• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    แซงชั่น (sanction) เป็นมาตรการทางการเมืองโลก เป็นบทลงโทษอย่างหนึ่ง

    แซงชั่นที่แรงที่สุดคือแซงชั่นยี่ห้อสะหะรัดอเมริ-crow

    การถูกอเมริ-crow มหาอำนาจโลกแซงชั่น แปลว่าไม่มีใครทำธุรกรรมด้วย ไม่ใช่แต่เฉพาะอเมริ-crow เพราะอเมริ-crow จะกดดันให้ชาติอื่นๆ ร่วมแซงชั่นด้วย

    แซงชั่นแปลว่าไม่มีสินค้าเข้าออก ไม่มีการค้าขายตามปกติ ไม่มีข้าวของที่ตนเองผลิตไม่ได้เข้าประเทศ เศรษฐกิจถดถอย

    มันจึงเป็นอาวุธที่ทรงพลังอย่างหนึ่ง

    ชาติที่ถูกแซงชั่นนานที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติก็คืออิหร่าน นานถึง 47 ปี

    คำถามอิหร่านอยู่มาได้อย่างไรในการแซงชั่นนานขนาดนี้

    คำตอบคือความอดทนกับการดิ้นรน

    แม้ถูกกดดันจนหายใจลำบาก แต่อิหร่านยังสามารถทำการค้ากับ 170 ประเทศทั่วโลก อาจไม่ได้ทำการค้าโดยตรง แต่อยู่ในรูปการแลกสินค้า (barter) บ้าง ผ่านมือที่สามบ้าง ฯลฯ

    ในบรรดาประเทศต่างๆ จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ ค้าขายกับอิหร่านตามปกติ

    จีนลงทุนมหาศาลในอิหร่านเพื่อแลกกับน้ำมัน จีนซื้อน้ำมัน 90 เปอร์เซ็นต์ที่อิหร่านผลิตได้ และนำเข้าหนึ่งในสี่ของสินค้าทั้งหมดของอิหร่าน ทั้งหมดไม่ผ่านธนาคารอเมริ-crow

    ตุรกี คูเวต บัลแกเรีย บราซิล อินเดีย ฯลฯ ก็ค้าขายกับอิหร่าน

    แต่ที่สำคัญที่สุดของการที่อิหร่านอยู่รอดมายาวขนาดนี้คือ การเปลี่ยนนโยบายเป็นพึ่งพาตัวเอง ลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

    การเมืองโลกในรอบหลายปีนี้เปลี่ยนไปมาก กรณีศึกษาที่ดีที่สุดในเรื่องพึ่งพาตัวเองคือจีน

    เมื่อจีนเติบโตหายใจรดต้นคอสะหะรัด อเมริ-crow ก็กดดันจีนด้วยมาตรการห้ามส่งสินค้าบางประเภท เช่น ไมโครชิพ

    จีนซึ่งพึ่งพาชิพจากตะวันตกมาตลอด ก็บรรลุซาโตริว่า เล่าฮูยืมจมูกชาติอื่นหายใจไม่ได้แล้ว เคี้ยกเคี้ยก

    ว่าแล้วก็รีบพัฒนาเทคโนโลยีชิพของตนทันที ตอนนี้กระบวนท่าชิพ(ไม่หาย)ยังตามหลังตะวันตกอยู่หลายกระบวนท่า แต่ช้าหรือเร็วจะทันแน่ เพราะจีนผลิตวิศวกรปีละ 1.5 ล้านคน

    อุดรูรั่วทุกจุดที่ต้องพึ่งพาชาติตะวันตก

    จีนสอนทุกชาติทางอ้อมว่า นโยบายพึ่งพาตัวเองนั้นสำคัญมาก

    ประเทศไทยก็ต้องระวัง เราอาจไม่ใช่คู่กรณีของสะหะรัดโดยตรง แต่ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติระหว่างชาติอื่น เราโดนหางเลขเสมอ ล่าสุดก็คือน้ำมัน แล้วกระทบไปที่การท่องเที่ยว

    เดี๋ยวก็กระทบไปที่จุดอื่นๆ เพราะเราผูกตัวเองไว้กับการท่องเที่ยว

    ราวสิบปีก่อนผมเขียนบทความเตือนเรื่องนี้แล้วว่า ระวังอย่าพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก เพราะหากเกิดเหตุพลิกผันจากต่างประเทศ เราจะเดือดร้อนเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่

    โควิดก็ทีหนึ่ง คราวนี้ก็อีกที

    หากเราคิดเป็นแค่ขายของเก่ากิน ขายธรรมชาติ ขายบริการ นวดเท้านักท่องเที่ยว ตีหัวนักท่องเที่ยว และยังคิดจะสร้างกาศิโน ระวังว่าวันหนึ่งจะพบว่าเราไม่มีไพ่ตายในมือให้อยู่รอด การผลิตหมอนวดปีละ 2 หมื่นคนบริการนักท่องเที่ยว และเน้นต้มยำกุ้งกับผัดไทอาจไม่พอ

    วางแผนให้ดี กระจายความเสี่ยง พัฒนาคนทุกด้าน ระวังอย่าใส่ไข่ทั้งหมดในตะกร้าใบเดียว

    เพราะแซงชั่นจะเลวร้ายก็ต่อเมื่อเราไม่สามารถพึ่งพาตัวเอง

    วินทร์ เลียววาริณ
    21-4-26

    1
    • 0 แชร์
    • 38

บทความล่าสุด