• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    ครั้งที่เล่าปี่ไปอยู่กับโจโฉ เขารู้ว่าโจโฉไม่ไว้ใจตน จึงแกล้งแสดงตนเป็นคนไร้ความสามารถ อ่อนแอ เป็นผู้นำไม่ได้

    วันหนึ่งโจโฉไปเยี่ยมเล่าปี่ที่บ้าน ปรากฏเสียงฟ้าร้อง เล่าปี่ให้นิ้วอุดหู มีสีหน้าตกใจเพราะเสียงนั้น

    โจโฉจึงเชื่อว่าเล่าปี่ไร้ 'วอเตอร์ เมดิซีน' ไม่เป็นภัยต่อตนแน่ จึงไม่ฆ่าเล่าปี่ ที่ไหนได้ ต่อมาเล่าปี่ก็หนีไปตั้งฐาน ชิงอำนาจกับโจโฉ

    ตอนที่อ่าน สามก๊ก ท่อนนี้ ผมไม่เชื่อว่าโจโฉจะเชื่ออะไรง่ายขนาดนั้น จะมีผู้ใหญ่กลัวเสียงฟ้าร้องจริงๆ หรือ

    แต่ตอนนี้ผมเชื่อแล้ว เพราะหลายวันนี้ พอได้ยินเสียงฟ้าร้อง ผมเห็นคนจำนวนมากมีสีหน้าตกใจ

    กลัวน้ำท่วมอีกรอบ!

    กลัวคำว่า "เอาอยู่"

    เฮ้อ! ขอบนให้น้ำไม่ท่วมเถอะ ถ้าน้ำไม่ท่วม ลูกช้างจะถวายข้าวเหนียวหน้ากระฉีกกับไอติมกะทิสด ใส่ข้าวเหนียวกับลูก shit เอ๊ย! ลูกชิด

    เคี้ยกเคี้ยก

    วินทร์ เลียววาริณ
    5-10-26

    1
    • 0 แชร์
    • 20
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    ตอนนี้ผมกำลังเริ่มเขียนนิยายนักสืบ พุ่มรัก พานสิงห์ เล่ม 11

    ความจริงถึงจะไม่ได้ออกหนังสือชุดนี้ติดต่อกัน ปีต่อปี แต่ผมก็ยังคงทำงานอยู่นะ

    นั่นคือสมองคิดโลดแล่นไปเรื่อยว่า จะให้ใครฆ่าใครดี

    เป็นคนโหดมาก ในหัวมีแต่เรื่องฆ่าๆ แกงๆ

    ในรอบหลายปีนี้ จะจดหลายไอเดีย (คอนเส็ปต์) บนกระดาษ แล้วค่อยๆ พัฒนาไปพร้อมกัน ไอเดียไหนไปได้ไกลกว่า ก็เขียนเรื่องนั้นก่อน

    ล่าสุดเกิดอาการที่ในวงการสร้างสรรค์เรียกว่า 'breakthrough' คือแทงทะลุ แบบซาโตริ พบว่าไอเดียหนึ่งจะไปต่อยังไง

    ก็ว่าจะเขียนเรื่องนี้ก่อน

    แต่เนื่องจากเป็นงานยาก ต้องรีเสิร์ชเยอะ จึงไม่รู้จะเสร็จเมื่อไร

    แต่ไม่ต้องห่วง เพราะถ้าคิดไม่ออก ก็จะเอาบิลค่า น้ำค่าไฟ ค่าเน็ต ค่าผงซักฟอกมาแปะไว้ที่หน้าโต๊ะทำงาน มันช่วยทำให้สมองแล่นได้อย่างรวดเร็วอย่างอัศจรรย์

    การเขียนงานชุด พุ่มรัก พานสิงห์ เป็นการทำงานแบบผ่อนคลาย ไม่ว่าพล็อตจะซับซ้อนแค่ไหน ก็ไม่ค่อยเครียด ไม่ยากเหมือนงานนักสืบชุด รหัสคดีกรุงสยาม (กำหนดออกต้นปีหน้า)

    แล้วจะมารายงานความคืบหน้าและไม่คืบหน้าเป็นระยะ

    อ้อ! ถือโอกาสแจ้งข่าวว่า พุ่มรัก พานสิงห์ เล่ม 10 คดีเปลนม ยังมีจำหน่ายนะครับ เห็นหลายคนตามหา สั่งซื้อได้ตามลิงก์ข้างล่าง

    วินทร์ เลียววาริณ
    4-10-26
    .....................

