เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 10 

ว่าด้วยตัวละคร (1)



ตัวละครเป็นหัวใจของเรื่องสั้นและนวนิยาย เป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินเรื่อง ตัวละครเป็นการสื่อสารของนักเขียน และสร้างอารมณ์ หากไม่มีฉาก เรื่องยังดำเนินได้ แต่ถ้าไม่มีตัวละคร เรื่องก็ไม่เป็นเรื่อง

ตัวละครไม่จำเป็นต้องเป็นคน อาจเป็นสัตว์ พืช มนุษย์ต่างดาว อะไรก็ได้ที่ทำให้เรื่องเดินหน้าได้ แล้วแต่การออกแบบเรื่องของนักเขียน

การสร้างตัวละครให้ลึกซึ้งอาจเป็นเป้าหมายของนักเขียน แต่มันไม่จำเป็นเสมอไปที่จะต้องทำอย่างนั้น ขึ้นกับว่าเรื่องที่เขียนเอนไปทาง plot-based หรือ character-based

เรื่องแนว plot-based เน้นเหตุการณ์มากกว่าอารมณ์ ให้รายละเอียดของตัวละครพอแค่ให้เดินเรื่องได้ เช่นงานสืบสวน งานแนวจารกรรมจำนวนมาก นักเขียนบอกแค่ให้รู้ว่าใครทำอะไรที่ไหนก็พอ เช่นนวนิยายเรื่อง The Day of the Jackal ของ เฟร็ดเดอริก ฟอร์ธไซท์ เราไม่รู้ว่าตัวละครนักฆ่า ‘Jackal’ เป็นใคร เรื่องเน้นที่การไล่ล่า Jackal มากกว่าจะให้ความสนใจว่า Jackal มีปมอะไร เชื่อเรื่องชาติหน้าหรือเปล่า พ่อแม่แยกทางกันหรือไม่ ฯลฯ

ส่วนงาน character-based เน้นความลึกและอารมณ์ของตัวละครมากกว่าเหตุการณ์

นี่คือทฤษฎีการแบ่งชนิดของงานเขียนที่เล่าให้ฟังเพื่อให้นักเขียนเข้าใจ และรู้ว่าตนเองกำลังเขียนงานอะไรอยู่ แต่โดยส่วนตัว ผมไม่เห็นว่าทำไมเราต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง แต่ที่สำคัญมองไม่เห็นว่าเราแบ่งมันออกจากันอย่างเด็ดขาดได้อย่างไร เพราะนิยายทุกเรื่องในโลกเป็นส่วนผสมของทั้งสอง เพียงแต่ว่าเรื่องบางประเภทน้ำหนักจะเอนไปทางพล็อต บางเรื่องจะเอนไปทางตัวละคร ผมไม่เห็นว่า character-based จะต้องเป็นเรื่องที่ตัวละครต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้ต้องคิดลุ่มลึกหรือมีความเปลี่ยนแปลงภายใน หรือลอกครอบทางความคิดเสมอไป เช่น ‘สิทธารถะ’ ใน Siddhartha, ‘โกลด์มุนด์’ ใน Narcissus and Goldmund เป็นต้น

ในวงการวรรณกรรม นักวิจารณ์มักตีราคางาน character-based สูงกว่างาน plot-based บ้างเห็นว่างานเรื่องสั้นหักมุมจบเป็นงาน ‘ง่ายไป’ หรือ ‘ตื้นไป’ เพราะมันเน้นพล็อตมากกว่าความรู้สึกของตัวละคร มิพักพูดถึงงาน ‘น้ำเน่า’ ที่ถูกจัดอยู่ในระดับล่างกว่านั้น งานที่ชนะรางวัลวรรณกรรมมักเป็นเรื่องที่เอนไปทาง character-based

แต่ว่าก็ว่าเถอะ มีเรื่องใดบ้างที่สามารถจัดว่าเป็น character-based หรือ plot-based ร้อยเปอร์เซ็นต์ งานระดับรางวัลโนเบล เช่น The Old Man and the Sea, Tortilla Flat, Doctor Zhivago, One Hundred Years of Solitude,  Lord of the Flies ฯลฯ ก็เป็นทั้ง character-based และ plot-based รวมกัน

ข้อแตกต่างอยู่เพียงว่า บางเรื่องเอนไปทาง character-based มากกว่า บางเรื่องก็เอนไปทาง plot-based มากกว่า

เราน่าจะมุ่งหน้าไปที่อุดมคติ ทำให้ดีทั้งสองทาง รักษาส่วนผสมให้สมดุล หากเรื่องนั้นพล็อตสำคัญกว่าตัวละคร ก็เน้นพล็อต หากตัวละครสำคัญกว่า ก็เน้นตัวละคร เข้าใจกรอบ แต่อย่าไปยึดติดกับมัน

ผมเองก็พยายามเขียนทั้งสองอย่างให้สมดุลในแต่ละเรื่อง คือสร้างเรื่องที่สนุก บันเทิงและมีความลุ่มลึกของตัวละครและสาระ แต่ก็สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาของนักเขียนทุกคน เพราะเป้าหมายแบบนี้ค่อนข้างยาก

ภาพยนตร์เป็นสื่อที่เน้นความบันเทิงมาก เพราะรายได้ขึ้นอยู่กับข้อนี้ แต่ก็มีนักสร้างหนังหลายคนที่พยายามทำให้ได้ทั้งสองทาง ตัวอย่างเช่น The Dark Knight แม้เป็นหนังซูเปอร์ ฮีโร ก็พยายามทำให้เรื่อง plot-based มีความลึกกว่าที่นายทุนคาดหวัง ประเด็นคือ มันทำได้ เราสามารถเขียนงานวรรณกรรมที่สนุกสนานได้ เพียงตั้งเป้าให้สูงหน่อยเท่านั้น

หนังโทรทัศน์ Breaking bad ก็เป็นทั้ง plot-based และ character-based บางตอนจัดเป็นงานวรรณกรรมชั้นดีได้ด้วยซ้ำ แต่บางตอนก็เป็น plot-based ธรรมดา



เราต้องให้รายละเอียดของตัวละครมากน้อยแค่ไหน? ชื่อ? รูปร่างหน้าตา? ส่วนสูง? ระดับความหล่อความสวย? การศึกษา? อาชีพการงาน? นิสัย? ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความจำเป็นต่อเรื่อง ถ้ารายละเอียดใดไม่ขับเคลื่อนเรื่อง ก็ไม่ต้องใส่ให้รุงรัง

เราต้องรู้จักตัวละครของเรา แม้จะไม่ได้ใส่ในเรื่องก็ตาม มันจะทำให้เราเขียนได้ง่ายขึ้น

ส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติกัน การออกแบบตัวละครขึ้นกับเรื่อง ในเรื่องแบบ plot-based เราออกแบบตัวละครให้เข้ากับเรื่อง เพราะตัวละครเป็นกลไกขับเคลื่อนไปในทิศทางที่นักเขียนต้องการ ส่วนเรื่องที่เป็น charater-based คือพัฒนาเรื่องจากตัวละคร นักเขียนต้องรู้จักตัวละครเสมือนเขาเป็นตัวเราเอง ยกตัวอย่างเช่น สิทธารถะ


นักเขียนสร้างตัวละครขึ้นมาอย่างไร? คำตอบคือแล้วแต่ บางคนมีภาพตัวละครชัดเจนในหัว บางคนสร้างตัวละครโดยอิงบุคคลจริง บางคนจินตนาการขึ้นมาทั้งหมด บางคนก็ใช้บุคคลจริงผสมส่วนที่จินตนาการ

สมมุติว่าเราเขียนเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ไซบอร์กที่เกิดจากการสร้างในห้องแล็บ เราอาจต้องจินตนาการมากหน่อย หรือหากสร้างตัวละครที่เป็นมนุษย์ต่างดาวที่มีโครงสร้างชีวิตต่างจากมนุษย์ เราก็ต้องจินตนาการขึ้นมาหมด เพราะใช้ข้อมูลความเป็นมนุษย์ไปใช้ไม่ได้




การปั้นตัวละคร


การสร้างตัวละครคนไม่ว่าจะใช้ฉากยุคสมัยใด รายละเอียดทางสรีระและกายภาพอาจแตกต่างกัน แต่จิตใจยังเหมือนกัน ดังนั้นถึงสร้างตัวละครเป็นมนุษย์ยุคห้าพันปีก่อน ก็สามารถใช้ความรู้สึก อารมณ์เหมือนมนุษย์ปัจจุบันได้ เพราะระยะเวลาห้าพันปียังไม่ได้เปลี่ยนมนุษย์ในด้านอารมณ์เท่าไรนัก (นอกจากความโลภที่ถูกกระตุ้นจากโลกาภิวัตน์และบริโภคนิยม)

หลักการของผมคือ ออกแบบตัวละครที่เดินเรื่องตามที่ต้องการ ให้ตรงกับคอนเส็ปต์ของเรื่อง

การปั้นตัวละครสามารถยืมบุคลิก หน้าตา วิธีการพูด จากคนจริง หรือแต่งขึ้นมาเองทั้งหมด หรือผสมระหว่างบุคคลจริงกับจินตนาการก็ได้ บางทีมาจากการนำสองสามคนมารวมกัน

