• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    เรื่องทรัมป์แค้นโอบามานี้ ผมเก็บความจากบทวิเคราะห์ต่างๆ ไม่ได้แต่งขึ้นเอง แต่ประเด็นคือ ไม่ว่าทรัมป์จะตัดสินใจสมัครเป็นประธานาธิบดีเพราะถูกโอบามาเหยียดหยามหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่มันน่าจะส่งผลต่อนโยบายของเขา เพราะทันทีที่เขาขึ้นสู่อำนาจ ก็พยายามล้มนโยบายต่างๆ ของโอบามา ทรัมป์ล้ม Obamacare ไม่สำเร็จ แต่ฉีก JCPOA สำเร็จ

    ก็มาถึงเรื่อง JCPOA ที่สัญญาว่าจะขยายความ

    อะไรคือ JCPOA?

    ต้องเล่าย้อนไปไกล...

    เราต้องรู้ก่อนว่า อิหร่านเคยเป็นรัฐประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง ในปี 1951 โมฮัมหมัด โมซาดเดกห์ (Mohammad Mosaddegh) ผ่านการเลือกตั้งขึ้นเป็นนายกฯ แต่ไปขัดผลประโยชน์พวกตะวันตกเรื่องน้ำมัน ซีไอเอและ MI6 จึงรวมหัวกันก่อรัฐประหารโค่นโมซาดเดกห์ลง แล้วให้ ชาห์ ปาห์ลาวี ขึ้นปกครอง เป็นรัฐตำรวจ (ก็คือเผด็จการนั่นแหละ)

    ชาห์ ปาห์ลาวี ครองอำนาจ 26 ปี เอื้อประโยชน์ให้ตะวันตกเต็มที่ จนถึงปี 1979 ชาวอิหร่านนำโดยโครไมนี ลุกฮือปฏิวัติล้มระบอบชาห์ ชาห์ ปาห์ลาวี หนีไปลี้ภัยที่สหรัฐฯ อิหร่านกลายเป็นสาธารณรัฐอิสลาม (ลูกชายของชาห์ ปาห์ลาวี ที่สหรัฐฯ ก็ยังหวังเป็นผู้นำอิหร่าน หากสหรัฐฯล้มรัฐบาลสำเร็จ)

    การที่สหรัฐฯให้ที่พักพิงชาห์ ปาห์ลาวี ทำให้ชาวอิหร่านจำนวนหนึ่งประท้วงโดยบุกสถานทูตสหรัฐฯที่เตหะราน จับชาวอเมริกัน 66 คนเป็นตัวประกัน รัฐบาล จิมมี คาร์เตอร์ ส่งหน่วยพิเศษไปช่วย เรียกว่าปฏิบัติการ Eagle Claw แต่ไม่สำเร็จ ทหารที่ไปช่วยตายหลายคน

    (นอกจากนี้ยังมีตัวประกันอเมริกันหกคนติดอยู่ที่บ้านพักสถานทูตแคนาดา สหรัฐฯส่งคนไปช่วยออกมาสำเร็จด้วยวิธีพิสดาร เคยสร้างเป็นหนังเรื่อง Argo)

    นี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ จิมมี คาร์เตอร์ แพ้การเลือกตั้งครั้งที่สอง ตรงนี้มีเกร็ดเล่าว่า เรแกนส่งคนไปเจรจากับพวกอิหร่านให้ปล่อยตัวประกัน ฝ่ายเรแกนปฏิเสธเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง แต่น่าคิดว่าเพียงไม่กี่นาทีหลังจากเรแกนสาบานตนเป็นประธานาธิบดี ก็อิหร่านปล่อยตัวประกันหลังจากขังไว้นาน 444 วัน

    ผลของการที่สหรัฐฯเสียผลประโยชน์น้ำมันในอิหร่าน บวกกับชาวอเมริกันถูกจับเป็นตัวประกัน ทำให้เกิดความแค้นฝังหุ่น อิหร่านกลายเป็นผู้ร้ายมานับจากนั้น และถูกแซงชั่นมาจนทุกวันนี้ นับได้ 47 ปี

    นอกจากนี้การที่อิษราเอรมองว่าอิหร่านเป็นภัยต่อการสร้างมหาอาณาจักร 'เดอะ เกรทเตอร์ อิษราเอร' ของตน ก็พยายามยุให้สหรัฐฯบุกอิหร่านมาตลอด แต่ไม่มีประธานาธิบดีคนไหนยอมทำ เพราะในทางการเมืองโลก อิหร่านยังไม่ใช่ภัยของสหรัฐฯ