    คดีเปลนม 
    เว็บ
    https://www.winbookclub.com/store/detail/250/%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%A1%20%28%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%8A%E0%B8%95%29 

    Shopee
    https://s.shopee.co.th/1Amp77rcb 

    1
    • 0 แชร์
    • 33
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    หมอดูบอกคุณว่า “ช่วงนี้คุณเหนื่อยใจมาก” คุณนึกถึงเมื่อสองวันก่อน คุณรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตเพราะเงินเดือนไม่พอใช้ หมอดูบอกว่า “เจ้านายคุณกดดันมาก” คุณก็นึกได้ว่าวันก่อนเจ้านายเร่งงานโดยไม่มีเหตุผล หมอดูบอกว่า “คุณมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับแฟน” คุณก็นึกได้ว่าสามวันก่อนแฟนคุณงอนคุณ ไม่คุยด้วยหลายวัน

    คุณสรุปว่าหมอดูแม่นจริง มันแม่นเพราะคุณทำให้มันแม่นเอง คุณโยงความเหนื่อยใจกับเงินเดือน เจ้านายกับการเร่งงาน ความสัมพันธ์กับการงอนของแฟน

    สมมุติว่าไม่มีเหตุเรื่องเงินเดือน เจ้านาย หรือแฟน คุณก็อาจโยงเข้ากับเรื่องอื่น ๆ จนได้ แล้วยกประโยชน์ให้เป็นความแม่นยำของหมอดูอีกเช่นกัน

    แม้ในเรื่องที่ไม่ใช่การทำนายชีวิต ใครคนหนึ่งบอกว่า ค่าครองชีพแพงเพราะรัฐบาลแย่ เราก็อาจเห็นคล้อยตาม เพราะโยงสองเรื่องนี้เข้าด้วยกัน แต่จริง ๆ เศรษฐกิจอาจจะยังดีอยู่ แต่ค่าครองชีพดูสูงขึ้นเพราะเจ้านายไม่ขึ้นเงินเดือนให้เรา เราโยงเพราะอยากโยง

    มนุษย์เรามีนิสัยชอบโยงเรื่องโดยธรรมชาติ ไม่ว่าหมอดูทำนายอะไร หรือใครพูดอะไร เราก็จะโยงเข้าเรื่องที่ใช่ เราไม่โยงเรื่องที่ไม่ใช่ มันเป็นธรรมชาติของสมองคนเราที่จะโยง หรือ ‘หาเรื่อง’ เช่น เห็นหญิงสาวสวมกระโปรงสั้นเดินกับฝรั่งก็สรุปว่าเป็นหญิงบริการแหง ๆ เห็นผู้หญิงออกจากวัดตอนค่ำ ก็สรุปว่าพระวัดนี้มั่วสีกาแน่ ๆ

    เห็นชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสองดึก ๆ ดื่น ๆ ก็สรุปว่าสองคนนี้ต้องมีอะไรกัน เห็นนักเรียนในเครื่องแบบในศูนย์การค้า ก็ว่าหนีเรียนแน่ แฟนขอเลิก ก็โยงว่าเพราะเขาหรือเธอมีคนใหม่

    อาจจะใช่ แต่ก็อาจจะไม่ใช่

    โลกอินเทอร์เน็ตเดี๋ยวนี้กลายเป็นถังขยะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผู้คนมารวมกันเพื่อ ‘เมาธ์’ คาดเดาโดยไม่จำเป็นต้องมีหลักฐาน นึกอะไร จินตนาการอะไรก็เขียนออกมา คอมเมนต์ที่หนึ่งกลายเป็นคอมเมนต์ที่สอง สาม สี่ ห้า... ต่อยอดไปเรื่อย  ๆ จนหาความจริงไม่เจอ