ตัวละคร ‘เจมส์ บอนด์ 007’ ของ เอียน เฟลมมิง มาจากบุคคลจริงผสมจินตนาการ บุคคลจริงเป็นสายลับจริงชาวยูโกสลาเวียนชื่อ ดัสโก โปปอฟ สายลับอังกฤษชื่อ วิลเฟรด ดันเดอร์เดล ผสมกับบุคลิกตัว เอียน เฟลมมิง เอง

ดัสโก โปปอฟ พูดได้หลายภาษา ครอบครัวร่ำรวย เขาไม่ชอบใช้ชีวิตจืดชืด จึงทำงานเป็นสายลับสองหน้าให้อังกฤษและเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เขาใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ชอบเล่นพนันในคาสิโน

เซอร์ ไรเดอร์ แฮกการ์ด สร้างตัวละคร ‘อัลลัน ควอเตอร์เมน’ จากบุคคลจริงกับจินตนาการ บุคคลจริงคือพรานผิวขาวชาวอังกฤษ Frederick Courtney Selous เป็นนักสำรวจแอฟริกา

ตัวละครต่างๆ ใน เพชรพระอุมา ก็เขียนได้ลึกมีชีวิต เรารู้จักพวกเขาดีเหมือนญาติหรือเพื่อนสนิทของเรา พนมเทียนเล่าเรื่องที่มาของตัวละครในเรื่อง เพชรพระอุมา ในสารคดีเรื่อง อินไซด์ เพชรพระอุมา ตีพิมพ์ในหนังสือจักรวาลปืน พ.ศ. 2533 ว่า

ตัวละคร ‘รพินทร์ ไพรวัลย์’ ดึงมาจากตัวจริงส่วนหนึ่ง เป็นคนผอมสูง ชื่อ ฉัตร พงษ์สุชาติ หรือ เชิด วรชาติ มีความชำนาญในการเดินป่า เป็นคนพูดน้อย เงียบขรึม และหน้าตายตลอดเวลา ที่สำคัญเขาเป็นพรานมือเฉียบขาด “ถ้ากระสุนเขาลั่นหนึ่งนัด ก็แปลว่าสัตว์จะต้องจบสิ้นชีวิตลงหนึ่งตัว ถ้าไม่ได้เป้าหมายสำคัญจริงๆ แล้ว เขาจะไม่บุ่มบ่าม หรือรีบร้อนยิงเป็นอันขาด กระสุนทุกนัดของเขา มีค่ายิ่ง และใจเย็นที่สุดในการล่าสัตว์ทุกชนิด” บุคลิกคนจริงๆ ถูกดึงมาปั้นตัวละคร รพินทร์ ไพรวัลย์ บวกกับส่วนที่จินตนาการและหยิบยืมมาจากบุคคลอื่นๆ ส่วนอุปนิสัยใจคอนั้น นักเขียนสร้างขึ้นเอง โดยสร้างให้ตัวละครคนนี้เป็นคนมีคุณธรรมสูง

‘ดาริน วราฤทธิ์’ มาจากจินตนาการคิดแต่งเองขึ้น บวกบุคคลิกความสามารถบางประการจากสุภาพสตรีที่เขาเคยคบหา เก็บเอามาจากสุภาพสตรีหลายๆ คนซึ่งมีคุณสมบัติต่างๆ เข้ามาไว้ในตัวละคร

‘เชษฐา วราฤทธิ์’ มาจาก อุดม จุลเสวก อดีตนายด่านศุลกากร เพื่อนรุ่นพี่ที่มีนิสัยรักชอบในการเดินป่า

‘อนุชา วราฤทธิ์’ มาจากน้องชายของ อุดม จุลเสวก เป็นนักเดินป่าที่เชี่ยวชาญ

‘ไชยยันต์ อนันตรัย’ มาจากเพื่อนคนหนึ่งที่เที่ยวป่าด้วยกัน นิสัยค่อนข้างตึงตัง โครมคราม แล้วสมมุติให้เป็นนายทหารปืนใหญ่

‘พรานบุญคำ’ มาจากตัวจริงทั้งแท่ง

นี่คือประโยชน์ของการยืมบุคลิกจริงมาปั้นตัวละคร



การใช้บุคคลจริงเป็นแม่แบบในการปั้นตัวละครทำให้เราเห็นรายละเอียดที่จินตนาการอาจทำไม่ได้ รอยแผลเป็น สีหน้า บุคลิก วิธีการพูด บางอย่างเป็นแบบเฉพาะตัวที่จินตนาการยากมาก ยกตัวอย่างเช่นตัวละคร ‘ซานเฟิง’ ในเรื่องสั้น รักกันหนึ่งร้อยปี ใครเล่าจะสามารถจินตนาการตัวละครร่างผอมเป็นวัณโรค ทำงานที่มุมหนึ่งของห้องแถวเก่า ไอไปทำงานไป สูบบุหรี่ไป การสร้างบุคลิกนี้จากจินตนาการยากมาก แน่นอนผมไม่สามารถคิดขึ้นมาเองได้ บุคลิกนี้มาจากคนจริงๆ เป็นช่างทำรองเท้าที่บ้านผมเอง กลางวันเขาทำงานที่บ้านผม ไม่สุงสิงกับใคร กลางคืนไปนอนที่บ้านของเขา บทบรรยายลักษณะทางกายภาพของเขาทั้งหลายในเรื่องแทบจะเป็นจริงทั้งหมด และเพิ่มเติมคุณลักษณะอื่นๆ จากจินตนาการ

ตัวละครคนนี้ก็คล้ายตัวละคร ‘เต๊กฮุ้น’ ใน กระบี่ใจพิสุทธิ์ กิมย้งเคยเล่าว่ามาจากบุคคลจริงผู้เคยเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเขา

ตัวละคร ‘จ่าตุ้ย’ ใน ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน มาจากจ่าตุ้ย ตำรวจคนหนึ่งที่หาดใหญ่ สมัยผมยังเป็นเด็ก เขาเดินอาดๆ ยิงผู้ร้ายตาย เป็นวีรบุรุษ ผมหยิบบุคลิกของเขามา แม้แต่ชื่อของเขาก็ยังถูกยืมมาใช้ด้วย! แต่รูปร่างหน้าตาทางกายภาพ จินตนาการขึ้นมา

‘เสือย้อย’ เป็นบุคคลในจินตนาการ รวมกับพวกบุคลิก ‘เสือใบ’ ‘เสือดำ’ ของ ป. อินทรปาลิต ส่วนฝีมือแม่นปืนของเขามีกลิ่นของจอมยุทธ์ในนิยายของโก้วเล้ง เปลี่ยนจากกระบี่และดาบไวเป็นปืน

‘รุจน์ รุจิเรข’ ใน ปีกแดง มาจากจินตนาการล้วนๆ

ตัวละครหมาๆ ใน หลังอานบุรี จำลองมาจากนักการเมืองมาจากตัวจริงหลายคน แต่บอกไม่ได้ว่าใครเป็นหมาตัวไหน

ตัวละคร ‘พุ่มรัก พานสิงห์’ ถูกออกแบบมาให้เป็นนักสืบกับนักร้องในตัวคนเดียวกัน บุคลิกจึงต้องออกแบบให้ร้องเพลงได้ดี มีความสังเกตตามคุณสมบัติของนักสืบ มาจากนักร้องลูกทุ่งในภาพรวม ผสมกับจินตนาการ แต่ชื่อ พุ่มรัก พานสิงห์ ไม่ได้มาจาก สมรักษ์ คำสิงห์ หรือ พุ่มพวง ดวงจันทร์

ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ออกแบบตามคอนเส็ปต์ของเรื่อง ซึ่งตั้งใจให้เป็นนิยายนักสืบแบบเบาสมอง ดังนั้นตัวละครจึงต้องมีคุณสมบัติมีอารมณ์ขัน ตัวละครคนนี้ไม่จำเป็นต้องไปสู้รบตบมือกับใคร จึงไม่ต้องให้มีฝีมือการต่อสู้ ดังนี้เป็นต้น



การสร้างตัวละครจากบุคคลจริงยังสามารถทำได้อีกแบบหนึ่งคือ ใช้บุคคลจริงเป็นตัวละคร

ในนิยายอิงประวัติศาสตร์ เราสามารถใช้บุคคลจริงเป็นตัวละคร ยกตัวอย่างเช่น ผู้ชนะสิบทิศ ของ ยาขอบ ตัวละครจริงคือ จะเด็ด (บุเรงนอง) เขียนบทบาทของเขาปนกับเรื่องแต่ง

ในนวนิยายเรื่อง ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ตัวละครหลายคนเป็นบุคคลจริง เช่น ปรีดี พนมยงค์, จอมพล ป. พิบูลสงคราม, จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ฯลฯ ในเรื่อง ปีกแดง ตัวละคร พระประศาสน์พิทยายุทธ, โฮจิมินห์, โวเหวียนยัป ฯลฯ เหล่านี้เป็นบุคคลจริง

ในเรื่องสั้น ล่วงละเมิด ของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ตัวละคร ‘จำลอง ฝั่งชลจิตร’ ก็คือบุคคลจริง

