วินทร์-วินทร์ Situation (4) 

ตอน ฟอสซิล


หมายเหตุผู้เขียน : บทความชุด วินทร์-วินทร์ Situation ส่วนที่เกี่ยวกับศาสนาจะมีอีกราว 4-5 ตอน ผู้เขียนรู้ว่าสาระของมันอาจหนักไปบ้าง อ่านสนุกสู้ข่าวดาราแก้ผ้าไม่ได้ แต่มองดูสภาพวงการศาสนาในบ้านเราตอนนี้แล้ว คิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งต้องให้ความรู้เรื่องศาสนาแก่คนรุ่นใหม่ จะได้รู้ที่มาที่ไปของระบบศาสนาและผลกระทบต่อปัจเจกเราๆ และไม่ตกเป็นเหยื่อของ ‘พุทธสะดวกซื้อ’


วินทร์ #1001 : “เรื่องสั้น The Star ของคลาร์กตั้งคำถามเกี่ยวกับพระเจ้าในมุมมองที่ไม่มีใครคิดมาก่อน  แต่ในความจริง ผู้เขียนก็ไม่เชื่อว่ามีผู้สร้างในลักษณะนี้”

วินทร์ #2009 : “เอาละ ผมยอมรับได้นะว่าพระเจ้าไม่น่าจะสร้างจักรวาลและโลกในหกวัน เป็นไปได้ไหมว่าหกวันอาจเป็นสัญลักษณ์นามธรรม”

วินทร์ #1001 : “คนหลายร้อยล้านคนในโลกไม่คิดอย่างนี้น่ะซี! แต่ตีความตรงคำเลย ในการทำเซอร์เวย์ปี 2009 ราว 40 เปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกันเชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ สัตว์ และมนุษย์คู่แรกไม่เกินหนึ่งหมื่นปีที่ผ่านมา 30 เปอร์เซ็นต์บอกว่าการตีความตรงตามไบเบิลเป๊ะถูกแล้ว การสำรวจอีกครั้งนึงพบว่า 5 เปอร์เซ็นต์ของนักวิทยาศาสตร์อเมริกันก็เชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลก สำหรับคนจำนวนมาก ความเชื่อความศรัทธาอยู่เหนือตรรกะทั้งปวง จะเห็นว่ามีคนปฏิเสธหลักฐานเรื่องอายุโลกหน้าตาเฉย ไม่เชื่อถามคุณคาร์ล เซเกน ดู”

คาร์ล เซเกน #1001 : “ผมจำได้ว่าตอนที่หนังเรื่อง Jurassic Park ฉายในอิสราเอล หนังถูกแรบไบจำนวนหนึ่งด่าเช็ด เพราะมันสนับสนุนทฤษฎีวิวัฒนาการที่ว่าไดโนเสาร์มีชีวิตอยู่เมื่อร้อยกว่าล้านปีก่อน ไม่ตรงกับที่ชาวยิวพูดกันในวันปีใหม่ยิวและพิธีแต่งงานว่า จักรวาลมีอายุน้อยกว่าหกพันปี...”

วินทร์ #1001 : “จะเห็นว่าผู้คนอิงคัมภีร์มากกว่าหลักวิชาวิทยาศาสตร์ และตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา มีคนมากมายค้นหาคำตอบอายุของโลกจากไบเบิลโดยคำนวณวันตามเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ในคัมภีร์ ได้ผลว่าโลกมีอายุราวสี่พันถึงหกพันกว่าปี ตั้งแต่พระเจ้าสร้างโลกเมื่อ 3616 ปีก่อนคริสตกาลไปถึง 6984 ปีก่อนคริสตกาล นอกจากนี้ก็มีกลุ่มทางศาสนาชื่อ Young Earth Creationism (YEC) ออกมาสนับสนุนด้วยหลัก creation science”

วินทร์ #7745 : “มีวิทยาศาสตร์สายนี้ด้วยหรือ?”

