-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
ไถ่บาปมนุษย์ (2)
(ต่อจาก https://www.facebook.com/photo/?fbid=1724290475726303&set=a.208269707328395)
วินทร์ #1001 : “หลังจากนั้นพระเยซูในวัยสามสิบก็เดินทางเผยแผ่คำสอนไปในที่ต่างๆ สอนให้คนรักศัตรู ลดความเกลียดชัง ตัณหา หันแก้มอีกข้างให้ศัตรูตบ และสอนให้คนเดินตามกฎหมายของชาวยิว และให้ศรัทธาต่อพระเจ้า ผู้คนเชื่อว่าคำสอนของพระเยซูเป็นคำของพระเจ้า เพราะพระเยซู ตรัสว่า ‘คำสอนของเราไม่ใช่ของเรา แต่เป็นของผู้ที่ส่งเรามา’ นอกจากนี้ยังทรงแสดงปาฏิหาริย์ต่าง ๆ เช่น รักษาคนป่วย เดินบนน้ำ กิตติศัพท์แพร่ไปทั่วแผ่นดิน นี่ก็คงเป็นเหตุผลที่ถูกคนปองร้าย เชื่อกันว่าความตายของพระเยซูเกิดจากการเมือง”
วินทร์ #7744 : “แต่พระเยซูไม่เล่นการเมืองนี่”
วินทร์ #1001 : “คุณเคยได้ยินประโยคนี้หรือเปล่า : ‘ถึงท่านไม่เล่นการเมือง แต่การเมืองก็จะเล่นท่าน’ การที่จู่ ๆ มีศาสดาของศาสนาใหม่มาประกาศความเชื่อและสร้างอาณาจักรแห่งพระเจ้า ก็คงจะทำให้บางฝ่ายรู้สึกไม่ปลอดภัย กลัวว่าพระเยซูจะกลายเป็นผู้นำทางการเมือง ทำให้พวกเขาเสียอำนาจ ก็กะเล่นถึงตาย”
วินทร์ #7744 : “ได้ยินว่าพวกยิวฆ่าพระเยซู”
วินทร์ #1001 : “เรื่องนี้บันทึกกันมาอย่างนี้จริง”
วินทร์ #7744 : “ทำไม? พระเยซูก็เป็นยิวนี่นา”
วินทร์ #1001 : “เรื่องนี้ยังถกกันอยู่ เป็นประเด็นที่เรียกว่า Jewish Deicide โยนกันไปโยนกันมา วิวาทะกันมานาน ฝ่ายยิวว่านี่เป็นความพยายามแต่งเรื่องให้ยิวเป็นผู้ร้าย และสร้างภาพว่าบาปนี้ชาวยิวรุ่นลูกหลานต้องรับด้วย ซึ่งส่งผลให้ชาวยิวรุ่นหลังรับบาปนี้ ไปที่ไหนก็ถูกรังเกียจ น่าสังเกตว่าบันทึกของสาวกเขียนเรื่องนี้ไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นไปได้เพราะเขียนมานานหลายสิบปีหลังเกิดเหตุการณ์นั้น...”
วินทร์ #7744 : “พระเยซูตายยังไง?”
วินทร์ #1001 : “ในช่วงสุดท้ายของชีวิต พระเยซูไปเมืองเยรูซาเลม กินอาหารมื้อสุดท้ายที่เรียกว่า The Last Supper กับศิษย์สิบสองคน พระเยซูมีสาวกหลักสิบสองคน ถ้าเทียบกับพระพุทธเจ้า สาวกชุดแรกก็คือปัญจวัคคีย์ คุณเรียนวิชาศีลธรรมมาน่าจะจำได้ เพราะเราถูกสั่งให้ท่องมาตลอด”
วินทร์ #2009 : “โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ”
วินทร์ #1001 : “นั่นแหละ เป็นกลุ่มแรกที่ได้รับฟังปฐมเทศนาจากพระพุทธองค์”
วินทร์ #2009 : “คือธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แสดงที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ที่แสดงปฐมเทศนา ก็คือวันอาสาฬหบูชา”
วินทร์ #6616 : “เชื่อว่าคุณน่าจะสอบวิชานี้ผ่านแน่ ๆ เพราะจำแม่น ฮา!”