จำลอง ฝั่งชลจิตร เป็นนักเขียนคุณภาพคนหนึ่ง ฉายา ‘ลอง เรื่องสั้น’  เคยเป็นบรรณาธิการนิตยสารหลายฉบับที่กรุงเทพฯ ต่อมาก็ย้ายกลับไปอยู่บ้านเดิมที่นครศรีธรรมราช วันหนึ่งลูกสาวชั้น ป. 4 เล่าให้ฟังว่า ครูสั่งให้ทำการบ้านเรื่อง การล่วงละเมิดทางเพศ โดยให้ตัดข่าวหนังสือพิมพ์มาปะ ลูกสาวก็ตัดข่าวนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาถูกหนุ่มสี่คนข่มขืนมาเสนอ ครูให้นักเรียนวาดรูปประกอบด้วยตามการเรียนแบ ‘บูรณาการ’  ถึงจุดนี้จำลองก็รู้สึกว่าครูทำเกินไป เขาจึงขอพบกับผู้อำนวยการของโรงเรียน และตั้งคำถามถึงบทบาทหน้าที่ของโรงเรียน เขาเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนนักเขียน กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ฟัง กนกพงศ์ก็เขียนเรื่องสั้นเรื่องนี้ โดยให้ จำลอง ฝั่งชลจิตร เป็นตัวละคร ดำเนินเรื่องทั้งส่วนที่เป็นเรื่องจริงและเรื่องแต่ง

เรื่องสั้นเรื่องนี้สามารถเขียนโดยสร้างตัวละครใหม่ขึ้นมาก็ได้ แต่ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เลือกเล่าเรื่องแบบ ‘จริง’ เรื่องมีกลิ่นรายงานข่าวแบบ ‘เล่าข่าว’ อย่างฉาบฉวย มันมีนัยของการเสียดสีทั้งประเด็นสังคม ระบบการศึกษา  แรงขึ้นกว่าแค่แต่งเรื่องใหม่ ตัวละครใหม่ขึ้นมา

ในเรื่อง บุหงาปารี / บุหงาตานี ราชินีทั้งสี่พระองค์, ลิ่มเคี่ยม, ลิ่มกอเหนี่ยว, ออกญาเดโช, พระเจ้าปราสาททอง ฯลฯ ต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นบุคคลจริง

นักเขียนสามารถใส่บทบาทและบทสนทนาของตัวละครจริงได้ตามใจชอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องจริงอย่างเดียว นี่เป็นจุดที่นักอ่านไม่น้อยเข้าใจผิดว่า นิยายอิงประวัติศาสตร์บิดเบือนประวัติศาสตร์ นิยายอิงประวัติศาสตร์เป็นตระกูลหนึ่งของนิยาย ไม่ใช่สารคดี จึงไม่จำเป็นต้องเขียนตามจริง

ในภาพยนตร์ นอกจากเขียนบุคคลจริงแล้ว ยังสามารถใช้บุคคลจริงมาแสดงเป็นตัวเขาเองได้ เช่น ในหนังเรื่อง Vertical Limit (2000) นักไต่เขาอาชีพ Ed Viesturs รับบทเป็นตัวเขาเอง

ในหนังเรื่อง Zombieland (2009) นักแสดง บิล เมอร์เรย์ เล่นเป็นตัวเขาเอง โดยที่เขาต้องอาศัยอยู่ในบ้าน แต่งตัวเป็นซอมบี้เพื่อไม่ให้ซอมบี้อื่นๆ สงสัย จะเห็นว่าส่วนที่เป็นจริงคือเขาคือ บิล เมอร์เรย์ ส่วนที่ไม่จริงคือเขาอยู่ในโลกของซอมบี้ (บทนี้ของเขายอดเยี่ยมมาก)
ความลึกของตัวละคร



การจะทำให้ตัวละครมีความลึก นักเขียนต้องเข้าไปนั่งในความคิดของตัวละคร เช่นนักแสดงที่สามารถสวมบทบาทได้เหมือนเป็นตัวเอง

ในนวนิยายเรื่อง Siddhartha ของ เฮอร์มานน์ เฮสเส ตัวละครหลักคือ ‘สิทธารถะ’ เป็นบุตรพราหมณ์ ครอบครัวมีฐานะดี ได้รับการศึกษาสูง ฉลาด รูปงาม ศึกษาพระเวทจนแตกฉาน ใคร ๆ ต่างก็รักเขา แต่เขาไม่มีความสุข เขาอยากเข้าใจและค้นหาความหมายของชีวิต

สิทธารถะมีเพื่อนสนิทชื่อ โควินทะ ทั้งสองมีความคิดอ่านคล้ายกัน จึงจากบ้านไปพร้อมกัน เขาอดอาหาร ตามแนวทางทรมานตนเองเพื่อพ้นทุกข์ ทำทุกขกิริยาต่างๆ ยืนกลางแดดกลางฝน คลานเข้าดงหนาม จนเกิดแผล รอจนแผลพุพองและความเจ็บหายไปเอง กลั้นลมหายใจ นั่งสมาธิ ฯลฯ สิทธารถะเริ่มเห็นว่าทางสายนี้ไม่ใช่ทางที่ถูก

เวลานั้นชาวบ้านโจษขานถึงบุรุษผู้หนึ่ง เป็นสัพพัญญูผู้หลุดพ้นจากวัฏสงสารแล้ว คือสมณโคดม สิทธารถะกับโควินทะไปเฝ้าพระพุทธองค์ ได้สนทนาธรรมกัน ทรงเทศนาหลักอริยสัจ 4 โควินทะปลงใจเข้าบวช แต่สิทธารถะยังลังเล เพราะเห็นว่าคำสอนของพระพุทธองค์แม้จะดี แต่อาจไม่เหมาะกับทุกคน แต่ละคนต้องหาทางของตนเอง โควินทะกลายเป็นภิกขุเดินทางตามกลุ่มสงฆ์พุทธไป ส่วนสิทธารถะไปตามทางของเขา

เขาเดินทางถึงแม่น้ำสายหนึ่ง เขาบอกคนแจวเรือข้ามฟาก‘วาสุเทพ’ ว่า แม่น้ำสวยมาก คนแจวเรือว่า “ฉันมักฟังมัน มองมัน และเรียนรู้บางอย่างจากมัน เราสามารถเรียนรู้มากมายจากแม่น้ำสายหนึ่ง”

สิทธารถะเดินทางเข้าเมือง เขาพบ ‘กมลา’ หญิงงามเมือง เขาขอให้เธอเป็นครูสอนเขาเกี่ยวกับความรัก กมลาบอกเขาว่าต้องเป็นคนรวยก่อน จึงสอนศิลปะแห่งรักให้ เขาไปทำงานกับพ่อค้าคนหนึ่ง และทำงานจนประสบความสำเร็จ กลายเป็นคนร่ำรวย และเป็นคนรักของกมลา ใช้ชีวิตในทางโลกีย์เต็มที่ เขามีทุกอย่างที่คนอื่นปรารถนา แต่เขาไม่มีความสุข

คืนหนึ่งเขานั่งครุ่นคิดในสวนเงียบๆ คนเดียว ในวัยกลางคน เขาพบว่าตนเองยังกลวงเปล่า เพราะยังไม่พบเป้าหมายที่แสวงหา

เขาตัดสินใจละทิ้งชีวิตคนรวย ไปแสวงหาเป้าหมายที่เขาไม่เคยพบอีกครั้ง เขากลับไปที่แม่น้ำ คิดฆ่าตัวตาย เขาพบคนแจวเรือชื่อ วาสุเทพ เขาอาศัยอยู่ที่ริมน้ำกับคนแจวเรือ ทุกวันฟังเสียงแม่น้ำ เชื่อมตัวเองกับสายน้ำ

เขาเรียนรู้ว่า แม่น้ำ ‘พูด’ ตลอดเวลา เมื่อเปิดใจฟังก็ได้ยิน

หลายปีผ่านไป มีข่าวว่าพระพุทธองค์กำลังจะปรินิพพาน ผู้คนจำนวนมากข้ามแม่น้ำไปพบพระองค์ รวมทั้งกมลาและลูกชาย

กมลาถูกงูพิษกัดตาย ก่อนตายฝากฝังลูกชายให้สิทธารถะ สิทธารถะพยายามเลี้ยงเด็ก แต่ไม่สำเร็จ เด็กจากเขาไป เขาอยากตามไปหาลูก แต่วาสุเทพบอกว่า แต่ละคนมีทางของตัวเอง เขาใช้ชีวิตที่เหลือที่ริมน้ำ แสวงหาธรรมผ่านแม่น้ำ วันหนึ่งวาสุเทพก็จากไป ทิ้งให้สิทธารถะอยู่ที่ริมแม่น้ำคนเดียว

ผ่านไปอีกหลายปี โควินทะได้ยินเรื่องคนแจวเรือที่บรรลุธรรม จึงเดินทางไปหา และพบสิทธารถะ ในที่สุดคนสองคนที่เดินทางคนละสายก็มาพบกัน ทั้งสองสนทนาธรรมกัน โควินทะพยายามขอให้สิทธารถะอธิบายหลักธรรมของเขา แต่เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่สิทธารถะพูด สิทธารถะขอให้เพื่อนเก่าจูบหน้าผากของเขา เมื่อทำดังนั้น โควินทะก็เข้าใจและจากไปด้วยหัวใจเต็มเปี่ยม

