เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 14 

การลอกกับแรงบันดาลใจ


ในบรรดานักเขียนที่เก่งทาง plot-based ยุคแรกๆ ของโลกแห่งนวนิยาย อเล็กซานเดอร์ ดูมาส์ น่าจะเป็นปรมาจารย์ใหญ่คนหนึ่ง เขาเป็นนักเขียนฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19 แต่งานของเขายังยืนยงอยู่ทุกวันนี้ นวนิยายของเขามีโครงเรื่องที่สนุก อ่านวางไม่ลง จนบัดนี้ก็ยังมีคนอ่านงานของเขา เช่น The Three Musketeers, The Count of Monte Cristo ฯลฯ

ดูมาส์เป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสและแอฟริกัน แม่เป็นทาสผิวดำ เขาเริ่มเขียนบทละครตอนอายุยี่สิบเจ็ด และมีชื่อเสียง เขาจึงเลือกเป็นนักเขียนอาชีพ เขาเขียนนวนิยายจำนวนมาก เขียนได้ทุกแนว ใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย มีเมียเก็บกว่าสี่สิบคน

เขาน่าจะเป็นนักเขียนคนแรกที่ตั้งสตูดิโอจ้างนักเขียน (หรือนักเขียนผี) มาเขียนงานตามที่เขากำหนดเพื่อป้อนตลาด ทำงานเป็นทีมเหมือนการเขียนบทหนังโทรทัศน์ของอเมริกันในสมัยนี้

เมื่อนโปเลียนครองอำนาจ เขาผู้ที่นโปเลียนไม่ชื่นชอบก็หนีไปตั้งหลักที่เบลเยียม รัสเซีย เขียนหนังสือต่อ และต่อมาไปทำงานที่อิตาลี

ดูมาส์เขียนนวนิยายเรื่องสุดท้ายของเขาไม่จบ ชื่อ The Knight of Sainte-Hermine ต่อมามีคนแต่งจนจบและตีพิมพ์ในปี 2005 ชื่ออังกฤษคือ The Last Cavalier เป็นหนังสือขายดี

ลองอ่านเรื่องย่อของ The Count of Monte Cristo ดู

เอ็ดมอนด์ ดังเต เป็นกลาสีเรือคนหนึ่ง ในปี 1815 เขาเป็นหนึ่งในลูกเรือรอนแรมทางทะเล ระหว่างทางกัปตันเสียชีวิต ทำให้เอ็ดมอนด์ได้เลื่อนเป็นกัปตัน ก่อนตายกัปตันผู้สนับสนุนอดีตจักรพรรดินโปเลียนขอให้เอ็ดมอนด์ไปส่งของสองชิ้น คือส่งพัสดุให้ มาร์แชล เบอร์ทรานด์ ที่เกาะเอลบา สถานที่ซึ่งเป็นที่กักตัวนโปเลียน และจดหมายถึงชายนิรนามคนหนึ่งที่ปารีส เอ็ดมอนด์ก็ทำตามคำสั่งเสียของกัปตัน

เอ็ดมอนด์กลับเมืองมาร์เซล์ ฝรั่งเศส เพื่อไปแต่งงานกับคนรักของเขาชื่อ เมอร์ซีเดส ในวันแต่งงาน เอ็ดมอนด์ถูกจับข้อหากบฏ ส่งไปจำคุกที่ Chateau d’If ตลอดชีวิต คุกนี้อยู่บนเกาะหนึ่งกลางทะเลเมดิเตอเรเนียน

เอ็ดมอนด์รู้ว่า เฟอร์นานด์ มองเดโก เพื่อนสนิทวางแผนหลอกเขา และแต่งงานกับคนรักของเขา

ในคุกเขาพบนักโทษคนหนึ่ง เป็นนักบวชอิตาเลียนคนหนึ่ง ฉายา ‘พระบ้า’ พระแก่ผู้นี้มีความรู้มาก สอนวิชาการแขนงต่างๆ ตลอดจนการสอนศิลปะการต่อสู้ให้เขา พระแก่กลายมาเป็นทั้งครูและเพื่อน ครั้งหนึ่งบอกเขาที่ตั้งของขุมทรัพย์ที่เกาะมองเต คริสโต

เอ็ดมอนด์ถูกจองจำนานสิบสี่ปี ในช่วงหลายปีนั้น ทั้งสองขุดอุโมงค์ออกไป แต่นักบวชตายก่อนงานสำเร็จ เอ็ดมอนด์จึงเปลี่ยนแผน อาศัยไหวพริบปลอมเป็นศพนักบวชที่ผู้คุมขนไปทิ้งหนีออกไปได้

หลังจากหนีออกจากคุก เอ็ดมอนด์ไปหาสมบัติที่ มองเต คริสโต แล้วกลับปารีสในสภาพมหาเศรษฐี ใช้ชื่อใหม่ว่าเคานท์ มองเต คริสโต เขาเปลี่ยนจากคนซื่อๆ เป็นคนที่สุขุมลุ่มลึกขึ้น และมองโลกต่างจากเดิมและต้องการแก้แค้น และในที่สุดเขาก็ได้แก้แค้นสมใจ


นวนิยายของ อเล็กซานเดอร์ ดูมาส์ เรื่องนี้เขียนมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19

คนที่เคยอ่านนวนิยายกำลังภายในของกิมย้งเรื่อง กระบี่ใจพิสุทธิ์ คุ้นๆ ไหมครับกับพล็อตนี้? ตัวละคร ‘เต๊กฮุ้น’ ติดคุก ถูกแย่งคนรัก เรียนวิชาการต่อสู้จากเพื่อนร่วมคุก แล้วแหกคุกออกไปสู่โลกภายนอก แต่ก่อนที่ใครจะตัดสินว่า กระบี่ใจพิสุทธิ์ ลอกพล็อตจาก The Count of Monte Cristo คงต้องเข้าใจกระบวนการสร้างงานเขียนอย่างลึกซึ้งก่อน

งานของดูมาส์ส่งอิทธิพลต่อนักเขียนนวนิยายทั่วโลก แน่ละ กิมย้งย่อมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลของดูมาส์ กิมย้งเคยบอกว่า เขาชื่นชอบและได้รับอิทธิพลจากงานของนักเขียนฝรั่งเศสผู้นี้ แต่จะสรุปว่ากิมย้งลอกพล็อต The Count of Monte Cristo คงไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะการลอกกับแรงบันดาลใจเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน

มีคำถามเสมอว่าอะไรคือการลอก อะไรคือการเลียนแบบ อะไรคือแรงบันดาลใจ ตอบยากเพราะบ่อยครั้งแยกกันไม่ออก ทั้งนี้เนื่องจากความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ งานต่อยอดงาน คลื่นลูกใหม่กำเนิดต่อเนื่องมาจากคลื่นลูกเก่า

ถ้าเช่นนั้น แค่ไหน-อย่างไรจึงเป็นการลอก? แค่ไหน-อย่างไรจึงไม่ใช่?




นักเขียนนิยายจีนกำลังภายใน โก้วเล้ง ในยุคแรกเขียนนิยายกำลังภายในแบบ ‘น้ำเน่า’ จำนวนมากเพื่อหาเงิน ไม่เคยคิดว่ามันเป็นงานศิลปะ ทว่าวันหนึ่งเขาก็ลอกคราบตัวเอง แปลงงานต่างประเทศมาเป็นนิยายกำลังภายใน หนึ่งในเรื่องแรกๆ คือ ดาวตก, ผีเสื้อ, กระบี่ (流星,蝴蝶,劍 ชื่อเดิม เดชอุกกาบาต และ เพชฌฆาตดาวตก) ดัดแปลงมาจากนวนิยายและหนังเรื่อง The Godfather ของ มาริโอ พูโซ ตัวละครเจ้าพ่อ ‘เล่าแป๊ะ’ จำลองมาจาก ‘ดอน วีโต คอลิโอน’ มันทำให้วงการนิยายกำลังภายในเริ่มมีความเคลื่อนไหว น้ำที่เน่าสนิทเริ่มกระเพื่อม

โก้วเล้งทำอย่างนี้อยู่หลายเรื่อง เช่น หงส์ผงาดฟ้า (陸小鳳)​ ตัวละครเอกแปลงมาจากตัวละครนักสืบอังกฤษ เชอร์ล็อค โฮล์มส์, ชอลิ้วเฮียง (楚留香) ตัวละครเอกแปลงมาจากตัวละครนักสืบชาวฝรั่งเศส อาร์แซน ลูแปง

ครั้นเชี่ยวชาญขึ้นแล้ว การแปลงเรื่องฝรั่งเป็นนิยายกำลังภายในเรื่องหลังๆ ก็ไม่เหลือเงานิยายต้นฉบับเลย

ในเรื่อง วีรบุรุษสำราญ (歡樂英雄) โก้วเล้งฉีกแนวจากกำลังภายในเดิมๆ เป็นนิยายกำลังภายในเล่าความสวยงามของมิตรภาพ ไม่เน้นวิชาการต่อสู้ เรื่องนี้โก้วเล้งดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง Tortilla Flat ของนักเขียนรางวัลโนเบล จอห์น สไตน์เบ็ค (1935 ฉบับแปลเป็นไทยชื่อ โลกียชน โดย ประมูล อุณหธูป)

นวนิยาย Tortilla Flat ใช้ฉากมอนเทอเรย์ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ เรื่องของเพื่อนหลายคนที่อยู่ด้วยกัน เช่น แดนนี, ไพลอน, โดโลเรส, พาโบล เป็นต้น ใช้ชีวิตอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่ทำงาน วันๆ ดื่มไวน์ คุยกับเพื่อน กลุ่มนี้ใช้ชีวิตแบบไม่ซีเรียส บางทีก็ขโมยไก่ของชาวบ้าน บางทีก็ช่วยชาวบ้าน แม้ชาวบ้านจะไม่ได้ชอบใจในพฤติกรรมของก๊วนนี้ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจอะไร ตัวละครเหล่านี้ถูกแปลงสัญชาติเป็นจีน ได้แก่ ก๊วยไต้โล่ว, อี้ฉิก, เฮ้งต๋ง, ลิ้มไท้เพ้ง ทั้งสี่อาศัยอยู่ด้วยกันในคฤหาสน์ซอมซ่อแห่งหนึ่ง นาม เคหารุ่มรวย

