-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
สำหรับเล่มเดี่ยว จะเริ่มจำหน่ายราวๆ ช่วงงานหนังสือ
1- แชร์
- 7
-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
'101' ในโลกวิชาการหมายถึงบทเริ่มต้นหรือพื้นฐานของศาสตร์นั้น เช่น Biology 101, Chemistry 101, Creative Writing 101
แต่ '101' ในโลกอาชญากรรมในหนังเรื่อง Crime 101 หมายถึงชื่อถนนหลวงในลอส แองเจลิส เส้นทางที่เกิดอาชญากรรมปล้นเป็นประจำ
'ไมค์' (Chris Hemsworth) เป็นโจรที่ปล้นบนถนนสาย 101 เขาก่อการอย่างรอบคอบ วางแผนทุกจุดอย่างละเอียดลออ ไม่ทิ้งเส้นผมหรือคราบที่สามารถสาวรอยดีเอนเอถึงเขาได้
คาแรคเตอร์ 'ไมค์' ในเรื่องนี้ก็คล้ายๆ ตัวละคร 'Neil McCauley' (Robert De Niro) ในหนังปี 1995 ของ ไมเคิล แมนน์ เรื่อง Heat
จะว่าไปแล้ว Crime 101 ก็เดินตามรอยของ Heat แทบก้าวต่อก้าว โทนเรื่องคล้ายกัน โจรที่อาศัยอยู่ในอาคารริมทะเลเหมือน ตำรวจเลิกกับภรรยาเหมือนกัน โจรที่พบรักกับหญิงสาวคนหนึ่งเหมือนกัน ฯลฯ แต่หากเป็นเรื่องมวย Heat คือเฮฟวีเวท Crime 101 เป็นไลท์เวท
นี่ไม่ได้แปลว่า Crime 101 ไม่ดี แต่เรื่องยังไม่ใหม่สด หรือแสดงมุมที่ทำให้เราอินได้เท่า Heat
เรื่องเริ่มต้นดี แล้วค่อยๆ แผ่วลง ลุ่มๆ ดอนๆ ยกตัวอย่าง เช่น ในตอนต้นเรื่อง 'ไมค์' รอบคอบในการก่อการระดับ 100 เปอร์เซ็นต์ ในท่อนท้าย 'ไมค์' กลับปล้นโดยไม่คิดจะปิดบังตัวตนเลย ทำให้สะดุดไปหน่อย และเริ่มเห็นว่า บางที '101' ในชื่อเรื่องอาจหมายถึงคนเขียนบทกำลังเพิ่งเข้าหลักสูตร Screenplay 101
แต่ในภาพรวม หนังสนุก ตื่นเต้นเป็นช่วงๆ และที่สำคัญ Chris Hemsworth เขาหล่อจริงๆ นะ ขนาดผู้ชายดูยังรู้สึกหัวใจกระเจิง
เวรกรรม! นี่กูมาเปลี่ยนรสนิยมตอนแก่หรือเนี่ย! เคี้ยกเคี้ยก!