นี่เป็นตัวอย่างของเรื่องที่เอนไปทาง character-based เนื้อเรื่องเรียบง่าย แต่ก็เป็น plot-based เช่นกัน เพราะอ่านเอาพล็อตอย่างเดียวก็สนุกดี สิ่งที่ซับซ้อนคือความหมายของสัญลักษณ์ในเรื่องและบทสนทนา คนอ่านต้องคิดลึกกว่าแค่เนื้อเรื่อง



ในนวนิยายเรื่อง Narcissus and Goldmund ของ เฮอร์มานน์ เฮสเส ตัวละคร ‘นาร์ซิสซัส’ เป็นพระและครูหนุ่มที่โบสถ์มาเรียบรอนน์ เขากลายเป็นเพื่อนกับนักเรียนใหม่คนหนึ่งชื่อ ‘โกลด์มุนด์’ บิดาของโกลด์มุนด์ส่งเขามาที่วัดเพื่อศึกษาธรรม อีกประการเพื่อลบความเจ็บปวดจากความหลัง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับแม่ของเขา

นาร์ซิสซัสเป็นครูหนุ่ม เป็นเพื่อนกับโกลด์มุนด์ นาร์ซิสซัสเดินตามทางมาตรฐาน ขณะที่โกลด์มุนด์มีหัวใจขบถ

วันหนึ่งโกลด์มุนด์พบหญิงสาวยิปซีคนหนึ่ง ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน ทันใดนั้นโกลด์มุนด์ก็พบทางสว่าง เขารู้ว่าทางสายนักบวชไม่ใช่ทางของเขา เขาพบว่าความรักเป็นวิถีของเขา โกลด์มุนด์ออกจากวัดแห่งนั้น และออกเดินทางแสวงหา เขาพบรักกับผู้หญิงหลายคน หลับนอนกับผู้หญิงไม่เลือกหน้า เขาเดินทางเร่ร่อนไปทั่วแผ่นดินเยอรมนียุคกลางท่องหาความหมายของชีวิต  ผ่านความทุกข์ยากและความสุขกับสตรี

โกลด์มุนด์ศึกษาวิชาประติมากรรม พบว่าตนมีความเป็นศิลปิน แล้วเดินทางต่อ เขาผ่านช่วงเวลาที่โรคร้ายคร่าชีวิตผู้คนทั่วดินแดน และพบเห็นสภาพน่าสยดสยอง ท้ายที่สุดเขาพบนาร์ซิสซัสอีกครั้งเมื่อใกล้ตาย ทั้งสองพบว่าต่างคนต่างมีทางของตนเอง แต่จุดหมายของทั้งคู่อาจไม่ต่างกัน

นี่เป็นเรื่อง charater-based แน่นอน แต่มันก็เป็น plot-based ด้วย มันเป็นส่วนผสมของเรื่องที่มีพล็อตและสาระลุ่มลึก สมแล้วที่นักเขียนได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม

เหล่านี้จำเป็นต้องมีความลึกเพราะมันบอกว่าทำไมตัวละครเหล่านี้ขับเคลื่อนเรื่องไปอย่างนั้น

ชาติ กอบจิตติ ให้คำแนะนำในเรื่องการสร้างตัวละครในบทสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า*

“เราต้องรู้ปมของตัวละคร เด็กที่เคยถูกผู้ใหญ่รังแก ถูกข่มขืน เรื่องอย่างนี้มันก็จะส่งผลต่อตัวละคร หรือแม้แต่กระทั่งเหตุการณ์ในปัจจุบัน มันก็จะไปส่งผลกับอนาคต ตัวละครตรงนี้เราต้องรู้ทะลุ อยู่แต่ว่าจะเอามาใช้แค่ไหน ยังไง แค่นั้นเอง...

“สำหรับเรื่องการสร้างตัวละครขึ้นมาใช้นั้น อันที่จริงมันไม่ใช่กฎตายตัวหรอกนะว่าจะสร้างให้เสร็จก่อน หรือค่อยๆ สร้างไปพร้อมๆ กับการเดินเรื่อง คือแต่ก่อน ผมอาจจะยังใหม่ ก็เลยพยายามทำให้อุปสรรคน้อยที่สุด คิดตัวละครให้เสร็จ ผมสร้างตัวละครขึ้นมาก่อน รูปร่าง หน้าตาลักษณะนิสัย ความสูง สร้างขึ้นมาก่อน คือปั้นเสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยปล่อยเดิน แต่พอมาระยะหลังนี้ไม่แล้ว ผมปล่อยเรื่องเดินก่อน พอเจอตัวละครค่อยหยิบกลับมาปั้น มันเป็นเรื่องของประสบการณ์ เหมือนหัดขับรถอีกนั่นแหละ ถ้าขับรถแรงๆ เลย แล่นปรู๊ดปร๊าดเลย บางทีเราก็เอาไม่อยู่...

“ถ้าจะให้ผมแนะนำสำหรับคนเขียนหนังสือใหม่ ควรคิดให้เสร็จก่อนค่อยเขียน เพราะถ้าพลาดแล้วมันจะท้อ แต่ว่าจริงๆ แล้วจะทำอย่างไรก็ได้ไม่มีถูกไม่มีผิดหรอก มันไม่ตายตัว คือจะปล่อยตัวละครมาเลยก็ได้ การเขียนหนังสือมันเขียนยังไงก็ได้ จะนอนเขียน นั่งเขียน เดินเขียน ตีลังกาเขียน คนอ่านเขาไม่ถามหรอกว่าเขียนยังไง เขาจะอ่านงานที่ออกมาแล้ว”



ตัวละครสัตว์


อย่างที่เกริ่นไว้ ตัวละครอาจเป็นคน สัตว์ พืช มนุษย์ต่างดาว อะไรก็ได้ที่ทำให้เรื่องเดินหน้าได้ ในโลกของการเขียน มีนักเขียนที่ใช้ตัวละครสัตว์อยู่ไม่น้อย (ยังไม่นับการ์ตูนสัตว์ของ วอลท์ ดิสนีย์ จำนวนมหาศาล) หลายเรื่องเขียนได้ดีมากด้วย แต่แทบทั้งหมดใช้สัตว์สะท้อนสังคมคน

ยกตัวอย่างเช่นนวนิยาย Animal Farm (1945) ของ จอร์จ ออร์เวลล์ ใช้สัตว์เป็นตัวละคร เล่าเรื่องจากมุมมองของสัตว์ แต่สาระของมันก็คือเรื่องเสียดสีการเมืองรัสเซียสมัยเผด็จการ สตาลิน

เป็นเรื่องของฝูงสัตว์ในฟาร์มชื่อ แมนเนอร์ ฟาร์ม ของนายโจนส์ ลุกฮือขึ้นยึดอำนาจจากคน เพราะนายโจนส์ปกครองสัตว์อย่างโหดร้าย หมูสองตัวที่นำขบวนคือ ‘สโนว์บอล’ กับ ‘นโปเลียน’ เมื่อยึดอำนาจแล้วก็จัดตั้งระบอบประชาธิปไตยมาปกครอง สโนว์บอลกับนโปเลียนตั้งกฎใหม่ขึ้นมา เป็นบัญญัติเจ็ดประการ แต่นโปเลียนกลับค่อยๆ หาทางกุมอำนาจทั้งหมดมาไว้ในมือ (ที่ถูกคือตีน) โดยแอบเลี้ยงหมาดุไว้ฝูงหนึ่ง ขับสโนว์บอลออกไปจากไร่ ยึดอำนาจเป็นผู้นำสูงสุด แล้วแหกกฎทุกข้อที่เขาร่วมเขียน

อีกเรื่องหนึ่งที่ใช้สัตว์เป็นตัวละครคือนวนิยายแนวปรัชญา Jonathan Livingston Seagull ของ ริชาร์ด บาค

‘จอนาธาน ลิฟวิงสตัน’ เป็นชื่อของนกนางนวลตัวหนึ่ง มันชอบแตกฝูงแหกกฎ ขณะที่นกอื่นๆ หากิน จอนาธานกลับใช้ชีวิตทั้งวันฝึกบิน แรกๆ ก็ไปได้ช้าและแทบหมดกำลังใจ เพราะเชื่อว่ามันคงไม่มีทางบินได้เร็วอย่างเหยี่ยว นางนวลก็คือนางนวล แต่ต่อมามันก็ฝึกจนข้ามขีดจำกัดของนางนวล บรรลุความเร็ว 240 ไมล์ต่อชั่วโมง แล้วต่อมาก็บรรลุจุดของความเร็วสูงสุด นั่นคือปลดปล่อยตนเองจากกรอบทางกายภาพ สถานที่ และเวลา สามารถบินไปยังทุกจุดที่ต้องการอย่างฉับพลัน เร็วดังใจนึก

บุคลิกของตัวละครนกนี้ก็จำลองมาจากความคิดของคนนั่นเอง แม้แต่ชื่อก็ยังเป็นชื่อคน การใช้ตัวละครนกก็เพื่อสามารถใช้องค์ประกอบเรื่องที่เกี่ยวกับการบิน ความเร็ว เป็นนิยายปรัชญา ในลักษณาการเดียวกับสิทธารถะและโกลด์มุนด์เดินทางแสวงหาความจริงสูงสุด