ตัวละคร ‘ก๊วยไต้โล่ว’ แปลงมาจาก ‘แดนนี’ ไม่มีเงิน แต่มีน้ำใจดี ความจริงเขาไม่ได้จนมาก หลังพ่อแม่ตาย ก็ขายบ้าน ออกท่องยุทธจักร ต่อมาทำงานเป็นผู้คุ้มกันสินค้า (เปาเปียว) แต่ไม่รุ่ง เพราะเมื่อเจอโจร ก็สั่งสอนโจรให้กลับเนื้อกลับตัวใหม่ ยกเงินทองที่คุ้มกันมาให้พวกโจรไปใช้ตั้งตัว ผลก็คือเจ้านายเชิญให้ออก

ก๊วยไต้โล่วเร่ร่อนไปทั่ว วันหนึ่งนึกอยากเป็นโจรผู้ดี ปล้นเงินคนรวยเลวๆ ไปแจกคนจน เขาบุกเข้าไปในคฤหาสน์หลังหนึ่ง ไม่พบทรัพย์สินใดๆ ชายคนเดียวที่อาศัยในคฤหาสน์แห่งนั้นคือ เฮ้งต๋ง ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนกัน ต่อมาก็มีเพื่อนใหม่มาเพิ่ม คือชายหนุ่มนาม ลิ้มไท้เพ้ง และอี้ฉิก ทั้งสี่คนกลายเป็นเพื่อนสนิท ผจญภัยไปตามเรื่อง แทบไม่เหลือเค้าของเรื่องเดิมเลย

เรื่องที่แปลงได้ดีที่สุดคือ ฤทธิ์มีดสั้น (多情劍客無情劍)​ จากภาพยนตร์เรื่อง Gunfight at the O.K. Corral (1957) ถือว่าเป็นสุดยอดของการแปลงเรื่อง เพราะนอกจากจะไม่เหลือเค้าเดิมแล้ว โทนเรื่องก็เปลี่ยนไปด้วย อีกทั้งให้รสชาติซาบซึ้งกว่าเดิมด้วย ตัวละคร ‘ลี้คิมฮวง’ แปลงมาจากตัวละคร ‘ด๊อค ฮอลิเดย์’ หมอฟันขี้เมา ไม่เพียงแทบไม่เหลือเค้าเดิม ยังดีกว่าต้นฉบับอีกด้วย เป็นงานที่ดีที่สุดของโก้วเล้ง

เส้นแบ่งของการลอกกับแรงบันดาลใจจึงค่อนข้างเลือนราง

สำหรับ กระบี่ใจพิสุทธิ์ ของกิมย้ง มีโครงเรื่องบางส่วนคล้าย The Count of Monte Cristo มาก พล็อตท่อนเต๊กฮุ้นติดคุก ถูกแย่งแฟน เรียนวิชาการต่อสู้ในคุก แต่ผมไม่เรียกมันว่า ‘การลอก’ มิใช่เพราะนักเขียนระดับกิมย้งมีพรสวรรค์ในการสร้างสรรค์โครงเรื่องเหนือกว่า อเล็กซานเดอร์ ดูมาส์ เสียอีก ถ้าดูจากผลงานทั้งหมดของเขา กิมย้งมีความสามารถคิดพล็อตยากกว่านี้ร้อยเท่า แต่เพราะในโลกของนวนิยาย ไม่มีอะไรใหม่เอี่ยมจริงๆ ทุกพล็อตในโลกเป็นการต่อยอดจากพล็อตเก่าทั้งสิ้น พล็อตเรื่องไม่ได้รับความเป็นธรรม การถูกจับติดคุก การถูกแย่งแฟน การแก้แค้น เป็นพล็อตที่ใช้ในนวนิยายนับไม่ถ้วน ต่างที่รายละเอียดปลีกย่อย

และนี่ไม่ใช่เรื่องเดียวของกิมย้งที่มีกลิ่นของนวนิยายตะวันตก


โก้วเล้งเขียนบทความเรื่อง เกี่ยวกับบู๊เฮียบ* ในคำนำของนวนิยายเรื่อง กระบี่อมตะ (長生劍) (* ตีพิมพ์ในหนังสือ มังกรเมรัย แปลโดย น. นพรัตน์)

“...กิมย้งได้สร้างสรรค์ลักษณะท่วงทำนองของนิยายกำลังภายในยุคปัจจุบัน จนแทบไม่มีผู้ใดทะลุทะลวงผ่านได้ แต่ว่าในผลงานยุคต้นของกิมย้ง ยังมีเงาของผู้อื่นแฝงอยู่

ในเรื่อง จือเกี่ยมอึงชิ้วลก (จอมใจจอมยุทธ์) มีฉากหนึ่งที่มืออัสนีบาต บุ้นไท้ไล้ หลบหนีถึงบ้านของผู้กล้าหาญ จิวตงเอ็ง ซ่อนตัวอยู่ในบ่อแห้งขอด กลับถูกลูกชายอายุเยาว์ไม่รู้ความของจิวตงเอ็ง บอกที่ซ่อนออกไปเพื่อแลกกับกล้องส่องทางไกลอันหนึ่ง จิวตงเอ็งพอทราบเรื่องนี้ กลับหักใจฆ่าลูกโทนของตนเอง

เนื้อเรื่องตอนนี้แปลงมาจากเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งของประพันธกรชาวฝรั่งเศส พรอสเปร์ เมริเม เพียงแต่เปลี่ยนจากนาฬิกาเรือนทองมาเป็นกล้องส่องทางไกลเท่านั้น

แต่ว่านี่ไม่ส่งผลกระทบต่อพลังการสร้างสรรค์ของกิมย้ง เพราะว่ากิมย้งหลอมรวมเหตุการณ์นี้เป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกับผลงานของตนเอง ดูไปแล้วทั้งถ้อยคำสำนวนและเนื้อหาความเรียงสัมพันธ์โดยตลอด เมื่ออ่านเรื่อง จือเกี่ยมอึงชิ้วลก ถึงตอนนี้ นำไปเปรียบผลงานเดิมของเมริเม ยังให้ความรู้สึกที่สะเทือนใจกว่า

ครั้นเมื่ออ่านเรื่อง อี้เทียนตู้เล้งกี่ (ไตรภาคมังกรหยกตอนที่สาม - ดาบมังกรหยก) ถึงตอนที่บิดามารดาของเตียบ้อกี่ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะน้ำแข็งสุดขอบฟ้ากับเจ้าราชสีห์ขนทอง เจี่ยซุ่น ข้าพเจ้าก็มองเห็นเงาของนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่อีกท่านหนึ่ง นั่นคือ แจ็ค ลอนดอน

นิสัยใจคอของเจ้าราชสีห์ขนทองแทบถอดแบบมาจากหมาป่าทะเล

แต่ว่าการลอกเลียนเช่นนี้ไม่มีอะไรพอที่จะตำหนิติเตียนได้ ทั้งนี้เพราะกิมย้งได้ละลายย่อยสลายของหมาป่าทะเลโดยสิ้นเชิง ทำให้ผู้คนเห็นแต่ภาพของเจ้าราชสีห์ขนทอง ปราศจากเค้าของหมาป่าทะเลแต่อย่างไร

จุดเด่นที่สุดของนิยายกำลังภายในคือ ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างรอบรับสิ่งที่คล้ายเหมือนและไม่เหมือนเข้ามาทั้งหมด คุณสามารถเขียน ‘นวนิยายรัก’ ในนิยายกำลังภายใน แต่ไม่สามารถเขียนกำลังภายในลงไปใน ‘นวนิยายรัก’

ขณะที่แต่ละคนเขียนหนังสือ ยากหลีกเลี่ยงจากการได้รับผลสะท้อนจากผู้อื่น คำกล่าวที่ว่า ‘บทความทั้งแผ่นดินล้วนแต่ลอกเลียนกัน’ ถึงแม้ว่าจะเกินเลยไปบ้าง แต่มิใช่ไม่มีเหตุผลทั้งสิ้น

มาตรว่าพลังการสร้างสรรค์ของนักเขียนผู้หนึ่งมีคุณค่า หากทว่าพลังคิดโยงไปถึง และพลังลอกเลียนก็มีความสำคัญเช่นกัน

ตอนที่ข้าพเจ้าเริ่มเขียนนิยายกำลังภายใน แทบลอกเลียนแบบท่านกิมย้งอย่างไม่คิดชีวิต หลังจากที่ขีดเขียนเป็นเวลาสิบปี ขณะที่เขียน เมี้ยเกี่ยมฮวงลิ้ว (พยัคฆ์ร้ายบู๊ลิ้ม) และเรื่อง เจาะต่อซังเกียว (ลูกปลาน้อย เซียวฮื้อยี้) ยังพยายามลอกเลียนท่านกิมย้ง

ข้าพเจ้าเชื่อว่า ในบรรดานักเขียนนิยายกำลังภายใน คงมีบุคคลที่มีสภาพคล้ายคลึงกับข้าพเจ้าอยู่ไม่น้อย

สำหรับประการนี้ ท่านกิมย้งควรแก่การภาคภูมิใจโดยมิต้องสงสัย”




ในบรรดานักเขียนที่เก่งทาง plot-based แห่งนวนิยายเดินป่าของโลก เซอร์ เอช. ไรเดอร์ แฮกการ์ด (Sir Henry Rider Haggard) น่าจะเป็นปรมาจารย์ใหญ่คนหนึ่ง เขาเป็นนักเขียนอังกฤษในศตวรรษที่ 19-20 แต่งานของเขายังยืนยงอยู่ทุกวันนี้ นวนิยายของเขามีโครงเรื่องที่สนุก อ่านวางไม่ลง ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการผจญภัยในป่า การค้นพบดินแดนลี้ลับ เช่น King Solomon’s Mines (สมบัติพระศุลี 1885), Allan Quatermain (อัลลัน ควอเตอร์เมน 1887), She (สาวสองพันปี 1887) ฯลฯ