    ในวงการที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ การโยงกันของสองสิ่งที่ไม่เกี่ยวกันเข้าด้วยกันเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ผล ในทางการประพันธ์ การโยงสองเรื่องมาเปรียบกันเป็นอุปมาอุปมัย ทำให้งานเขียนมีมิติมากขึ้น สนุกขึ้น แต่ในการใช้ชีวิต การโยงกันแล้วด่วนสรุปอาจสร้างทุกข์

    เคยไหมที่เมื่อคุณอ่านหรือได้ยินเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ เช่น อาการของโรค ก. คือ “คนไข้จะมีอาการปวดหัว มึน ซึม ท้องไม่ดี นอนไม่หลับ” คุณก็นึกถึงตัวเองทันทีว่า “เออ! เราก็มีอาการพวกนี้นี่นา แสดงว่าเราเป็นโรค ก. แน่เลย” ทั้งที่ความปวดหัว มึน ซึม ท้องไม่ดี นอนไม่หลับ อาจเกิดจากร้อยเหตุพันประการ

    นี่คือหาเหาใส่หัว หาเรื่องโยงให้เกิดทุกข์

    เจ้านายยิ้มให้ ทั้งที่ทั้งปีทั้งชาติไม่เคยทำ ก็โยงว่าคงคิดไล่เราออกแน่ ๆ

    คนที่ไม่ชอบเราสองคนคุยกัน ก็สรุปว่าทั้งสองกำลังนินทาเรา

    ตกงานก็โทษเศรษฐกิจ แต่ไม่คิดว่าตัวเองอาจตกยุค ไม่ทันความเปลี่ยนแปลง

    โลกมีเรื่องร้าย ๆ มากมาย ทำให้เราปลูกฝังนิสัยมองโลกในแง่ร้ายโดยไม่รู้ตัว

    แต่มันคือการหาเหาแห่งทุกข์ใส่หัว

    เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ใด ควรวิเคราะห์ให้ถ่องแท้ก่อน อย่าเพิ่งโยง อย่าเพิ่งสรุป อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย วิเคราะห์สถานการณ์ เหตุและปัจจัยก่อน จึงค่อยสรุป ไม่เช่นนั้นเราก็อาจจะทุกข์ทุกเรื่อง หรือสร้างทุกข์โดยไม่จำเป็น

    นี่คือการศึกษาว่าอะไรบ้างอาจทำให้เราเกิดทุกข์ ก่อนที่ทุกข์จะเกิด เพราะรู้ทัน ตามทัน จึงไม่โยงสะเปะสะปะ

    ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องพึ่งหมอดู และใช้ชีวิตโดยไม่เป็นหมอดูเสียเอง

    วินทร์ เลียววาริณ
    5-10-26

    จาก เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า 
    56 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 200 บาท = บทความละ 3.5 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
    https://www.winbookclub.com/store/detail/187/เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า 
    Shopee https://s.shopee.co.th/60Bx1VKarm 

    1
    • 0 แชร์
    • 22
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    ฟิล์ม นัวร์ (Film Noir) เป็นคำฝรั่งเศส แปลว่าหนังดำหรือหนังมืด คำนี้ฮิตและใช้กันในวงกว้างตั้งแต่ทศวรรษ 1970 มักเป็นหนังที่ฉายภาพดำมืดของสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ ฟิล์ม นัวร์ ที่เราพูดๆ กันมักหมายถึงหนังที่มีองค์ประกอบของดรามา อาชญากรรม เซ็กส์ คอร์รัปชั่น มาเฟีย ตำรวจ นักสืบเอกชน และตัวร้ายผู้หญิง (femme fatale) ส่วนใหญ่ปรากฏในรูปหนังขาวดำฮอลลีวูดในทศวรรษ 1940s - 1950s

    ตัวละครจำนวนมากเป็นนักสืบ เช่น นักสืบ แซม สเปด ใน The Maltese Falcon และนักสืบ ฟิลิป มาร์โลว์ ใน The Big Sleep (ทั้งสองเล่นโดย ฮัมฟรีย์ โบการ์ท)