อย่างที่บอก แทบทั้งหมดใช้สัตว์สะท้อนสังคมคน แต่ก็มีเรื่องที่ใช้สัตว์สะท้อนสังคมสัตว์เช่นกัน เช่นเรื่องสั้น ของป่า (ในชุด แมงโกง), Chalotte’s Web ของ E. B. White, มอม ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เรื่องหลังนี้เขียนได้อย่างซาบซึ้งมาก

‘มอม’ เป็นหมาที่เจ้านายสามีภรรยาเลี้ยงไว้ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง นายทั้งสองมีลูกผู้หญิงคนหนึ่ง มันมีความสุขในบ้านหลังนี้ วันหนึ่งชายแปลกหน้าคนหนึ่งมาหาเจ้านายยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ นายอ่านแล้วก็ถอนใจ บ้านก็ไม่มีความสุข ทั้งนายผู้ชายและนายผู้หญิงดูไม่มีความสุข ไม่นาน นายผู้ชายก็จากบ้านไปนาน มอมสังเกตว่าไม่มีใครมาเล่นกับมัน เด็กหญิงก็ดูผอมลง ตัวมันเองก็ผ่ายผอมเพราะขาดอาหาร

คืนหนึ่งมอมได้ยินเสียงเครื่องบิน หลังจากนั้นก็มีเสียงระเบิด หลังจากนั้นนายผู้หญิงกับตาแก่คนหนึ่งช่วยกันขุดหลุมหลบภัย ผ่านไปอีกหลายวัน มอมได้ยินเสียงเครื่องบินอีกครั้ง มอมวิ่งไปตะกุยประตูบ้านเพื่อเรียกนายผู้หญิง นายผู้หญิงอุ้มเด็กหญิงไปที่หลุมนั้น เครื่องบินทิ้งระเบิดอีกหลายครั้ง จนบ้านพังทลาย มอมถูกแรงระเบิด มันพยายามไปช่วยนายหญิงโดยใช้เท้าตะกุยดินที่กลบปากหลุมออก มันจึงได้แต่หอนจนคนมาช่วย พวกเขานำร่างทั้งสองจากไป

มอมเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆ วันหนึ่งผู้หญิงคนหนึ่งชื่อคุณแต๋วพามันไปเลี้ยงที่บ้าน ให้อาหารมัน ชีวิตมันดีขึ้นมาก คืนหนึ่งเมื่อคุณแต๋วไม่อยู่บ้าน  มอมได้ยินเสียงคนงัดประตู มันตรงไปหมายกัดขโมยคนนั้น แต่ก็หยุดเมื่อจำกลิ่นนั้นได้ ขโมยที่งัดบ้านก็คือนายผู้ชายของมันนั่นเอง

เมื่อเห็นมอม นายก็บอกว่าเขารู้สึกละอายที่ต้องขโมยของ ทั้งสองก็จากไปด้วยกัน

หนังเรื่อง This is the End (2013) ตัวละครเป็นบุคคลจริง นักแสดงเล่นเป็นตัวเขาเองบวกผสมส่วนที่เป็นนิยายเข้าไป เช่น เจมส์ ฟรังโก เล่นเป็น เจมส์ ฟรังโก, เอ็มมา วัตสัน เล่นเป็น เอ็มมา วัตสัน เป็นต้น

การใช้ตัวละครจริงจึงไม่มีข้อจำกัดใดๆ



เหตุการณ์เป็นตัวละคร


ถ้าสัตว์ พืช มนุษย์ต่างดาวเป็นตัวละครได้ ทำไมเหตุการณ์จะเป็นตัวละครไม่ได้?

ในนวนิยายเรื่อง ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน เราไม่รู้ว่าจ่าตุ้ยและเสือย้อยเกิดที่ไหน ชีวิตวัยเด็กเป็นอย่างไร ชอบกินก๋วยจั๊บหรือข้าวหมูแดงไหม มีแฟนชื่ออะไร มันไม่สำคัญต่อเรื่อง เพราะตัวละครหลักสองคน ‘ตุ้ย พันเข็ม’ และ ‘หลวงกฤษดาวินิจ’ เป็นเพียงเครื่องมือดำเนินเรื่อง พระเอกของเรื่องคือเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ต่างหาก ทั้งนี้เพราะเจตนาของงานเขียนชิ้นนี้คือ ‘สอน’ วิชาประวัติศาสตร์การเมืองในรูปนวนิยาย ชื่อแต่ละบทจึงเป็นปี พ.ศ. ที่เกิดเหตุการณ์ เรื่องนี้จึงไม่ลงลึกรายละเอียดของตัวละครมนุษย์


การตั้งชื่อตัวละคร


เชกสเปียร์เคยบอกว่า นามนั้นสำคัญไฉน ดอกกุหลาบแม้มีชื่ออื่น ก็ยังหอมเหมือนเดิม

แต่ในการเขียนนิยาย นามนั้นสำคัญ! เพระาหากชื่อตัวละครไม่เข้ากับเรื่องและฉาก อาจทำให้เรื่องสะดุด เสียความสมจริงได้

ยกตัวอย่างเช่น ชาวนาในอีสานชื่อนายเศวตนันทิราช เมียชื่อ รัศมีพราวพิลาส หรือเจนนี

พนมเทียนเล่าที่มาของการตั้งชื่อ รพินทร์ ว่า “กว่าจะคิดตั้งออกมาได้ใช้เวลาตั้ง 7-8 วันที่จะเฟ้นหาชื่อ ซึ่งผมต้องการให้กระแสเสียงของนามนั้น ฟังดูอ่อนนุ่มละมุนละไมในขณะที่ก็ไม่เชยเอาเสียทีเดียว เพื่อมันจะได้ไปค้านกับพฤติการณ์อันเข้มแข็ง เฉียบขาดของเขาในระหว่างปฏิบัติการอยู่กลางป่า ผมยอมรับว่ากว่าจะคิดตั้งชื่อพระเอกในเรื่องนี้ได้ คิดหัวแทบแตก ทั้งๆ ที่พล็อตมีอยู่แล้ว ก็ยังไม่กล้าลงมือเขียน จนกว่าจะสรรหาชื่อออกมาได้”

ชื่อ เสือย้อย ใน ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน มาจากตัวละครพวกโจรในนวนิยายเรื่องหนึ่งของ อรชร - พันธุ์ บางกอก ซึ่งเคยอ่านสมัยเด็ก แต่จำชื่อไม่ได้แล้ว

ในไพรัชนิยาย (exotic novel) ซึ่งเป็นนิยายที่ใช้ฉากต่างแดน อาจเป็นเมืองจริงหรือเมืองสมมุติก็ได้ (ไพรัช แปลว่าต่างประเทศ) มักมีชื่อตัวละครไม่เป็นไทย ยกตัวอย่างเช่นนวนิยายเรื่อง ละครแห่งชีวิต ของ ม.จ. อากาศดำเกิง รพีพัฒน์, ความรักของวัลยา ของ เสนีย์ เสาวพงศ์, ฟ้าจรดทราย ของ โสภาค สุวรรณ ฯลฯ

ในเรื่อง อำนาจ ของ ประภัสสร เสวิกุล ฉากคือประเทศสมมุติในทวีปอเมริกาใต้ชื่อ เอล เควญญา ตัวละครจึงมีชื่อที่เข้ากับฉาก เช่น โคลัมโบ โกเมซ, รามอน, เฟอร์ดินาน, มาร์กาเร็ตต้า ราปาซ เป็นต้น

ในนิยายวิทยาศาสตร์ เรื่องที่เกิดขึ้นในอนาคตหรือต่างดาวก็ต้องมีชื่อที่เหมาะสม ในอนาคตอันไกล อาจไม่มีประเทศ เชื้อชาติก็อาจผสมปนเป ตัวละครชื่อ รอเบิร์ต, จอห์น, รอนนี ฯลฯ อาจไม่สมจริง

ในนิยายไซไฟของ ไอแซค อสิมอฟ เต็มไปด้วยตัวละครชื่อแปลกๆ เช่น นวนิยายเรื่อง Foundation ใช้ฉากในอนาคต ชื่อตัวละครจึงไม่คุ้นกับเราในสมัยนี้ เช่น Gaal Dornick, Jerril, Linge Chen, Lors Avakim, Anselm haut Rodric, Bor Alurin, Jord Fara, Lundin Crast, Salvor Hardin, Tomaz Sutt, Yate Fulham, Dokor Walto, Jaim Orsy, Lem Tarki ฯลฯ

ครั้งหนึ่งผมเขียนเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ชื่อ กุหลาบแดงกับเที่ยวบินสุดท้าย ส่งไปที่นิตยสารฉบับหนึ่ง ปรากฏว่าเมื่อตีพิมพ์ บรรณาธิการเขียนว่ามันเป็นเรื่องแปล! เพราะผมตั้งชื่อตัวละครเป็นฝรั่งให้เข้ากับท้องเรื่องเพื่อความสมจริง คงสมจริงมากจนบรรณาธิการคิดว่าเป็นเรื่องฝรั่งเขียน!