วินทร์ #7744 : “อย่าเพิ่งนอกเรื่อง ตกลงพระเยซูตายยังไง?”
วินทร์ #1001 : “สาวกคนหนึ่งคือ จูดาส ทรยศ ชี้ตัวพระเยซูให้พวกนักบวชยิวมาจับตัวพระองค์ไป พระเยซูถูกพาไปขึ้นศาลโรมัน ยิวตั้งข้อหาว่าพระเยซูกำลังพยายามตั้งตนเป็นกษัตริย์แห่งยิว แม้ศาลจะไม่เห็นว่าพระเยซูทำความผิดอะไร แต่ก็ถูกกดดันจนต้องตัดสินว่าพระเยซูมีความผิด โทษคือประหาร ด้วยการตรึงร่างบนไม้กางเขน สวมมงกุฎหนาม แบกไม้กางเขนไป แล้วถูกตรึงบนไม้กางเขนโดยมีโจรสองคนถูกตรึงขนาบอยู่ข้างซ้ายและขวา หนึ่งในนั้นเปลี่ยนมานับถือคริสต์ในนาทีสุดท้าย...
“เมื่อพระเยซูตายแล้ว ศพถูกห่อผ้าและฝังในถ้ำ ต่อมาเมื่อเปิดถ้ำก็พบว่าศพหายไปแล้ว เชื่อว่าพระเยซูฟื้นคืนชีพและขึ้นสู่สวรรค์ วันที่พระเยซูฟื้นจากความตายก็คือวันอีสเตอร์”
วินทร์ #6116 : “เทศกาลที่มีไข่อีสเตอร์ใช่หรือเปล่า?”
วินทร์ #2009 : “ใช่ Easter eggs สำหรับชาวคริสต์ ไข่เป็นสัญลักษณ์ของถ้ำที่ฝังพระศพซึ่งว่างเปล่าของพระเยซู แสดงว่าพระเยซูฟื้นคืนชีพ นิยมทาเปลือกไข่เป็นสีแดง”
วินทร์ #6116 : “ทำไมทาสีแดง?”
วินทร์ #2009 : “เพราะสีแดงหมายถึงโลหิตของพระเยซูที่ถูกตรึงบนไม้กางเขน”
วินทร์ #6116 : “แต่ไข่น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่ เมื่อลูกไก่จิกเปลือกออกมาสู่โลก”
วินทร์ #2009 : “ก็มีคนตีความอย่างนี้เหมือนกัน โดยสรุปก็คือพระเยซูตายอย่างทรมานเพื่อมนุษยชาติ”
วินทร์ #6116 : “ทำไมทำอย่างนั้น?”
วินทร์ #1001 : “บ้างเชื่อว่าพระเยซูคือพระเจ้ามาเกิดในร่างมนุษย์”
วินทร์ #6116 : “แล้วทำไมต้องเกิดมาในรูปมนุษย์?”
วินทร์ #1001 : “ก็เพื่อรับรู้ความทุกข์ไงครับ จึงสามารถไถ่บาปของมนุษยชาติ เมื่อถูกพวกโรมันตรึงกางเขน ก็ฟื้นจากความตาย ขึ้นสู่สวรรค์ การฟื้นจากความตายสามวันหลังตายบนกางเขนเป็นจุดสำคัญของศรัทธา เป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุด เพราะแสดงให้เห็นว่าพระเยซูมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ จึงสามารถมอบชีวิตนิรันดร์ให้มนุษย์ทั่วไปได้ นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แนวคิดเรื่องศาสดาซึ่งมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยปลดปล่อยมนุษยชาติมีในหลายศาสนา แม้แต่ชาวพุทธเองก็มีความเชื่อว่าในชาติก่อน ๆ พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญบารมีต่าง ๆ หลังจากผ่านสิบชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ ก็เกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะแห่งศากยวงศ์...”