    ฟิล์ม นัวร์ เน้นความสวยงามของภาพขาวดำ มักใช้เทคนิคจัดแสงแบบแสงสว่างน้อย พื้นดำมาก ความคมภาพสูง จุดเด่นอีกข้อหนึ่งคือใช้เสียงพากย์เล่าเรื่อง (narrative voice over) ถ้านึกไม่ออก ก็เช่นหนังเรื่อง Sin City มีเสียงตัวละครพูดความในใจทับภาพเป็นระยะ

    นี่ทำให้หลายคนเห็นว่า ฟิล์ม นัวร์ ไม่ใช่ตระกูลหนัง (genre) แต่เป็นเพียงสไตล์

    ฟิล์ม นัวร์ ยุคแรกได้รับอิทธิพลมาจากนิตยสารแนว pulp magazines นักเขียนในสายนี้มีมากมาย เช่น เรย์มอนด์ แชนด์เลอร์ ผู้เขียน The Big Sleep (1939), Murder, My Sweet (1944), The Big Sleep (1946), Lady in the Lake (1947), Double Indemnity (1944), The Blue Dahlia (1946), Strangers on a Train (1951) ฯลฯ

    มาถึงศตวรรษที่ 21 ฟิล์ม นัวร์ แบบดั้งเดิมหมดยุคไปนานแล้ว แต่ก็มีคนนำกลับมาเล่นใหม่ในรูป modern film noir

    ซีรีส์ Sugar (2024-2026) เป็นหนังนักสืบสมัยใหม่ที่ใช้องค์ประกอบของ ฟิล์ม นัวร์ ยุคเก่า วลี "ใช้องค์ประกอบ" หมายความตรงคำ คือเสียบฟุตเตจหนังนักสืบเอกชนในอดีตใส่ในหนังฉากปัจจุบัน แบบแปะใส่

    ผู้สร้างซีรีส์ Sugar ต้องการให้หนังชุดนี้เป็น 'love letter' เป็นงานบูชาครูเพื่อระลึกถึงหนังนัวร์ในอดีต ด้วยเหตุนี้ตอนแรกของ Sugar จึงเปิดเรื่องด้วยภาพขาวดำ เล่าเรื่องโดยใช้ narrative voice over บรรยายความรู้สึกของผู้เล่า (ตัวละครหลัก) คอนเส็ปนี้ทำให้ต้องออกแบบตัวละครเอกเป็นคนรักหนัง ชอบดูหนัง ฟิล์ม นัวร์ เก่าๆ ทำให้สามารถเสียบฟุตเตจของหนังเก่าเข้าไปในหนังใหม่ได้

    นักสืบเอกชนในเรื่องนี้ชื่อ จอห์น ซูการ์ รับบทโดย คอลิน ฟาร์เรลล์ แต่เราจะเห็น Robert Mitchum, Humphrey Bogart ปรากฏแว่บๆ ในหนัง เป็นรสชาติแปลกๆ

    หนังใช้เมือง ลอส แองเจลิส (แอลเอ) เป็นฉาก แสดงภาพหรูหราตัดกับภาพเสื่อมโทรมของเมืองนี้ เหมือนขาวกับดำ

    ท่อนหนึ่งของหนังยกคำพูดของสถาปนิกอเมริกัน แฟรงก์ ลอยด์ ไรท์ เป็นเสียง voice over ว่า "Tip the world on its side and everything loose lands in Los Angeles." (เอียงโลกด้านข้าง แล้วทุกสิ่งที่ไร้รากจะไหลไปกองที่ ลอส เองเจลิส)

    ทุกสิ่งที่ไร้รากในที่นี้น่าจะหมายถึงคนพเนจร คนที่ไม่มีที่มาที่ไป ความหมายคือแอลเอเป็นศูนย์รวมคนที่ไม่มีที่มาที่ไป เป็นเมืองที่รวมคนหลายสายพันธุ์ เป็นสถานที่แห่งความสับสน วุ่นวาย

    วลี 'จุดรวมสายพันธุ์' ก็คือหัวใจของหนังชุดนี้

    แต่ Sugar ไม่ใช่งานตระกูลนักสืบล้วนๆ และไม่ใช่หนังโหยหาอดีตอย่างเดียว มันผสมกับงานตระกูลอื่น ซึ่งผมไม่สามารถบอกในบทรีวิว เพราะจะเป็นสปอยเลอร์ระดับมหันตภัยหายนะ มันเป็นเซอร์ไพรซ์สุดๆ ในท้ายซีซัน 1 จนต้องอุทาน "เอางั้นเหรอ"