ชื่อที่ไม่สมจริง


นวนิยายสมัยก่อนตั้งชื่อตัวละครไพเราะมาก เช่น พระเอกชื่อ เด่น ดวงเดือน (เด่นดวงเดือน), ชีพ ชูชัย (เล็บครุฑ) ฯลฯ

อย่าตั้งชื่อที่ตัวละครโดดออกมาจนสร้างความเด่นกลบองค์ประกอบอื่น เพราะมันไม่สมจริง

เหมือนดูหนัง มีตัวละครสวมชุดประหลาดเดินไปเดินมา มันทำให้อารมณ์การดูหนังสะดุด

การตั้งชื่อต้องตรวจสอบก่อนตีพิมพ์ด้วยว่าเป็นนามสกุลจริงของใคร ครั้งหนึ่งนวนิยายบู๊เรื่องหนึ่งตีพิมพ์ในนินตยสารบางกอกได้สองสามตอน ก็ต้องเปลี่ยนชื่อตัวละครหลัก ‘แพน ดาวเรือง’ เป็น ‘แพน ดาวลอย’ เพราะนามสกุล ดาวเรือง เป็นนามสกุลจริง

การทำงานในยุคอินเทอร์เน็ตทำให้การตรวจสอบชื่อง่ายขึ้น ถ้าซ้ำกับของใคร ก็เปลี่ยนเสีย

นิยายภาพไทยสมัยก่อน ได้รับอิทธิพลจากหนังฝรั่งและนิยายจีนกำลังภายในมาก เมื่อมีหนังคาวบอยมาฉาย ตัวละครเม็กซิกันสวมหมวกใหญ่ คาดแผงลูกปืน ตัวละครในนิยายภาพไทยก็คาดดาบ แต่สวมหมวกปีกกว้างแบบเม็กซิกัน

ชื่อของนักแสดงหนังฝรั่งก็ยังส่งอิทธิพลต่อชื่อตัวละครไทยด้วย เช่นงานนิยายภาพของ จุก เบี้ยวสกุล (จุลศักดิ์ อมรเวช) ‘กลินทร์ อิทธิวุฒิ’ แปลงมาจาก คลินท์ อีสต์วูด (รวมทั้งใบหน้าด้วย)

‘ตี๊ฟ ปืนโต’ แปลงมาจาก สตีฟ แม็คควีน

‘พร นิ้วแม่น’ แปลงมาจาก พอล นิวแมน

มันยังส่งอิทธิพลถึงงานนวนิยายไทยด้วย เช่น เพชร สถาบัน ตั้งชื่อตัวละครคนหนึ่งว่า ‘ชาญ บ้านสั้น’ เลียนชื่อดาราหนังที่โด่งดังในยุคนั้น ชาร์ลส์ บรอนสัน



ตัวละครไร้ชื่อ

คำถาม : จำเป็นแค่ไหนที่ตัวละครต้องมีชื่อ? คำตอบ : ไม่จำเป็น

เวลาวาดรูปไม่ต้องใส่รายละเอียดหมด บางส่วนว่างไว้ได้ ใบไม้ก็ไม่ต้องวาดละเอียดทุกใบ อาจวาดเป็นกลุ่มก้อน หรือปาดสีเป็นแถบพียงพอให้รู้ว่าเป็นใบไม้ก็ได้ หรือจะเบลอก็ได้ ตัวละครก็เช่นกัน

ตัวละครประกอบไม่มีชื่อเป็นเรื่องปกติ ถ้าใส่ชื่อตัวละครทุกคนใน นวนิยายเรื่องนั้นคงหนามาก เช่น คนทำสวนชื่อนายสอน ยลสงวน คนขับแท็กซี่ชื่อนายคงศักดิ์ ฉิมพล แม่ค้าที่ตัวละครเดินผ่านชื่อนางรำเพย บรรยงค์ใจ ฯลฯ แต่ตัวละครหลักก็ไม่จำเป็นต้องมีชื่อเช่นกัน

ภาพยนตร์มีมากมายมีตัวละครไม่มีชื่อ เช่น ตัวละครเอกนักขับรถมือดี (ไรอัน โอ’นีล) ในเรื่อง The Driver (1978), ตัวละครเอกนักขับรถมือดี (ไรอัน กอสลิง) ในหนังเรื่อง Drive (2011), ตัวละครเอก (เดเนียล เครก) ใน Layer Cake (2004)

ตัวละครเอก ‘The Man With No Name’ (คลินท์ อีสต์วูด) ในหนังไตรภาคเรื่อง A Fistful of Dollars (1964), For a Few Dollars More (1965) และ The Good, the Bad and the Ugly (1966) เช่นกันในหนังคาวบอย Once Upon a Time in the West (1968) ตัวละครที่ใครๆ เรียกว่า ‘ฮาร์โมนิกา’ (ชาร์ลส์ บรอนสัน) ก็ไม่มีชื่อ แม้แต่ในหนังกำลังภายใน ตัวละครเอก (เจ็ต ลี) ในเรื่อง Hero (2002) ก็เป็นจอมยุทธ์นิรนาม

ตัวละครเอก (วีโก มอร์เทนสัน) ในเรื่อง The Road (2009) ก็ไม่มีชื่อ เผชิญภัยเลวร้ายทั้งเรื่อง ทำให้เรื่องดูใกล้กับคนอ่านมากขึ้น เพราะเขาจะเป็นใครก็ได้ในหมู่พวกเรา

ผมเองก็ใช้ตัวละครไร้ชื่ออยู่หลายเรื่อง เหตุผลหลักคือหากชื่อตัวละครหลักไม่จำเป็นต่อการเดินเรื่อง หรือเปลี่ยนเรื่องแต่อย่างไร ก็ไม่ต้องเสียเวลาตั้งชื่อ เรื่องจะ ‘สะอาด’ ขึ้นเมื่อไม่ต้องใส่สิ่งที่ไม่จำเป็นรวมทั้งชื่อตัวละคร เช่น ในรวมเรื่องสั้น เส้นสมมุติ ตัวละครหลักในเรื่องสั้นส่วนใหญ่ไม่มีชื่อ เช่น กระจกสี, เสือในสวนยาง, ฮินดูกูฏ, เส้นขอบฟ้า, 32 นาที เป็นต้น เหตุผลหนึ่งเพราะในโลกของ ‘เส้นสมมุติ’ ชื่อเป็นเพียงมายา

ในนวนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง อัฏฐสุตรา ผู้อ่านไม่รู้ว่าตัวละครเอกชื่ออะไร เป็นคนชาติไหน เพราะเรื่องนี้ตัวละครเอกเป็นเพียงสัญลักษณ์ของมนุษยชาติ กำลังค้นหาความลับของจักรวาล เขาอาจเป็นใครก็ได้ในโลกนี้ จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายรายละเอียดของตัวละคร

ไม่จำเป็นต้องตั้งชื่อให้ตัวละครมีความหมายตรงกับคอนเส็ปต์เรื่อง



บางครั้งชื่อตัวละครถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ ใช้ชื่ออื่นแทนไม่ได้ ต้องเป็นชื่อนั้นเท่านั้น

ใน มังกรหยก ภาคหนึ่ง ตัวละคร ‘ก๊วยเจ๋ง’ ตั้งชื่อลูกชายของ ‘เอี้ยคัง’ ว่า เอี้ยก้วย ‘ก้วย’ (過) มีความหมายว่าก้าวข้ามเปลี่ยนแปลงแก้ไขในสิ่งผิด และไม่เดินตามรอยพ่อที่เป็นคนเลว

ในเรื่อง ดาบมังกรหยก ตัวละคร ‘กีเฮียวพู้’ เป็นศิษย์เอกของแม่ชีมิกจ้อ และเป็นคู่หมั้นของ ฮึงหลีเต็ง แห่งสำนักบู๊ตึ๊ง วันหนึ่งนางถูก ‘เอี้ยเซียว’ ทูตซ้ายแห่งพรรคเม้งก่าจับตัวไปเป็นตัวประกัน ความใกล้ชิดและการรู้นิสัยที่แท้จริงของเขา ทำให้กีเฮียวพู้หลงรักเอี้ยเซียว ทั้งสองมีลูกสาวคนหนึ่ง แม่ตั้งชื่อลูกสาวว่า เอี้ยปุกหุ่ย ‘ปุกหุ่ย’ (不悔) แปลว่า ไม่เสียใจ เพราะกีเฮียวพู้ไม่เสียใจที่ไปรักกับศัตรู

เอี้ยปุกหุ่ยรู้ความจริงเมื่อนางโตว่า แม่ของตนทำผิดต่อฮึงหลีเต็ง รู้สึกสงสาร และต่อมากลายเป็นความรัก จึงตกลงใจแต่งงานกับฮึงหลีเต็ง

(พล็อตท่อนนี้คล้ายนิยายฝรั่งเรื่องหนึ่ง)

ชื่อ ‘ปุกหุ่ย’ จำเป็นต่อการเดินเรื่อง ดังนั้นจะเป็นชื่อ ปวยเล้ง, กิมจ๊อ, กิมไป๊, เต้าฮวย, เต้าทึง ย่อมไม่ได้เด็ดขาด

ตัวละคร ‘โม’ ในโลกใบที่สองของโม เดิมมีชื่ออื่น แต่เขาเปลี่ยนชื่อตัวเองให้คล้องกับผู้หญิงที่เขาชอบคือ ‘แตง’ คือแตงโม

