• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    ตลอดประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เมื่อบ้านเมืองไม่สงบ มักจะเกิดเจ้าลัทธิที่อาสานำพาผู้คนสู่ชีวิตที่ดีกว่าเดิม ผู้คนก็เชื่อ อาจเพราะพวกเขาไม่มีทางไป หรือต้องการที่ยึดเหนี่ยวทางใจ

    ใน สามก๊ก นักบวชจอมปลอมนามอีเกียด ตั้งตนเป็นเต้าหยินผู้มีอำนาจวิเศษแห่งกังตั๋ง ชาวบ้านชาวเมืองนับถือว่ามีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ มีผู้ติดตามมากขึ้นเรื่อย ๆ ซุนเซ็กบุตรซุนเกี๋ยนทำอะไรอีเกียดไม่ได้

    จนเมื่อกังตั๋งเกิดภัยแล้ง อีเกียดทำพิธีเรียกฝน ซุนเซ็กก็สั่งจับอีเกียดมัดไว้บนกองฟืน และจุดไฟหมายเผาตายทั้งเป็น กล่าวว่าหากอีเกียดเป็นผู้วิเศษจริง ฝนย่อมตกลงมาดับไฟ หากอีเกียดเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์จริง ย่อมไม่ตายจากกองไฟ

    แต่ชีวิตเป็นเรื่องประหลาด ปรากฏว่าขณะที่เพลิงไหม้ ฝนก็ตกลงมาจริง ๆ และดับไฟ คราวนี้ชาวบ้านชาวเมืองก็คุกเข่าเคารพอีเกียด บอกว่าอีเกียดเป็นผู้วิเศษโดยปราศจากข้อสงสัย

    แล้วซุนเซ็กทำอย่างไร? ง่ายมาก ซุนเซ็กก็ก้มลงคำนับอีเกียด กล่าวว่า "ที่แท้ท่านเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์จริง ไฟทำอันตรายท่านมิได้ ถ้าเช่นนั้นช่วยพิสูจน์อีกครั้งว่าอำนาจของท่านอยู่เหนือคมดาบเช่นกัน" ว่าแล้วก็แทงดาบเข้าร่างอีเกียด

    ผู้วิเศษก็ตาย

    ภาพยนตร์ชุด 28 Days/ Weeks/ Years เป็นเรื่องของโลกที่วุ่นวายเพราะซอมบี้กลืนประเทศ คนที่ไม่เป็นซอมบี้ก็ตั้งตนเป็นก๊วนต่างๆ คอยซ้ำเติมสังคมอีกที ทำร้ายคนดีๆ ที่กำลังหนีซอมบี้ บางคนก็ตั้งตนเป็นเจ้าลัทธิ นำคนไปกระทำเรื่องชั่วร้ายต่างๆ เพราะมันเป็นโลกที่ไร้ขื่อไร้แปแล้ว

    ก่อนจะเล่าต่อ ต้องเข้าใจจุดหนึ่ง ในหนังชุด 28 Days 'ซอมบี้' ที่เพ่นพ่านไล่กัดคนไม่ใช่ซอมบี้ตามขนบหนังซอมบี้ทั่วไป แต่เป็น Rage-infected humans

    ซอมบี้ทั่วไปจะตายแล้วฟื้นขึ้นมาเป็นซอมบี้ แต่ Rage-infected humans ติดไวรัสที่ทำให้คนกลายเป็นซอมบี้ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ Rage-infected humans จะวิ่งได้เร็วกว่า แต่ในที่นี้ผมจะเรียกรวมเป็นซอมบี้ เพื่อให้เข้าใจง่าย

    28 Years Later เป็นหนังไตรภาค ตอนที่สองที่เพิ่งเข้าโรงคือ Bone Temple เป็นเรื่องของแก๊ง 'อีเกียด' หัวหน้าแก๊งเชื่อว่าตนเป็นบุตรซาตาน ได้รับคำสั่งจากท่านพ่อมาให้ทำเรื่องชั่วร้าย เขาสวมสร้อยไม้กางเขนกลับหัว

    28 Years Later: Bone Temple เรื่องนี้ผิดคาดมาก ก่อนเข้าโรงคิดว่าเป็นหนังไล่ล่าฆ่าซอมบี้ธรรมดา กลับกลายเป็นหนังลึกกว่าที่คิด หนังเล่าผลกระทบของซอมบี้ต่อสังคมคน มันพลิกหนังซอมบี้ไปอีกทิศหนึ่ง ไม่เน้นคนวิ่งหนีฝูงซอมบี้ หรือใครชนะใคร  หนังเรื่องนี้จึงแทบไม่ใช่หนังซอมบี้ไปแล้ว แต่เป็นหนังวิจารณ์สังคม ผสมปรัชญา จิตวิทยา การเมือง ประวัติศาสตร์ สังคม ในรูปของหนังซอมบี้

    หนังรุนแรงมาก หลายฉากเลือดสาด บางตอนแทบอ้วก เช่น ฉากกระชากหัวคน แต่ข้ามจากฉากรุนแรงเหล่านี้แล้ว เนื้อหาหนังยังคงน่าสนใจตามสไตล์งานของ Alex Garland คนสร้าง Ex Machina, Annihilation, Civil War, Warfare ล้วนไม่ธรรมดา หนังแทบทุกเรื่องของการ์แลนด์แฝงแง่คิด ชวนขบต่อ

    หนังเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ นอกจากไม้กางเขนกลับหัวที่โยงกับเรื่องพระเยซู พระคัมภีร์ ซาตาน สวรรค์ นรก ฯลฯ ก็มีดักแด้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนรูป (transformation) แปลงจากคนเป็นซอมบี้ จากซอมบี้เป็นคน จากเด็กเป็นผู้ใหญ่

    หนังสะท้อนมุมต่างๆ ของมนุษย์ต่างๆ คนดี คนเลว คนดีที่ต้องเดินตามคนเลว คนดีที่พยายามแก้ปัญหา ความบ้าคลั่งกับความสงบ ความสิ้นหวังกับความหวัง การกระทำชั่วที่เลือกได้กับเลือกไม่ได้

    หนังเปรียบเทียบความชั่วร้ายสองแบบ แบบแรกคือคนที่ติดเชื้อไวรัส กลายเป็นซอมบี้ ฆ่าคนอย่างโหดร้าย แต่พวกเขากระทำโดยไร้สติสัมปชัญญะ ไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เหมือนเครื่องจักร ไม่มีทางเลือก

    ประเภทหลังคือคนที่มีสติสัมปชัญญะปกติ พวกนี้มีทางเลือก แต่เลือกทำชั่ว ไม่ว่าเพราะความบ้าคลั่ง หรือวัยเยาว์ที่เก็บกด ฯลฯ กลายเป็นผู้วิเศษแห่งวิหารกระดูก

    ใน 28 Years Later ภาค 1 พ่อของตัวละครเด็ก 'สไปก์' บอกลูกว่า ฆ่าพวกซอมบี้ได้เลย ไม่ต้องห่วงเรื่องศีลธรรม พวกซอมบี้ไม่มีวิญญาณ สมองตายแล้ว เหมือนนาซีฆ่าคนยิว เพราะถือว่าเป็น subhuman (ต่ำกว่ามนุษย์)

    มุมมองแบบนี้ยังปรากฏในโลกปัจจุบัน ที่ขันขื่นคือนาซีฆ่าคนยิวเพราะเห็นว่าเป็นพวกชั้นต่ำ ยิวก็ฆ่าปาเลสไตน์เช่นกัน ทั้งที่มีทางเลือกที่จะไม่ฆ่า

    หนังยังยกตัวอย่างผลของการไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ ทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เช่น หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศที่ชนะกดขี่ประเทศที่แพ้จนจมดิน ส่งผลให้เกิดคนอย่างฮิตเลอร์ขึ้นมา และทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

    ประโยคหนึ่งในหนังที่เอ่ยหลายครั้ง "Memento mori" เป็นภาษาละติน แปลว่า จงจำว่าเจ้าก็ต้องตาย มันบอกว่าความตายเลี่ยงไม่พ้น ดังนั้นเราควรใช้ชีวิตให้ดีที่สุด และมีความหมาย

    แต่ในยุคที่ซอมบี้ครองเมือง เราจะหาความหมายให้ชีวิตอย่างไร และทำไมเล่า

    กระนั้นตัวละครหมอในเรื่อง (Ralph Fiennes) ก็ยังพยายามทำเรื่องที่มีความหมายในยุคที่ไม่มีความหมาย

    หนังเป็นส่วนผสมของโศกนาฏกรรมแห่งความรุนแรง ความเกลียด ความรัก ความเข้าใจ และวิธีมองโลก เหมือนค็อคเทลที่มีส่วนผสมประหลาด และให้รสชาติที่ดีอีกแบบหนึ่ง เช่น ในตอนท้ายเรื่อง นักแสดง Ralph Fiennes เต้นเพลง The Number of the Beast ของ Iron Maiden ให้แก๊งซาตานดูแบบ มิวสิก วิดีโอ บ้าคลั่งดี ฉากนี้เป็นไฮไลท์ของงานเลย!

    ฉาก 'มิวสิก วิดีโอ' นี้มีเกร็ดแปลกเกร็ดหนึ่งคือ นักแสดงที่รับหัวหน้าแก๊งซาตาน Jack O'Connell ก็เคยรับบทร้องเพลงปิศาจใน Sinners

    'วิหารแห่งกระดูก' สะท้อนว่าการที่เจ้าลัทธิบ้ามีคนเดินตาม ฆ่าคน ทำเรื่องชั่วร้าย ไม่ได้เป็นแค่หนัง แต่ในประวัติศาสตร์โลก เจ้าลัทธิอย่างอีเกียดเกิดขึ้นทุกช่วงของประวัติศาสตร์ ฮิตเลอร์ สตาลิน ไปจนถึงผู้นำโลกหลายคนในยุคปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าผู้คนสามารถเดินตามผู้นำบ้าได้จริง

    บางทีไวรัสซอมบี้ฝังอยู่ในตัวเรามานานก่อนโลกมีซอมบี้

    9.5/10
    ฉายในโรงภาพยนตร์

    วินทร์ เลียววาริณ
    16-2-26

    วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB

    (มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)

    1
    • 0 แชร์
    • 24

บทความล่าสุด