-
วินทร์ เลียววาริณ0 วันที่ผ่านมา
ตอนนี้ชาวโลกกำลังดูมวยรุ่นเฮฟวีเวทของคู่นี้
ฝ่ายแดงคือทรัมป์ลูกแยงกี้ ฝ่ายน้ำเงินคือคาร์นีย์ลูกเมเปิล
ทรัมป์ลูกแยงกี้เป็นนักมวยหมาบ้า ชกไปทั่ว ไม่ว่ามิตรหรือศัตรู ชกหมด ชาวบู๊ลิ้มเชื่อว่าเพราะไปกินบัวหิมะพันปีเข้าไป แรงดีไม่มีถอย
แต่หมอฮัวโต๋เชื่อว่าทรัมป์ลูกแยงกี้น่าจะกินบัวผิดประเภท เผลอไปกินกลีบบัวของเทพธิิดาคาลิปโซใน The Odyssey กินแล้วความจำเสื่อม จำไม่ได้ว่าใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรู ไปท้าชกกับพันธมิตรดั้งเดิม
สำหรับคาร์นีย์เป็นนักมวยใหม่ แต่ไม่เคยเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ใครชกมา กูชกกลับ เชื่อว่าน่าจะเพิ่งไปดู กังฟูซอคเกอร์ ของโจวซิงฉือ อะดรีนาลีนยังพลุ่งพล่าน เห็นหน้าทรัมป์ลูกแยงกี้เป็นลูกฟุตบอล
ในยกล่าสุดทรัมป์ลูกแยงกี้กล่าวว่า “ขอล่วงเกิน”
คาร์นีย์ลูกเมเปิลตอบกลับ “ลูกผู้ชายฆ่าได้ หยามมิได้”
ทรัมป์ลูกแยงกี้กล่าว “อย่าหาว่าข้าฯมิเกรงใจ”
"มิเกรงใจเช่นไร?"
"ก็ขึ้นภาษีไง"
แต่กระบวนท่าโต้กลับของคาร์นีย์คือ dollar-for-dollar
นั่นคือหากทรัมป์ชกด้วยหมัด tariff คาร์นีย์ก็จะสวนด้วย tariff เข้าไปตรงๆ ไม่อ้อมค้อม
คาร์นีย์ลูกเมเปิลบอกว่า ทรัมป์ลูกแยงกี้ "ขอมากไป ให้นิดเดียว" (asked too much, offered too little)
เป็นอันว่าการเจรจาการค้าล้ม
คนดูคาดไม่ถูกว่ายกต่อไป จะชกกันยังไง
คาร์นีย์ลูกเมเปิลบอกว่า "มารดามันเถอะ ถ้าทรัมป์ลูกแยงกี้ยังชกใต้เข็มขัดอย่างนี้ ข้าฯขอออกจากเวทีนี้ ไปหาคู่ค้าคนใหม่ดีกว่า"
หมายถึงจีน
ฝั่งทรัมป์ลูกแยงกี้บอกว่า "อย่าเพิ่งไปหาจีน อยู่ชกให้จบก่อน"
ความจริงนักมวยสองค่ายนี้เป็นพันธมิตรมานาน การเปิดเวทีชกกันจึงเป็นเรื่องที่ชาวบู๊ลิ้มคาดไม่ถึง แต่มิตรภาพเป็นภาพลวงตา และตรงตามสัจธรรมแห่งบู๊ลิ้มที่ว่า มิมีงานเลี้ยงใดมิเลิกรา
อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็หวังว่านักมวยสองคนนี้จะหันมาปรองดองกัน หวังว่าทรัมป์ลูกแยงกี้จะกลับตัวกลับใจ ตามสำนวนยุทธจักรที่ว่า “ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต กลับใจคือฟากฝั่ง”
ทรัมป์ลูกแยงกี้คงฟังไม่เข้าใจ ใครสักคนช่วยบอกเขาหน่อยว่าแปลว่าอะไร
แต่อย่าแปลว่า Suffering sea is limitless, return heart is shore. ความหมายผิดไปไกล
เคี้ยกเคี้ยก
วินทร์ เลียววาริณ
24-8-261- แชร์
- 17
-

เคยไหมที่คุณมอบของขวัญให้ญาติพี่น้องหรือมิตรสนิท เมื่อได้รับแล้ว เขาหรือเธอบอกว่า “ซื้อมาทำไม ของแพงอย่างนี้”
ก็รู้ว่าเขาหรือเธอเกรงใจหรือเป็นห่วงว่าเราใช้เงินมากเกินไปในเรื่องที่ไม่น่าจำเป็น แต่ประโยคนี้อาจทำให้ผู้ให้ของขวัญสะดุดกึก
สำหรับผู้รับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นไร้ประโยชน์ที่จะตอกย้ำซ้ำเติม
เรื่องการซื้อของแพงโดยไม่จำเป็น หรือตนเองไม่ชอบของแพง ให้หาโอกาสอื่นคุยกันอีกรอบ ปีหน้าเขาจะได้ไม่ซื้อของแพงมาให้อีก