    ครั้นถึงยุคโอบามา มีการเจรจากันอยู่นาน 20 เดือน ได้ผลลัพธ์คือสนธิสัญญา JCPOA (The Joint Comprehensive Plan of Action) ประเทศหลักๆ ให้การสนับสนุน ได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส และเยอรมนี รวมทั้งอียู และรับรองโดยสหประชาชาติ

    สาระของ JCPOA คืออิหร่านยอมจำกัดโครงการนิวเคลียร์ ยอมให้สหรัฐฯและ International Atomic Energy Agency (IAEA) เข้าไปตรวจสอบได้ว่าไม่ได้สร้างอาวุธนิวเคลียร์จริง แลกกับการเลิกแซงชั่น

    โลกเย็นลงหลายองศาเมื่อมีการเซ็นสัญญาฉบับนี้

    แต่เจ้าคุุณหนีถันยาใคร (medicine who) ต่อต้านสนธิสัญญาฉบับนี้เต็มที่ เขาถ่อไปพูดที่สภาคองเกรสสหรัฐฯ เพื่อล้มมัน แต่ไม่สำเร็จ

    เจ้าคุุณหนีถันฯมาทำสำเร็จหลังจากทรัมป์ขึ้นมาเป็นใหญ่ ทรัมป์เห็นว่า JCPOA ก็คือ Obama’s deal อะไรที่มีคำว่าโอบามา ก็ต้องลบทิ้งให้หมด ทรัมป์ฉีก JCPOA สมใจเจ้าคุุณหนีถันฯ

    ทรัมป์อ้างว่าโอบามาเข้าข้างพวกอิหร่าน ทำให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้โอบามายังขนเงิน 400 ล้านดอลลาร์ขึ้นเครื่องบินไปให้อิหร่าน

    โอบามาส่งเงินให้อิหร่านจริง แต่ทรัมป์ตั้งใจบิดเบือน เพราะเงินที่โอบามาส่งไปให้อิหร่านเป็นเงินของอิหร่านเอง มันถูกแช่แข็งตอนที่เกิดความขัดแย้ง

    (ตัวเลขเงินของอิหร่านที่ถูกแช่แข็งในประเทศตะวันตกสะสมกันจนถึงวันนี้ ประเมินว่าราวแสนล้านดอลลาร์)

    เมื่อสัญญา JCPOA ถูกฉีก อิหร่านก็หมดพันธะเรื่องนิวเคลียร์ เชื่อว่าน่าจะเริ่มโครงการปรมาณูขึ้นมาใหม่ตอนนั้น

    หลังจากนั้นก็ปรากฏข่าวทั้งซีไอเอและ มอส splash (แปลเอาเอง) ลอบฆ่านายทหาร นักวิทยาศาสตร์อิหร่านตลอดเวลา จนเมื่อทรัมป์ขึ้นมารอบสอง ก็ก่อสงครามเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้ ทั้งที่ IAEA ยืนยันว่าอิหร่านไม่มีอาวุธนิวเคลียร์

    แม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ เช่น Tuisi Gabbard (ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวกรองแห่งชาติ) และ Joe Kent (National Counterterrorism Center) ที่เพิ่งลาออก ก็ให้การว่าอิหร่านไม่มีอาวุธนิวเคลียร์

    แต่สงครามครั้งใหม่นี้ไม่เป็นไปตามแผนที่คิดว่าจะจบเร็วแบบบุกเวเนซุเอลา อิหร่านฮึดสู้ ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ อิษราเอร รวมทั้งประเทศกลุ่ม GCC ซึ่งเป็นพันธมิตรสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนใกล้พัง

    ตอนนี้ทรัมป์สัมผัสความร้อนระอุของเก้าอี้ที่ทำเนียบขาว ขู่โน่นขู่นี่ไปเรื่อย แต่ท้ายที่สุดก็คงต้องยอมเจรจา

    และมันก็คงเป็นเรื่องตลก เพราะหากการเจรจารอบนี้สำเร็จ สิ่งที่ทรัมป์ได้ในตอนนี้อาจจะน้อยกว่าสิ่งที่อยู่ในสัญญา JCPOA ที่เขาฉีกทิ้ง

    แกนโลกเปลี่ยนไปแล้ว

    วินทร์ เลียววาริณ
    16-4-26

    หมายเหตุ เช่นเคย การสะกดชื่อผิดเป็นความตั้งใจ เพื่อลดความเสี่ยงของการถูกลงโทษ

    1
    • 0 แชร์
    • 22
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    นานปีมาแล้ว ผมทดลองทำงานเขียนชิ้นหนึ่งนอกเส้นทางที่ถนัด มีคนหวังดีบอกว่า “คุณทำอย่างเดิมที่คุณถนัดดีกว่า นี่ไม่ใช่พื้นที่ของคุณ”