7.7/10
ฉายในโรงภาพยนตร์วินทร์ เลียววาริณ
23-2-26วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB (คีย์คำว่า วินทร์ เลียววาริณ)
(มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)
1- แชร์
- 19
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
(เมื่อวานนี้ในบทวิจารณ์หนัง Past Lives พูดถึงบทความนี้ จึงนำมาให้อ่านเพื่อขยายความ)
บางห้วงยามในชีวิต ผมหวนนึกถึงอดีตเมื่อเรียนจบชั้น ม.ศ. 3 จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพ่อผมไม่ให้ผมไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ มีโอกาสสูงอย่างยิ่ง เพราะพ่อไม่มีเงินส่งเสียผมจนเรียนจบมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน นั่นคือความจริง ผมจะเรียนต่อได้ด้วยกรณีเดียวคือพี่ ๆ ช่วยกันส่งเสียผมเท่านั้น มันมีโอกาส 50:50 ที่ผมจะเดินไปอีกเส้นทางหนึ่ง เส้นทางของช่างทำรองเท้า อาชีพหลักของครอบครัว
หากผมเดินทางสายนั้น ผมจะวางตำราเรียนลง แล้วเริ่มเรียนการทำรองเท้า การซ่อมรองเท้า กระเป๋า และเครื่องหนังต่าง ๆ ไปจนถึงซองปืน ผมน่าจะทำงานนี้ได้ดี เพราะผมชอบศิลปะและงานช่าง บางทีผมอาจกล้าออกแบบรองเท้าที่แตกต่างจากเดิมบ้าง แต่ผมก็ยังไม่มีสำนึกของความงาม ผมไม่รู้เรื่อง Minimalism หรือ Less is more ผมคงทำตามใจชอบ ผมคงชำนาญสักวัน อาจใช้เวลาอีกยี่สิบปีเป็นเซียนในสายทางนี้ แต่ผมมีเวลาทั้งชีวิตที่จะเรียนรู้
เมื่ออายุยี่สิบเอ็ด ผมไปเกณฑ์ทหาร ถ้าได้ใบแดง ผมก็ใช้ชีวิตในค่ายทหารสองปี ถ้าไม่ติด ผมก็ประกอบอาชีพนี้ต่อไป ไม่มีอะไรแตกต่าง
เมื่อถึงเวลาเหมาะสม แม่สื่อจะเอารูปถ่ายหญิงสาวหลายคนมาให้ดู นางสาวหลินไต้จากถนนสาย 2 นางสาวกิมจ๊อที่ถนนสาย 3 นางสาวหม่าหวูที่หาดใหญ่ใน นางสาวหมวยศรีที่ตลาดชีกิมหยง
ถ้าผมชอบหน้าตานางสาวหมวยศรีมากกว่าคนอื่น ก็แค่พยักหน้า ทำนองว่า “คนนี้แหละ” แม่สื่อก็จัดการนัดแนะให้เราพบกัน ผมคงพานางสาวหมวยศรีไปดูหนังที่โอเดียนหรือเฉลิมไทยสักสองสามเรื่อง โดยมีน้องชายน้องสาวของเธอสามคนนั่งกระหนาบซ้าย ป้าอีกคนกระหนาบขวา หลังหนังเลิกก็แวะกินขนมไทยที่ร้านแม่ทิพย์เพื่อเอาใจน้อง ๆ ของเธอ ผมจะมีขนมติดไม้ติดมือเมื่อไปหาครอบครัวของเธอเสมอเพื่อเรียกคะแนนนิยม
ผ่านไปหนึ่งปี เราก็แต่งงานกัน ในเมื่อทางเป็นอย่างนี้ และเป็นทางสายเดียวที่มี จะรอไปอีกหลายปีค่อยแต่งงานทำไม? มีลูกเร็วก็มีแรงงานมาช่วยงานครอบครัวเร็ว
นางสาวหมวยศรีไม่ได้เรียนสูง เพราะฐานะที่บ้านไม่ดี จบแค่ ป. 7 ที่บ้านไม่ส่งเสียให้เรียนต่อ อีกประการเป็นขนบของคนสมัยนั้นที่ไม่ให้ลูกสาวเรียนสูง ๆ หนึ่งคือไม่มีเงิน สองคือผู้หญิงเรียนสูงหาสามียาก
