• วินทร์ เลียววาริณ
    0 วันที่ผ่านมา

    Obsession เป็นหนังทุนต่ำ ค่าถ่ายทำไม่ถึงหนึ่งล้านเหรียญ แต่กวาดเงินไป 300 กว่าล้านในเวลาสั้นๆ มากกว่าสองเท่าของ Disclosure Day ที่ลงทุนร้อยกว่าล้าน

    ปรากฏการณ์นี้น่าจะเป็นผลมาจากปากต่อปากและกระแสไวรัล

    ผมไปดูหนังเรื่องด้วยเหตุผลเดียวคืออยากรู้ว่า มันมีคอนเส็ปต์ใหม่ที่น่าสนใจอะไร ทำไมคนทั้งโลกจึงพูดถึง ทำไมคะแนนในทุกโพยสูงลิบแตะ 10/10

    ในความเห็นส่วนตัว นี่เป็นหนัง overhyped (กระแสดีเกินความเป็นจริง) หนังมีแง่มุมอะไรให้คิดก็จริง แต่ไม่ถึงขั้นใหม่สดหรือเป็นหนังสยองขวัญที่ดีที่สุด

    มาตรฐานหนังสยองขวัญที่ดีในความเห็นของผม ถ้าไม่มีคอนเส็ปต์ใหม่สด ก็ต้องให้สาระทางความคิด เช่น Get Out หรือ Sinner ที่มีเนื้อหาสะท้อนสังคมมากกว่า หรือที่เก่ากว่านั้นคือ The Medusa Touch (1978) เรื่องการใช้พลังจิตฆ่าคน นัยว่าเพื่อประโยชน์ต่อชาวโลก จัดเป็นหนังสยองขวัญที่มีสาระ

    Obsession ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คาด ไม่ต้องหลับตา ไม่ได้กระโดดกอดหญิงสาวใกล้ๆ  แต่บางอย่างในตัวหนังอาจฝังในจิตใต้สำนึก เพราะเมื่อคืนนี้กลางดึก เกิดอาการอึดอัดคล้ายกำลังจิตตก ภาพเลวร้ายในหนังปรากฏขึ้น ตื่นเช้าด้วยความเหน็ดเหนื่อยเหมือนโดนผีนั่งทับ จึงบอกกับตัวเองว่า ตั้งแต่นี้ข้าพเจ้าจะไม่ดูหนังแนวนี้อีกแน่นอน เพราะดูแล้วไม่มีความสุขเลย (หวังว่าตัวเองจะรักษาสัญญาได้ เพราะผิดสัญญามาหลายทีแล้ว!)

    ตอนแรกจึงคิดว่าจะไม่รีวิว แต่ไหนๆ ก็เล่ามาถึงตรงนี้แล้ว รีวิวให้จบก็แล้วกัน

    จะวิจารณ์หนังเรื่องนี้จำเป็นต้องเล่าเรื่อง จึงหนีไม่พ้นการมีสปอยเลอร์ หากใครคิดจะดูหนังเรื่องนี้ ก็อย่าเพิ่งอ่านต่อ

    โครงเรื่องย่อๆ ของ Obsession คือชายหนุ่ม (ชื่อแบร์) ชอบหญิงสาว (ชื่อนิกกี้) ในที่ทำงานเดียวกัน แต่ไม่กล้าบอกความในใจ เขามารู้ทีหลังว่านิกกี้เห็นเขาเหมือนน้องชายมากกว่า

    แบร์พึ่งอำนาจเหนือธรรมชาติ อธิษฐานว่าขอให้นิกกี้รักตนไปจนวันตาย และก็เป็นจริงตามนั้น นิกกี้ตามติดแบร์เหมือนเงาประจำตัว และเริ่มมีพฤติกรรมกระทำเรื่องสยองขวัญทุกวัน แบร์อยากเปลี่ยนคำอธิษฐาน แต่ทำไม่ได้

    แล้วทั้งเรื่องดำเนินไปโดยเล่าว่านิกกี้ก่อเรื่องสยองขวัญอะไรบ้าง ทำให้เรื่องเหมือนจะเดินอยู่กับที่