วินทร์ #1001 : “เปล่า มันเป็นวิทยาศาสตร์เทียม เป้าหมายเพื่อต่อต้านทฤษฎีวิวัฒนาการ กลุ่มนี้บอกว่า “เลือกเชื่อคำของพระเจ้าทั้งหมดหรือไม่ก็ไม่ต้องเชื่อเลย”

วินทร์ #7745 : “แต่การอิงข้อความตามพระคัมภีร์ผิดพลาดได้ เพราะบันทึกของมนุษย์ผิดได้เสมอ”

วินทร์ #1001 : “จริง แต่เวลาคุณบอกว่าคัมภีร์ศาสนาใดก็ตามเขียนผิด คุณก็เตรียมหัวแตกได้เลย เพราะคนส่วนมากมีภาพฝังหัวว่าคัมภีร์ผิดไม่ได้ ไม่เฉพาะคริสต์นะครับ พุทธเองก็รับไม่ได้หากบอกว่าพระไตรปิฎกบันทึกผิดพลาดสักบรรทัดหรือสักท่อน น่าตลกไหม? เพราะแค่ประวัติศาสตร์ของอารยธรรมต่างๆ ก็เต็มไปด้วยความผิดพลาด บิดเบือน เราก็รู้อยู่ว่าประวัติศาสตร์บันทึกโดยผู้ชนะ และใครก็เขียนอะไรก็ได้ตามต้องการ แต่ละคนก็เลือกเชื่อตามใจ ทั้งที่ในวงการวิทยาศาสตร์ก็มีการค้นหาอายุของโลกมานานแล้วเหมือนกัน ใช้วิธีต่างๆ แต่ด้วยการค้นพบเทคโนโลยี คาร์บอน เดทติ้ง ทำให้เราพบอายุของสิ่งต่างๆ มากมาย...

“คุณเคยเห็นภาพเขียนบนผนังถ้ำฝีมือมนุษย์โบราณไหม อย่างที่ภาพเขียนบนผนังถ้ำ Chauvet-Pont-d’Arc ในเขต Rhone-Alps ฝรั่งเศส เราทำ คาร์บอน เดทติ้ง แล้วพบว่ามันมีอายุ 31,000 ปี เกินอายุของโลกในคัมภีร์ไปคนละเรื่องเลย”

วินทร์ #7745 : “แต่ คาร์บอน เดทติ้ง ก็มีข้อจำกัด”

วินทร์ #1001 : “ถูก ไม้บรรทัดก็มีข้อจำกัด แต่มันก็วัดค่าได้ถูกต้องในขอบเขตของมัน คาร์บอน เดทติ้ง ก็เหมือนไม้บรรทัดยาวแค่หนึ่งฟุต วัดได้แม่นยำก็จริง แต่ย่อมใช้วัดระยะทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ไม่ได้ ก็มีเทคโนโลยีอีกอย่างคือ Radiometric Age Dating สามารถวัดอายุสิ่งของได้ไกลเป็นพันๆ ล้านปี”

วินทร์ #7745 : “แล้วได้ผลยังไง?”

วินทร์ #1001 : “การทดสอบอายุหินบนโลกด้วยกรรมวิธี Radiometric Age Dating บอกว่าโลกมีอายุ 4,600 ล้านปี หลักฐานนี้ชัดเจนมาก...”

วินทร์ #7745 : “มีวิธีอื่นอีกมั้ย?”

วินทร์ #1001 : “อย่างที่สามคือความเร็วแสง ในหนึ่งวินาที แสงวิ่งไปได้ไกลสามแสนกิโลเมตร ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเรา 8 นาทีแสง ดวงดาวที่ใกล้เราที่สุดคือ อัลฟา เซนทอรี”

วินทร์ #2009 : “มันเป็นดาวคู่ไม่ใช่หรือ?”

วินทร์ #1001 : “ขอบคุณที่เสริม ใช่ครับ อัลฟา เซนทอรี เป็นดาวคู่ แต่เรามองเห็นบนฟ้าเป็นจุดเดียว อยู่ห่างจากเรา 4.37 ปีแสง แปลว่าเวลาเราเห็น อัลฟา เซนทอรี ในคืนนี้ มันคือ อัลฟา เซนทอรี ของเมื่อ 4.37 ปีที่ผ่านมาแล้ว เพราะแสงจาก อัลฟา เซนทอรี ต้องใช้เวลา 4.37 ปีเดินทางมาถึงเรา ทีนี้สมมุติว่าจักรวาลอายุหกพันปี เราก็ย่อมเห็นดวงดาวทั้งหลายไกลที่สุดเพียงหกพันปีแสงเท่านั้น ซึ่งแปลว่าเราจะเห็นดวงดาวบนฟ้าเพียงประปราย เพราะในความจริง ดวงดาวจำนวนมหาศาลที่เราเห็นผ่านกล้องโทรทรรศน์ทั้งบนโลกและในอวกาศอยู่ไกลเกินหกพันปีแสง เฉพาะขนาดของทางช้างเผือก เราวัดค่าได้หนึ่งแสนปีแสง ดวงดาวที่กระจายกลางฟ้าราตรีเป็นหลักฐานว่าจักรวาลมีอายุมากกว่าหกพันปี ไม่เพียงเท่านั้น เรายังสามารถใช้กล้องโทรทรรศน์มองไกลออกไปเห็นดาราจักรอื่นๆ และเห็นไกลถึงกว่าหมื่นล้านปีแสง ทำให้เรารู้อายุของจักรวาลว่าราว 13.79 พันล้านปี และนี่เป็นแค่จักรวาลที่เรามองเห็นเท่านั้น ถ้ายังไม่เชื่ออีก ก็มาถึงกระบวนหาความจริงอย่างที่สี่คือทฤษฎีวิวัฒนาการ...”