    เป็นเซอร์ไพรซ์ที่อาจทำให้เรารักหนังเรื่องนี้ หรือเกลียดไปเลย

    ใครที่ดูหนังชุดนี้แล้ว กรุณาอย่าคอมเมนต์บอกจุดเซอร์ไพรซ์นี้ ถือว่าบาปกรรมมาก

    การผสม genre ในเรื่องนี้แปลกประหลาด เหมือนน้ำผสมน้ำมัน ให้รสชาติประหลาด บรรยายไม่ถูก ไม่ว่าชอบหรือไม่ชอบ ก็ถือว่าเป็นความสดใหม่อย่างหนึ่งของหนังนักสืบแน่นอน

    ซีซั่น 1 ดีงาม ซีซั่น 2 เริ่มเข้ารกเข้าพงและเฉื่อยลง แต่โดยภาพรวม Sugar เป็นงานที่แปลก ชอบหรือไม่ชอบ คอหนังจริงก็ไม่น่าพลาด

    ป.ล. ช่วงนี้วิจารณ์หนังจาก apple TV+ บ่อย เพราะกะจ่ายค่าสมาชิกแค่เดือนเดียว จึงดูหนังแบบกวาด พบว่ามีหนังที่สามารถดูได้หมดในเดือนเดียวและคุ้ม ว่างๆ ค่อยมาบอกว่าควรดูเรื่องไหนบ้างในหนึ่งเดือน

    8/10
    ฉายทาง apple TV+

    วินทร์ เลียววาริณ 
    3-10-26

    วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB (คีย์คำว่า วินทร์ เลียววาริณ)

    (มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)

    1
    • 0 แชร์
    • 27
    reecher
    เพื่อนจุฬา
    ดูความเห็น 2 รายการ ...
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    ตอนใหม่ : ทางสู่แผ่นดินพันธสัญญา 1

    วินทร์ #6616 : “ต้นคริสต์มาสที่หน้าศูนย์การค้าใกล้บ้านผมใหญ่กว่าปีก่อน เพราะปีก่อนต้นคริสต์มาสของห้างใกล้ ๆ ใหญ่มาก ปีนี้จึงต้องแข่งกันหน่อย ประดับประดาไฟสวยงาม คนก็มาถ่ายรูปกัน”

    วินทร์ #1001 : “สมัยเด็กผมไม่เคยเห็นต้นคริสต์มาสในที่สาธารณะ เห็นแต่ในโบสถ์ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นค่านิยมไปแล้วที่วางต้นคริสต์มาสในศูนย์การค้า”

    วินทร์ #2009 : “ก็ไม่แปลก คนไทยเรารับทุกประเพณีของทั้งโลกมาหมด ฉลองทั้งวาเลนไทน์ ฮัลโลวีน คริสต์มาส พวกเขาจะรู้มั้ยเนี่ยว่าคริสต์มาสไม่ใช่เทศกาลบันเทิง แต่เป็นเรื่องศาสนา เป็นวันประสูติของพระเยซู เทียบได้กับวันวิสาขบูชา วันประสูติของพระพุทธเจ้า มันคงประหลาดถ้าเราฉลองวันวิสาขบูชาในห้างสรรพสินค้า วางพระพุทธรูปขนาดใหญ่หน้าห้าง ติดไฟแสงสีให้คนมาถ่ายรูปกัน”

    วินทร์ #6616 : “ผมขำที่หนังการ์ตูน The Simpsons ล้อว่า ‘Christmas is a time when people of all religions come together to worship Jesus Christ.’ คริสต์มาสกลายเป็นการตลาดและความบันเทิงไปทั่วโลก”

    วินทร์ #1001 : “คริสต์มาสเป็นเรื่องของการตลาดไม่ใช่เรื่องแปลก พุทธเรายังทำการตลาดได้เลย”

    วินทร์ #2009 : “เอ้า! เผลอไม่ได้ เริ่มแขวะเขาอีกแล้ว!”