    เราค่อยๆ รับรู้ว่าคำอธิษฐานของแบร์มีราคาที่ต้องจ่าย อำนาจเหนือธรรมชาติหรือปิศาจหรืออะไรก็แล้วแต่ ครอบงำตัวตนที่แท้จริงของนิกกี้ และนิกกี้ก็ผีเข้าผีออก สลับไปมาระหว่างตัวตนจริงกับตัวตนที่ถูกอำนาจนั้นครอบงำ

    หนังเล่าเรื่องในมุมมองของแบร์ คนดูจึงเห็นพฤติกรรมเลวร้ายของนิกกี้ทั้งเรื่อง แต่หากมองในมุมของนิกกี้ จะพบว่าเธอต่างหากคือเหยื่อ ในบางช่วงที่เธออยู่ในตันตนที่แท้จริง เธอขอให้แบร์ฆ่าเธอให้พ้นจากความทรมาน เธอเป็นคนที่ต้องจ่ายราคาของคำอธิษฐานของแบร์ และนี่ก็คือความสยองขวัญของชีวิต

    ฮอลลีวูดใช้คอนเส็ปต์คำอธิษฐานในหนังหลายเรื่อง เช่น Big (1988) Liar Liar (1997) 13 Going on 30 (2004) เป็นต้น มันทำให้หนังเข้าไปในพื้นที่ของหนังแฟนตาซี และลดความสมจริง เรื่องนี้ก็เช่นกัน ต่างกันตรงที่ทำเป็นหนังสยองขวัญ และเราคนดูก็จะยอมหลับตาข้าหนึ่ง ยอมรับว่ามันเป็นหนัง what-if สมมุติว่าเราสามารถอธิษฐานอะไรก็ได้

    Obsession เป็นงาน plot-based เล่นกับพล็อตเป็นหลัก จบโดยใช้สูตรเดียวกับหนังไซไฟเรื่อง Life (2017) ที่ตัวละครสองคนพบจุดจบสลับกัน ทั้งสองพบว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นคือความสยองขวัญ และหนังก็จบด้วยเสียงหวีดร้องเหมือนกัน

    จุดเด่นที่สุดของ Obsession กลับอยู่ที่นักแสดงหญิง (Inde Navarrette) ทำให้อดเปรียบเทียบกับ แจ็ค นิโคลสัน ในเรื่อง The Shining ของ สแตนลีย์ คูบริก ไม่ได้

    The Shining เป็นหนังผี สร้างจากงานเขียนของ สตีเฟน คิง แจ็ค นิโคลสัน ในเรื่องนี้แสดงได้หลอนน่ากลัวมาก จนถือเป็นมาตรฐานงานหลอน

    เหตุที่โยงถึง The Shining เพราะทั้งสองเรื่องใช้นิทานเด็ก Hansel and Gretel ของ Brothers Grimm มาเสียบเหมือนกัน

    The Shining ใช้ Hansel and Gretel เป็นกรอบของเรื่อง เปรียบป่าเป็นโรงแรมในเรื่อง  ตัวละครหลักเปรียบเหมือนแม่มดในนิทาน ฯลฯ

    ส่วนใน Obsession เรื่อง Hansel and Gretel ถูกดัดแปลงเป็นว่า Gretel (อุปมาเป็นนิกกี้) พยายามจะชวนน้องชาย (อุปมาเป็นแบร์) ขึ้นเตียง ในตัวตนจริงนิกกี้มองแบร์เป็นเพียงน้องชาย การที่อำนาจเหนือธรรมชาติครอบงำบังคับให้เธอรักลุ่มหลงแบร์ จึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ผลที่ตามมาคือพฤติกรรมสยองขวัญทั้งหลาย

    โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ แม้แต่คำอธิษฐานก็มีราคาของมัน

    และบ่อยครั้งคนจ่ายราคาของคำอธิษฐานมักเป็นคนอื่น

    7.666/10
    (ฉายทางโรงภาพยนตร์)

    วินทร์ เลียววาริณ 
    24-6-26

    วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB

    (มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)

    1
    • 0 แชร์
    • 12

บทความล่าสุด