• วินทร์ เลียววาริณ
    0 วันที่ผ่านมา

    ฟิล์ม นัวร์ (Film Noir) เป็นคำฝรั่งเศส แปลว่าหนังดำหรือหนังมืด คำนี้ฮิตและใช้กันในวงกว้างตั้งแต่ทศวรรษ 1970 มักเป็นหนังที่ฉายภาพดำมืดของสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ ฟิล์ม นัวร์ ที่เราพูดๆ กันมักหมายถึงหนังที่มีองค์ประกอบของดรามา อาชญากรรม เซ็กส์ คอร์รัปชั่น มาเฟีย ตำรวจ นักสืบเอกชน และตัวร้ายผู้หญิง (femme fatale) ส่วนใหญ่ปรากฏในรูปหนังขาวดำฮอลลีวูดในทศวรรษ 1940s - 1950s

    ตัวละครจำนวนมากเป็นนักสืบ เช่น นักสืบ แซม สเปด ใน The Maltese Falcon และนักสืบ ฟิลิป มาร์โลว์ ใน The Big Sleep (ทั้งสองเล่นโดย ฮัมฟรีย์ โบการ์ท)

    ฟิล์ม นัวร์ เน้นความสวยงามของภาพขาวดำ มักใช้เทคนิคจัดแสงแบบแสงสว่างน้อย พื้นดำมาก ความคมภาพสูง จุดเด่นอีกข้อหนึ่งคือใช้เสียงพากย์เล่าเรื่อง (narrative voice over) ถ้านึกไม่ออก ก็เช่นหนังเรื่อง Sin City มีเสียงตัวละครพูดความในใจทับภาพเป็นระยะ

    นี่ทำให้หลายคนเห็นว่า ฟิล์ม นัวร์ ไม่ใช่ตระกูลหนัง (genre) แต่เป็นเพียงสไตล์

    ฟิล์ม นัวร์ ยุคแรกได้รับอิทธิพลมาจากนิตยสารแนว pulp magazines นักเขียนในสายนี้มีมากมาย เช่น เรย์มอนด์ แชนด์เลอร์ ผู้เขียน The Big Sleep (1939), Murder, My Sweet (1944), The Big Sleep (1946), Lady in the Lake (1947), Double Indemnity (1944), The Blue Dahlia (1946), Strangers on a Train (1951) ฯลฯ

    มาถึงศตวรรษที่ 21 ฟิล์ม นัวร์ แบบดั้งเดิมหมดยุคไปนานแล้ว แต่ก็มีคนนำกลับมาเล่นใหม่ในรูป modern film noir

    ซีรีส์ Sugar (2024-2026) เป็นหนังนักสืบสมัยใหม่ที่ใช้องค์ประกอบของ ฟิล์ม นัวร์ ยุคเก่า วลี "ใช้องค์ประกอบ" หมายความตรงคำ คือเสียบฟุตเตจหนังนักสืบเอกชนในอดีตใส่ในหนังฉากปัจจุบัน แบบแปะใส่

    ผู้สร้างซีรีส์ Sugar ต้องการให้หนังชุดนี้เป็น 'love letter' เป็นงานบูชาครูเพื่อระลึกถึงหนังนัวร์ในอดีต ด้วยเหตุนี้ตอนแรกของ Sugar จึงเปิดเรื่องด้วยภาพขาวดำ เล่าเรื่องโดยใช้ narrative voice over บรรยายความรู้สึกของผู้เล่า (ตัวละครหลัก) คอนเส็ปนี้ทำให้ต้องออกแบบตัวละครเอกเป็นคนรักหนัง ชอบดูหนัง ฟิล์ม นัวร์ เก่าๆ ทำให้สามารถเสียบฟุตเตจของหนังเก่าเข้าไปในหนังใหม่ได้

    นักสืบเอกชนในเรื่องนี้ชื่อ จอห์น ซูการ์ รับบทโดย คอลิน ฟาร์เรลล์ แต่เราจะเห็น Robert Mitchum, Humphrey Bogart ปรากฏแว่บๆ ในหนัง เป็นรสชาติแปลกๆ

    หนังใช้เมือง ลอส แองเจลิส (แอลเอ) เป็นฉาก แสดงภาพหรูหราตัดกับภาพเสื่อมโทรมของเมืองนี้ เหมือนขาวกับดำ

    ท่อนหนึ่งของหนังยกคำพูดของสถาปนิกอเมริกัน แฟรงก์ ลอยด์ ไรท์ เป็นเสียง voice over ว่า "Tip the world on its side and everything loose lands in Los Angeles." (เอียงโลกด้านข้าง แล้วทุกสิ่งที่ไร้รากจะไหลไปกองที่ ลอส เองเจลิส)

    ทุกสิ่งที่ไร้รากในที่นี้น่าจะหมายถึงคนพเนจร คนที่ไม่มีที่มาที่ไป ความหมายคือแอลเอเป็นศูนย์รวมคนที่ไม่มีที่มาที่ไป เป็นเมืองที่รวมคนหลายสายพันธุ์ เป็นสถานที่แห่งความสับสน วุ่นวาย

    วลี 'จุดรวมสายพันธุ์' ก็คือหัวใจของหนังชุดนี้

    แต่ Sugar ไม่ใช่งานตระกูลนักสืบล้วนๆ และไม่ใช่หนังโหยหาอดีตอย่างเดียว มันผสมกับงานตระกูลอื่น ซึ่งผมไม่สามารถบอกในบทรีวิว เพราะจะเป็นสปอยเลอร์ระดับมหันตภัยหายนะ มันเป็นเซอร์ไพรซ์สุดๆ ในท้ายซีซัน 1 จนต้องอุทาน "เอางั้นเหรอ"

    เป็นเซอร์ไพรซ์ที่อาจทำให้เรารักหนังเรื่องนี้ หรือเกลียดไปเลย

    ใครที่ดูหนังชุดนี้แล้ว กรุณาอย่าคอมเมนต์บอกจุดเซอร์ไพรซ์นี้ ถือว่าบาปกรรมมาก

    การผสม genre ในเรื่องนี้แปลกประหลาด เหมือนน้ำผสมน้ำมัน ให้รสชาติประหลาด บรรยายไม่ถูก ไม่ว่าชอบหรือไม่ชอบ ก็ถือว่าเป็นความสดใหม่อย่างหนึ่งของหนังนักสืบแน่นอน

    ซีซั่น 1 ดีงาม ซีซั่น 2 เริ่มเข้ารกเข้าพงและเฉื่อยลง แต่โดยภาพรวม Sugar เป็นงานที่แปลก ชอบหรือไม่ชอบ คอหนังจริงก็ไม่น่าพลาด

    ป.ล. ช่วงนี้วิจารณ์หนังจาก apple TV+ บ่อย เพราะกะจ่ายค่าสมาชิกแค่เดือนเดียว จึงดูหนังแบบกวาด พบว่ามีหนังที่สามารถดูได้หมดในเดือนเดียวและคุ้ม ว่างๆ ค่อยมาบอกว่าควรดูเรื่องไหนบ้างในหนึ่งเดือน

    8/10
    ฉายทาง apple TV+

    วินทร์ เลียววาริณ 
    3-10-26

    วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB (คีย์คำว่า วินทร์ เลียววาริณ)

    (มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)

    1
    • 0 แชร์
    • 10

บทความล่าสุด