 

 

* ชาติ กอบจิตติ ให้สัมภาษณ์นักเขียน เชตวัน เตือประโคน

 

วินทร์ เลียววาริณ

www.winbookclub.com

30 สิงหาคม 2557

ส่งต่อให้เพื่อน :  
 
 
 
 
แสดงความเห็น
 
 
Email
 
Password
 
 
    
 
หนอนในตะกร้า (รวมบทความทั้งหมด)
 
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 10
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 9
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 8
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 7
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 6
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 5
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 4
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 3
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 2
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 1
กบในหม้อน้ำ
วิชาที่ไร้ประโยชน์
ใต้เงาของคนอื่น
สร้างปัญหามาแก้
ไซ่ง่อนรำลึก
เสียงเพลงในกองขยะ
ขนมสอดไส้
สัญญาณจากสวรรค์
ระหว่างทางสู่ความสำเร็จ
ผักชี
งานฝีมือ
ห้องสามห้อง
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (9)
มนุษย์หมาป่า
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (8)
มีแผน v.s. วางแผน
นาฬิกาทราย
เนื้อคู่
หนึ่งในสามพันล้าน
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (7)
เครื่องกรอง
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (6)
เมียเก่า
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (5)
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (4)
ส.ค.ส. 2557 : ข้อแม้ของความสุข
สนับสนุนปฏิวัติด้วยรถถัง!
กล่องใส่ภูเขา ต้นมะพร้าว ทะเล เรือ หาดทราย
ไม่มีเงินไม่ต้องใช้
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (3)
ป้อมตำรวจ
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (2)
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (1)
เรื่องน่าอัศจรรย์
ฉี่ไม่เข้าเป้า
ไดโนเสาร์หลังบ้าน
ยาเม็ดสีฟ้ากับยาเม็ดสีแดง
ระนาบที่สี่ของชีวิต
บนกับล่าง
เด็กเวร
ภาพเบลอ
กรอบของสนามเบสบอล
ตับหมู
ทุกข์ทบต้น
หนึ่งปีมี 400 วัน หนึ่งวันมี 22 ชั่วโมง
ซอมบี้
Fake!
ปลาปีนเขา
มนุษย์พิเศษ
บทเรียนหลังพวงมาลัยรถยนต์
นักเดินทาง
บุญสำเร็จรูป
ขนมจีบ
สมการชีวิต
100 เรื่องแปลก
โลกคู่ขนาน
ตายก็ตาย รอดก็รอด
เดินเท้าไปโรงเรียน
ความคิดกำหนดชะตาชีวิต
คนโชคดี
เปลี่ยนกระถาง
ฟีนิกซ์
วันเกิดปีที่ 3,500,000,000
นาฬิกาของนกฮูก
อิฐทีละก้อน
เดาสร้างทุกข์
ปิศาจในตัวเรา
หนังพากย์
กระถางเปล่า
นอนหลับ กินข้าวอร่อย
iJOBS
เศษสตางค์
ตลกอันตราย!
บ้านแตกเพราะ สตีฟ จ็อบส์
แตะหัวใจ
เมื่อหัวใจเต้นครั้งที่ 15,000,000,000
ชั้นดิน
ตอไม้
ฟ้าถล่ม
สายดิน
คุณค่าของชิ้นส่วนเล็กๆ
ยาใจ
ยอดฝีมือทำเก้าอี้
ด้านที่มองไม่เห็น
กำแพงขวางรัก
LAT
อาหารหมู
3G
“โลกไม่ยุติธรรมเลย”
ภาษาแผ่นดิน
แม่น้ำแสงจันทร์
ยานเวลามีจริง!
ช็อกโกแลตยัดไส้
ของพิเศษ
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ IPAD
ทหารผ่านศึกกับเด็กชายขาพิการ
ตัวขี้เกียจ
ประกันใจตลอดชีวิต
ตาไม่ถึง (2)
ตาไม่ถึง (1)
ฟาดดาบ
ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน
ไฟปรารถนา
ในห้วงเหวของความตาย
แก้บน
หนึ่งวันของเมย์ฟลาย
กาลเทศะกับการใช้ชีวิตอย่างมีความงาม
ปลาที่ไม่ยอมขึ้นบก
หัวใจที่ไม่จมน้ำ
สะฮารา
แดดเที่ยง
รองเท้ากับแซกโซโฟน
โซดา
คนหัวใจเหล็ก
ลายมือ
ทุดง!
แลคโตบาซิลัส
หกลิตร
ครัวสุข ตอน สลัด
GPS
This is the latter.
พู่กันของ จุก เบี้ยวสกุล
Bad hair day & On the job training
Connection
Backfire
รถยนต์ใต้สะพาน
ทำดีไม่ได้ดี
Will I do it again?
หนอนในแอปเปิล
Grow old gracefully
ชีวิตย้อนคืน
46 วินาที
มีดีต้องอวด?
Mediocrity
อาย
It will pass.
สัมผัสพิเศษ
เครื่องมือชิ้นสุดท้าย
หัวใจใต้จุดเยือกแข็ง ตอน 2
หัวใจใต้จุดเยือกแข็ง ตอน 1
เด็กโง่
ขอบเขตความรักของพ่อแม่
ก่อนถึงเส้นตายรัก
หัวบันไดแห้ง
ตัด-หั่น-เจี๋ยน
ฉันกับเรา
สองปีกและตรวน
ผิดที่
ผู้หญิงของขงเบ้ง
เสื่อผืนหมอนใบ
somebody-nobody
เจ็ดชั่วโคตร
วิศวกรรมแห่งชีวิต
ยี่สกที่ไม่ยอมกินเบ็ด
เสิร์ฟกาแฟเจ้านาย
Dum spiro, spero
Between the devil and the deep blue sea
decoy
ปะติรู-ป-ระชาธิปไตย!
I Do a Dream
พื้นที่เสื่อมโทรม
White Lies
Homesick
ตุ๊กตาล้มลุก
ด่านรัก
Swinging!
วันนรก
บริหารเวลา
นิทานเรื่อง จีนกับใบมะขาม
บทความสัมมนาซีไรต์ 1999
ซีอีโอชีวิต
มุมงดงามที่เหลืออยู่
ฟุกุชิมะ 50
ตะกอนก้นแก้ว
สมมุติว่า...
จงทำชั่ว!
ฮะจิโค, รุสวอร์ป และ บ๊อบบี้
เกจ์น้ำมัน
ความฝันริมถนน
เถรตรง
15 Minutes of Fame
อำนาจของเสียงหัวเราะ
acquaintance
The end justifies the means
นิยายประหลาด
ปอดแหก
ก้นเหว
เสียงของหัวใจ
จูบตีน
สองมือเล็กๆ ของเราแต่ละคน
ชีวิตติดกับ
ปาฏิหาริย์ของจุดสีฟ้าอ่อน
ฟองน้ำ
Shit happens!
ริบบินสีเหลืองบนต้นไม้
เสียงไวโอลินที่ไม่มีใครได้ยิน
ช่องโหว่
“แล้วไงล่ะ?”
แรงดึงดูด
No life!
ตั๋วรถไฟครึ่งราคา
พลังของความพลิกแพลง
เดี๋ยวนี้!
คู่แท้
ยาวิเศษ
บทเรียนนอกตำรา
เปลือกนอกกับแก่นใน
Reset
อารมณ์ขันกันกระสุน
กระดุมเม็ดแรก
เซลล์ใหม่
โรจน์แม็พ
ของขวัญวันอังคาร
ปีกแห่งพระปรีชาชาญ
แตงโมสี่เหลี่ยม
ห้องเรียนของวั่นเล่าหยัง
ธรรมะในห้องน้ำ
สื่อสาน
ลูกปลาในแอ่งน้ำ
ไม้คาน
ยึด sub !
ศาสนาผี
จดหรือไม่จด?
เครื่องมือวิเศษ GT 200
ราคาคุย
เม็ดเกลือแห่งอหิงสา
ดาวอังคารเหนือต้นเชอร์รี
หลุมอากาศ
สื่อสังวาส 3
สื่อสังวาส 2
สื่อสังวาส 1
อยากให้คนอื่นจดจำคุณอย่างไร?
เสือกับหน้ากากมนุษย์
Blessing in Disguise
สวนสัตว์ (จบ)
สวนสัตว์ (1)
เสียดายที่...