    รู้ว่าเป็นคำแนะนำที่หวังดี และเข้าใจว่าเขาไม่ต้องการให้ผมเสียหน้า ทำงานที่ออกมาไม่ดี

    ที่แปลกก็คือในรอบสี่สิบกว่าปีที่เขียนหนังสือ ผมได้ยินคำแนะนำแบบนี้หลายครั้ง

    “คุณเขียนเรื่องแบบนี้ไม่ดี” “นี่ไม่ใช่แนวคุณ” ฯลฯ

    นี่ย่อมไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูก มันเป็นเพียงกรอบคิดอย่างหนึ่ง

    คนทำข้าวหมูแดงที่อร่อยมากไม่น่าจะไปลองทำข้าวมันไก่ คนทำข้าวมันไก่ที่อร่อยมากไม่น่าออกนอกพื้นที่ไปทำข้าวหน้าเป็ด ดังนี้เป็นต้น

    พูดง่าย ๆ คือคนเราควรเป็นมืออาชีพด้านใดด้านหนึ่ง

    ตรรกะนี้ก็มีเหตุผล เท่าที่เห็นคนจับปลาหลายมือมักไม่เก่งสักอย่าง

    แต่บางครั้งคนเราก็อยากทำอะไรที่ต่างออกไปบ้าง

    และบางครั้งการออกนอก ‘comfort zone’ ก็เป็นสิ่งที่ควรลองทำ โดยเฉพาะคนที่ทำงานในวงการสร้างสรรค์ เช่น ผู้กำกับหนังบู๊มาลองทำหนังรัก (เช่น เจมส์ คาเมรอน) ผู้กำกับหนังไซไฟมาลองทำหนังตลก (ก็ เจมส์ คาเมรอน อีกนั่นแหละ)

    โชคดีที่ผมไม่คิดจะเป็นมือโปร.ในด้านใดด้านหนึ่ง ผมเขียนหนังสือเพราะความสนุก ไม่งั้นก็คงยังทำงานพาณิชย์ศิลป์สายอื่นซึ่งทำเงินได้มากกว่าหลายเท่าต่อไป

    เมื่อเขียนหนังสือเพราะความสนุก ก็จะไม่สนใจว่าคนอ่านอยากอ่านงานอะไร เขียนสิ่งที่อยากเขียนก่อน ถ้าบังเอิญคนอ่านชอบด้วย ก็โชคดีไป

    บางครั้งผมก็ทำงานที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ทำเงินแน่ แต่ทำเพราะอยากทำ

    งานออกมาดีหรือไม่ดีก็ว่ากันไป

    ชีวิตสั้น อยากทำอะไรก็ทำ

    อย่ารอจนใกล้ตายแล้วบอกว่า “เสียดายจังที่ตอนนั้นไม่ลองทำ...”

    วินทร์ เลียววาริณ
    16-4-26

    จาก เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
    56 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 200 บาท = บทความละ 3.5 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
    https://www.winbookclub.com/store/detail/187/เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า 
    Shopee https://s.shopee.co.th/60Bx1VKarm 

    1
    • 0 แชร์
    • 23
  • วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    ตลอดหลายสิบปีนี้ อิษราเอลยุให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯทุกคนลงมือกับอิหร่าน แต่ไม่มีใครทำ จนกระทั่งถึงทรัมป์

    ตามหลัก cause-effect ทุกผลมาจากเหตุ ทุกเหตุมาจากเหตุก่อน

    หากทรัมป์ไม่ได้เป็นประธานาธิบดี ก็คงไม่สามารถก่อสงครามนี้ได้

    เช่นกัน หากโอบามาไม่ได้เป็นประธานาธิบดี ทรัมป์ก็คงไม่ได้เป็นประธานาธิบดี

    เอ๊ะ! ยังไง?

    มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เชื่อได้ว่า เหตุผลที่นักธุรกิจอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ อยากเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯเกิดขึ้นเพราะประธานาธิบดีโอบามา

    เหตุการณ์นั้นคืองานเลี้ยง White House Correspondents' Dinner ปี 2011

    ในงานเลี้ยงนั้น โอบามากล่าวปาฐกถา เนื้อหาส่วนหนึ่งล้อเลียนทรัมป์ขำๆ เป็นเรื่องตลก เรียกเสียงหัวเราะไปทั่วห้อง

    แต่ทรัมป์ไม่ขำ เจ็บจนจุก

    โอบามาปราศรัยกลางแขกเหรื่อหลายร้อยคนรวมทั้งทรัมป์ที่ไปร่วมงานว่า ทรัมป์ควรจะไปโฟกัสเรื่องที่สำคัญกว่าสูติบัตรของโอบามา เช่น สหรัฐฯไปเหยียบดวงจันทร์จริงไหม

    แล้วประชดประชันว่า ทรัมป์อาจจะมาสร้างความเปลี่ยนให้ทำเนียบขาวได้นะ ว่าแล้วฉายสไลด์แสดงภาพประกอบทำเนียบขาวเป็นกาสิโน มีผู้หญิงในอ่างอาบน้ำ เรียกเสียงฮาไปทั่วห้อง

    ตลอดเวลาตลกร้ายนั้น ทรัมป์เงียบ สีหน้าไม่เปลี่ยน

    เชื่อกันว่านาทีนั้นนั้นทรัมป์บรรลุซาโตริ คิดเป็นประธานาธิบดี

    ทรัมป์อาจเคยฝันอยากเป็นประธานาธิบดีมานานก่อนหน้านั้นแล้วก็ได้ แต่เหตุการณ์ในคืนนั้นทำให้เขาตัดสินใจได้ว่า กูเอาแน่

    ดังนั้นเมื่อเขาขึ้นเป็นประธานาธิบดี เขาล้มทุกโครงการของโอบามา

    รวมทั้งสนธิสัญญาสันติภาพกับอิหร่านที่เรียกว่า JCPOA (Joint Comprehensive Plan of Action)

    สาระในสนธิสัญญาฉบับนั้นก็คือสิ่งที่สหรัฐฯต้องการที่สุดในตอนนี้ นั่นคืออิหร่านยอมแทบทุกอย่าง

    แต่มันถูกทรัมป์ฉีกทิ้งทันทีที่ขึ้นสู่อำนาจ เพราะมันคือ "Obama’s deal"

    โอบามาคงไม่มีทางคาดคิดว่า มุขตลกของตนเปลี่ยนโลกจริงๆ

    คิดเล่นๆ ว่า หากคืนนั้นโอบามาไม่เล่นงานทรัมป์ ทรัมป์อาจจะไม่คิดลงสมัครเป็นประธานาธิบดี หรือหากเป็นประธานาธิบดีจริง ก็อาจไม่ล้มสนธิสัญญาสันติภาพ JCPOA และสงครามอิหร่านก็อาจไม่เกิด

    วินทร์ เลียววาริณ
    15-4-26

    ป.ล. ค่อยขยายความเรื่อง JCPOA ในโอกาสต่อไป

    ดูคลิปตลกโอมาบาในคืนนั้น https://www.youtube.com/watch?v=HHckZCxdRkA 

    1
    • 2 แชร์
    • 30
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    ในช่วงงานหนังสือที่ผ่านมา ผมมีโอกาสสนทนากับ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา เจ้าสำนัก openbooks อยู่พักใหญ่ ไม่ได้เจอหน้ากันมาหลายปี

    ในท่อนหนึ่งเจ้าสำนัก openbooks เปรยว่าผมนี่ทำงานเหมือนคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์

    เพราะการเขียนเรื่องลงเพจทุกวัน วันละ 2-3 โพสต์นี่ถือว่ามากไป ไม่มีใครทำแบบนี้ (ความจริงบางวันล่อไป 5-6!)

    แต่เขารู้ว่าผมคงหยุดไม่ได้ เพราะน่าจะเสพติดการเขียน

    ทันใดนั้นผมก็บรรลุซาโตริ อุทานว่าจริงนะ นี่กูเป็นคอลัมนิสต์ไปแล้วนี่หว่า!

    การเขียนเรื่องลงเพจยังไม่รวมงานหลักเขียนนิยาย ฯลฯ ที่ต้องทำทุกวัน

    ตั้งแต่หนุ่ม ผมก็รู้สึกทึ่งคนที่เป็นคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ พวกเขาเก่งมากที่สามารถส่งต้นฉบับได้ทุกวัน ไม่ว่าจะมีอารมณ์เขียนหรือไม่

    มันไม่ใช่ง่ายที่ต้อง ‘หาเรื่อง’ มาเขียน และร้อยเรียงเป็นบทความให้ทันเส้นตาย แต่คอลัมนิสต์มืออาชีพก็ทำงานได้แบบกดปุ่ม

    เล่ากันว่า สมัยที่ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ทำงานที่หนังสือพิมพ์สยามรัฐ แกเดินเข้าไปในสำนักงาน เจ้าหน้าที่มาทวงต้นฉบับ บอกว่ากำลังจะเดินเครื่องแล้ว ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ก็ไม่ว่าอะไร นั่งโต๊ะ เคาะแป้นเครื่องพิมพ์ดีดไม่กี่ที ก็ยื่นต้นฉบับให้เจ้าหน้าที่ไปเรียงพิมพ์ได้

    มือโปรทำงานอย่างนี้!