แฮกการ์ดเคยใช้ชีวิตในแอฟริกาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 นานหกปี เป็นช่วงที่เขาซึมซับสะสมเกร็ดตำนานพื่นเมืองต่างๆ เป็นที่มาของพล็อตแปลกๆ

มารดาของแฮกการ์ดเป็นนักเขียนและกวี แฮกการ์ดเรียนไม่เก่งมาก อายุสิบเก้า บิดาจึงส่งเขาไปแอฟริกาเพื่อเป็นลูกมือของนักปกครองชาวอังกฤษ เมื่อเขากลับอังกฤษ พกประสบการณ์มากมาย เขาเข้าเรียนวิชากฎหมาย แต่ชีวิตนักกฎหมายไม่ค่อยรุ่ง เขาเขียนนวนิยายมากกว่าทำงานกฎหมาย แต่ไม่รุ่งเช่นกัน จนถึงนวนิยายเรื่อง King Solomon’s Mines

King Solomon’s Mines กำเนิดขึ้นในปี 1885 หลังจากแฮกการ์ดพนันกับน้องชายด้วยเงินห้าชิลลิงว่าเขาสามารถเขียนเรื่องที่ดีครึ่งหนึ่งของ Treasure Island

Treasure Island (เกาะมหาสมบัติ) นวนิยายผจญภัยของนักเขียนชาวสกอต รอเบิร์ต หลุยส์ สตีเวนสัน ตีพิมพ์ 1883 เป็นนิยายแนวตามล่าสมบัติ เรื่องดังอื่นๆ ของเขา เช่น Strange Case of Dr Jekyll and Mr Hyde นักเขียนดังและนักเขียนรางวัลโนเบลหลายคนก็ชื่นชมงานของเขา เช่น อาร์เธอร์ โคแนน ดอยล์, เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์, แจ็ค ลอนดอน, เฮ็นรี เจมส์, รัดยาร์ด คิปลิง, วลาดิเมียร์ นาโบคอฟ ฯลฯ จึงไม่ง่ายที่จะเขียนเรื่องได้ดีแม้ครึ่งเดียวของ Treasure Island

แฮกการ์ดใช้เวลาระหว่างมกราคม-เมษายน 1885 ไม่ถึงสี่เดือนเขียน King Solomon’s Mines จบ ตัวละครหลักชื่อ อัลเลน ควอเตอร์เมน พรานผิวขาว ได้รับว่าจ้างจาก เซอร์ เฮ็นรี เคอร์ติส ให้ไปตามหาน้องชายของตน น้องชายของเคอร์ติสไปหาเหมืองเพชรของกษัตริย์โซโลมอนในแผ่นดินกาฬทวีป โดยมีลายแทงนำทางไป

นวนิยายเรื่องนี้ฮิตมาก ขายดี เขารับค่าเรื่องสิบเปอร์เซ็นต์ แทนที่จะเป็นค่าลิขสิทธิ์หนึ่งร้อยปอนด์ จนถึงปัจจุบัน เรื่องนี้ขายได้ร่วมร้อยล้านเล่ม ประมาณ ‘แฮร์รี พ็อตเตอร์’ แห่งศตวรรษที่ 19 !

หลังจาก King Solomon’s Mines ฮิตติดลมบน แฮกการ์ดก็เขียนนวนิยายภาคต่ออีกหลายเรื่อง เช่น Allan Quatermain (1887) เป็นเรื่องการผจญภัยของ อัลเลน ควอเตอร์เมน กับ อัมสโลโปกาส ชาวซูลู ค้นหาอารยธรรมโบราณที่ซ่อนอยู่กลางแอฟริกา

นวนิยายผจญภัยอีกเรื่องคือ She (สาวสองพันปี 1887) เป็นเรื่องของนางพญาโบราณที่อาบไฟเพื่อความเป็นอมตะ ตัวละครเอกของเรื่อง ลีโอ วินซีย์ เดินทางไปที่แอฟริกาเพื่อหาความจริงเกี่ยวกับความตายของบรรพบุรุษคนหนึ่งของเขา ผู้ถูกนางพญาอยีชาฆ่าเมื่อสองพันปีก่อน ลีโอพบนางพญาสองพันปี อยีชา ผู้สวยสดงดงามด้วยพลังกองเพลิงแห่งชีวิตกลางภูเขาไฟ นางเชื่อว่าเขาคือคนรักเก่ากลับชาติมาเกิดใหม่

ถัดจาก She แฮกการ์ดเขียนภาคต่อคือ Ayesha : The Return of She (1905) และภาคก่อนหน้าคือ Wisdom’s Daughter (1923) ซึ่งเล่าที่มาของอยีชา และอีกหลายเรื่อง

นวนิยายของแฮกการ์ดเป็นเรื่องการผจญภัยในดินแดนประหลาด การตามหาสมบัติ เมืองโบราณ จนเขากลายเป็นบิดาแห่งเรื่องตระกูลโลกลี้ลับ (Lost World Genre) งานของเขาส่งอิทธิพลต่องานของนักเขียนทั่วโลก เช่น The Land That Time Forgot ของ เอดการ์ ไรซ์ เบอร์โรห์ส, The Lost World ของ อาร์เธอร์ โคแนน ดอยล์ (คนเขียนชุดนักสืบ เชอร์ลอค โฮล์มส์), The Man Who Would Be King ของ รัดยาร์ด คิปลิง (คนเขียน The Jungle Book หรือ เมาคลีลูกหมาป่า) ฯลฯ และแน่นอน ส่งแรงกระเพื่อมต่องานเขียนแนวผจญภัยในบ้านเรา เช่น งานชุด ล่องไพร ของ น้อย อินทนนท์ และ เพชรพระอุมา ของ พนมเทียน

ในวงการภาพยนตร์ อิทธิพลของงานของแฮกการ์ดปรากฏในหนังนับไม่ถ้วน เช่น ชุด Indiana Jones, The Mummy, Mummy Returns ฯลฯ ตัวละคร อินเดียนา โจนส์ นักโบราณคดีชาวอเมริกันก็มีเงาของ อัลเลน ควอเตอร์เมน ทาบอยู่

ผมเองอ่านหนังสือนิยายข้างต้นมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเขียนหนังสือ แม้จะตั้งใจว่าจะไม่ลอกงานใครโดยเด็ดขาด แต่เมื่อหวนกลับไปอ่านงานหลายชิ้นที่เขียนอย่างชำแหละ ก็พบว่าหลายเรื่องมีร่องรอยดีเอนที่แตกมาจากงานของนักเขียนรุ่นก่อน

หาก King Solomon’s Mines ต่อยอดให้เกิด เพชรพระอุมา นวนิยาย เพชรพระอุมา ก็ส่งผลกระทบต่อ ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน เช่นกัน แม้ไม่โดยตรง ยกตัวอย่างเช่น ลีลาที่ตัวละครสองคน (เสือย้อย - จ่าตุ้ย) ชิงไหวพริบกันใน ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ก็มีเงาของ รพินทร์ ไพรวัลย์ - แงซาย และ ชีพ ชูชัย - สารวัตร กริช กำจร ใน เล็บครุฑ

การดวลปืนของเสือย้อยกับจ่าตุ้ยก็มีเงาของการประลองของจอมยุทธ์ในงานของโก้วเล้ง + การดวลปืนในหนังคาวบอย

ปืนไวของเสือย้อยก็มีเงาของดาบไวใน ฤทธิ์มีดสั้น และ อินทรีผงาดฟ้า (圓月彎刀) ทั้ง ฤทธิ์มีดสั้น และฤทธิ์มีดสั้น ก็มีเงาการดวลปืนกันของหนังมือปืนตะวันตก หนังมือปืนตะวันตกหลายเรื่องก็มีเงาของหนังซามูไรญี่ปุ่นประลองดาบกัน โดยเฉพาะ Magnificent Seven (1960) แปลงมาจากเรื่อง เจ็ดเซียนซามูไร (Seven Samurai 1954) ฉากประลองยุทธ์ของจอมยุทธ์แบบจ้องตากันในนิยายของโก้วเล้งก็น่าจะมีปรัชญาเซนแฝงอยู่ นี่คือเหตุผลที่ผมเห็นว่า กระบี่ใจพิสุทธิ์ ไม่ได้ลอก The Count of Monte Cristo มันแตกหน่อต่อมา

จะเห็นว่าทุกอย่างปนเปจนแทบหาต้นกำเนิดไม่เจอ เพราะมันเป็นวิวัฒนาการ ต่อยอดผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์มาเรื่อยๆ เงาของนักเขียนเก่าทาบนักเขียนใหม่ เป็นเรื่องธรรมดา

ในงานวรรณกรรมซีเรียสก็เช่นกัน




ในปี พ.ศ. 2497 นวนิยายเรื่องหนึ่งตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ชื่อเรื่อง ไผ่แดง ผู้ประพันธ์คือ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนวนิยายแนวเสียดสีสังคมและการเมืองในยุคสงครามเย็น เมื่อลัทธิคอมมิวนิสต์กำลังระบาดในละแวกนี้ ตัวละคร ‘สมภาร’ กับ ‘แกว่น แก่นกำจร’ สะท้อนมุมมองของสังคมต่อลัทธิการเมือง ยุคที่ชาวบ้านยังงงๆ อยู่ว่า ‘คอมมิวนิสต์’ คืออะไร

ไผ่แดง น่าจะได้รับแรงบันดาลใจจาก The Little World of Don Camillo ของ โจวานนี กวาเรสกิ เรื่องนี้เป็นหนังสือแปดเล่ม ประกอบด้วยเรื่องสั้นจำนวน 347 เรื่อง ตัวละครหลักในเรื่องมีสองคนคือ ‘ดอน คามิลโล’ กับ ‘Peppone’ นายกเทศมนตรีผู้ชื่นชอบลัทธิคอมมิวนิสต์ ฉากของเรื่องคือ ‘โลกใบเล็ก’ (Mondo Piccolo) แสดงภาพชนบทอิตาลีหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ด้วยฝีมือของนักประพันธ์ชั้นครู ไผ่แดง ไม่เหลือกลิ่นของเรื่องเดิมเลย