วินทร์ #7745 : “ของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน...”

วินทร์ #1001 : “ใช่ ของคนที่หัวแตกโดนเย็บหลายแผลคนนั้นแหละ! ฟอสซิลจำนวนมหาศาลที่กระจายไปทั่วโลกชี้ให้เห็นว่าชีวิตบนโลกเริ่มมาหลายพันล้านปีก่อน และวิวัฒนาการมาช้าๆ มนุษยชาติไม่ได้สืบทอดมาจากมนุษย์คู่แรก แต่วิวัฒนาการมาจากมนุษย์วานร ซึ่งวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งวิวัฒนาการมาจากสัตว์อื่นอีกหลายทอด...

“ในบรรดาหลักฐานทั้งหมดนี้ ทฤษฎีวิวัฒนาการของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ทำให้วงการศาสนาตะวันตกปั่นป่วน เพราะมันชนกับแนวคิดเรื่องความคงอยู่ของพระเจ้าอย่างเลี่ยงไม่พ้น อาจกล่าวได้ว่าหนังสือ On the Origin of Species ของดาร์วินทำให้โลกสะเทือน เพราะมันเปลี่ยนมุมมองวิธีคิดต่างๆ ไม่เฉพาะในวงการศาสนา แต่ในวงการวิทยาศาสตร์ด้วย ความจริงดาร์วินคิดทฤษฎีวิวัฒนาการมาได้ยี่สิบปีแล้ว แต่ลังเลที่จะเผยแพร่ความคิดนี้ออกสู่สาธารณชน เพราะรู้ว่าสังคมยังไม่พร้อม หรืออาจกลัวโดนตีหัวก็ได้ แต่ในที่สุดมันก็ได้รับการตีพิมพ์ แม้จะถูกต่อต้านมากจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ตาม แต่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สักชิ้นเดียวที่สามารถแย้งทฤษฎีนี้...”

วินทร์ #7745 : “ไม่มีเลยหรือ?”

วินทร์ #1001 : “ไม่มีเลย คุณก็น่าจะรู้ว่าฝ่ายที่เชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลก คือกลุ่ม Creationism รอหลักฐานซักชิ้นนึงซึ่งจะล้มทฤษฎีวิวัฒนาการมานานแล้ว ถ้ามีสักชิ้นเดียว รับรองว่าทฤษฎีวิวัฒนาการต้องโดนถล่มแน่นอน แต่ถึงกระนั้นพวก creationist ก็พยายามหาหลักฐานมายันอีกฝ่าย ทั้งสองค่ายก็ทะเลาะกันมานานแล้ว ค่าย creationism ส่งนักมวยใช้กระบวนท่า Intelligent Design ออกมา ค่ายดาร์วินก็ไม่น้อยหน้า ส่งนักมวยชื่อ ริชาร์ด ดอว์กินส์ ขึ้นเวที...”

วินทร์ #7745 : “ใช่คนที่เขียนเรื่อง The God Delusion หรือเปล่า?”

วินทร์ #1001 : “ใช่แล้ว นักมวยคนนี้หมัดหนัก โจมตีเรื่องพระเจ้าโดยใช้หลักฐานทางชีววิทยา ในบรรดาฝ่ายที่โปรทฤษฎีวิวัฒนาการ ริชาร์ด ดอว์กินส์ นับว่าเป็นกลจักรสำคัญที่เผยแพร่ทฤษฎีนี้ แล้วศึกษาลึกลงไปอีก เขาบอกว่าธรรมชาติไหลไปอย่างไร้แบบแผน ชีวิตบนโลกเกิดขึ้น วิวัฒนาการไปเรื่อยๆ ตามหนทางของแต่ละชีวิต พลิกแพลงไปตามสถานการณ์ เหมือนสายน้ำที่ไหลไปตามภูมิประเทศต่างๆ เมื่อเจอทางตัน ก็ไหลอ้อมไปที่อื่น มันไม่มีร่องรอยของการออกแบบ บ่งชี้ว่าไม่น่ามีผู้สร้าง”

วินทร์ #7745 : “พระเจ้าอาจทรงซ่อนร่องรอยของการออกแบบไว้”

วินทร์ #1001 : “นี่ก็คือเหตุผลที่ฝ่าย Intelligent Design ใช้”

วินทร์ #7745 : “Intelligent Design เป็นยังไง?”

