• วินทร์ เลียววาริณ
    1 เดือนที่ผ่านมา

    วันหนึ่งหลายปีมาแล้ว ผมไปซื้อผลไม้ที่รถเข็นริมถนนสายหนึ่ง พ่อค้าขายผลไม้ทักทายผมและบอกภรรยาของเขาว่า “คนนี้ไงที่ได้รางวัลซีไรต์”

    แล้วชวนผมคุยเรื่องเขียนหนังสืออีกพักหนึ่ง

    นี่แสดงว่าคนขายผลไม้รถเข็นก็อ่านหนังสือ

    ไม่กี่ปีก่อนคนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างคนหนึ่งคุยกับผมเรื่องเขียนบทหนัง ขณะขี่พาผมไปส่งจุดหมาย

    ผมไม่รู้จักพวกเขาเป็นการส่วนตัวมาก่อน แต่ก็คุยกันแบบปัญญาชนสนทนากัน คือสุภาพและให้เกียรติกันและกัน เส้นแบ่งทางความคิด ความเชื่อ และพื้นฐานการศึกษามลายหายไปสิ้น

    ผมชอบศึกษาคน อ่านพฤติกรรมของพวกเขา ผมเคยตั้งใจสวมชุดโทรมขาดเข้าร้านหรู และศึกษาสายตาของคนขาย ก็ตรงตามคาด คือส่วนใหญ่ไม่ยินดีต้อนรับ

    มนุษย์มักตัดสินคนอื่นที่เปลือก

    แต่หากพ่อค้าขายผลไม้คนหนึ่งรู้เรื่องซีไรต์มากกว่านักศึกษาปริญญาเอกหลายคน คนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างสนใจเรื่องบทหนัง ก็สรุปได้ว่าเรามิอาจตัดสินคนจากเปลือกนอก จากโรงเรียนที่ศึกษา หรือวุฒิการศึกษา

    ความรู้ไม่ได้อยู่ที่ว่าร่ำเรียนมาจากไหน ได้ปริญญากี่ใบ เรียนจบชั้นประถมหรือจบปริญญาเอก

    ความสุภาพของคนก็ไม่ได้มาจากโรงเรียนหรือวัด ประกอบอาชีพอะไร มีสถานะทางสังคมสูงหรือไม่สูง เป็นคนหาเช้ากินค่ำหรือเป็นอาจารย์

    คนเราเมื่อเปลือยเปลือกของตัวเองและสังคมออกไปแล้ว ที่เหลือภายในก็คือจิตวิญญาณ ความรู้ ความคิดอ่าน ที่บ่อยครั้งถูกเปลือกและค่านิยมของสังคมบดบังจนไม่เห็นค่า

    ทว่าเป็นสิ่งที่เหลืออยู่ภายในนี่เองที่ทำให้คนมีค่าต่างกัน

    บางคนมีสิ่งที่เหลืออยู่ภายในมาก บางคนมีน้อย บางคนไม่มีเลย

    ผมชอบศึกษาคน อ่านพฤติกรรมของพวกเขา โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาประสบเรื่องไม่ดี ปฏิกิริยาของคนคนหนึ่งส่อถึงสิ่งที่เหลืออยู่ภายในของเขา ความรู้ วิธีคิด ทัศนคติ ฯลฯ

    นานๆ ทีเราจึงควรถอดเปลือกออก สำรวจสิ่งที่เหลืออยู่ของเรา พิจารณามัน แล้วปรับปรุงตัวเองให้มีค่า

    วินทร์ เลียววาริณ
    9-2-26

    จากอีบุ๊ค #ปล่อยให้ตัวเลขอายุพาไป ซื้อได้ใน The Meb

    1
    • 0 แชร์
    • 39

บทความล่าสุด