อีกเรื่องหนึ่งของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช คือรวมเรื่องสั้น หลายชีวิต เป็นเรื่องของคนกลุ่มหนึ่งลงเรือลำเดียวกันเดินทางไปที่จุดหมาย เกิดพายุ เรือล่ม คนตายหมด เรื่องนี้เล่าชีวิตของแต่ละคนที่ตาย พวกเขามีทุกเพศทุกวัย อาชีพต่างๆ โจร พระ เจ้านาย ชาวนา โสเภณี ฯลฯ

เล่ากันว่าแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือชุดนี้เกิดจากนักเขียนกลุ่มหนึ่งเดินทางไปต่างจังหวัด ระหว่างทางพบรถเกิดอุบัติเหตุ ตายทั้งคัน ใครคนหนึ่งจึงบอกว่าน่าจะเขียนเรื่องชีวิตของคนเหล่านี้ว่าแต่ละคนมีชีวิตอย่างไร ก็ตกลงกันว่าจะเขียนคนละเรื่อง เริ่มที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เขียนเรื่อง ไอ้ลอย เมื่อเพื่อนนักเขียนอ่าน ก็ไม่มีใครอยากเขียนต่อ เพราะ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เขียนเรื่อง ไอ้ลอย ได้ดีมาก ท่านจึงเขียนต่อจนจบเล่ม แต่ก็ไม่มีเรื่องใดสู้ ไอ้ลอย ได้

ไม่ว่าบังเอิญหรือเจตนา หลายชีวิต ก็มีโครงเรื่องคล้ายนวนิยายเรื่อง The Bridge of San Luis Rey ของ ธอร์นตัน ไวล์เดอร์ (ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 1927) เรื่องของคนหลายคนที่ตายจากสะพานเชือกถล่มในเปรู และเรื่องชีวิตที่นำไปสู่ความตายของคนทั้งหมดนั้น คล้ายต้องการหาคำตอบที่ว่าทำไมแต่ละคนจึงมาตายในที่เดียวกันพร้อมกัน นวนิยายเรื่องนี้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี 1928

ตัวละครในเรื่อง หลายชีวิต มีสิบเอ็ดคน คือไอ้ลอย, หลวงพ่อเสม, นางพรรณี, ท่านชายเล็ก, ผล พระเอก, ละม่อม, โนรี, ลินจง, จั่น, ทองโปรย และหมอแสง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เคยบอกว่าเอาเท่านี้แหละ เพราะไม่นึกว่าต้องเขียนคนเดียว และไม่มีเรื่องใดเขียนได้ในระดับ ไอ้ลอย

ไม่ว่าเรื่องนี้จะได้รับแรงบันดาลใจจากงานต่างประเทศหรือไม่ มันก็ไม่มีกลิ่นต้นฉบับอยู่เลย นอกจากโครงหลักที่คล้ายกันเท่านั้น

นี่แสดงให้เห็นว่า การต่อยอดงานเขียนของคนอื่นมีหลายระดับ ตั้งแต่ ‘ลอก’, ‘ดัดแปลง’, ‘ต่อยอด’ ไปจนถึง ‘ได้รับแรงบันดาลใจ’

พนมเทียน เขียนเรื่อง อินไซด์ เพชรพระอุมา ตีพิมพ์ในหนังสือจักรวาลปืน พ.ศ. 2533 เล่าเรื่องที่มาของ เพชรพระอุมา ว่าได้โครงมาจาก King Solomon’s Mines ที่อ่านมาตั้งแต่วัยรุ่น ใช้โครงเรื่องเพียง 5-6 บรรทัด แต่รายละเอียดและกลิ่นของเรื่องแตกต่างออกไปไกล




ในวงการศิลปะ มีประโยคหนึ่งว่า “Good artists copy; great artists steal”

ว่ากันว่าปิกัสโซเป็นคนพูด แต่ก็มีคนว่าน่าจะเป็นคำพูดที่แปลงจากคำของ W. H. Davenport Adams แต่ช่างเถอะ ประเด็นคือ เมื่อลอกได้เนียน ถือว่าไม่ลอก! แน่ละ เจ้าตัวมักจะรู้ว่าตัวเองลอกหรือขโมย แต่ความจริงคือ ศิลปินเก่งๆ สามารถใช้เศษชิ้นส่วนอะไรก็ได้มาต่อยอดเป็นงานสร้างสรรค์ที่ดี และดูเป็น ‘original’

ตัวอย่างเช่นการ ‘รีเมก’ หนังฮ่องกงเรื่อง Infernal Affairs เป็นหนังฝรั่งเรื่อง The Departed (2006) มันใช้พล็อตเดียวกัน แต่เวอร์ชั่นฝรั่งไม่มีกลิ่นของเรื่องเดิมอยู่เลย

โลกเราแทบไม่มีอะไรที่ใหม่อย่างแท้จริงแล้ว งานเขียนต่อยอดงานเขียน

ไม่ว่าจะก๊อบปี้งาน หรือลอกเลียน หรือขโมย หรือดัดแปลง ความหมายคือการใช้งานของคนอื่นเป็นฐานในการทำงานต่อ ต่างกันที่ระดับและเจตนา และบางครั้งมันก็เป็นพื้นที่สีเทา

ชาติ กอบจิตติ พูดถึงความแตกต่างระหว่างช่างฝีมือกับศิลปินว่า “ช่างฝีมือ ขอโทษ ตรงนี้ผมพูดด้วยความเคารพนะครับ คืออย่างคนที่แกะช้างที่เชียงใหม่ เห็นไม้มาก็เป็นช้างอย่างเดียว ไม้ใหญ่หน่อยช้างตัวใหญ่ ไม้เล็กช้างตัวเล็ก ไม้ยาว เอ้า! ช้างเป็นโขลง คือมองอะไรเป็นช้าง ทำอะไรซ้ำๆ ทำด้วยความชำนาญ แต่ทำดี ทำสวย ทำเก่ง ทำเนียน แต่พอไม้มาก็ช้าง ศิลปินมันจะต่างออกไป เออ! อันนี้ช้างได้ อันนี้เป็นปลาโลมา หรืออันนี้อาจจะเป็นปลัดขิก มันก็แล้วแต่ และความแนบเนียนของศิลปินอีกอย่างคือ คนไม่รู้ว่าเอามาจากไหน เหมือนอย่างคำที่ว่า ‘ช่างฝีมือขอยืม แต่ศิลปินขโมย’ ยืมมาคือยังรู้ว่าไปเอาของใครมา แต่ศิลปินนี่แนบเนียนมาก แต่ว่าหากสืบไปสืบมาก็อาจจะรู้น่ะ จริงๆ ก็คือเอามาโดยไม่ให้จับได้ มันเป็นการพัฒนาอีกขั้น อย่างช่างฝีมือ อาจจะจากหนึ่งไปสอง แต่ศิลปินจากหนึ่งไปเจ็ด ไปแปดเลย หาที่มาไม่เจอ จริงๆ แล้วมันไม่มีอะไรลอยๆ มาเลยหรอก งานศิลปะก็เหมือนกัน ใช่ว่าจู่ๆ มันก็มาเป็นแอบสแต็กเลยเมื่อไหร่”




นักอ่านที่เป็นหนอนหนังสือมักจับผิดนักเขียนได้ง่าย แต่บางครั้งก็จับผิดโดยตั้งข้อหา ‘องค์ประกอบเรื่องเหมือนกัน’

คำถามที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่พ้นคือ องค์ประกอบเหมือนกัน ถือว่าลอกหรือไม่?

ขอยกตัวอย่างกรณี ดาวตก, ผีเสื้อ, กระบี่ (流星,蝴蝶,劍) กับ The Godfather

การที่ตัวละครเป็นเจ้าพ่อเหมือนกัน (‘เล่าแป๊ะ’ กับ ‘ดอน วีโต คอลิโอน’) ยังไม่ถือว่าลอก จัดว่าเป็นการได้รับแรงบันดาลใจ เพราะมีเรื่องมากมายนับไม่ถ้วนมีตัวละครหลักเป็นเจ้าพ่อ

มันจะเข้าข่ายลอกต่อเมื่อ

1 มีคอนเส็ปต์เดียวกัน และ

2 มีองค์ประกอบและรายละเอียดการออกแบบตรงกัน

คนที่เคยดูหนัง The Godfather คงจำฉากแรกได้ สัปเหร่ออิตาเลียนมาหาเจ้าพ่อ ดอน วีโต คอร์ลิโอน เพื่อขอความช่วยเหลือ ลูกสาวของเขาถูกชายหนุ่มสองคนลวนลามทำร้าย จึงมาหาเจ้าพ่อให้ช่วยสิ่งที่กฎหมายช่วยไม่ได้

ในเรื่อง ดาวตก, ผีเสื้อ, กระบี่ ชาวบ้านคนหนึ่งไปหาเล่าแป๊ะเพื่ออวยพรวันเกิด แล้วร้องไห้ เล่าความคับแค้นให้เล่าแป๊ะฟังว่า ลูกสาวของเขาถูกสองกงจื้อโฉดแห่งตระกูลที่มีชื่อเสียงข่มขืน เล่าแป๊ะรับปากจะจัดการให้

อย่างนี้คือลอก

ใน The Godfather วีโต คอลิโอน ส่งลูกน้องไปขู่ผู้กำกับหนังฮอลลีวูดคนหนึ่งให้ทำตาม ‘คำขอร้อง’ ของเขาโดยตัดหัวม้าตัวโปรดของผู้กำกับ ในเรื่อง ดาวตก, ผีเสื้อ, กระบี่ เล่าแป๊ะจัดการฝ่ายตรงข้ามโดยตัดหัวม้าเช่นกัน

อย่างนี้ถือว่าลอก

อย่างไรก็ตาม โก้วเล้งยืนยันว่านี่ไม่ใช่ ‘การลอก’ !