แต่ในชั่วขณะที่ได้รับของขวัญ ให้กล่าวว่า “ขอบคุณ”
เรื่องบางเรื่องพูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่ต้องพูด แม้จะหวังดีเพียงใด
เรื่องบางเรื่องไม่ต้องพูด ไม่ว่าจะคันปากแค่ไหน
เวลาพบหน้ากัน บางคนทักเพื่อนว่า “ไม่ได้เจอกันนาน ทำไมอ้วนจัง”
ในยุคนี้ มีโอกาสสูงถึง 99 เปอร์เซ็นต์ว่าคนฟังไม่ชอบวลี “ทำไมอ้วนจัง”
มันอาจเป็นปมด้อยของคนฟัง เขาหรือเธออาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพสืบเนื่องจากความอ้วน อาจกำลังพยายามลดน้ำหนักแต่ไม่สำเร็จ เมื่อใครย้ำเตือนเรื่องนี้ ก็อาจทุกข์ใจ
ดังนั้นเวลาพบหน้าเพื่อนที่เห็นชัดว่าอ้วนเกินไป ก็แค่ทักว่า “ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีหรือ?” เท่านี้ก็พอ
ส่วนวิธีการลดความอ้วนหรือรักษาสุขภาพ ให้หาโอกาสและวิธีที่เหมาะสมบอกเขาหรือเธอ
เรื่องบางเรื่องพูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่ต้องพูด เวลาเจอเพื่อนที่แต่งงานมาแล้วสามปี บางคนทักถามว่า “ทำไมยังไม่มีลูก?” หรือ “เมื่อไหร่จะมีลูก?”
บางคนไปไกลถึงขนาดว่า “ทำเป็นรึเปล่า?”
ทักถามด้วยความปรารถนาดี แต่มันอาจทำร้ายจิตใจคนฟังโดยไม่รู้ตัวก็ได้ เพราะเขาหรือเธออาจอยากมีลูกมาก แต่มีไม่ได้ พยายามแล้ว แต่ไม่สำเร็จ ด้วยข้อจำกัดทางสรีระ
แค่ทักว่า “สบายดีหรือ?” ก็พอ
เรื่องบางเรื่องพูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่ต้องพูด
ในแวดวงคนทำงานศิลปะและวรรณกรรม ก็มีเรื่อง ‘ทำไปแล้วไม่เกิดประโยชน์’
บางคนวาดรูปเสร็จแล้ว ยังไม่ยอมจบ แต่งแต้มสีตรงนั้นตรงนี้ แต้มไปแต้มมาอาจพบว่าภาพรกขึ้นจนไม่สวย
คนทำหนังมากมายเสียดายฟุตเตจที่ถ่ายมา หาทางใส่เข้าไปให้หมด กลายเป็นส่วนเกินของหนัง และที่ร้ายคือทำให้หนังแย่ลง
นักเขียนก็เช่นกัน รีเสิร์ชข้อมูลมามาก เกิดความเสียดายข้อมูลบางส่วนที่ไม่ได้ใช้ ก็หาทางยัดเข้าไป ผลก็คือเรื่องรุงรัง และอาจทำให้เรื่องรวมแย่ลง
นักเขียนที่เก่งจึงเป็นคนที่รู้จักทิ้งส่วนเกิน รู้จักหยุด เมื่อพอก็พอ เมื่อจบก็จบ
งานศิลปะที่มีส่วนเกินคงไม่ทำให้ใครบาดเจ็บ แต่ในการใช้ชีวิต ส่วนเกินอาจทำร้ายจิตใจคนอื่น
ชีวิตนั้นสั้น อย่าเสียเวลาไปกับเรื่องที่ทำไปแล้ว ไม่เกิดอะไรขึ้นมา อย่าใช้ชีวิตแบบไม่รู้จักจบเรื่อง
เวลาคุยกัน อย่าเสียเวลาต่อความยาวสาวความยืด จบก็จบ
เรื่องบางเรื่องเป็นส่วนเกิน ก็ไม่ต้องลากต่อ
เรื่องบางเรื่องพูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ก็ไม่ต้องพูด
วินทร์ เลียววาริณ
25-8-26จาก เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
56 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 200 บาท = บทความละ 3.5 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
https://www.winbookclub.com/store/detail/187/เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
Shopee https://s.shopee.co.th/60Bx1VKarm1 วันที่ผ่านมา -