วินทร์ #1001 : “มันเป็นแนวคิดที่ใช้ตรรกะอ้อมๆ เพื่อรองรับการดำรงอยู่ของผู้สร้างหรือพระเจ้า เหตุผลที่กลุ่มนี้เสนอก็ฟังดูดี คือชี้ให้เห็นความซับซ้อนของร่างกายมนุษย์ เช่น นัยน์ตา มันเป็นอวัยวะที่ซับซ้อนเหลือประมาณ มันละเอียดลออจนเกินฝีมือของธรรมชาติ จึงน่าจะเป็นผลงานของผู้สร้าง ฟังดูก็น่าคล้อยตามทีเดียว ลองคิดดู โลกในยุคแรกมีแต่สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว มันจะสร้างนัยน์ตาที่ซับซ้อนขนาดนี้ขึ้นมาได้ยังไง แต่เวลาเราถกกัน เราสู้กันด้วยหลักฐานใช่มั้ย? หากใช้คำที่นักสืบ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ พูดบ่อยๆ คือ ‘When you have eliminated the impossible, whatever remains, however improbable, must be the truth.’ เมื่อนักสืบตัดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปทีละชิ้น ข้อมูลที่เหลือไม่ว่าดูไม่น่าเป็นไปได้เพียงไรก็คือความจริง หลักฐานทางฟอสซิลชี้ว่า มิเพียงนัยน์ตาวิวัฒนาการมาจากศูนย์ มันยังเกิดขึ้นมาอย่างเป็นเอกเทศต่างที่ต่างเวลากันหลายครั้ง ไม่น่าเชื่อใช่มั้ย? แต่เรามีหลักฐาน เรามีสิ่งมีชีวิตที่มีนัยน์ตาแบบต่างๆ เป็นไปได้อย่างไร? คำตอบคือเวลา ด้วยเวลาที่ยาวนานเป็นล้านๆ ปี นัยน์ตาก็เกิดขึ้นมาได้จากศูนย์!”

วินทร์ #7745 : “ผมเข้าใจละ คุณกำลังบอกว่าเวลาสี่พันล้านปีตั้งแต่เริ่มมีสิ่งมีชีวิตแรกบนโลกยาวนานพอสร้างอวัยวะพิสดารอย่างนัยน์ตา...”

วินทร์ #1001 : “ใช่และไม่ใช่! การสร้างนัยน์ตากินเวลานานจริง แต่มันไม่ได้ใช้เวลาถึงสี่พันล้านปี แค่ห้าร้อยล้านกว่าปีเท่านั้น! คือในยุคแคมเบรียน ที่เรียกว่า The Cambrian explosion เพราะเรายังไม่พบหลักฐานนัยน์ตาก่อนหน้ายุคนั้น...

“ทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วินแสดงหลักฐานชัดเจนว่า ธรรมชาติก็ทำเรื่องซับซ้อนอย่างนี้ได้ เมื่อดูวิวัฒนาการแต่ละช่วง เราพบว่าแต่ละความซับซ้อนนั้นเริ่มจากความหยาบ แล้วอัพเกรดทีละขั้นๆ จนกระทั่งซับซ้อน ฟังดูเป็นไปไม่ได้ แต่นั่นเพราะพวกเขาลืมปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งคือเวลา คุณเห็นก้อนหินกลมๆ เรียบเกลี้ยงบนหาดทรายทั่วไปไหม? มันกลมเรียบผิดธรรมชาติ มันกลมเรียบอย่างนั้นได้ยังไง? ต้องมีอำนาจเหนือธรรมชาติสร้างมันขึ้นมาแน่ๆ มันไม่เกิดมากลมเกลี้ยงอย่างที่เราเห็น แต่ผ่านการขัดสีตามธรรมชาติมานานเป็นล้านปีจนกลมเกลี้ยงดังที่เห็น คำตอบคือเวลา งานสร้างนัยน์ตาและสมองละเอียดอย่างนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้หากมีเวลาแค่หกวัน แต่ระยะเวลาทั้งหมดของโลกยาวพอที่จะเกิดวิวัฒนาการจนซับซ้อนได้ ลองคิดดูว่าแค่หนึ่งล้านปีก็ยาวพอเปลี่ยนอะไรต่ออะไรได้มากมาย ระยะเวลาหนึ่งร้อยล้านปีสามารถแยกทวีปแอฟริกากับทวีปอเมริกาที่ติดกันออกจากกันได้อย่างที่ปรากฏอยู่บนแผนที่โลกตอนนี้ สายพันธุ์มนุษย์ปัจจุบันยังกินเวลาไม่ถึงล้านปีเลย เอาละ ถ้าพูดลอยๆ ก็คงไม่มีใครเชื่อ แต่มันมีหลักฐานคือซากฟอสซิลยืนยันชัดเจน นี่ทำให้ยังไม่มีใครสามารถยิงทฤษฎีนี้ตก...