เขาเขียนบทความเรื่อง เกี่ยวกับบู๊เฮียบ* ในคำนำนวนิยายเรื่อง กระบี่อมตะ (長生劍) ว่า

“ขณะที่เข้าพเจ้าเขียน ดาวตก, ผีเสื้อ, กระบี่ ได้รับผลสะท้อนจากเรื่อง เดอะ ก๊อดฟาเธอร์ มากที่สุด

เรื่อง เดอะ ก๊อดฟาเธอร์ ถูกดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ นำแสดงโดย มาร์ลอน แบรนโด เล่าแป๊ะ (ท่านลุง)    ใน ดาวตก, ผีเสื้อ, กระบี่ เป็นเงาของก๊อดฟาเธอร์เอง

เขาเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟีย แข็งกระด้าวราวกับก้อนหิน แต่ก็กลอกกลิ้งดุจสุนัขจิ้งจอก

ถึงแม้ว่าเขาทำชั่ว แต่ก็รักษาความเที่ยงธรรม ชมชอบช่วยเหลือผู้อ่าน

เขาไม่เคยโทษว่าฟ้าตำหนิคน ทั้งนี้เพราะเขารักต่อชีวิต มีใจรักครอบครัวและผองเพื่อน

เมื่อข้าพเจ้าพบเห็นตัวละครเช่นนี้ ขณะที่เขียนหนังสือ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจสลัดหลุดจากเงาของเขา

แต่ว่าข้าพเจ้าไม่ยอมรับว่านี่เป็นการขโมยคัดลอก

ถ้าหากข้าพเจ้าสามารถจำตัวละครที่ยิ่งใหญ่ในผลงานการเขียนของผู้อื่นมาบรรจุในนิยายกำลังภายใน ต่อให้ถูกผู้อื่นเย้ยหยันไยไพ ข้าพเจ้าก็ยินยอมพร้อมใจ”

ถ้าเราสร้างตัวละครที่มีอำนาจพิเศษอย่างซูเปอร์แมน หรือสไปเดอร์-แมน ไม่ถือว่าลอก เพราะตัวละครที่มีอำนาจเหนือมนุษย์เป็นนิยายตระกูลหนึ่งไปแล้ว แต่ถ้าสร้างตัวละครที่มีใยแมงมุมออกมาจากมือ อย่างนี้เข้าข่ายลอก เพราะมันเป็นการออกแบบเฉพาะเรื่อง

แต่หากวันหนึ่งนักเขียนทั่วโลกพร้อมใจกันเขียนตัวละครที่มีใยแมงมุมกัน มันก็จะพ้นสภาพจากการลอกเป็นธีมสาธารณะ อย่างเช่นที่เกิดขึ้นกับมนุษย์หมาป่า, แดรกคูลา และแฟรงเกนสไตน์มาแล้ว

เส้นแบ่งของการลอกจึงเลือนราง

หลายปีมาแล้ว ผมเขียนเรื่องสั้น กระถางชะเนียงริมหน้าต่าง เป็นเรื่องที่มีองค์ประกอบคนไข้อัมพาต + นางพยาบาล ซึ่งเป็นองค์ประกอบคล้ายกับภาพยนตร์เรื่อง Whoose life Is It Anyway? (คนไข้อัมพาต + หมอ) ดูเผินๆ น่าจะเข้าข่ายลอก แต่สองเรื่องเป็นคนละคอนเส็ปต์กัน Whoose life Is It Anyway? จับประเด็นการุณยฆาตโดยใช้ขั้นตอนทางศาล ส่วน กระถางชะเนียงริมหน้าต่าง ตั้งคำถามประเด็นคุณค่าของชีวิต

องค์ประกอบเดียวกัน แต่เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

การรับแรงบันดาลใจเป็นเรื่องปกติ มันไม่ใช่เรื่องเสียหน้าหากนักเขียนเขียนหมายเหตุไว้สักหน่อยว่า เรื่องนั้นๆ ได้รับแรงบันดาลใจหรือแปลงมาจากงานของใคร เท่ากับให้เกียรติต้นฉบับ และตัดปัญหาใดๆ ที่อาจตามมา มันเป็นมารยาทอย่างหนึ่ง

ในเรื่องสั้น เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ดาดาว ผมเขียนหมายเหตุบอกที่มาของแนวคิด Stargate ว่าต่อยอดจากงานของ อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก ในเรื่องสั้นประกอบภาพ นิทานหิ่งห้อย เขียนหมายเหตุว่าต่อยอดจากงาน The Last Question ของ ไอแซค อสิมอฟ และแนวคิดเครื่องจักร replicator ของ อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก ในนวนิยายเรื่อง บุหงาตานี ก็เขียนหมายเหตุว่าบางซัพพล็อตได้แรงบันดาลใจจากงานของกิมย้ง ดังนี้เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ความเหมือนกันก็อาจมาจากความบังเอิญล้วนๆ ได้เช่นกัน




ภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง Deep Impact เข้าฉายในปี พ.ศ. 2541 เนื้อเรื่องคือดาวหาง Wolf-Beiderman กำลังมุ่งหน้ามายังโลก เมื่อมันชนโลกอาจมิเพียงทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกจำนวนมากสูญพันธุ์ มนุษยชาติก็อาจหายไปจากโลก สหรัฐอเมริกากับรัสเซียจึงร่วมมือกันส่งยานอวกาศไปจอดที่ดาวหางดวงนี้ พวกเขาฝังระเบิดนิวเคลียร์ที่ความลึกสามร้อยฟุตเพื่อเปลี่ยนทิศของมัน แต่ปฏิบัติการไม่สำเร็จ ดาวหางแตกเป็นสองเสี่ยง และยังมุ่งหน้าหาโลกตามเดิม

ดาวหางชิ้นแรกตกลงมหาสมุทรเกิดสึนามิ คนตายไปมากมาย ส่วนชิ้นที่สองกำลังเดินทางตามมาติดๆ จากการคำนวณมันจะพุ่งชนทวีปอเมริกาเหนือ และจะทำลายชีวิตจำนวนมหาศาลบนโลก

ทีมงานบนยานตัดสินใจขนระเบิดทั้งหมดที่เหลือพุ่งชนชิ้นส่วนที่สองเพื่อทำลายมัน พวกเขาร่ำลาคนที่รักบนโลก แล้วดาวหางชิ้นนั้นก็แตกกระจาย โลกพ้นจากหายนะ

ภาพยนตร์ฮอลลีวูดอีกเรื่องหนึ่งที่ออกฉายตามมาในปีเดียวกันนั้นคือ Armageddon มีพล็อตเรื่องคล้ายกัน ดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่งมุ่งหน้ามาหาโลก สหรัฐอเมริกาเริ่มปฏิบัติการทำลายดาวเคราะห์น้อยดวงนั้นทันที แผนการคือส่งยานอวกาศสองลำไปฝังหัวระเบิดนิวเคลียร์ในดาวเคราะห์น้อย โดยใช้ทีมนักขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลไปขุดเจาะวางระเบิดบนดาว แต่ไม่สำเร็จ เศษของมันหลายชิ้นถล่มโลกทำให้หลายเมืองพินาศ เช่น นิวยอร์ก เมื่อแผนการทำลายดาวเคราะห์น้อยไม่สำเร็จ บางคนในยานก็เลือกสละชีวิตขับยานชนดาวเคราะห์น้อย ทำลายมันเป็นเสี่ยง โลกพ้นจากมหาภัยพิบัติ

ในเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ไทย ราตรีดาวกะพริบ ผมเขียนเรื่องปฏิบัติการของยานอวกาศ เอนเตอร์ไพรซ์ 18 ซึ่งลอยอยู่แถบดาวอังคาร ลูกเรือได้รับคำสั่งให้ไป ‘จัดการ’ อุกกาบาตขนาดใหญ่กลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังมุ่งหน้าสู่โลกด้วยความเร็วห้าหมื่นกิโลเมตรต่อชั่วโมง พวกมันจะไปชนโลกอีกสิบแปดวัน ชิ้นใหญ่สุดถูกตั้งชื่อว่า ‘ปีศาจดำ’ เนื่องจากเป็นอุกกาบาตสีดำสนิทไม่สะท้อนแสง ทั้งยังไม่สามารถถูกตรวจจับได้จนกระทั่งเมื่อมันใกล้โลกมากแล้ว พวกเขาได้รับคำสั่งไปทำงานชิ้นนี้เพราะอยู่ใกล้ปีศาจดำที่สุด

แผนการของพวกเขาคือปรับทิศของอุกกาบาต โดยยิงชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง ให้แรงระเบิดผลักมันไปชนอุกกาบาตชิ้นใหญ่กว่าคือ ปีศาจดำ เหมือนการเล่นสนุกเกอร์ แต่โดยการคำนวณที่ถูกต้อง เมื่อนั้นปีศาจดำจะถูกกระแทกให้เปลี่ยนทิศทาง อาวุธที่ใช้ยิงเป็นขีปนาวุธรุ่นใหม่ที่เพิ่งติดตั้งเมื่อปีที่แล้ว

แต่พวกเขาพบว่าการยิงไม่ได้ผล เพราะอาวุธเหล่านั้นต่ำกว่ามาตรฐานเนื่องจากเกิดคอร์รัปชั่นในโครงการจัดหาอาวุธ ในที่สุดลูกเรือก็ใช้วิธีขับยานชนเพื่อเบี่ยงทิศ

เรื่องสั้นเรื่องนี้มีฉากเมืองใหญ่เช่นนิวยอร์กถูกดาวเคราะห์น้อยถล่ม ฉากร่ำลาคนรัก ฯลฯ เหมือนหนังสองเรื่องแรก คอนเส็ปต์ของทั้งสามเรื่องเหมือนกัน โครงเรื่องเหมือนกัน ต่างแค่รายละเอียดปลีกย่อย

ใครลอกใคร? ผมไม่รู้ รู้แต่ว่าผมโชคดีที่เขียน ราตรีดาวกะพริบ ก่อนหนังสองเรื่องนี้ 3-4 ปี ไม่เช่นนั้นคงถูกข้อหาลอกแน่นอน แต่ทั้งสามเรื่องนี้ต่างก็ได้รับอิทธิพลจากงานของ อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก เหมือนกัน

ในปี พ.ศ. 2536 อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก ตีพิมพ์นวนิยายเรื่อง The Hammer of God เรื่องของปฏิบัติการเปลี่ยนทิศดาวเคราะห์น้อย กาลี ที่กำลังจะชนโลก นำทีมโดยกัปตัน รอเบิร์ต ซิงห์ แห่งยานโกไลแอธ เรื่องนี้เป็นต้นแบบของหนัง Deep Impact และ Armageddon แน่นอน โดยที่คลาร์กไม่ได้รับเครดิต (เจ้าตัวบ่นน้อยใจเล็กน้อย!)