ผมกับหมวยศรีจะมีลูกสัก 4-5 คน ผมต้องทำงานหนักเพื่อส่งเสียลูกทุกคนเข้าโรงเรียน ผมคงไม่อาจให้ลูกทุกคนรับกิจการทำรองเท้าต่อไปได้ เพราะมันไม่ใช่กิจการใหญ่ ดังนั้นเพื่อให้พวกเขาอยู่รอด ผมต้องให้พวกเขาได้เรียนต่อสูงกว่าผม เป้าหมายของผมคือพวกเขาควรสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้ เพราะผมไม่มีปัญญาส่งเสียทุกคนเรียนในมหาวิทยาลัยของเอกชน ไม่ว่าอย่างไร ผมก็ต้องทำงานหนัก
ผมจะผ่านชีวิตแต่ละวันโดยตื่นแต่เช้าตรู่ กินอาหารที่ภรรยาซื้อมาจากตลาด แล้วเริ่มทำงานตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าถึงเที่ยง ผมพักกินข้าวเที่ยงที่ภรรยาเตรียม แล้วทำงานต่อไปถึงเย็น พักกินข้าวเย็นแล้วทำงานต่อถึงสองหรือสามทุ่ม เป็นอย่างนี้ทุกวัน ไม่มีวันหยุด ยกเว้นตรุษจีนได้หยุดสามวัน
หากคุณ... ใช่ คุณนั่นแหละ!... เดินทางผ่านหาดใหญ่ในวันนี้ และส้นรองเท้าหลุดหรือหัวรองเท้าอ้า เราก็จะได้พบกันที่ร้านรองเท้าเลขที่ 113 ผมจะซ่อมรองเท้าให้คุณ ผมคิดค่าบริการ 20 บาท หรือ 30 บาท แล้วเราก็แยกทางกัน คุณจะลืมผมไม่เกินสิบวินาทีหลังเดินออกจากร้าน และเช่นกัน ผมจะไม่จดจำคุณ และนั่นคือสี่แยกชีวิตที่ทางของคุณกับทางของผมตัดกัน
มันเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ๆ ซึ่งทำเงินแค่พอเลี้ยงคนในครอบครัว ไม่มีเงินเก็บมากพอไปเที่ยวต่างประเทศ ผมจะไม่รู้ภาษาอังกฤษดีพออ่านเขียน แต่ผมยังคงรักการอ่าน อาจมีเศษเงินซื้อหนังสือนิยายมาอ่าน แต่ในช่วงที่กิจการไม่ดีนัก ผมก็คงต้องยืมหนังสือนิยายจากห้องสมุดตามเดิม แต่เวลาที่เข้าห้องสมุดคงลดลง เพราะมีทั้งงานและครอบครัว
หากนิสัยเขียนหนังสือถูกฝังในยีน วันหนึ่งผมก็อาจจับปากกาขีด ๆ เขียน ๆ ผมอาจมีเรื่องสั้นตีพิมพ์ในนิตยสาร ผมอาจเขียนเรื่องเกี่ยวกับการทำรองเท้า ลูกค้า ชาวประมง ผู้หญิงหากินในเมือง แน่นอนโลกทรรศน์ของผมจะไม่เหมือนโลกทรรศน์ของผมในเวลานี้ อาจกว้างกว่า อาจแคบกว่า ผมไม่รู้ ถ้าผมไปไกลถึงขนาดรับรางวัลระดับชาติ ผมก็คงเป็นพ่อค้านักเขียนเหมือน ‘กวีหมี่เป็ด’ ผู้อาศัยอยู่ห่างจากผมไปหลายถนน คนอาจเรียกผมว่า ซีไรต์รองเท้า นักวิจารณ์อาจเรียกผมว่า ‘เดอะ ชูเมคเกอร์’ แทนที่จะเป็น ‘เดอะ วินทร์’ ผมอาจจับกลุ่มกับนักเขียนแถว ๆ หาดใหญ่ สงขลา พัทลุง ผมอาจปรารภกับพวกเขาว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพ่อผมให้ผมไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เกิด อะไรขึ้นถ้าผมแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น แทนที่จะเป็นนางสาวหมวยศรี มีลูกคนนั้นแทนที่จะเป็นคนนี้ ใครคนหนึ่งอาจบอกว่า “คิดไปทำไมวะ ก็ชีวิตมึงอยู่ที่นี่”...