“ยังมีอวัยวะที่น่ามหัศจรรย์อีกหลายอย่างก็เกิดขึ้นมาด้วยเหตุผลเดียวกันคือ ความจำเป็นและเวลา อย่างเช่น ปีกของนก หรือสมอง ลองเปรียบง่ายๆ ปีกของนกกับปีกของค้างคาวเป็นปีกใช้งานเดียวกัน แต่วิวัฒนาการมาต่างสายกัน ความจำเป็นทำให้เกิดเป็นปีกด้วยกันทั้งคู่ เรารู้ว่าปีกของสัตว์ชนิดต่างๆ วิวัฒนาการมาอย่างเอกเทศอย่างน้อยสี่ครั้ง นกไม่ใช่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างค้างคาว ปีกของค้างคาวก็คือนิ้วมือของมัน อย่างนิ้วมือของคนเรา ทั้ง ‘นิ้วมือ’ ของค้างคาวและคนก็มาจากต้นกำเนิดเดียวกันคือปลาในยุคดีโวเนียน ซึ่งมีกระดูกครีบข้างละห้าเส้น รวมเป็นสิบ จะเห็นว่าหลักฐานฟอสซิลเชื่อมกันหมดชัดเจน...”

วินทร์ #7745 : “คนมาจากปลา?”

วินทร์ #1001 : “ใช่ เรามาจากปลา”

วินทร์ #7745 : “อ้าว! ผมเข้าใจว่าคนมาจากลิงเสียอีก”

วินทร์ #1001 : “ก็ถูก แต่ทั้งคนทั้งลิงก็แปลงมาจากปลา แต่ไม่ได้แปลงจากปลาเป็นลิงหรือคนในทีเดียว ปลาเริ่มมีขาและแปลงกายเป็นสัตว์อื่นๆ ก่อน แล้วค่อยๆ วิวัฒนาการแตกแขนงมาเรื่อยๆ มาจนถึงคิววานร จากวานรก็เป็นมนุษย์วานรพันธุ์ต่างๆ จนมาเป็น โฮโม ซาเปียนส์ หรือมนุษย์ปัจจุบัน กินระยะเวลาจากปลามาสู่คนราวสี่ร้อยล้านปี ซึ่งยาวนานพอสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดูไม่น่าเป็นไปได้...