ส่วน ราตรีดาวกะพริบ กลับไม่ได้รับอิทธิพลจาก The Hammer of God แต่อย่างไร (จนบัดนี้ผมยังไม่ได้อ่านเรื่องนี้) หากแต่ผมได้ไอเดียต่อยอดมาจากนวนิยายเรื่อง Rendezvous with Rama (1972) ซึ่งไม่ใช่เรื่องการทำลายดาวหางชนโลก Rendezvous with Rama เป็นเรื่องการพบปะระหว่างมนุษย์กับยานอวกาศของสิ่งทรงภูมิปัญญาจากต่างดาว ในบทที่ 1 ของเรื่องนี้คลาร์กเขียนถึงองค์กรหนึ่งชื่อ Spaceguard ทำหน้าที่ดูแลท้องฟ้าว่ามีสิ่งแปลกปลอมวิ่งมาหาโลกหรือไม่ ผมต่อยอดไอเดีย Spaceguard ออกไปเป็นปฏิบัติการทำลายอุกกาบาตในเรื่อง ราตรีดาวกะพริบ

ท่อนหนึ่งใน ราตรีดาวกะพริบ เขียนถึง Spaceguard ว่า

ชาวโลกกลุ่มหนึ่งได้ตั้งโครงการ สเปซการ์ด ขึ้น จุดหมายเพื่อรักษาความปลอดภัยของโลกจากอุกกาบาตและดาวหาง โครงการนี้มีการตรวจวัดความเร็ว วิถีโคจรของอุกกาบาต ฯลฯ เมื่อโครงการเริ่มขึ้นในศตวรรษที่ยี่สิบนั้น มีกล้องดูดาวหกกล้อง สามารถมองเห็นเทหวัตถุขนาด 100-200 เมตรได้ บัดนี้โครงการสเปซการ์ดเดินหน้ามานานเกือบสองร้อยปีแล้ว แต่พัฒนาเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น สเปซการ์ดมียานลาดตระเวณตระกูล เอนเตอร์ไพรซ์ รวมห้าสิบลำ แต่ไม่มีโครงการใหม่ๆ เพื่อรับรองอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ สาเหตุที่ไม่ได้รับความสนใจจากชาวโลกนัก เพราะคนส่วนใหญ่คิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว และตลอดสองร้อยปีที่ผ่านมา ไม่เคยปรากฏอุกกาบาตขนาดใหญ่ตกลงมาบนพื้นผิวโลกเลย

แน่นอนระดับ อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก ก็ย่อมคิดพล็อตแบบนี้ได้ และเป็นที่มาของ The Hammer of God ในปี 2536 หนึ่งปีก่อนที่ผมเขียน ราตรีดาวกะพริบ (เขียนในราวปี 2537 ตีพิมพ์ในปี 2538) แม้ไม่ได้ลอกใครมา แต่ก็ต้องยกเครดิตเรื่องแนวนี้แก่คลาร์กว่าเป็นผู้ต้นคิดคอนเส็ปต์เรื่องการทำลายดาวเคราะห์น้อยที่มุ่งมาหาชนโลก

จะเห็นว่าไอเดียต่อยอดไอเดีย และการคิดโครงเรื่องตรงกันอย่างเอกเทศเกิดขึ้นได้จริงๆ




อีกตัวอย่างหนึ่งคือภาพยนตร์แนวดรามาเรื่อง The Missing Person (2008) กับเรื่องสั้น คนหนีเงา (ในชุดเสี่ยวนักสืบ) ที่ผมเขียน

The Missing Person เป็นเรื่องของนักสืบเอกชน ‘จอห์น รอสโซ’ ได้รับงานไปตามหาคนที่หายตัวไปชื่อ ‘แฮโรลด์ ฟูลเมอร์’ เขาตามไปจนพบ และรู้ความจริงว่า ฟูลเมอร์เป็นหนึ่งในคนหลายพันคนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ตึกเวิร์ล เทรด เซ็นเตอร์ ถล่ม ฟูลเมอร์รอดชีวิตมาได้ แต่สวมรอยเป็นคนตาย ไม่กลับบ้านไปหาภรรยา และเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาไม่ต้องการพบภรรยาของเขาอีก นักสืบต้องตัดสินใจว่าจะปล่อยตัวฟูลเมอร์ไปดีหรือไม่

ในเรื่องสั้น คนหนีเงา นักสืบ พุ่มรัก พานสิงห์ ได้รับงานไปสืบหามือดีที่แอบปลอมลายมือชื่อสามีของผู้ว่าจ้าง ขายที่ดินและถอนเงินจากบัญชีธนาคารไปหกล้านบาท สามีของคนว่าจ้างชื่อ บดินทร์ เสนีย์สกุล เสียชีวิตในอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่เชียงใหม่

พุ่มรัก พานสิงห์ ตามไปจนพบตัวการที่ขายที่ดินและถอนเงิน ก็คือ บดินทร์ เสนีย์สกุล เขารอดตายจากเครื่องบินตกมาได้ เพราะไม่ได้โดยสารไปกับเครื่องบินลำนั้น เขารับ บอร์ดดิ้ง พาส และขึ้นเครื่องไปแล้ว แต่ออกจากเครื่องบินเพราะเขาลืมแหวนแต่งงานในห้องน้ำ บดินทร์ฉวยโอกาสสวมรอยเป็นคนตายและเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาไม่มีความสุขในชีวิตคู่ อยากจะหย่า แต่ไม่กล้า จนเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น นักสืบ พุ่มรัก พานสิงห์ ต้องตัดสินใจว่าจะปล่อยตัวบดินทร์ไปดีหรือไม่

ทั้งสองเรื่องก็คือเรื่องเดียวกันเป๊ะ ต่างที่รายละเอียดปลีกย่อย องค์ประกอบเหมือนกัน คอนเส็ปต์เดียวกัน โชคดีที่ผมเขียน คนหนีเงา ก่อนหนังฝรั่งเรื่องนี้ 4-5 ปี ไม่เช่นนั้นผู้เขียนคงถูกกล่าวหาว่าลอกแน่นอน เพราะมันเหมือนกันจริงๆ ขณะเดียวกัน คนเขียนบทหนังฝรั่งก็ไม่ได้ลอกเรื่องของผม เพราะมันไม่เคยถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษมาก่อน

ประสบการณ์ทั้งสองครั้งนี้บอกว่า ความเหมือนกันของโครงเรื่องเกิดขึ้นได้จริงๆ นักเขียนจึงไม่ต้องกังวล หากไม่ได้ลอกใครมา ไอเดียซ้ำกันได้ตลอดเวลา




ประเด็นการลอก-ไม่ลอกยังมีอีกจุดหนึ่งที่มีแต่นักเขียนจึงรู้ นั่นคือความหลงลืม!

บ่อยครั้งนักเขียนเขียนเรื่องหนึ่งแล้วเป็นการลอกจริง แต่เกิดขึ้นโดยไม่เจตนา ฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่มันเป็นความจริง

นานมาแล้วผมเคยเขียนเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง เสร็จแล้วรู้สึกว่ามันดีจัง คิดได้ไง! ผ่านไปหนึ่งคืน ผมก็รู้สึกคุ้นๆ ว่าเคยอ่านเรื่องแบบนี้มาก่อนที่ไหนสักแห่ง เมื่อค้นคว้าดู ก็พบว่ามันเป็นเรื่องสั้นของ Jeffrey Archer ที่ผมเคยอ่านมาก่อน ผมจำสับสน นึกว่าตัวเองคิดเอง กำลังนึกชมตัวเองว่า “เก่ง คิดได้ไง!”

โชคดีที่นึกออกก่อนที่จะไปตีพิมพ์ที่ไหน จะถูกข้อหาร้ายแรงว่าลอกมาทั้งดุ้น จะแก้ตัวอย่างไรก็คงไม่มีใครเชื่อ!

เรื่องที่เคยอ่านมาช่วงหลายสิบปีสะสมในหัว ผสมปนเปกับเรื่องที่คิดเอง และที่แตกหน่อใหม่ บางทีก็งงว่าอันไหนคิดเอง อันไหนของคนอื่น

ดังนั้นเขียนเรื่องเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งรีบส่ง เก็บไว้สักช่วงหนึ่งก็จะดี เมื่อสมองตกตะกอนดีแล้ว ค่อยมาอ่านใหม่ อาจพบบางจุดที่เราพลาดไป

การเขียนงานคล้ายงานของคนอื่นเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะความคิดอยู่ในอากาศ เราคิดได้ คนอื่นก็คิดได้ บางทีมันก็เกิดจากการใช้บางส่วนของพล็อตคนอื่นผสมกับพล็อตของเรา และเรามั่นใจว่ามันเป็นความคิดของเราเอง ไม่ได้ลอกใครมา นี่เป็นเรื่องที่รับได้ แต่อย่าเกิดบ่อยๆ ก็แล้วกัน!

อีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับการลอกก็คือความจริงที่ว่า ใครทำก่อนได้เครดิต

บางครั้ง นักเขียนมีไอเดียดีมาก แต่หากคนอื่นทำก่อน งานชิ้นนั้นก็ถือว่าเป็นผลงานของคนอื่น ผมเองก็ผ่านประสบการณ์แบบนี้มาหลายครั้ง ทั้งในฐานะคนที่คิดก่อนแต่ลงมือช้าไป และคนที่ลงมือก่อนคนอื่น

นักเขียนใหญ่ท่านหนึ่งเคยบอกผมว่า คิดคอนเส็ปต์เดียวกับผม แต่ลงมือช้ากว่าผม จึงต้องยุติโครงการนั้น ดังนั้นเมื่อมีไอเดียดีๆ ก็ควรทำเลย อย่ารอนาน

ผมเขียนเรื่องสั้นแนวทดลองแบบวรรณรูป ขณะทำงานมักจะตื่นเต้นและเกิดอีโก้เล็กน้อย (“อืม! กูคิดได้ไงเนี่ย!”) แต่สารอีโก้ในร่างกายก็จางหายไปทันทีที่เห็นงานวรรณรูปโบราณในศตวรรษที่ 10 เฮ้อ! เขียนก่อนผมเกิดแค่พันกว่าปีเท่านั้น!

ไม่มีอะไรที่ใหม่จริงๆ !


วินทร์ เลียววาริณ

www.winbookclub.com

27 กันยายน 2557

ส่งต่อให้เพื่อน :  
 
 
 
ความเห็นที่ 1
ddr1024 27-09-2014 13:13
 
ความเห็นที่ 2
ddr1024 27-09-2014 13:29

อ่านถึงตอนที่คุณวินทร์ อ้างถึงเรื่องวีรบุรุษสำราญของโกวเล้ง ว่าน่าจะดัดแปลงมาจาก Tortilla Flat ของ จอห์น สไตน์เบ็ค ก็พลันนึกถึงตัวเองว่าตอนอ่านเสเพลบอยชาวไร่ ของคุณรงษ์ วงศ์สวรรค์ ทีไร ก็ให้นึกถึง Tortilla Flat ทุกทีเหมือนกัน อีกอย่าง เวลาอ่านเรื่องสั้นบางเรื่องของนักเขียนเก่าๆ บางท่าน ก็พลันไปนึกถึงเรื่องสั้นของ โอ เฮนรี หรือ โมปัสซัง ได้หลายๆคราว

 
ความเห็นที่ 3
ต้นกล้า 30-09-2014 22:33

เข้าใจเเล้วครับ ขอบคุณมากครับ ตามต่อครับ smiley

 
 
 
แสดงความเห็น
 
 
Email
 
Password
 
 
    
 
หนอนในตะกร้า (รวมบทความทั้งหมด)
 