หนังสือบางเล่มเปลี่ยนวิถีชีวิตคน ทั้งปัจเจกและสังคม โดยเฉพาะในด้านการเมือง เช่น The Communist Manifesto ของ คาร์ล มาร์กซ และ ฟรีดดริค เองเกลส์, Mein Kampf ของฮิตเลอร์ เป็นต้น
สำหรับหนังสือที่ส่งผลกระทบทางสังคมในวงกว้าง ย่อมต้องรวมนวนิยายเรื่อง A Fugitive Crosses His Tracks หรือ En Flyktning Krysser Sitt Spor (1933) เขียนโดย Aksel Sandemose นักเขียนชาวเดนมาร์ก-นอร์เวย์
นวนิยายเรื่องนี้เล่าถึงชีวิตของชนชั้นแรงงาน ฉากคือเมืองยันเต ซึ่งเป็นเมืองสมมุติ ตัวละครเอกของเรื่องเติบโตที่เมืองนี้
ผู้เขียนเล่าเรื่องเมืองสมมุตินามยันเต ชาวเมืองแต่ละคนจะต้องเคารพกฎหรือภาพลักษณ์ของกลุ่ม ทำตามค่านิยมของเมือง
เขียนเป็นกฎได้สิบข้อดังนี้
1 อย่าคิดว่าคุณพิเศษกว่าคนอื่น
2 อย่าคิดว่าคุณเก่งเท่าเรา
3 อย่าคิดว่าคุณฉลาดกว่าเรา
4 อย่าคิดว่าคุณดีกว่าเรา
5 อย่าคิดว่าคุณรู้มากกว่าเรา
6 อย่าคิดว่าคุณสำคัญกว่าเรา
7 อย่าคิดว่าคุณเก่งทุกอย่าง
8 อย่าหัวเราะเยาะเรา
9 อย่าคิดว่าทุกคนจะแคร์คุณ
10 อย่าคิดว่าคุณสามารถสอนเราทุกอย่าง
เรียกว่า กฎของยันเต (The Law of Jante)
นักเขียนบอกว่า ไอเดียเรื่องกฎของยันเตนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เขาไม่ได้คิดค้นขึ้นมาเอง มันเป็นรากของสังคมสแกนดิเนเวียมานานนมหลายศตวรรษแล้ว
กฎของยันเตสะท้อนสไตล์วิถีชีวิตที่เสมอภาคของชาวนอร์ดิก (Nordic) คือคนในกลุ่มยุโรปทางเหนือ เช่น เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน เป็นต้น แม้ไม่ได้จารึกเป็นกฎหมาย แต่มันสะท้อนในหนังสือเด็ก เพลง ฯลฯ และแม้ไม่ใช่ภาคบังคับ แต่คนส่วนใหญ่ก็กระทำตาม เห็นได้จากถนนหนทางของนอร์เวย์สะอาด มีการรีไซเคิลขวดพลาสติก กระป๋องน้ำอัดลม มีสำนึกทางสังคมสูง
กฎของยันเตในนวนิยายเรื่องนี้อาจมีเจตนาเป็นงานเสียดสี แต่ในโลกของความจริง มันก็มีประโยชน์ มีความเชื่อว่าโรงเรียนสอนกฎของยันเตเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนประพฤติตัวในกลุ่มดีขึ้น เชื่อว่าการพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่อย่างเรียบง่ายก็คือความสุข และส่งผลรวมต่อสังคมที่สงบเรียบร้อย
กฎของยันเตสอนให้ประพฤติตนแบบกลาง ๆ ไม่โฉ่งฉ่าง ไม่ทำตัวเหนือคนอื่น วิถีชีวิตตามกฎของยันเตทำให้แต่ละคนใช้ชีวิต แบบกลมกลืนกับคนอื่น สวมใส่เสื้อผ้าไม่ต่างกันมาก ใช้สินค้าคล้าย ๆ กัน ไม่คุยโวโอ้อวด เชื่อว่ามันคือวิถีแห่งความสุข เหตุหนึ่งอาจเพราะไม่ต้องอิจฉาใคร และมีความรู้สึกว่าเท่าเทียมกัน
ดูเหมือนสังคมสแกนดิเนเวียมีสำนึกต่อสังคมสูงกว่าปัจเจก
หากเราดูภาพรวมของสแกนดิเนเวีย พบว่ารับแนวคิดกฎของยันเตนี้อย่างเต็มที่ ทำไม? ก็ต้องดูที่วัฒนธรรมทั่วไป ชาวสแกนดิเนเวียเป็นพวกที่รักความเสมอภาคที่สุด ในทุก ๆ เรื่อง พวกเขาไม่เห็นว่าทำไมคนคนหนึ่งจึงต้องมีมากกว่า หรือน้อยกว่าคนอื่น ควรจะเสมอภาค ไม่ชอบการแบ่งชนชั้น รักความยุติธรรม เสมอภาค พวกนี้มีความคิดว่า เรามีรถเหมือนกับเพื่อนบ้านของเรา รายได้พอ ๆ กัน