    วินทร์ #6616 : “ไหน ๆ เราก็คุยเรื่องพระเจ้าในมุมมองของ atheist แล้ว เพื่อมองให้ครบด้าน เราก็ควรคุยเรื่องนี้ในมุมมองของชาวคริสต์ด้วยจะดีกว่ามั้ย?”

    วินทร์ #1001 : “ก็ยุติธรรมดี แต่จะเข้าใจศาสนาคริสต์ก็ต้องเข้าใจศาสนายิว และจะเข้าใจศาสนายิวก็ต้องรู้จักพวกยิวก่อน”

    วินทร์ #6616 : “ยิวก็คือพวกฮีบรูใช่ไหม?”

    วินทร์ #1001 : “ใช่ ชาวฮีบรูมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาก ย้อนไปถึงบรรพบุรุษแรกเริ่มคืออับราฮัม แต่ถ้าเล่าตามไทม์ไลน์ของศาสนา ก็ต้องเริ่มตั้งแต่พระเจ้าสร้างโลกและมนุษย์คู่แรกโน่น...”

    วินทร์ #6616 : “ก็คือเรื่องพระเจ้าสร้างโลกในหกวัน?”

    วินทร์ #1001 : “ใช่ คนส่วนใหญ่ก็คงรู้แล้วว่าตำนานยิว The Book of Genesis เล่าว่าพระเจ้าหรือที่ยิวเรียกว่าพระยะโฮวาห์ ทรงสร้างจักรวาลและโลกในหกวัน หลังจากนั้นก็ทรงสร้างผู้ชายคนแรกจากธุลี ใส่ลมปราณให้ผ่านรูจมูก ทำให้มีชีวิต ตั้งชื่อว่า อดัม แล้วสร้างผู้หญิงคนแรกจากซี่โครงซี่หนึ่งของอดัม อดัมตั้งชื่อภรรยาว่า อีฟ มีหน้าที่ดูแลอดัม ทั้งสองอาศัยอยู่ในสวนสวรรค์อีเดน...”

    วินทร์ #5789 : “อิสลามก็มีตำนานมนุษย์คู่แรกนะครับ”

    วินทร์ #1001 : “ใช่ เรามีภาพฝังหัวว่าอดัมกับอีฟเป็นฝรั่ง เพราะชื่อก็เป็นฝรั่ง แต่จริง ๆ แล้ว ตำนานสร้างอดัมกับอีฟปรากฏในศาสนาคริสต์และอิสลามเหมือนกัน ศาสนายิวและคริสต์ถือว่าอดัมเป็นมนุษย์คนแรกของโลก ส่วนอิสลามถือว่าอดัมเป็นนบีคนแรกของศาสนาด้วย...”

    วินทร์ #6616 : “นบีคืออะไร?”

    วินทร์ #5789 : “นบีเป็นภาษาอาหรับ หมายถึงศาสดาประกาศก”

    วินทร์ #6616 : “อะไรคือศาสดาประกาศก?”

    วินทร์ #2009 : “ศาสดาประกาศก หรือ prophets คือผู้ประกาศลัทธิศาสนา ก็คือผู้ที่เผยแผ่ศาสนา”

    วินทร์ #2415 : “แล้วเรื่องของอดัมกับอีฟเป็นไงต่อ?”

    วินทร์ #1001 : “อดัมกับอีฟอาศัยอยู่ในสวนสวรรค์นานระยะหนึ่งก็ถูกขับออกไป”

    วินทร์ #2009 : “ผมจำได้แล้ว อีฟถูกงูใหญ่ลวงให้ฝ่าฝืนคำสั่งของพระเจ้า โดยแอบกินแอปเปิลในสวน”

    วินทร์ #1155 : “ใช่ ผมก็เคยได้ยินเรื่องนี้ อดัมกินแอปเปิล แล้วเศษแอปเปิลติดคอ กลายเป็นลูกกระเดือกของผู้ชายในโลก”

    วินทร์ #6616 : “แล้วเกี่ยวอะไรกับลูกกระเดือก?”