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 14
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 13
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 12
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 11
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 10
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 9
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 8
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 7
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 6
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 5
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 4
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 3
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 2
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 1
กบในหม้อน้ำ
วิชาที่ไร้ประโยชน์
ใต้เงาของคนอื่น
สร้างปัญหามาแก้
ไซ่ง่อนรำลึก
เสียงเพลงในกองขยะ
ขนมสอดไส้
สัญญาณจากสวรรค์
ระหว่างทางสู่ความสำเร็จ
ผักชี
งานฝีมือ
ห้องสามห้อง
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (9)
มนุษย์หมาป่า
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (8)
มีแผน v.s. วางแผน
นาฬิกาทราย
เนื้อคู่
หนึ่งในสามพันล้าน
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (7)
เครื่องกรอง
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (6)
เมียเก่า
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (5)
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (4)
ส.ค.ส. 2557 : ข้อแม้ของความสุข
สนับสนุนปฏิวัติด้วยรถถัง!
กล่องใส่ภูเขา ต้นมะพร้าว ทะเล เรือ หาดทราย
ไม่มีเงินไม่ต้องใช้
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (3)
ป้อมตำรวจ
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (2)
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (1)
เรื่องน่าอัศจรรย์
ฉี่ไม่เข้าเป้า
ไดโนเสาร์หลังบ้าน
ยาเม็ดสีฟ้ากับยาเม็ดสีแดง
ระนาบที่สี่ของชีวิต
บนกับล่าง
เด็กเวร
ภาพเบลอ
กรอบของสนามเบสบอล
ตับหมู
ทุกข์ทบต้น
หนึ่งปีมี 400 วัน หนึ่งวันมี 22 ชั่วโมง
ซอมบี้
Fake!
ปลาปีนเขา
มนุษย์พิเศษ
บทเรียนหลังพวงมาลัยรถยนต์
นักเดินทาง
บุญสำเร็จรูป
ขนมจีบ
สมการชีวิต
100 เรื่องแปลก
โลกคู่ขนาน
ตายก็ตาย รอดก็รอด
เดินเท้าไปโรงเรียน
ความคิดกำหนดชะตาชีวิต
คนโชคดี
เปลี่ยนกระถาง
ฟีนิกซ์
วันเกิดปีที่ 3,500,000,000
นาฬิกาของนกฮูก
อิฐทีละก้อน
เดาสร้างทุกข์
ปิศาจในตัวเรา
หนังพากย์
กระถางเปล่า
นอนหลับ กินข้าวอร่อย
iJOBS
เศษสตางค์
ตลกอันตราย!
บ้านแตกเพราะ สตีฟ จ็อบส์
แตะหัวใจ
เมื่อหัวใจเต้นครั้งที่ 15,000,000,000
ชั้นดิน
ตอไม้
ฟ้าถล่ม
สายดิน
คุณค่าของชิ้นส่วนเล็กๆ
ยาใจ
ยอดฝีมือทำเก้าอี้
ด้านที่มองไม่เห็น
กำแพงขวางรัก
LAT
อาหารหมู
3G
“โลกไม่ยุติธรรมเลย”
ภาษาแผ่นดิน
แม่น้ำแสงจันทร์
ยานเวลามีจริง!
ช็อกโกแลตยัดไส้
ของพิเศษ
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ IPAD
ทหารผ่านศึกกับเด็กชายขาพิการ
ตัวขี้เกียจ
ประกันใจตลอดชีวิต
ตาไม่ถึง (2)
ตาไม่ถึง (1)
ฟาดดาบ
ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน
ไฟปรารถนา
ในห้วงเหวของความตาย
แก้บน
หนึ่งวันของเมย์ฟลาย
กาลเทศะกับการใช้ชีวิตอย่างมีความงาม
ปลาที่ไม่ยอมขึ้นบก
หัวใจที่ไม่จมน้ำ
สะฮารา
แดดเที่ยง
รองเท้ากับแซกโซโฟน
โซดา
คนหัวใจเหล็ก
ลายมือ
ทุดง!
แลคโตบาซิลัส
หกลิตร
ครัวสุข ตอน สลัด
GPS
This is the latter.
พู่กันของ จุก เบี้ยวสกุล
Bad hair day & On the job training
Connection
Backfire
รถยนต์ใต้สะพาน
ทำดีไม่ได้ดี
Will I do it again?
หนอนในแอปเปิล
Grow old gracefully
ชีวิตย้อนคืน
46 วินาที
มีดีต้องอวด?
Mediocrity
อาย
It will pass.
สัมผัสพิเศษ
เครื่องมือชิ้นสุดท้าย
หัวใจใต้จุดเยือกแข็ง ตอน 2
หัวใจใต้จุดเยือกแข็ง ตอน 1
เด็กโง่
ขอบเขตความรักของพ่อแม่
ก่อนถึงเส้นตายรัก
หัวบันไดแห้ง
ตัด-หั่น-เจี๋ยน
ฉันกับเรา
สองปีกและตรวน
ผิดที่
ผู้หญิงของขงเบ้ง
เสื่อผืนหมอนใบ
somebody-nobody
เจ็ดชั่วโคตร
วิศวกรรมแห่งชีวิต
ยี่สกที่ไม่ยอมกินเบ็ด
เสิร์ฟกาแฟเจ้านาย
Dum spiro, spero
Between the devil and the deep blue sea
decoy
ปะติรู-ป-ระชาธิปไตย!
I Do a Dream
พื้นที่เสื่อมโทรม
White Lies
Homesick
ตุ๊กตาล้มลุก
ด่านรัก
Swinging!
วันนรก
บริหารเวลา
นิทานเรื่อง จีนกับใบมะขาม
บทความสัมมนาซีไรต์ 1999
ซีอีโอชีวิต
มุมงดงามที่เหลืออยู่
ฟุกุชิมะ 50
ตะกอนก้นแก้ว
สมมุติว่า...
จงทำชั่ว!
ฮะจิโค, รุสวอร์ป และ บ๊อบบี้
เกจ์น้ำมัน
ความฝันริมถนน
เถรตรง
15 Minutes of Fame
อำนาจของเสียงหัวเราะ
acquaintance
The end justifies the means
นิยายประหลาด
ปอดแหก
ก้นเหว
เสียงของหัวใจ
จูบตีน
สองมือเล็กๆ ของเราแต่ละคน
ชีวิตติดกับ
ปาฏิหาริย์ของจุดสีฟ้าอ่อน
ฟองน้ำ
Shit happens!
ริบบินสีเหลืองบนต้นไม้
เสียงไวโอลินที่ไม่มีใครได้ยิน
ช่องโหว่
“แล้วไงล่ะ?”
แรงดึงดูด
No life!
ตั๋วรถไฟครึ่งราคา
พลังของความพลิกแพลง
เดี๋ยวนี้!
คู่แท้
ยาวิเศษ
บทเรียนนอกตำรา
เปลือกนอกกับแก่นใน
Reset
อารมณ์ขันกันกระสุน
กระดุมเม็ดแรก
เซลล์ใหม่
โรจน์แม็พ
ของขวัญวันอังคาร
ปีกแห่งพระปรีชาชาญ
แตงโมสี่เหลี่ยม
ห้องเรียนของวั่นเล่าหยัง
ธรรมะในห้องน้ำ
สื่อสาน
ลูกปลาในแอ่งน้ำ
ไม้คาน
ยึด sub !
ศาสนาผี
จดหรือไม่จด?
เครื่องมือวิเศษ GT 200
ราคาคุย
เม็ดเกลือแห่งอหิงสา
ดาวอังคารเหนือต้นเชอร์รี
หลุมอากาศ
สื่อสังวาส 3
สื่อสังวาส 2
สื่อสังวาส 1
อยากให้คนอื่นจดจำคุณอย่างไร?
เสือกับหน้ากากมนุษย์
Blessing in Disguise
สวนสัตว์ (จบ)
สวนสัตว์ (1)
เสียดายที่...
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (3)
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (2)
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (1)
ก่อนที่ไฟจะดับ
ของหวาน
คนตาบอดในฤดูใบไม้ผลิ
เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก
ป้ายสต.
ความบังเอิญที่น่ารื่นรมย์
ชื่อเสียงกับความสุข
ออมสินเวลา
ยานเวลากับเครื่องมือพยากรณ์อากาศ
ประชดชีวิต
แอ๊ปเปิ้ลสีแดง
เครื่องมือ
When it rains, it pours.
ดร. เจคเคิล กับ มิสเตอร์ไฮด์
จุดเล็กๆ จุดหนึ่ง
ผัดไทยหนึ่งนาทีครึ่ง
เล่นให้จบเกม
แว่นตาดำ
คำบวกคำลบ
ล้มแล้วเหยียบ
มาราธอน
มองกว้างมองไกล
พ่ายแพ้อย่างสง่างาม
ชายผู้ระเบิดปรมาณูหล่นใส่หัวสองหน
ชาติมีราคาเท่าไร?
ความงามของความเงียบ
เช็กช่วยชาติ
ทูนอิน
รักข้ามพรมแดนสงคราม
เมืองขี้เมา (2)
เมืองขี้เมา (1)
ตุ๊กตาล้มลุก
สมุนไพรอันตราย 13 ชนิด
ตายอย่างหมดจด
เห็นมดเท่าช้าง
ถุงกาแฟ
ผงซักฟอก
พิษทางใจ
มากคนมากความ
เราควรรื้อถอนโครงสร้างของละคร 'น้ำเน่า' หรือไม่?
ปาร์ตี้ชีวิต
รักตัวเอง
แผ่นดินของเรา
หนทางสายที่สอง
ก่อนขึ้นเขาสูง
คนละเรื่องเดียวกัน
อกหักดีกว่ารักไม่เป็น?
อาตี๋สักมังกร
แผนที่โลกกลับหัว
เมื่อถูกถีบลงน้ำ
แก้มอีกข้างหนึ่ง
วิกฤติกับโอกาส
ฉัพพรรณรังสี
ปากมีไว้เพื่อ...?
ข้าวผัด
ชีวิตพอเพียง
ในแสงสุดท้ายของวัน
วาบหวิววิทยาลัย
คุณค่าของชีวิต ตอน 4 (จบ)
คุณค่าของชีวิต ตอน 3
คุณค่าของชีวิต ตอน 2
คุณค่าของชีวิต ตอน 1
เลขนำโชค
คนเราสามารถเป็นคนดีโดยไร้ศาสนาได้หรือไม่?
ท้องฟ้าเป็นผู้ชาย ดวงดาวเป็นผู้หญิง
คนใบ้ในห้องเรียน ตอนที่ 2
คนใบ้ในห้องเรียน ตอนที่ 1
คนจนห้ามท้องเสีย
ตบกะโหลกพระ
ในฤดูหนาวอันแสนนาน
ศูนย์แคลอรี
คำขอโทษ
เครื่องมือชิ้นหนึ่ง
เราสามารถก้าวไปถึงสังคมอุดมคติได้หรือไม่
เส้นโค้ง เส้นเว้า กับเส้นหยัก
โรคติดต่อ
วันที่ 1 มกราคม
แผลเป็นของ คิม ฟุก
แบบสอบถามชีวิต (3)
เสียงสุดท้ายให้โลกได้ยิน
แบบสอบถามชีวิต (2)
วนิดา
แบบสอบถามชีวิต (1)
ผลไม้วิเศษ
ผู้หญิงขอผู้ชายแต่งงาน
อำนาจเหนือธรรมชาติจะนำพาสังคมไทยไปถึงไหน?
คนอารมณ์ดี
หัวใจที่ชายแดน
ว่าด้วยความ 'เพอร์เฟ็ค'
เรื่องของ J
เครดิตกับภาพลักษณ์
อาชีพ : แม่บ้าน
หัวใจ Y
‘ฮาร์ท’ กับ ‘เฮด’
ย้อนกลับสู่ความเป็นระเบียบ
สุญญากาศ
เคียงไหล่ลูกน้อง
แมวที่ริมฝั่ง
รับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ (แห่งชีวิต)
‘คิดได้ไง’ กับ ‘คิดโง่ๆ’
ปฏิทินจักรวาล
คุณค่าของของทรัพยากร
ทาสของชื่อเสียง
จากความว่างเปล่าสู่ความว่างเปล่า
ความคงอยู่ของความมืด
จตุ-calm
บุญคุณกับกตเวทิตา
ลมปราณแห่งปัญญา
คนที่ไม่มีวันแก่
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
ปากที่เสกศิลป์
คนวิ่งชีวิต
ผู้หญิงผมขาวที่นั่งแถวหน้าสุดในห้องเรียน
ไวโอลินกับหมีแพนด้า
ในตอนจบวัน
สิ่งที่เรามีเหลืออยู่
ปีกหัก
เข็มทิศกับไวโอลินของไอน์สไตน์
ถึงจะเดินถอยหลัง ก็ยังต้องออกแรง
เสน่ห์ของความเรียบง่าย
ล้มแล้วลุกขึ้นมาโลดแล่นต่อไป
การมีชีวิตอยู่อย่างมีชีวิต
ไฟดับห้านาทีในหัวใจ
นางสาวมารยาท
0 นาทีก่อนเที่ยงคืน
บทเรียนที่โรงเรียนไม่ได้สอน
หมาแย่งก้อนเนื้อ
ผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อชะตากรรม
น้ำท่วมทุ่ง
โลกที่ไร้สิ่งกีดขวาง
ปัญหารัก
วิตามินชีวิต
มาจากอากาศธาตุ
ยิ่งน้อยยิ่งมาก
ปาฏิหาริย์แห่งการใช้สติและปัญญา
Happy Ever After
มือหยาบกร้านที่สานเก้าอี้ไม้ไผ่
นิสัยเสียที่เรียกว่า วิตก
รสชาติของชีวิต
ไม่มีวันยอมแพ้
ของปลอม
ริมแม่น้ำ
ฤดูกาล
อาซ้อกับหมูในอวย
ผลของการพยายามเอาใจทุกคน
นังอิจฉา
ความตายคือความรัก
บนโต๊ะอาหารเช้า
เบื้องบนมีแสงอาทิตย์และแสงดาว
รอยเท้าข้างเดียวของลีนา
รถไฟสองขบวน
การรอคอยของ ลี อัง
จุดฝันในม่านมืด
คุณค่าของกระดาษแผ่นหนึ่ง
ไกลกว่าที่ตามองเห็น
เสน่ห์ร้อยเปอร์เซ็นต์
คนที่เต้นรำที่หัวใจ
เบื่อคนบ่น
คนไม่ยอมแพ้ที่ปลายทางโลก
นางในฝัน
หนึ่งก้าวถัดไป
วันไม่ดี
เด็กสาวแขนขาดที่สี่แยก
ความฝันที่เก็บไว้ในลิ้นชัก
สิ่งที่ใครก็เอาไปจากเราไม่ได้
ในแสงสลัว
หลุมดำ
โอกาสที่สอง
โลกใบเล็กของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
วันเสียตัว
สุขพึงใจกับสุขชื่นใจ
อีแก่ที่ไม่มีใครต้องการ
อนุภาคที่มีวิถีชีวิตของมันเอง
ก้าวย่างแรก
ฮีอา ลี กับนิ้วทั้งสี่
รูบนกำแพงกั้นน้ำ
เสียงที่ไม่มีวันจางหายไปจากโลก
น้ำพุศักดิ์สิทธิ์
ไม้กางเขน
ความฝันโง่ๆ
ความดีความชอบ
กราบสามีก่อนเข้านอน
ชีวิตที่ดี
กลางสายฝน
สัตว์ประหลาดในโลกที่แสนสวยงาม
ทางเลือกของหัวใจ
เส้นตายกับคำท้าทาย
ยืนด้วยเท้าของตนเอง
จรรยาบรรณ
วิปริตธรรมชาติ
ยาขม
เข็มทิศ
วันแห่งความหวัง
Perception - Reality
ดีทอกซ์
รังที่สร้างด้วยรัก
บทเรียนที่สูญเปล่า?
ไหว้สัตว์ตาย
เนรคุณธรรมชาติ?
โลกของไอ้แก่
การศึกษากับปัญญา
ตัวกูของใคร
รักคนอื่นหรือรักตัวเอง?
บทเรียนจากตะกร้า
บทเรียนจากความเชื่องช้า
วิบัติสมมุติ
"ถ้ารู้อย่างนี้จะไม่..."
เจตนาดีกับลมปาก
งานใหญ่กับงานยิ่งใหญ่
ต้นรักในหัวใจ
ทวนน้ำ
ขนาดของหัวใจ
ไม้ผลัด
ส้มเปรี้ยวกับส้มหวาน
คนที่สิบเอ็ด
คำสุภาพกับมารยาทที่แท้
ก่อนเปลือกตาจะปิด
"ช่างมัน ฉันไม่แคร์"
ถ่ายน้ำมันเครื่อง
อภัยทาน
วันแห่งความรัก
ของใหม่
สองข้างทางสู่เส้นชัย
คนตาบอดบนสะพานแคบ
คุณค่าเล็ก ๆ ของตัวไร้ประโยชน์
งานทรมานกับงานในฝัน
สายน้ำกับความตาย
มาสาย-กลับดึก
31 ธันวาคม
ลอกคราบจากภายใน
กบเลือกงาน
ไม้แข็งกับไม้อ่อน
ไส้เดือนกับมังกร
ขาวกับดำ
ประโยชน์ของความไม่มี
รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง
เติมน้ำใสใส่หัวใจ
เปลือกของสุภาพชน
สายรุ้ง
Expiry Date
นาฬิกา
เสียน้อยเสียยาก
กติกา
ก็แค่ความไม่สะดวกเล็ก ๆ
ความยาวของหนึ่งวินาที
ข้างกำแพงสงคราม
ส่วนเกิน
เพลงรัก
อหิงสา
คนแก่ในสวนสีเขียว
ความอึด
The Evil Thing?
ความฝัน