แนวคิดนี้เชื่อว่าโลกเรามีทรัพยากรเพียงพอสำหรับทุกคน ดังนั้นจึงไม่สมควรที่คนคนหนึ่งต้องการมากกว่า หรือทำตัวเหนือกว่าเพราะมีมากกว่า แต่ละชีวิตควรพอใจที่เกิดมาแล้วมีกิน มีใช้ แนวคิดนี้ช่วยรักษาสมดุลของสังคมและเสถียรภาพของสังคม
อย่างไรก็ตาม ความหมายของกฎของยันเตมีนัยหรือโน้มไปในทางปรามคนที่คิดจะ ‘แหกคอก’ ขึ้นสู่ที่สูง ต้องการโดดเด่นกว่าคนอื่น
นี่มิได้แปลว่าเราจะมีรถหรูแพงไม่ได้ แน่นอน ชาวสแกนดิเนเวียสามารถรู้สึกยินดีกับความสำเร็จของคนอื่น คนเหนือกว่าถูกสอนให้รู้สึกเข้าใจจิตใจของคนฐานะไม่ดีหรือด้อยกว่า เมื่อทำงานสำเร็จ จะให้เครดิตทีมเวิร์ก ไม่รับความดีความชอบเป็นของตนคนเดียว เมื่อประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างสูง ก็ไม่คุยโวโอ้อวด ไม่ทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตา เกินสมควร หากสามารถร่วมแบ่งปันความร่ำรวยให้สังคม ก็จะเป็นที่ยอมรับว่า เรารวยกว่าคนอื่นได้
วินทร์ เลียววาริณ
24-8-26จาก เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
56 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 200 บาท = บทความละ 3.5 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
https://www.winbookclub.com/store/detail/187/เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
Shopee https://s.shopee.co.th/60Bx1VKarm1 วันที่ผ่านมา -

ตอน ฟอสซิล 1
วินทร์ #1001 : “เรื่องสั้น The Star ของคลาร์กตั้งคำถามเกี่ยวกับพระเจ้าในมุมมองที่ไม่มีใครคิดมาก่อน แต่ความจริง ผู้เขียนก็ไม่เชื่อว่ามีผู้สร้างในลักษณะนี้”
วินทร์ #2009 : “เอาละ ผมยอมรับได้นะว่าพระเจ้าไม่น่าจะสร้างจักรวาลและโลกในหกวัน เป็นไปได้ไหมว่าหกวันอาจเป็นสัญลักษณ์นามธรรม”
วินทร์ #1001 : “คนหลายร้อยล้านคนในโลกไม่คิดอย่างนี้น่ะซี! แต่ตีความตรงคำเลย ในการทำเซอร์เวย์ปี 2009 ราว 40 เปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกัน เชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ สัตว์ และมนุษย์คู่แรกไม่เกินหนึ่งหมื่นปีที่ผ่านมา 30 เปอร์เซ็นต์บอกว่าการตีความตรงตามไบเบิลเป๊ะถูก แล้ว การสำรวจอีกครั้งนึงพบว่า 5 เปอร์เซ็นต์ของนักวิทยาศาสตร์อเมริกันก็เชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลก สำหรับคนจำนวนมาก ความเชื่อความศรัทธาอยู่เหนือตรรกะทั้งปวง จะเห็นว่ามีคนปฏิเสธหลักฐานเรื่องอายุโลกหน้าตาเฉย ไม่เชื่อถามคุณคาร์ล เซเกน ดู”
คาร์ล เซเกน #1001 : “ผมจำได้ว่าตอนที่หนังเรื่อง Jurassic Park ฉายในอิสราเอล หนังถูกแรบไบจำนวนหนึ่งด่าเช็ด เพราะมันสนับสนุนทฤษฎีวิวัฒนาการที่ว่าไดโนเสาร์มีชีวิตอยู่เมื่อร้อยกว่าล้านปีก่อน ไม่ตรงกับที่ชาวยิวพูดกันในวันปีใหม่ยิวและพิธีแต่งงานว่า จักรวาลมีอายุน้อยกว่าหกพันปี...”