    วินทร์ #2009 : “ลูกกระเดือกภาษาอังกฤษว่า Adam’s apple”

    วินทร์ #1001 : “นี่ไม่ได้อยู่ในไบเบิล ไม่รู้ใครแต่งเติมขึ้นมา แล้วเล่าต่อกันมาจนใคร ๆ ก็คิดว่าอดัมกินแอปเปิล”

    วินทร์ #6616 : “หมายความว่าอดัมไม่ได้กินแอปเปิลหรือ?”

    วินทร์ #1001 : “ไม่ได้กิน”

    วินทร์ #1155 : “อ้าว! นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือ?”

    วินทร์ #1001 : “ใช่ มันผิดตอนแปลคำว่า ‘ความชั่วร้าย’ ในภาษาละตินบังเอิญพ้องเสียงกับคำว่า แอปเปิล”

    วินทร์ #6616 : “แล้วมันเป็นต้นอะไร?”

    วินทร์ #1001 : “เรียกว่า Tree of the Knowledge of Good and Evil พระเจ้าทรงห้ามอดัมกับอีฟกินผลไม้จากต้นนี้ ในทางคริสต์เชื่อว่าการกินผลไม้จากต้นนี้ทำให้เกิดบาปแรก งูก็คือซาตาน เมื่อทั้งสองต่อต้านพระเจ้า จึงถูกไล่ออกจากสวนอีเดน ผลจากบาปแรก - Original sin ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ชายผู้หญิงทั้งหมดในโลกก็ต้องรับบทลงโทษด้วย ‘อดัม’ หรือผู้ชายทุกคนต้องรับโทษโดยทำงานหนักเลี้ยงครอบครัว ‘อีฟ’ หรือผู้หญิงทุกคนต้องรับความทุกข์จากการอุ้มท้องและคลอดลูก...

    “แนวคิดเรื่องบาปแรกเริ่มนี้ไม่มีในอิสลาม เพราะถือว่าพระเจ้าทรงยกโทษให้อดัมกับอีฟแล้ว ในศาสนายิวก็มีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องบาปแรก แม้แต่ในคริสต์ก็ยังมีความเห็นต่าง โดยทั่วไปเวลาพูดกันเรื่องบาปแรก เราก็มักหมายถึงแนวคิดของคริสต์...”

    วินทร์ #2009 : “คุณเคยบอกว่าพวก atheist ให้เหตุผลหนึ่งที่ไม่มีพระเจ้าว่าเพราะมีความชั่วร้ายในโลก ซึ่งพระเจ้าผู้มีพระเมตตาไม่ออกแบบอย่างนี้แน่ ก็มีคนใช้แนวคิดเรื่องบาปแรกเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมมีสิ่งชั่วร้ายมากมายในโลก ชาวคริสต์จำนวนหนึ่งเชื่อว่า โลกถูกสร้างมาอย่างสมบูรณ์ จนกระทั่งความชั่วร้ายเกิดมาจากบาปแรก”

    วินทร์ #1001 : “ใช่ ความคิดนี้บอกว่า มนุษย์ไม่สามารถแก้บาปแรกนี้เองได้ ต้องให้พระเจ้าช่วยให้วิญญาณอยู่รอด โดยรับความรักและการให้อภัยของพระองค์ เชื่อว่าพระเยซูตายเพื่อไถ่บาปของเรา และผ่านการทำพิธีล้างบาป ที่เรียกว่า Baptism”

    วินทร์ #6616 : “แล้วเรื่องของอดัมกับอีฟเป็นยังไงต่อ?”

    วินทร์ #1001 : “อดัมกับอีฟมีลูกสองคนคือ เคนกับเอเบล เคนฆ่าเอเบล พระเจ้าสาปแช่งเคน อีฟมีลูกอีกคนคือ เซธ ซึ่งก็สร้างลูกหลานขยายเผ่าพันธุ์มนุษย์ออกไป ผ่านไปหลายชั่วคนหลังจากเคนกับเซธ มนุษย์ขยายเผ่าพันธุ์ และในที่สุดโลกมนุษย์ก็เต็มไปด้วยความชั่วร้ายเพราะบาปของมนุษย์ แต่เมื่อมนุษย์ไม่เชื่อฟัง พระเจ้าจึงบันดาลให้เกิดน้ำท่วมโลก แต่ให้โนอาห์ต่อเรือใหญ่เพื่อช่วยชีวิตสัตว์ต่าง ๆ เรื่องน้ำท่วมโลกนี้สร้างเป็นหนังมาหลายรอบ”

    วินทร์ #6616 : “น้ำท่วมโลกนี่เกิดขึ้นจริงไหม?”