(ยังมีต่อ)
วินทร์ เลียววาริณ
1-11-26จากหนังสือ วินทร์-วินทร์ Situation
สารคดีเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์
อ่านฟรีที่เพจนี้ก็ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เป็นเล่ม ก็อ่านได้ถึงลูกหลาน
ราคาแค่ 225.- เท่านั้น หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วสั่งซื้อได้ที่ https://www.winbookclub.com/store/detail/141/วินทร์-วินทร์%20Situation
มีขายที่ Shopee ด้วย
ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน
1- แชร์
- 3
-

ไถ่บาปมนุษย์ (2)
(ต่อจาก https://www.facebook.com/photo/?fbid=1724290475726303&set=a.208269707328395)
วินทร์ #1001 : “หลังจากนั้นพระเยซูในวัยสามสิบก็เดินทางเผยแผ่คำสอนไปในที่ต่างๆ สอนให้คนรักศัตรู ลดความเกลียดชัง ตัณหา หันแก้มอีกข้างให้ศัตรูตบ และสอนให้คนเดินตามกฎหมายของชาวยิว และให้ศรัทธาต่อพระเจ้า ผู้คนเชื่อว่าคำสอนของพระเยซูเป็นคำของพระเจ้า เพราะพระเยซู ตรัสว่า ‘คำสอนของเราไม่ใช่ของเรา แต่เป็นของผู้ที่ส่งเรามา’ นอกจากนี้ยังทรงแสดงปาฏิหาริย์ต่าง ๆ เช่น รักษาคนป่วย เดินบนน้ำ กิตติศัพท์แพร่ไปทั่วแผ่นดิน นี่ก็คงเป็นเหตุผลที่ถูกคนปองร้าย เชื่อกันว่าความตายของพระเยซูเกิดจากการเมือง”
วินทร์ #7744 : “แต่พระเยซูไม่เล่นการเมืองนี่”
วินทร์ #1001 : “คุณเคยได้ยินประโยคนี้หรือเปล่า : ‘ถึงท่านไม่เล่นการเมือง แต่การเมืองก็จะเล่นท่าน’ การที่จู่ ๆ มีศาสดาของศาสนาใหม่มาประกาศความเชื่อและสร้างอาณาจักรแห่งพระเจ้า ก็คงจะทำให้บางฝ่ายรู้สึกไม่ปลอดภัย กลัวว่าพระเยซูจะกลายเป็นผู้นำทางการเมือง ทำให้พวกเขาเสียอำนาจ ก็กะเล่นถึงตาย”
วินทร์ #7744 : “ได้ยินว่าพวกยิวฆ่าพระเยซู”
วินทร์ #1001 : “เรื่องนี้บันทึกกันมาอย่างนี้จริง”
วินทร์ #7744 : “ทำไม? พระเยซูก็เป็นยิวนี่นา”
วินทร์ #1001 : “เรื่องนี้ยังถกกันอยู่ เป็นประเด็นที่เรียกว่า Jewish Deicide โยนกันไปโยนกันมา วิวาทะกันมานาน ฝ่ายยิวว่านี่เป็นความพยายามแต่งเรื่องให้ยิวเป็นผู้ร้าย และสร้างภาพว่าบาปนี้ชาวยิวรุ่นลูกหลานต้องรับด้วย ซึ่งส่งผลให้ชาวยิวรุ่นหลังรับบาปนี้ ไปที่ไหนก็ถูกรังเกียจ น่าสังเกตว่าบันทึกของสาวกเขียนเรื่องนี้ไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นไปได้เพราะเขียนมานานหลายสิบปีหลังเกิดเหตุการณ์นั้น...”
วินทร์ #7744 : “พระเยซูตายยังไง?”
วินทร์ #1001 : “ในช่วงสุดท้ายของชีวิต พระเยซูไปเมืองเยรูซาเลม กินอาหารมื้อสุดท้ายที่เรียกว่า The Last Supper กับศิษย์สิบสองคน พระเยซูมีสาวกหลักสิบสองคน ถ้าเทียบกับพระพุทธเจ้า สาวกชุดแรกก็คือปัญจวัคคีย์ คุณเรียนวิชาศีลธรรมมาน่าจะจำได้ เพราะเราถูกสั่งให้ท่องมาตลอด”
วินทร์ #2009 : “โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ”
วินทร์ #1001 : “นั่นแหละ เป็นกลุ่มแรกที่ได้รับฟังปฐมเทศนาจากพระพุทธองค์”
วินทร์ #2009 : “คือธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แสดงที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ที่แสดงปฐมเทศนา ก็คือวันอาสาฬหบูชา”
วินทร์ #6616 : “เชื่อว่าคุณน่าจะสอบวิชานี้ผ่านแน่ ๆ เพราะจำแม่น ฮา!”