วินทร์ #2009 : “พวกแรบไบเห็นฟอสซิลไดโนเสาร์แล้ว ไม่เชื่อว่าไดโนเสาร์มีจริงหรือ?”
วินทร์ #1001 : “ผมไม่ทราบ จะเห็นว่าผู้คนอิงคัมภีร์มากกว่าหลักวิชาวิทยาศาสตร์ และตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา มีคนมากมายค้นหาคำตอบอายุของ โลกจากไบเบิลโดยคำนวณวันตามเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ในคัมภีร์ ได้ผลว่าโลกมีอายุราวสี่พันถึงหกพันกว่าปี ตั้งแต่พระเจ้าสร้างโลกเมื่อ 3616 ปีก่อน คริสตกาลไปถึง 6984 ปีก่อนคริสตกาล นอกจากนี้ก็มีกลุ่มทางศาสนาชื่อ Young Earth Creationism (YEC) ออกมาสนับสนุนด้วยหลัก creation science”
วินทร์ #7745 : “มีวิทยาศาสตร์สายนี้ด้วยหรือ?”
วินทร์ #1001 : “เปล่า มันเป็นวิทยาศาสตร์เทียม เป้าหมายเพื่อต่อต้านทฤษฎีวิวัฒนาการ กลุ่มนี้บอกว่า “เลือกเชื่อคำของพระเจ้าทั้งหมดหรือไม่ก็ไม่ต้องเชื่อเลย”
วินทร์ #7745 : “แต่การอิงข้อความตามพระคัมภีร์ผิดพลาดได้ เพราะบันทึกของมนุษย์ผิดได้เสมอ”
วินทร์ #1001 : “จริง แต่เวลาคุณบอกว่าคัมภีร์ศาสนาใดเขียนผิด คุณก็เตรียมหัวแตกได้เลย เพราะคนส่วนมากมีภาพฝังหัวว่าคัมภีร์ผิดไม่ได้ ไม่เฉพาะคริสต์นะครับ พุทธเองก็รับไม่ได้หากบอกว่าพระไตรปิฎกบันทึกผิดพลาดสักบรรทัดหรือสักท่อน น่าตลกไหม? เพราะแค่ประวัติศาสตร์ชาติต่างๆ ก็มีข้อผิดพลาดและบิดเบือน เราก็รู้อยู่ว่าผู้ชนะเป็นผู้บันทึกประวัติศาสตร์ และใครจะเขียนอะไรก็ได้ แต่ละคนก็เลือกเชื่อตามใจตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ในวงการวิทยาศาสตร์ก็มีการค้นหาอายุของโลกมานานแล้วเหมือนกัน ใช้วิธีต่าง ๆ แต่ด้วยการค้นพบเทคโนโลยี คาร์บอน เดทติ้ง ทำให้เราพบอายุของสิ่งต่าง ๆ มากมาย...
“คุณเคยเห็นภาพเขียนบนผนังถ้ำฝีมือมนุษย์โบราณไหม อย่างที่ภาพเขียนบนผนังถ้ำ Chauvet-Pont-d’Arc ในเขต Rhone-Alps ฝรั่งเศส เราทำ คาร์บอน เดทติ้ง แล้วพบว่ามันมีอายุ 31,000 ปี เกินอายุของโลกในคัมภีร์ไปคนละเรื่องเลย”
วินทร์ #7745 : “แต่ คาร์บอน เดทติ้ง ก็มีข้อจำกัด”
วินทร์ #1001 : “ถูก นาฬิกาก็มีข้อจำกัด ไม้บรรทัดก็มีข้อจำกัด แต่มันก็วัดค่าได้ถูกต้องในขอบเขตของมัน คาร์บอน เดทติ้ง ก็เหมือนไม้บรรทัดยาวแค่หนึ่งฟุต วัดได้แม่นยำก็จริง แต่ในช่วงสั้น ๆ เราใช้ไม้บรรทัดฟุตเดียววัดระยะทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ไม่สะดวกและคลาดเคลื่อนได้ แต่ก็มีเทคโนโลยีอีกอย่างคือ Radiometric Age Dating สามารถวัดอายุสิ่งของได้ไกลเป็นพัน ๆ ล้านปี”
วินทร์ #7745 : “แล้วได้ผลยังไง?”
วินทร์ #1001 : “การทดสอบอายุหินบนโลกด้วยกรรมวิธี Radiometric Age Dating บอกว่าโลกมีอายุ 4,600 ล้านปี หลักฐานนี้ชัดเจนมาก...”
วินทร์ #7745 : “มีวิธีอื่นอีกมั้ย?”