    วินทร์ #1001 : “นักวิชาการและนักสำรวจหลายคณะพยายามค้นหาว่ามีน้ำท่วมโลกเกิดขึ้นจริง ๆ หรือเปล่า ก็พบว่าน้ำท่วมใหญ่น่ะมีจริง เกิดขึ้นหลายครั้งในโลก แต่ไม่หนักหนาสาหัสเท่าในตำนาน และไม่ได้ท่วมทั้งโลก คัมภีร์บันทึกว่าจุดที่เรือของโนอาห์ไปขึ้นฝั่งคืออารารัต ก็เชื่อกันว่ามันคือภูเขาอารารัตที่ตุรกี ปรากฏว่ามีทีมนักสำรวจมากมายยกโขยงไปค้นหาเรือของโนอาห์ที่นั่นกัน แต่ยังไม่มีใครค้นพบหลักฐานที่เชื่อถือได้แม้สักชิ้นเดียว ส่วนมากเป็นวิทยาศาสตร์เทียมผสมกับความตื่นเต้นของการผจญภัยซึ่งเป็นสูตรที่ทุกคนชอบ เช่น พบซากเรือ เปลือกหอย ปลามากมาย แต่ก็ไม่มีหลักฐานชิ้นใดที่สอบผ่านทางวิทยาศาสตร์”

    วินทร์ #2009 : “มีคนบอกว่ารัฐบาลอเมริกันกับรัสเซียรู้เรื่องเรือของโนอาห์นี้ดี แต่เก็บไว้เป็นความลับ”

    วินทร์ #1001 : “มันก็เป็นแค่ conspiracy theory อีกเรื่องนึง เหมือนเรื่องมนุษย์ไม่ได้ไปเหยียบดวงจันทร์ และยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวตกบนโลกที่ Area 51 เนวาดา อเมริกา ในปี 1947 ทางการสหรัฐฯจับมนุษย์ต่างดาวไปผ่าตัดเล่น และปิดเป็นความลับ พูดง่าย ๆ คือพอหาหลักฐานอะไรไม่ได้ ก็โยนให้เป็นผลงานของรัฐบาลหรือฝ่ายทหาร ยังดีนะที่ไม่โยนให้เป็นฝีมือของอำนาจเหนือธรรมชาติ”

    วินทร์ #6616 : “แล้วโลกหลังน้ำท่วมเป็นยังไง?”

    วินทร์ #1001 : “โลกหลังน้ำท่วมใหญ่ก็ยังคงเลวร้าย มนุษย์ยังไม่ปรับปรุงสันดาน ต่อมาก็สร้างหอคอยบาเบล พระเจ้าจึงทรงแยกมนุษย์ออกด้วยภาษาต่าง ๆ”

    วินทร์ #6616 : “เพราะอะไร?”

    วินทร์ #1001 : “เพราะก่อนน้ำท่วมโลก มนุษย์ใช้ภาษาเดียว หลังน้ำท่วมพวกเขาเริ่มเหิมเกริม คิดสร้างหอคอยสูงเสียดฟ้าเหมือนท้าทายพระเจ้า พระเจ้าทรงเห็นว่าทั้งหมดนี้ก็เพราะมนุษย์ใช้ภาษาเดียว ถ้าทำให้พูดกันไม่รู้เรื่อง ก็สร้างหอคอยไม่ได้”

    วินทร์ #6616 : “ที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เอง”

    (อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

    วินทร์ เลียววาริณ
    4-10-26

    จากหนังสือ วินทร์-วินทร์ Situation
    สารคดีเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์ 
    อ่านฟรีที่เพจนี้ก็ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เป็นเล่ม ก็อ่านได้ถึงลูกหลาน 
    ราคาแค่ 225.- เท่านั้น หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

    สั่งซื้อได้ที่ https://www.winbookclub.com/store/detail/141/วินทร์-วินทร์%20Situation 

    ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com  มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน

    1
    • 0 แชร์
    • 19