วินทร์ #7744 : “อย่าเพิ่งนอกเรื่อง ตกลงพระเยซูตายยังไง?”
วินทร์ #1001 : “สาวกคนหนึ่งคือ จูดาส ทรยศ ชี้ตัวพระเยซูให้พวกนักบวชยิวมาจับตัวพระองค์ไป พระเยซูถูกพาไปขึ้นศาลโรมัน ยิวตั้งข้อหาว่าพระเยซูกำลังพยายามตั้งตนเป็นกษัตริย์แห่งยิว แม้ศาลจะไม่เห็นว่าพระเยซูทำความผิดอะไร แต่ก็ถูกกดดันจนต้องตัดสินว่าพระเยซูมีความผิด โทษคือประหาร ด้วยการตรึงร่างบนไม้กางเขน สวมมงกุฎหนาม แบกไม้กางเขนไป แล้วถูกตรึงบนไม้กางเขนโดยมีโจรสองคนถูกตรึงขนาบอยู่ข้างซ้ายและขวา หนึ่งในนั้นเปลี่ยนมานับถือคริสต์ในนาทีสุดท้าย...
“เมื่อพระเยซูตายแล้ว ศพถูกห่อผ้าและฝังในถ้ำ ต่อมาเมื่อเปิดถ้ำก็พบว่าศพหายไปแล้ว เชื่อว่าพระเยซูฟื้นคืนชีพและขึ้นสู่สวรรค์ วันที่พระเยซูฟื้นจากความตายก็คือวันอีสเตอร์”
วินทร์ #6116 : “เทศกาลที่มีไข่อีสเตอร์ใช่หรือเปล่า?”
วินทร์ #2009 : “ใช่ Easter eggs สำหรับชาวคริสต์ ไข่เป็นสัญลักษณ์ของถ้ำที่ฝังพระศพซึ่งว่างเปล่าของพระเยซู แสดงว่าพระเยซูฟื้นคืนชีพ นิยมทาเปลือกไข่เป็นสีแดง”
วินทร์ #6116 : “ทำไมทาสีแดง?”
วินทร์ #2009 : “เพราะสีแดงหมายถึงโลหิตของพระเยซูที่ถูกตรึงบนไม้กางเขน”
วินทร์ #6116 : “แต่ไข่น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่ เมื่อลูกไก่จิกเปลือกออกมาสู่โลก”
วินทร์ #2009 : “ก็มีคนตีความอย่างนี้เหมือนกัน โดยสรุปก็คือพระเยซูตายอย่างทรมานเพื่อมนุษยชาติ”
วินทร์ #6116 : “ทำไมทำอย่างนั้น?”
วินทร์ #1001 : “บ้างเชื่อว่าพระเยซูคือพระเจ้ามาเกิดในร่างมนุษย์”
วินทร์ #6116 : “แล้วทำไมต้องเกิดมาในรูปมนุษย์?”
วินทร์ #1001 : “ก็เพื่อรับรู้ความทุกข์ไงครับ จึงสามารถไถ่บาปของมนุษยชาติ เมื่อถูกพวกโรมันตรึงกางเขน ก็ฟื้นจากความตาย ขึ้นสู่สวรรค์ การฟื้นจากความตายสามวันหลังตายบนกางเขนเป็นจุดสำคัญของศรัทธา เป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุด เพราะแสดงให้เห็นว่าพระเยซูมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ จึงสามารถมอบชีวิตนิรันดร์ให้มนุษย์ทั่วไปได้ นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แนวคิดเรื่องศาสดาซึ่งมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยปลดปล่อยมนุษยชาติมีในหลายศาสนา แม้แต่ชาวพุทธเองก็มีความเชื่อว่าในชาติก่อน ๆ พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญบารมีต่าง ๆ หลังจากผ่านสิบชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ ก็เกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะแห่งศากยวงศ์...”