นี่เป็นทางที่ผมเกือบได้เดิน แต่ไม่ได้ไป เพียงเพราะพ่อผมตัดสินใจในนาทีนั้นว่าผมควรเรียนต่อ
คุณ... ใช่ คุณนั่นแหละ!... ในบางช่วงชีวิตอาจเคยนึกสงสัยว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ ไม่แปลก คนเรามักตั้งคำถามนี้เมื่อเราไม่ค่อยพอใจชีวิตของตน เราหาจุดตำหนิได้เสมอ
เราชอบพูดว่า “ถ้าเราไปทางนั้นก็ดีหรอก” เราพูดเมื่อเราไม่ได้ไปทางนั้น
เราทุกคนมีทางที่เราไม่เคยเดินและทางที่ยังไม่ได้เดินอีกหลายเส้น เราไม่รู้ว่าแต่ละทางจะพาเราไปไหน ในเวลาที่เราหดหู่หม่นหมองกับชีวิตของเรา เรามักนึกฝันว่าทางที่ไม่ได้เดินคือทางที่ดีกว่า
แต่หากเราไปทางนั้น เราก็อาจบ่นเหมือนกัน เพราะเรามีนิสัยไม่พอใจสิ่งที่ตนมีอยู่ และสิ่งที่ตนทำอยู่
ทว่าหากเราลองมองทะลุเข้าไปในรายละเอียดของหนทางอื่น ทางที่เราไม่ได้เดินไป เราอาจพบว่าบางทีทางที่เราเดินอยู่ในเวลานี้ดีอยู่แล้ว
บางทีมันไม่สำคัญว่าเราเลือกทางเส้นใด หรือใครเลือกเส้นทางชีวิตให้เรา มันสำคัญที่ว่าเราสามารถทำให้การเดินทางสำคัญกว่าเป้าหมายหรือไม่
ชีวิตเรามีหลายเวอร์ชั่น แต่เราไม่อาจดำเนินไปทุกเวอร์ชั่น แค่ใช้ชีวิตเวอร์ชั่นนี้ให้ดีที่สุดก็พอ
ชีวิตก็เช่นหนทาง ไม่ว่าเวอร์ชั่นใด ก็มีขึ้นมีลง มีรอยแตกร้าว มีหลุม มีบ่อ แต่ก็มีบางช่วงที่ถนนเรียบและสองข้างทางมีดอกไม้งดงาม
บางทีเราอาจไม่สามารถกำหนดทางชีวิตของเราได้เองจริง ๆ บางทีมีปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่ทำให้เราต้องเดินไปตามทางที่เราไม่ได้ตั้งใจเลือกหรือไม่ปรารถนา แต่เมื่อมันเป็นทางที่รออยู่เบื้องหน้า เราก็ต้องเดินไป
วินทร์ เลียววาริณ
23-2-26จากหนังสือ รอยยิ้มใต้สายฝน
35 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 190 บาท = บทความละ 5 บาทเศษ
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วhttps://www.winbookclub.com/store/detail/139/รอยยิ้มใต้สายฝน
https://s.shopee.co.th/8Ke0htOJcm
โปรโมชั่นชุด https://www.winbookclub.com/store/detail/234/R3%20%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%2031- แชร์
- 19
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ไม่ได้ซักผ้า จึงพอมีเวลามาคุยเรื่องหนังต่อ
คุยเรื่อง Past Lives ต่ออีกนิด
บางคนอาจงงว่าทำไมหนังที่มีเนื้อเรื่องน้อยนิดอย่างนี้ ได้คะแนน 10/10 มายังไง
ก่อนอื่น วิธีการให้คะแนนต่างกัน ผมเน้นที่ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง
ไม่เน้นฉากระเบิดหรือฉากเซ็กซ์
อีกจุดหนึ่งคือผมให้คะแนนหนังสูง หากสามารถทำหนังออกมาเป็นงานศิลปะ ไม่ใช่แค่เล่าเรื่อง