    ผมขยับนิ้วนับตัวเลข พบว่าปีนี้เขียนลงในเพจนี้ได้ 11 ปีแล้ว

    เป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า 'คอลัมนิสต์' มากว่าทศวรรษ โดยไม่ได้รับเงินเดือนสักบาทเดียว
    ถามว่าเหนื่อยไหม? ทั้งเขียน ทั้งสร้างภาพประกอบ ทั้งรับแรงด่า ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย เพราะสนุกกับงาน แต่อายุมากขึ้นทุกวัน สังขารก็เสื่อมลงเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าจะลากไปได้อีกนานเท่าใด

    ก็คงเท่าไรก็เท่านั้นกระมัง

    วินทร์ เลียววาริณ
    15-4-26

    1
    • 0 แชร์
    • 25
    Regnarts
    รออ่านทุกวันหลังสองโมงเช้าคร้าบ ขอบคุณมากครับที่เขียนมาเพิ่มรอยหยักในสมองให้ 😍😍😍
    ดูความเห็น 1 รายการ ...
  • วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    ช่องแคบฮอร์มุซเป็นโรคลักปิดลักเปิดมาหลายสัปดาห์แล้ว หมอชาวอิหร่านเห็นว่าควรปิด หมอทรัมป์เห็นว่าต้องเปิด

    แต่ล่าสุดหมอทรัมป์เปลี่ยนวิธีรักษาโดยการปิด

    ทำให้เกิด 10 คำถามกรณีสหรัฐฯปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

    1 ในภาคปฏิบัติสหรัฐฯทำได้จริงหรือ? ใช้เรือกี่ลำปฏิบัติการ?

    2 ประเมินอันตรายเมื่อส่งเรือรบใกล้ช่องแคบ ให้เข้าไปอยู่ในรัศมีการจู่โจมของโดรนหรือขีปนาวุธของอิหร่านแล้วหรือไม่?

    3 หากเรือรบสหรัฐฯถูกจมสักหลายลำ จะทำอย่างไรต่อ?

    4 จะปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันอย่างไร? สั่งให้เรือเหล่านั้นหยุดจอด? หรือว่าส่งทหารขึ้นไปคุมเรือ? หรือส่งทหารทางเฮลิคอปเตอร์ไปยึดเรือ? หากมีเรือจำนวนมาก มีกำลังคนพอหรือ?

    5 จะเล่นงานเรือสินค้าติดธงจีน รัสเซียด้วยหรือไม่? จีน รัสเซียจะถือว่าเป็นการล่วงล้ำอธิปไตยของตนหรือไม่? จีนจะโต้ตอบโดยยุติการส่ง rare earth ให้สหรัฐฯหรือไม่?

    6 จะทำอย่างไรหากจีน รัสเซียส่งเรือรบนำทางเรือบรรทุกน้ำมันของตน? หรือส่งทหารไปประจำเรือบรรทุกน้ำมันของตน?

    7 จะปิดล้อมช่องแคบนานเท่าไร? กี่วัน? กี่เดือน?

    8 จะทำอย่างไรหากการปิดล้อมช่องแคบทำให้ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นไปอีก ทำให้ราคาสินค้าในสหรัฐฯสูงขึ้น และฐานเสียงเริ่มไม่พอใจ?

    9 จะทำอย่างไรหากพันธมิตรอิหร่านปิดทะเลแดงด้วย เท่ากับปิดคลองสุเอซโดยปริยาย  และส่งผลให้เศรษฐกิจโลกพังเร็วขึ้นกว่าเดิม?

    10 การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซจะเปลี่ยนเกมสงครามอย่างไร? จะทำให้ชนะสงครามอย่างไร?

    ทั้งหมดนี้เป็นคำถาม ยังไม่มีคำตอบ

    อาจเพราะบางทีคนสั่งปิดล้อมก็ยังไม่ได้คิด

    วินทร์ เลียววาริณ
    14-4-26

    1
    • 0 แชร์
    • 39