อนผ้าเหลือง จึงขอความกรุณาจากใต้เท้า ขอพักที่วัดระฆังสักระยะหนึ่ง”

    ได้ฟังเพียงเท่านี้ หลวงพ่อก็พูดขึ้นมาว่า “อยากสบายก็ให้ทำตัวเหมือนหมาซีจ๊ะ”

    พระเทศงงงันนั่งอึ้งอยู่นาน เพราะไม่เข้าใจคำพูดของหลวงพ่อ

    หลวงพ่อจึงถามว่า “ท่านทะเลาะกับพระครูอุดมฌานมาใช่ไหม”

    พระเทศฟังแล้วก็สะดุ้ง อดสงสัยไม่ได้ว่าหลวงพ่อรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เล่าอะไรให้ท่านฟังเลย

    แล้วหลวงพ่อก็ขยายความว่า “เข้าใจไหมจ๊ะ ธรรมดาหมาเมื่อเกิดกัดกันขึ้นแล้ว ถ้าตัวหนึ่งทำแพ้และนอนหงายเสีย ปล่อยให้เจ้าตัวชนะคร่อมอยู่ข้างบน ให้มันคำรามทำอำนาจเสียก็หมดเรื่อง”

    พระเทศฟังแล้วก็เข้าใจ จึงเปลี่ยนใจไม่ขออยู่วัดระฆัง พายเรือกลับวัดชนะสงคราม นับแต่นั้นก็ทำตามที่หลวงพ่อแนะนำคือยอมเจ้าอาวาส ท่านจะว่าอะไรก็ไม่โต้เถียง ไม่นานความขัดแย้งก็ยุติ พระเทศอยู่วัดชนะสงครามได้อย่างมีความสุข

    หลวงพ่อโตมิได้มีแต่เมตตาเท่านั้น ท่านยังเปี่ยมด้วยปัญญา จึงรู้ว่าความขัดแย้งนั้นมิอาจระงับได้ หากต่างฝ่ายต่างแข็งเข้าหากัน ยิ่งฝ่ายหนึ่งเป็นผู้น้อยด้วยแล้ว ก็ยากที่จะลงเอยด้วยดี ท่านจึงแนะให้พระเทศยอมโอนอ่อน ซึ่งช่วยให้อีกฝ่ายลดความแข็งกร้าว ทำให้มีอคติต่อกันน้อยลง สามารถเปิดใจรับฟังกันได้มากขึ้น

    ที่จริงอย่าว่าแต่ผู้น้อยกับผู้ใหญ่เลย แม้เพื่อนกับเพื่อนสามีกับภรรยา หากมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน ยากที่จะคลี่คลายได้ด้วยการเอาผิดเอาถูก หรือใช้เหตุผลยืนยันความถูกของตน (หรือชี้ชัดความผิดของอีกฝ่าย) เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมเปิดใจกัน ต่อเมื่อลดอคติและความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันก่อน ด้วยการที่ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งยอมโอนอ่อน การรับฟังเหตุผลของกันและกันจึงจะเกิดขึ้นได้ และสามารถระงับความขัดแย้งได้ในที่สุด

    0
    • 1 แชร์
    • 15
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา
    0
    • 1 แชร์
    • 0
  • วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    ครั้งที่หลวงพ่อชา สุภัทโท และพระกลุ่มหนึ่ง ทั้งไทยและฝรั่ง ไปช่วยเผยแผ่ธรรมที่ประเทศอังกฤษ ก็พบแรงต่อต้านจากคนในพื้นที่ ชาวบ้านมองว่าศาสนาพุทธเป็นพวกนอกรีต สวมจีวรประหลาด และมองการบิณฑบาตว่าเป็นการขอทาน ฯลฯ

    เช่นกัน เมื่อฝรั่งมาเผยแผ่ธรรมของเขาในบ้านเรา หลายคนก็รู้สึกแปลกๆ หากฝรั่งคนนั้นมาเผยแผ่หลักศาสนาตะวันออก เช่น พุทธ เซน เต๋า ฮินดู

    อย่าว่าแต่ฝรั่งเลย คำสอนของพระไทยหลายรูป เราก็ไม่รับ

    ชาวตะวันออกไม่น้อยมีภาพฝังหัวว่าชาวตะวันตกไม่รู้เรื่องศาสนาตะวันออก แต่ความจริงก็คือมีฝรั่งหลายคนมาเมืองไทยเพื่อศึกษาพุทธ ไปญี่ปุ่นศึกษาเซน ไปทิเบตปฏิบัติธรรมขั้นสูง หลายคนก็ศึกษาธรรมได้ลึกซึ้งไม่แพ้คนตะวันออก นี่ชี้ว่าหลักธรรมเป็นเรื่องสากล ไม่ถูกจำกัดด้วยสีผิวและชาติกำเนิด

    จะรู้ก็ต้องลองอ่านดูว่า มุมมองของฝรั่งสอนธรรมเป็นอย่างไร?

    คลิกอ่านได้เลย https://www.blockdit.com/posts/63366fae87586dce851642c2  

    1
    • 0 แชร์
    • 25
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    คุณไม่มีทางเลือก ต้องออกกำลังกาย เพราะเส้นรอบเอวของคุณชักน่าเกลียดเกินไปแล้ว

    คุณไม่มีทางเลือก ต้องรักษาสุขภาพ เพราะค่าหมอแพงมาก

    คุณไม่มีทางเลือก ต้องประหยัด เพราะคุณใช้จ่ายเกินตัวไปมากแล้ว

    คุณไม่มีทางเลือก ต้องเก็บออม เพราะถ้าคุณตายไปในวันนี้ ครอบครัวคุณจะไม่เหลืออะไร

    คุณไม่มีทางเลือก ต้องเรียนเพิ่ม เพราะความรู้ที่คุณมีไม่พอเสียแล้ว

    คุณไม่มีทางเลือก ต้องขับรถระวัง เพราะถ้าคุณเกิดอุบัติเหตุ เงินออมของคุณอาจหมดได้

    คุณไม่มีทางเลือก ต้องลดเหล้า เพราะตับคุณถูกคุณทำร้ายจนบาดเจ็บ

    คุณไม่มีทางเลือก ต้องลดเค็ม เพราะความดันโลหิตของคุณสูงไปแล้ว

    คุณไม่มีทางเลือก ต้องอ่านหลากหลาย เพราะอ่านแค่แปดบรรทัดไม่พอทำให้คุณฉลาดขึ้น

    คุณไม่มีทางเลือก ต้องหาทางทำงานกับคนที่คิดต่างจากคุณ เพราะมันเป็นทางเดียวที่ทั้งหมดจะไปต่อได้

    คุณไม่มีทางเลือก ต้องเลิกประพฤติไม่ดี เพราะลูกคุณจะเลียนแบบตาม

    คุณไม่มีทางเลือก คุณต้องสู้ เพราะคุณจะหนีได้อีกกี่ครั้งล่ะ

    คุณไม่มีทางเลือก ต้องใช้ชีวิตในปัจจุบัน เพราะโลกนี้ไม่เคยมีวันพรุ่งนี้

    1
    • 4 แชร์
    • 43