มันก็เหมือนกับเราดื่มกาแฟที่ชงแบบกดปุ่ม กับกาแฟที่ชงแบบละเมียด คุมองศาน้ำร้อน คุมเวลา ทุกอย่างต้องเป๊ะ แล้วบรรจุในภาชนะที่เหมาะกับอารมณ์
อย่างแรกคือกาแฟ อย่างหลังคือกาแฟในรูปศิลปะ
อีกจุดหนึ่งที่หนัง Past Lives ต่างจากหนังรักอื่นๆ คือความเป็น Minimalism
มันเหมือนเราได้รับเต้าหู้มาครึ่งก้อน กับผักอีกสองชิ้น โจทย์คือปรุงออกมาให้อร่อย
การปรุงอาหารโดยใช้วัตถุดิบนิดเดียวให้อร่อยยากทีเดียว ขอบอก
และทำให้สวยด้วย ก็ยากขึ้นไปอีก
จากประสบการณ์การเขียนนิยาย ผมรู้สึกว่าเขียนเรื่องสั้นที่มีเนื้อเรื่องน้อย ยากกว่าเขียนนวนิยายที่มีรายละเอียดมาก (นักเขียนคนอื่นอาจไม่เห็นด้วย)
ผมเรียนปรัชญา Less is more มาตั้งแต่เรียนสถาปัตย์ปีแรก พบว่าทำจริงๆ ยาก
แต่มันก็เป็นหลักพื้นฐานของงานศิลปะทุกแขนง
คุยแค่นี้นะ ถูกเรียกไปซักผ้าแล้ว
วันนี้คงซักแบบ Minimalism น้ำเดียวพอ
วินทร์ เลียววาริณ
22-2-261- แชร์
- 33
-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
(เรื่องนี้ผมพลาด ไม่ได้ดูในโรงหนัง ตอนนี้มาฉายที่ Netflix จึงเพิ่งรีวิว)
ผมเขียนในบทความ 'ทางที่ไม่ได้เดิน' เมื่อสิบปีก่อนว่า ถ้าผมไม่ได้มาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ปักหลักปักฐานที่หาดใหญ่ ผมคงเป็นช่างทำรองเท้าเหมือนพ่อ และเมื่อถึงเวลาแต่งงาน จะมีแม่สื่อนำรูปหญิงสาวที่หาดใหญ่สักหลายคนมาให้ผมเลือก เช่น นางสาวหลินไต้จากถนนสาย 2 นางสาวกิมจ๊อที่ถนนสาย 3 นางสาวหม่าหวูที่หาดใหญ่ใน นางสาวหมวยศรีที่ตลาดชีกิมหยง
ถ้าผมชอบหน้าตานางสาวหมวยศรี ก็คงได้แต่งงานกับเธอ แล้วชีวิตผมก็เดินไปทางหนึ่ง
แต่ถ้าผมแต่งงานกับนางสาวหลินไต้ ชีวิตผมก็คงเดินไปอีกทางหนึ่ง ดีขึ้นกว่าแต่งงานกับนางสาวหมวยศรีหรือไม่ ไม่มีทางรู้ เพราะคนเราเลือกได้เพียงเส้นทางเดียว ในช่วงเวลาหนึ่งๆ
แนวคิดนี้เป็นแกนของภาพยนตร์เรื่อง Past Lives ตามคำจำกัดความ มันเป็นหนังรัก แต่ดูจากเนื้อหาแล้ว หนังเรื่องนี้มีความเป็นปรัชญามากกว่าหนังรัก
เด็กชายเด็กหญิงเกาหลีคู่หนึ่งชื่อแฮซองกับนายัง เรียนหนังสือด้วยกันแต่เล็ก วันหนึ่งนายังต้องจากบ้านเกิดไปอยู่ที่แคนาดา เปลี่ยนชื่อเป็นนอรา เมื่อเธอเป็นสาวก็ปักหลักที่นิวยอร์ก ส่วนแฮซองยังคงอยู่ที่บ้านเกิด ผ่านไปสิบสองปี เมื่อทั้งสองโตเป็นหนุ่มสาว ในยุคโซเชียล เน็ตเวิร์ก ทั้งสองพบกันอีกครั้งผ่าน วิดีโอ คอลล์ และเมื่อนั้นทั้งสองก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า ทั้งสองรักกันหรือไม่