(ยังมีต่อ)
วินทร์ เลียววาริณ
1-11-26จากหนังสือ วินทร์-วินทร์ Situation
สารคดีเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์
อ่านฟรีที่เพจนี้ก็ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เป็นเล่ม ก็อ่านได้ถึงลูกหลาน
ราคาแค่ 225.- เท่านั้น หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วสั่งซื้อได้ที่ https://www.winbookclub.com/store/detail/141/วินทร์-วินทร์%20Situation
มีขายที่ Shopee ด้วย
ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน
1 วันที่ผ่านมา -

วันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 1924 กลางม่านหมอกแห่งยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ชายสองคนเดินหายไปในความยะเยียบกับฝันโง่ ๆ ของพวกเขา ไม่มีใครเห็นพวกเขาอีกเลย...
จอร์จ มัลเลอรี เป็นชาวอังกฤษ เกิดที่ม็อบเบอร์ลี เชเชียร์ ชอบปีนป่ายแต่เล็ก เขาปีนตั้งแต่ต้นไม้ เสา ไปจนถึงอาคาร เมื่ออายุ 8-9 ขวบ เขาปีนขึ้นไปบนก้อนหินใหญ่ริมทะเลเมื่อน้ำลงเต็มที่ ด้วยความอยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรเมื่อน้ำขึ้น เขาเกือบจมน้ำตายเมื่อน้ำทะเลท่วมหินใหญ่ แม้รอดมาได้ เขาก็ไม่เลิกนิสัยปีนป่าย
ในปี 1904 มัลเลอรีกับเพื่อนพยายามปีนเขาในเทือกเขาแอลป์ส แต่จำต้องเลิกกลางคันเพราะร่างกายไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระดับความสูง เจ็ดปีถัดมา เขาก็พิชิตเขา มองท์ บลังค์
มัลเลอรีมีเลือดผจญภัยเข้มข้นยิ่ง ชอบปีนทั้งเขาหินและเขาเย็นยะเยียบ เมื่อเพื่อนร่วมทางบ่นท้อแท้ มัลเลอรีมักให้กำลังใจพวกเขา และเดินหน้าต่อไปถึงจุดหมายปลายทางที่แทบสามารถยื่นมือสัมผัสสวรรค์
มัลเลอรีปีนป่ายภูเขาทั่วโลก บ่อยครั้งเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่ปรากฏในแผนที่ บางสายทางที่เขาปีนป่ายเป็นทางที่ยากเย็นที่สุดแม้กับนักปีนเขาที่มีอุปกรณ์ทันสมัยในปัจจุบัน บางครั้งก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด ครั้งหนึ่งหิมะถล่ม เพื่อนชาวเชอร์ปาตายไปเจ็ดคน เขารู้สึกเศร้า แต่ก็ยังไม่เลิกปีน
แล้วเข็มทิศของเขาก็ชี้ไปยังยอดเขาสูงที่สุดในโลก
ครั้งหนึ่งนักข่าวชาวนิวยอร์กถามมัลเลอรีว่า ทำไมเขาต้องการปีนเขาเอเวอเรสต์ เขาตอบเรียบ ๆ ว่า "เพราะมันอยู่ที่นั่น"
การปีนเขาสำหรับบางคนเป็นความโง่ สำหรับบางคนเป็นความฝัน
หลายคนชอบบอกว่า การปีนป่ายสวนแรงดึงดูดของโลกสู่ชั้นบรรยากาศเบาบางเป็นกีฬาสำหรับคนโง่ กระทั่งสมน้ำหน้าเมื่อพวกเขาตายไป พิพากษาเขาเหล่านั้นด้วยประโยคที่ขึ้นต้นว่า "อยู่ดี ๆ ไม่ว่าดี..."
ความฝันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฝันของบางคนอาจดูโง่และไร้สาระกว่าของบางคน แต่ฝันก็คือฝัน พวกเขาเชื่อว่าไม่สมควรปล่อยให้ความฝันดับหายไปโดยไม่ลงมือทำอะไร ก็อย่างที่มัลเลอรีบอกกับเพื่อน "การปฏิเสธการผจญภัยก็เช่นเม็ดถั่วที่เหี่ยวแห้งตายไปคาฝักของมันเอง"
....................