วินทร์ #1001 : “อย่างที่สามคือความเร็วแสง ในหนึ่งวินาที แสงวิ่งไปได้ไกลสามแสนกิโลเมตร ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเรา 8 นาทีแสง ดวงดาวที่ใกล้เรา ที่สุดคือ อัลฟา เซนทอรี”
วินทร์ #2009 : “มันเป็นดาวคู่ไม่ใช่หรือ?”
วินทร์ #1001 : “ขอบคุณที่เสริม ใช่ครับ อัลฟา เซนทอรี เป็นดาวคู่ แต่เรามองเห็นบนฟ้าเป็นจุดเดียว อยู่ห่างจากเรา 4.37 ปีแสง แปลว่าเวลาเราเห็น อัลฟา เซนทอรี ในคืนนี้ มันคือภาพของ อัลฟา เซนทอรี เมื่อ 4.37 ปีที่ผ่านมาแล้ว เพราะแสงจาก อัลฟา เซนทอรี ต้องใช้เวลา 4.37 ปีเดินทางมาถึงเรา เอาละ ทีนี้สมมุติว่าจักรวาลอายุหกพันปี แสงที่ออกจากจุดเริ่มต้นคือ บิ๊ก แบง ย่อมไปไกลแค่หกพันปีแสง เราก็ย่อมเห็นดวงดาวทั้งหลายไกลที่สุดเพียงนั้น ซึ่งแปลว่าเราจะเห็นดวงดาวบนฟ้าเพียงประปราย แต่ในความจริง ดวงดาวจำนวนมหาศาลที่เราเห็นผ่านกล้องโทรทรรศน์ทั้งบนโลกและในอวกาศอยู่ไกลเกินหกพันปีแสง เฉพาะขนาดของทางช้างเผือก เราวัดค่าได้หนึ่งแสนปีแสง ดวงดาวที่กระจายกลางฟ้าราตรีเป็นหลักฐานว่าจักรวาลมีอายุมากกว่าหกพันปี ไม่เพียงเท่านั้น เรายังสามารถใช้กล้องโทรทรรศน์มองไกลออกไปเห็นดาราจักรอื่น ๆ และเห็นไกลถึงกว่าหมื่นล้านปีแสง ทำให้เรารู้อายุของจักรวาลว่าราว 13.79 พันล้านปี และนี่เป็นแค่จักรวาลที่เรามองเห็นเท่านั้น ถ้ายังไม่เชื่ออีก ก็มาถึงกระบวนการหาความจริงอย่างที่สี่คือทฤษฎีวิวัฒนาการ...”
วินทร์ #7745 : “ของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน...”
วินทร์ #1001 : “ใช่ คนที่หัวแตกโดนเย็บหลายแผลคนนั้นแหละ! ฟอสซิลจำนวนมหาศาลที่กระจายไปทั่วโลกชี้ให้เห็นว่าชีวิตบนโลกเริ่มมาหลายพันล้านปีก่อน และวิวัฒนาการมาช้า ๆ มนุษยชาติไม่ได้สืบทอดมาจากมนุษย์คู่แรก แต่วิวัฒนาการมาจากมนุษย์วานร ซึ่งวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็วิวัฒนาการมาจากสัตว์อื่นอีกหลายทอด...
“ในบรรดาหลักฐานทั้งหมดนี้ ทฤษฎีวิวัฒนาการของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ทำให้วงการศาสนาตะวันตกปั่นป่วน เพราะมันชนกับแนวคิดเรื่องความคงอยู่ของพระเจ้าอย่างเลี่ยงไม่พ้น อาจกล่าวได้ว่าหนังสือ On the Origin of Species ของดาร์วินทำให้โลกสะเทือน เพราะมันเปลี่ยนมุมมองวิธีคิดต่าง ๆ ไม่เฉพาะในวงการศาสนา แต่ในวงการวิทยาศาสตร์ด้วย ความจริงดาร์วินคิดทฤษฎีวิวัฒนาการมาได้ยี่สิบปีแล้ว แต่ลังเลที่จะเผยแพร่ความคิดนี้ออกสู่สาธารณชน เพราะรู้ว่าสังคมยังไม่พร้อม หรืออาจกลัวโดนตีหัวก็ได้ แต่ในที่สุดมันก็ได้รับการตีพิมพ์ แม้จะถูกต่อต้านมากจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ตาม แต่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สักชิ้นเดียวที่สามารถแย้งทฤษฎีนี้...”
วินทร์ #7745 : “ไม่มีเลยหรือ?”