แต่ชะตาชีวิตไม่ได้เดินไปตามทางเดียว เส้นทางของแต่ละชีวิตประกอบด้วยทางแพร่ง และทางแยกย่อยซึ่งทำให้เกิดเหตุการณ์ใหม่ นอราพบกับชาวนิวยอร์กชื่ออาร์เธอร์
ในที่สุดเมื่อแฮซองกับนายังมาพบกันต่อหน้าต่อตา โลกที่ทั้งสองคิดก็ดูเหมือนไม่เหมือนเดิม
หนังถกเรื่องพรหมลิขิต ที่เรียกว่าอินยอน (인연) อินยอนกำหนดว่าคนสองคนจะแต่งงานกันได้ ต้องผ่านพบผูกพันกันมาหลายพันชาติ
มองในมุมความเชื่อ มันก็คือเรื่องเหนือธรรมชาติ มองในมุมฟิสิกส์ ทุกชีวิตบนโลกก็คือส่วนผสมของ cause และ effect นับไม่ถ้วน ผ่านพบ กระทบ สืบทอด จนเกิดเป็นเหตุการณ์ในวันนี้ ขณะจิตนี้
ถ้าเรายังอยู่ที่บ้านเกิดของเรา ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร จะพบใคร จะรักใคร จะแต่งงานกับใคร
ถ้าเราเลือกเรียนคณะ ก. ไม่ใช่คณะ ข. เราจะเป็นอย่างไรในวันนี้
ถ้าเราเลือกทำงานที่บริษัท ก. แทนที่จะเป็นบริษัท ข. ชีวิตของเราตอนนี้จะเป็นอย่างไร
เราไม่มีทางรู้
แต่เรารู้ว่าชีวิต ณ ขณะนี้กำลังสร้าง cause ใหม่ที่กำหนด effect ใหม่ และ effect ใหม่นั้นก็กระทบให้สร้าง cause ใหม่ที่สร้าง effect ใหม่ต่อไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด
Past Lives ตั้งคำถามว่า ถ้าหากนอราไม่ได้ไปโลกตะวันตก หรือเธอไปโลกตะวันตก แต่เปลี่ยนเมือง เธอคงไม่ได้พบกับอาร์เธอร์ เธออาจพบกับผู้ชายอีกคนที่ทำให้เธอรักเขาได้หรือผู้ชายที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าอาร์เธอร์ แต่จะดีกว่าหรือไม่ดีกว่า เราไม่รู้
หากนอรายังอยู่ที่เกาหลี เธออาจแต่งงานกับแฮซอง หรืออาจจะไม่ ถ้าแต่งงานกับแฮซอง ชีวิตเธอจะดีกว่าอยู่กับคนอื่นหรือไม่ ไม่มีใครรู้เช่นกัน
ปัจจัยในชีวิตเรามีมากเกินไปที่สามารถสร้างสูตรแห่งความสำเร็จของชีวิตคู่ มันมีตัวแปรมากมาย ทั้งคน สถานที่ เวลา และเหตุการณ์เบื้องนอกที่มากระทบ
Past Lives จึงไม่ใช่หนังรักปกติ มันคือหนังเกี่ยวกับชีวิตที่ซ่อนในรูปหนังรัก
หนังเรียบง่าย พล็อตเรียบง่าย แบบ minimalism ไม่มีส่วนเกิน แต่หลังจากดูจบแล้ว มันจะทำให้เราขบคิดต่อไปอีกนาน
ในตอนท้ายเรื่อง แฮซองถามนอราว่า ชีวิตในชาติหน้าของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร นอราตอบว่าไม่รู้
อินยอนไม่ใช่สิ่งที่เราจะล่วงรู้ได้
แต่บางทีอินยอนอาจไม่มีจริง สรรพสิ่งและสรรพชีวิตในจักรวาลมันเป็นเช่นนั้นเอง
10/10
ฉายทาง Netflixวินทร์ เลียววาริณ
22-2-26วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB (คีย์คำว่า วินทร์ เลียววาริณ)
(มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)
1- แชร์
- 23