เจ็ดสิบห้าปีต่อมา นักปีนเขากลุ่มหนึ่งพบซากร่างของ จอร์จ มัลเลอรี กับเพื่อนใกล้ยอดเขาเอเวอเรสต์ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาตายไประหว่างทางก่อนขึ้นไปถึงยอด หรือหลังลงจากเขา แต่มันไม่สำคัญ
บางทีสำหรับมัลเลอรี มันไม่สำคัญเลยที่จะเป็นคนแรก พวกเขาต้องปีนป่ายอยู่แล้ว "เพราะมันอยู่ที่นั่น"
พวกเขาเชื่อว่า ต่อให้เป็นฝันโง่ ๆ เพียงใด ก็ต้องทำให้สำเร็จ และราคาของความฝันโง่ ๆ นั้นคุ้มค่าเสมอ แม้ว่าต้องจ่ายด้วยความตาย
จุดแบ่งกั้นระหว่างความสำเร็จกับความล้มเหลวเป็นเส้นบาง ๆ เป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน
อย่างที่นักเขียนท่านหนึ่งกล่าวว่า มนุษย์ตายได้ แต่พ่ายแพ้ไม่ได้
วินทร์ เลียววาริณ
2 พฤศจิกายน 2569จาก ความฝันโง่ ๆ
รวมบทความเสริมสร้างกำลังใจชุดที่ 2
46 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 165 บาท = บทความละ 3.5 บาท
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
https://www.winbookclub.com/store/detail/83/ความฝันโง่ๆมีจำหน่ายที่ Shopee ด้วย
1 วันที่ผ่านมา -

วันนี้ไปทำงาน 12.00-13.00 น. และ 18.00-21.00 น. ครับ
เมื่อวานนี้มีนักอ่านแวะไปคุยด้วยมากครับ ทำให้เวลาผ่านไปเร็ว
ถ้าใครอยากมาคุยด้วย ก็เชิญครับ เหลืออีกสองวัน
1 วันที่ผ่านมา -

QA 31 ตุลาคม 2569
สองคำถาม
คุณวินทร์ไม่อ่าน แฮร์รี พอตเตอร์?
คิดยังไงกับการที่สิงคโปร์จ้างประชาชนอ่านหนังสือ
คลิกลิงก์อ่าน https://www.blockdit.com/posts/6ae2d7ef2b9eff212dd60eed
สนใจเรื่องใด เขียนมาถามได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"
1 วันที่ผ่านมา -

มีเรื่องเล่าขานในวงการนักสืบว่า ครั้งหนึ่งยอดนักสืบ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ กับหมอวัตสันคู่หูไปตั้งแคมป์ข้ามราตรีกลางธรรมชาติ
หลังจากกินอาหารเย็นแสนอร่อยกับไวน์หนึ่งขวด ทั้งสองก็เข้านอน หลายชั่วโมงผ่านไป เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ตื่นขึ้น หันไปสะกิดเพื่อนรัก
“วัตสัน มองขึ้นฟ้าหน่อย แล้วบอกผมว่าคุณเห็นอะไร”
หมอวัตสันตอบ “ผมเห็นดวงดาวนับล้านล้านดวง”
“แล้วคุณอนุมานอะไรได้บ้าง?”
หมอวัตสันไม่แปลกใจที่เพื่อนถาม เพราะโฮล์มส์เป็นเจ้าแห่งการอนุมาน เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ในทางดาราศาสตร์ มันบอกว่ามีดาราจักรนับล้าน ๆ ข้างนอกโน้น และอาจมีดาวเคราะห์อีกจำนวนมหาศาล ในทางโหราศาสตร์ ดาวเสาร์สถิตในราศีสิงห์ ในทางศาสตร์เวลา อนุมานว่าขณะนี้เป็นเวลาประมาณตีสามสิบห้านาที ในทางอุตุนิยมวิทยา เชื่อว่าพรุ่งนี้ฟ้าจะแจ่มใส ในทางศาสนศาสตร์ ผมเห็นว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงอำนาจสูงสุด มนุษย์เราเล็กกระจิริด และไร้ความสำคัญในจักรวาล แล้วมันบอกอะไรคุณบ้าง โฮล์มส์?”