วินทร์ #1001 : “ไม่มีเลย คุณก็น่าจะรู้ว่าฝ่ายที่เชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลก คือกลุ่ม Creationism รอหลักฐานซักชิ้นนึงซึ่งจะล้มทฤษฎีวิวัฒนาการมานานแล้ว ถ้ามีสักชิ้นเดียว รับรองว่าทฤษฎีวิวัฒนาการต้องโดนถล่มแน่นอน แต่ถึงกระนั้นพวก creationist ก็ไม่พบหลักฐานอะไรสักชิ้นเดียว ต่อมาค่าย creationism ส่งนักมวยใช้กระบวนท่า Intelligent Design ออกมา ค่ายดาร์วินก็ไม่น้อยหน้า ส่งนักมวยชื่อ ริชาร์ด ดอว์กินส์ ขึ้นเวที...”
วินทร์ #7745 : “ใช่คนที่เขียนเรื่อง The God Delusion หรือเปล่า?”วินทร์ #1001 : “ใช่แล้ว นักมวยคนนี้หมัดหนัก โจมตีเรื่องพระเจ้าโดยใช้หลักฐานทางชีววิทยา ในบรรดาฝ่ายที่ ‘โปร’ ทฤษฎีวิวัฒนาการ ริชาร์ด ดอว์กินส์ นับว่าเป็นจักรกลสำคัญที่เผยแพร่ทฤษฎีนี้ แล้วศึกษาลึกลงไปอีก เขาบอกว่าธรรมชาติไหลไปอย่างไร้แบบแผน ชีวิตบนโลกเกิดขึ้น วิวัฒนาการไปเรื่อย ๆ ตามหนทางของแต่ละชีวิต พลิกแพลงไปตามสถานการณ์ เหมือนสายน้ำที่ไหลไปตามภูมิประเทศต่าง ๆ เมื่อเจอทางตัน ก็ไหลอ้อมไปที่อื่น มันไม่มีร่องรอยของการออกแบบ บ่งชี้ว่าไม่น่ามีผู้สร้าง”
วินทร์ #7745 : “พระเจ้าอาจทรงซ่อนร่องรอยของการออกแบบไว้”
วินทร์ #1001 : “นี่ก็คือเหตุผลที่ฝ่าย Intelligent Design ใช้”
วินทร์ #7745 : “Intelligent Design เป็นยังไง?”
วินทร์ #1001 : “มันเป็นแนวคิดที่ใช้ตรรกะแบบอ้อม ๆ เพื่อรองรับการดำรงอยู่ของผู้สร้างหรือพระเจ้า เหตุผลที่กลุ่มนี้เสนอก็ฟังดูดี คือชี้ให้เห็นความซับซ้อนของร่างกายมนุษย์ เช่น นัยน์ตา มันเป็นอวัยวะที่ซับซ้อนเหลือประมาณ มันละเอียดลออจนเกินฝีมือของธรรมชาติ จึงสรุปว่าเป็นผลงานของผู้สร้าง ฟังดูก็น่าคล้อยตามทีเดียว ลองคิดดู โลกในยุคแรกมีแต่สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว มันจะสร้างนัยน์ตาที่ซับซ้อนขนาดนี้ขึ้นมาได้ยังไง แต่เวลาเราถกกัน เราสู้กันด้วยหลักฐานใช่มั้ย? หากใช้คำที่นักสืบ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ พูดบ่อย ๆ คือ ‘When you have eliminated the impossible, whatever remains, however improbable, must be the truth.’ เมื่อนักสืบตัดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปทีละชิ้น ข้อมูลที่เหลือไม่ว่าดูไม่น่าเป็นไปได้เพียงไรก็คือความจริง หลักฐานทางฟอสซิลมิเพียงชี้ว่า นัยน์ตาวิวัฒนาการมาจากศูนย์ มันยังเกิดขึ้นมาอย่างเป็นเอกเทศต่างที่ต่างเวลากันหลายครั้ง ไม่น่าเชื่อใช่มั้ย? แต่เรามีหลักฐาน เรามีสิ่งมีชีวิตที่มีนัยน์ตาแบบต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างไร? คำตอบคือเวลา ด้วยเวลาที่ยาวนานเป็นล้าน ๆ ปี นัยน์ตาก็เกิดขึ้นมาได้จากศูนย์!”
วินทร์ #7745 : “ผมเข้าใจละ คุณกำลังบอกว่าเวลาสี่พันล้านปีตั้งแต่เริ่มมีสิ่งมีชีวิตแรกบนโลกยาวนานพอสร้างอวัยวะพิสดารอย่างนัยน์ตา...”
วินทร์ #1001 : “ใช่และไม่ใช่! การสร้างนัยน์ตากินเวลานานจริง แต่มันไม่ได้ใช้เวลาถึงสี่พันล้านปี แค่ห้าร้อยล้านกว่าปีเท่านั้น! คือในยุคแคมเบรียน ที่เรียกว่า The Cambrian explosion เพราะเรายังไม่พบหลักฐานนัยน์ตาก่อนหน้ายุคนั้น...”