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (3)
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (2)
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (1)
ก่อนที่ไฟจะดับ
ของหวาน
คนตาบอดในฤดูใบไม้ผลิ
เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก
ป้ายสต.
ความบังเอิญที่น่ารื่นรมย์
ชื่อเสียงกับความสุข
ออมสินเวลา
ยานเวลากับเครื่องมือพยากรณ์อากาศ
ประชดชีวิต
แอ๊ปเปิ้ลสีแดง
เครื่องมือ
When it rains, it pours.
ดร. เจคเคิล กับ มิสเตอร์ไฮด์
จุดเล็กๆ จุดหนึ่ง
ผัดไทยหนึ่งนาทีครึ่ง
เล่นให้จบเกม
แว่นตาดำ
คำบวกคำลบ
ล้มแล้วเหยียบ
มาราธอน
มองกว้างมองไกล
พ่ายแพ้อย่างสง่างาม
ชายผู้ระเบิดปรมาณูหล่นใส่หัวสองหน
ชาติมีราคาเท่าไร?
ความงามของความเงียบ
เช็กช่วยชาติ
ทูนอิน
รักข้ามพรมแดนสงคราม
เมืองขี้เมา (2)
เมืองขี้เมา (1)
ตุ๊กตาล้มลุก
สมุนไพรอันตราย 13 ชนิด
ตายอย่างหมดจด
เห็นมดเท่าช้าง
ถุงกาแฟ
ผงซักฟอก
พิษทางใจ
มากคนมากความ
เราควรรื้อถอนโครงสร้างของละคร 'น้ำเน่า' หรือไม่?
ปาร์ตี้ชีวิต
รักตัวเอง
แผ่นดินของเรา
หนทางสายที่สอง
ก่อนขึ้นเขาสูง
คนละเรื่องเดียวกัน
อกหักดีกว่ารักไม่เป็น?
อาตี๋สักมังกร
แผนที่โลกกลับหัว
เมื่อถูกถีบลงน้ำ
แก้มอีกข้างหนึ่ง
วิกฤติกับโอกาส
ฉัพพรรณรังสี
ปากมีไว้เพื่อ...?
ข้าวผัด
ชีวิตพอเพียง
ในแสงสุดท้ายของวัน
วาบหวิววิทยาลัย
คุณค่าของชีวิต ตอน 4 (จบ)
คุณค่าของชีวิต ตอน 3
คุณค่าของชีวิต ตอน 2
คุณค่าของชีวิต ตอน 1
เลขนำโชค
คนเราสามารถเป็นคนดีโดยไร้ศาสนาได้หรือไม่?
ท้องฟ้าเป็นผู้ชาย ดวงดาวเป็นผู้หญิง
คนใบ้ในห้องเรียน ตอนที่ 2
คนใบ้ในห้องเรียน ตอนที่ 1
คนจนห้ามท้องเสีย
ตบกะโหลกพระ
ในฤดูหนาวอันแสนนาน
ศูนย์แคลอรี
คำขอโทษ
เครื่องมือชิ้นหนึ่ง
เราสามารถก้าวไปถึงสังคมอุดมคติได้หรือไม่
เส้นโค้ง เส้นเว้า กับเส้นหยัก
โรคติดต่อ
วันที่ 1 มกราคม
แผลเป็นของ คิม ฟุก
แบบสอบถามชีวิต (3)
เสียงสุดท้ายให้โลกได้ยิน
แบบสอบถามชีวิต (2)
วนิดา
แบบสอบถามชีวิต (1)
ผลไม้วิเศษ
ผู้หญิงขอผู้ชายแต่งงาน
อำนาจเหนือธรรมชาติจะนำพาสังคมไทยไปถึงไหน?
คนอารมณ์ดี
หัวใจที่ชายแดน
ว่าด้วยความ 'เพอร์เฟ็ค'
เรื่องของ J
เครดิตกับภาพลักษณ์
อาชีพ : แม่บ้าน
หัวใจ Y
‘ฮาร์ท’ กับ ‘เฮด’
ย้อนกลับสู่ความเป็นระเบียบ
สุญญากาศ
เคียงไหล่ลูกน้อง
แมวที่ริมฝั่ง
รับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ (แห่งชีวิต)
‘คิดได้ไง’ กับ ‘คิดโง่ๆ’
ปฏิทินจักรวาล
คุณค่าของของทรัพยากร
ทาสของชื่อเสียง
จากความว่างเปล่าสู่ความว่างเปล่า
ความคงอยู่ของความมืด
จตุ-calm
บุญคุณกับกตเวทิตา
ลมปราณแห่งปัญญา
คนที่ไม่มีวันแก่
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
ปากที่เสกศิลป์
คนวิ่งชีวิต
ผู้หญิงผมขาวที่นั่งแถวหน้าสุดในห้องเรียน
ไวโอลินกับหมีแพนด้า
ในตอนจบวัน
สิ่งที่เรามีเหลืออยู่
ปีกหัก
เข็มทิศกับไวโอลินของไอน์สไตน์
ถึงจะเดินถอยหลัง ก็ยังต้องออกแรง
เสน่ห์ของความเรียบง่าย
ล้มแล้วลุกขึ้นมาโลดแล่นต่อไป
การมีชีวิตอยู่อย่างมีชีวิต
ไฟดับห้านาทีในหัวใจ
นางสาวมารยาท
0 นาทีก่อนเที่ยงคืน
บทเรียนที่โรงเรียนไม่ได้สอน
หมาแย่งก้อนเนื้อ
ผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อชะตากรรม
น้ำท่วมทุ่ง
โลกที่ไร้สิ่งกีดขวาง
ปัญหารัก
วิตามินชีวิต
มาจากอากาศธาตุ
ยิ่งน้อยยิ่งมาก
ปาฏิหาริย์แห่งการใช้สติและปัญญา
Happy Ever After
มือหยาบกร้านที่สานเก้าอี้ไม้ไผ่
นิสัยเสียที่เรียกว่า วิตก
รสชาติของชีวิต
ไม่มีวันยอมแพ้
ของปลอม
ริมแม่น้ำ
ฤดูกาล
อาซ้อกับหมูในอวย
ผลของการพยายามเอาใจทุกคน
นังอิจฉา
ความตายคือความรัก
บนโต๊ะอาหารเช้า
เบื้องบนมีแสงอาทิตย์และแสงดาว
รอยเท้าข้างเดียวของลีนา
รถไฟสองขบวน
การรอคอยของ ลี อัง
จุดฝันในม่านมืด
คุณค่าของกระดาษแผ่นหนึ่ง
ไกลกว่าที่ตามองเห็น
เสน่ห์ร้อยเปอร์เซ็นต์
คนที่เต้นรำที่หัวใจ
เบื่อคนบ่น
คนไม่ยอมแพ้ที่ปลายทางโลก
นางในฝัน
หนึ่งก้าวถัดไป
วันไม่ดี
เด็กสาวแขนขาดที่สี่แยก
ความฝันที่เก็บไว้ในลิ้นชัก
สิ่งที่ใครก็เอาไปจากเราไม่ได้
ในแสงสลัว
หลุมดำ
โอกาสที่สอง
โลกใบเล็กของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
วันเสียตัว
สุขพึงใจกับสุขชื่นใจ
อีแก่ที่ไม่มีใครต้องการ
อนุภาคที่มีวิถีชีวิตของมันเอง
ก้าวย่างแรก
ฮีอา ลี กับนิ้วทั้งสี่
รูบนกำแพงกั้นน้ำ
เสียงที่ไม่มีวันจางหายไปจากโลก
น้ำพุศักดิ์สิทธิ์
ไม้กางเขน
ความฝันโง่ๆ
ความดีความชอบ
กราบสามีก่อนเข้านอน
ชีวิตที่ดี
กลางสายฝน
สัตว์ประหลาดในโลกที่แสนสวยงาม
ทางเลือกของหัวใจ
เส้นตายกับคำท้าทาย
ยืนด้วยเท้าของตนเอง
จรรยาบรรณ
วิปริตธรรมชาติ
ยาขม
เข็มทิศ
วันแห่งความหวัง
Perception - Reality
ดีทอกซ์
รังที่สร้างด้วยรัก
บทเรียนที่สูญเปล่า?
ไหว้สัตว์ตาย
เนรคุณธรรมชาติ?
โลกของไอ้แก่
การศึกษากับปัญญา
ตัวกูของใคร
รักคนอื่นหรือรักตัวเอง?
บทเรียนจากตะกร้า
บทเรียนจากความเชื่องช้า
วิบัติสมมุติ
"ถ้ารู้อย่างนี้จะไม่..."
เจตนาดีกับลมปาก
งานใหญ่กับงานยิ่งใหญ่
ต้นรักในหัวใจ
ทวนน้ำ
ขนาดของหัวใจ
ไม้ผลัด
ส้มเปรี้ยวกับส้มหวาน
คนที่สิบเอ็ด
คำสุภาพกับมารยาทที่แท้
ก่อนเปลือกตาจะปิด
"ช่างมัน ฉันไม่แคร์"
ถ่ายน้ำมันเครื่อง
อภัยทาน
วันแห่งความรัก
ของใหม่
สองข้างทางสู่เส้นชัย
คนตาบอดบนสะพานแคบ
คุณค่าเล็ก ๆ ของตัวไร้ประโยชน์
งานทรมานกับงานในฝัน
สายน้ำกับความตาย
มาสาย-กลับดึก
31 ธันวาคม
ลอกคราบจากภายใน
กบเลือกงาน
ไม้แข็งกับไม้อ่อน
ไส้เดือนกับมังกร
ขาวกับดำ
ประโยชน์ของความไม่มี
รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง
เติมน้ำใสใส่หัวใจ
เปลือกของสุภาพชน
สายรุ้ง
Expiry Date
นาฬิกา
เสียน้อยเสียยาก
กติกา
ก็แค่ความไม่สะดวกเล็ก ๆ
ความยาวของหนึ่งวินาที
ข้างกำแพงสงคราม
ส่วนเกิน
เพลงรัก
อหิงสา
คนแก่ในสวนสีเขียว
ความอึด
The Evil Thing?
ความฝัน