โฮล์มส์เงียบงันไปขณะหนึ่ง กล่าวว่า “วัตสัน เจ้างั่ง! มีคนขโมยเต็นท์ของเราไปแล้ว”
เรื่องที่เล่ามานี้เป็นรหัสคดีที่เป็นหัสคดี ชวนหัวเราะ แต่มันสะท้อนการมองปัญหาของคนแต่ละคน
มองปัญหาผิดจุด อาจหลงทางไปหลายโยชน์
ทางเซนมีคำสอนว่า เมื่อชี้นิ้วไปที่พระจันทร์ ให้ระวังอย่าหลงคิดว่านิ้วคือพระจันทร์
นิ้วไม่ใช่พระจันทร์
พระเซนรูปหนึ่งมองว่าจิตที่สะอาดคือจิตที่ใสประหนึ่งกระจกเงา ไร้ฝุ่นจับ เป็นที่มาของโศลก
กายนั้นคือต้นโพธิ์
จิตคือกระจกเงา
หมั่นเช็ดถูอยู่เสมอ
อย่าให้ฝุ่นละอองลงจับแต่ศิษย์วัดคนหนึ่งกลับมองไปถึงหัวใจของมันว่า จะสนใจฝุ่นไปไย ในเมื่อไม่มีกระจกเงาแต่แรก
โพธิ์นั้นไม่มีต้น
กระจกเงาก็ไม่มี
สรรพสิ่งแต่แรกมาคือความว่างเปล่า
ฝุ่นละอองจะลงจับบนสิ่งใดมองปัญหาผิดจุด ก็ไม่มีวันบรรลุธรรม!
ปัญหาของบ้านเมืองหลายอย่างเกิดจากการมองปัญหาผิดจุด หรือมองในรายละเอียด แต่ไม่เห็นโครงสร้างของปัญหา
เมื่อมองปัญหาผิดจุด ก็เสียเวลาและทรัพยากรแก้ไขผิดจุด
ปัญหาต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดทุกข์ในชีวิตก็ต้องเริ่มที่การค้นเหตุของทุกข์ให้พบก่อน - สมุทัย
สมุทัยค้นพบได้ด้วยการวิเคราะห์เท่านั้น
การมองเห็นปัญหาจึงเป็นก้าวแรกของการแก้ปัญหา
........................
คนไข้คนหนึ่งบอกหมอว่า เขามีอาการเจ็บจี๊ดเมื่อใช้นิ้วกดหน้าผาก หมอถามว่า “แล้วเจ็บตรงไหนอีก?”
“ที่ขมับ พอกดเข้าไป เจ็บแปล๊บ”
หมอนึกในใจ อาจเป็นความบาดเจ็บที่ศีรษะ เดี๋ยวจะลองส่งไปทำ MRI แต่ควรถามเขาให้ถ่องแท้ก่อน
“เจ็บที่ไหนอีก?”
“ที่ชายโครงครับ กดแล้วเจ็บมาก”
หมอตรวจศีรษะ ขมับ และชายโครงของเขา ไม่พบความผิดปกติใด ๆ คราวนี้หมอลองกดหน้าผาก ขมับ และชายโครงของคนไข้ทีละจุด ถามว่า “เจ็บไหม?”
คนไข้บอกว่าไม่เจ็บ
หมอส่งเขาไปเอ็กซเรย์สองสามจุด เมื่อผลออกมา คนไข้ถามว่า “ผมเป็นอะไรครับ มะเร็งสมอง หรือว่าไต หรือว่าตับ?”
“เปล่า...” หมอบอกเรียบ ๆ “นิ้วคุณหักครับ”
บางครั้งนาน ๆ ที นิ้วก็คือพระจันทร์!
วินทร์ เลียววาริณ
30-10-26จากหนังสือ ความสุขเล็ก ๆ ก็คือความสุข
57 บทความกำลังใจสั้นและยาว ราคาเพียง 190 บาท = บทความละ 3.3 บาท (ไม่คิดค่าส่ง) หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วhttps://www.winbookclub.com/store/detail/165/ความสุขเล็ก%2520ๆ%20ก็คือความสุข
มีจำหน่ายที่ Shopee ด้วย
3 วันที่ผ่านมา