(ยังมีต่อ)
วินทร์ เลียววาริณ
23-8-26จากหนังสือ วินทร์-วินทร์ Situation
สารคดีเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์
อ่านฟรีที่เพจนี้ก็ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เป็นเล่ม ก็อ่านได้ถึงลูกหลาน
ราคาแค่ 225.- เท่านั้น หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วสั่งซื้อได้ที่ https://www.winbookclub.com/store/detail/141/วินทร์-วินทร์%20Situation
ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน
2 วันที่ผ่านมา -

คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ
คำถาม: ช่วงนี้เป็นเทศกาลประกวดหนังสือรางวัลซีไรต์ คุณวินทร์เคยได้รับรางวัลซีไรต์สองครั้ง ช่วยเล่าประสบการณ์ท่อนนี้หน่อย
อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/6a874ce6e27a54e9c77853ef
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"
2 วันที่ผ่านมา -

วันนี้คุณบริสุทธิ์บินไปเมืองจีนเพื่อทำธุรกิจ เขาเช็กอินที่โรงแรมแห่งหนึ่ง
ไปเมืองจีนเที่ยวนี้ คุณบริสุทธิ์รู้สึกว่าหญิงสาวชาวจีนสวยขึ้น และมีเสรีภาพในการแสดงออกมากขึ้นกว่าครั้งคุณบริสุทธิ์ไปเยือนเมื่อยี่สิบปีก่อน
รีเซพชันนิสต์โรงแรมที่คุณบริสุทธิ์พักหน้าตาสวย ยิ้มแย้มแจ่มใส แนะนำร้านอาหารหลายแห่งให้คุณบริสุทธิ์ หล่อนพูดภาษาอังกฤษไม่ดีนัก คุณบริสุทธิ์ก็พูดจีนไม่ได้ แต่ก็สื่อสารกันรู้เรื่อง คุยถูกคอ เห็นชัดว่าทั้งสองถูกชะตากัน
หล่อนว่า “Tonight you sex fun with me.”
คุณบริสุทธิ์นิ่งไปอึดใจ “Sex fun?”
“Yes.” หล่อนตอบ ตาสบตา
“With you?”
“Yes.” สีหน้าหล่อนยิ้มแย้ม “Tonight you fun me okay?”
“Okay.” คุณบริสุทธิ์ตอบรับ เพราะการปฏิเสธผู้อื่นมิใช่สิ่งที่พึงกระทำ ยิ่งมิสมควรกระทำหากเป็นหญิงสาวสวย
นัยน์ตาหล่อนเป็นประกายวาวขณะพูดต่อ “Want to sex, free sex. Want five sex tonight.”
ลมหายใจของคุณบริสุทธิ์เริ่มถี่ ไม่นึกว่าการเดินทางไปเมืองจีนเที่ยวนี้คือการขึ้นสวรรค์
ชายคนหนึ่งที่ยืนข้าง ๆ คุณบริสุทธิ์หันหน้ามาบอก “อย่าคิดมาก เธอหมายถึงกินข้าวน่ะ เซ็ก ฝั่น แปลว่ากินข้าว เธอแค่จะชวนคุณไปกินข้าว”
“อ้าว! แล้วกัน แต่หลังจากกินข้าว เธอต้องการอีกอย่างไม่ใช่หรือ? เธอบอกว่า Want to sex, free sex. Want five sex tonight. เธอขอตั้งห้าครั้งแน่ะ”
“เธอบอกว่า you fun me คือ you phone me เบอร์โทรศัพท์เธอคือ 1263615629”
วินทร์ เลียววาริณ
22-8-26.........................
จากนวนิยาย เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์กับนางสาวภุมรี ศจีรมย์ สมถวิล จินตหรา พารัก ปักเสน่ห์ เรวดี ศรีสกาว (ใช่ นิยายชื่อยาวๆ กวนตีนอย่างนี้แหละ Who will why)
นี่เป็นนวนิยายแนวใหม่ที่นำขำขันตลกๆ ระดับ ‘ขำกลิ้ง’ 400 เรื่องมายำเป็นนวนิยาย
ค่าคลายเครียดแค่ 330 บาท เฉลี่ยขำละ 80 สตางค์ หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วโปรโมชั่น https://www.winbookclub.com/store/detail/196/แพคเกจพิเศษ%203%20in%201
Shopee เดี่ยว https://s.shopee.co.th/1VjWGyXzed
https://s.shopee.co.th/9A8xPCjmLp
ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน
3 วันที่ผ่านมา