“แต่เอาเถอะ ต่อให้กลุ่ม creationism ยอมเปลี่ยนจุดยืนยอมรับว่าจักรวาลและโลกไม่ได้เกิดขึ้นในหกวัน พระเจ้าสร้างจักรวาลเมื่อ 13.79 พันล้านปีก่อน ก็ยังมีคำถามมากมายที่ Intelligent Design ต้องตอบให้ได้ว่าทำไมพระเจ้าเป็นผู้รับผิดชอบงานนี้ หากโลกถูกสร้างเพื่อให้คนครอบครอง ทำไมผู้สร้างจึงสร้างมนุษย์ทีหลังสุด? ทำไมรอจนสี่พันกว่าล้านปี หลังจากสัตว์ 99 เปอร์เซ็นต์เกิดและตายไปแล้ว จึงค่อยสร้างมนุษย์ ทำไมไม่สร้างทุกอย่างทันที? ทำไมต้องรอนานถึงหมื่นล้านปีค่อยสร้างโลก แล้วรออีกสี่พันล้านปีเพื่อเกิดมนุษย์? ทำไมต้องรอจนไดโนเสาร์ตายไปกับอุกกาบาตซึ่งเป็นตัวแปรที่ไม่แน่นอน จึงเปิดโอกาสให้สายพันธุ์มนุษย์ปรากฏขึ้นบนโลก? ทำไมการออกแบบจึงไม่สมบูรณ์? ทำไมจึงออกแบบโฮโมเซ็กชวล เกย์ เลสเบียน ในเมื่อไม่สามารถสืบสายพันธุ์ต่อไปได้ด้วยวิธีนี้? ทำไมจึงออกแบบยีนขยะ? ทำไมออกแบบโรคร้ายที่ทำลายมนุษย์ตั้งแต่แรกเกิด? ทำไมออกแบบอย่างสิ้นเปลือง? เช่น อสุจิจำนวนมหาศาล แต่ใช้เพียงตัวเดียว? ทำไมสร้างไตสองข้าง เพราะมีข้างเดียวก็อยู่ได้ นอกจากนี้สร้างไส้ติ่งมาทำไม ในเมื่อถึงไม่มีไส้ติ่ง ก็ไม่ตาย ทำไมออกแบบสถานที่ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัย? ทำไมออกแบบให้คนฆ่าตัวตาย? ทำไมออกแบบสงครามและความชั่วร้ายต่างๆ ในโลกนี้? และอีกมากมาย”

วินทร์ #9299 : “แต่คนจำนวนมากก็ไม่เชื่อทฤษฎีของดาร์วินรวมทั้งหลักฐานทางจักรวาลวิทยาพวกนี้”

วินทร์ #1001 : “ปัญหาคือการเปลี่ยนความเชื่อเรื่องศาสนาเป็นเรื่องยากมาก โดยเฉพาะเมื่อเป็นความศรัทธาและเกี่ยวกับอำนาจเหนือธรรมชาติ มิฉะนั้นไสยศาสตร์ก็คงไม่รุ่งเรืองอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ มันก็มาสู่ประเด็นที่ว่า เราจะยอมใช้วิทยาศาสตร์เป็นมาตรวัดหรือเครื่องมือค้นหาความจริงรึเปล่า คนส่วนใหญ่ยอมรับว่า 1 บวก 1 เท่ากับ 2, น้ำประกอบด้วยไฮโดรเจนกับออกซิเจน, โลกมีสนามแม่เหล็ก มีไฟฟ้า มีแม่เหล็กไฟฟ้า ทั้งหมดนี้มีหลักฐานพิสูจน์ได้เป็นรูปธรรมชัดเจน แต่คนกลุ่มเดียวกันนี้กลับปฏิเสธหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นรูปธรรมที่บอกว่าโลกและจักรวาลไม่ได้ถูกสร้างโดยอำนาจเหนือธรรมชาติ เหมือนเลือกที่รักมักที่ชัง ยอมรับหลักฐานเฉพาะบางชิ้นที่ตนเองชอบ”

วินทร์ #2009 : “ถามจริงๆ คุณร่ายยาวมาขนาดนี้ คุณแอนตี้ศาสนาคริสต์หรือ?”

วินทร์ #1001 : “เปล่าเลย ผมไม่ได้ต่อต้านศาสนาเทวนิยมเลย หลักการเรื่องความรักของศาสนาคริสต์ยังใช้การได้ดี มันยังเป็นศาสนาที่ทำงานได้ผลอยู่ ผมเพียงแค่ชี้ให้เห็นว่าในส่วนที่เป็นความเชื่อคือเรื่องพระเจ้าสร้างจักรวาลขัดแย้งกับความจริงยังไง แทบทุกศาสนามีความเชื่อขัดแย้งกับความจริง แม้ในศาสนาพุทธก็เถอะ อย่างเช่น ความเชื่อว่าพระพุทธเจ้าประสูติมาแล้วดำเนินได้เจ็ดก้าว ไปจนถึงอภินิหารอื่นๆ”

วินทร์ #2009 : “ความเชื่อเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการ และจำเป็นต้องมี”

วินทร์ #1001 : “ผมเข้าใจ เรื่องนี้พูดยากจริงๆ ผมเคยคิดว่าตรรกะและวิทยาศาสตร์เป็นภาษากลางที่ทุกสังคมพูดกันรู้เรื่อง หรือยอมรับกัน ผมเคยคิดว่าคนคนหนึ่งจะเปลี่ยนความเชื่อทางศาสนาได้ด้วยวิธีเดียวคือการอิงด้วยหลักฐาน นี่ก็คือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แต่ในความจริง มันไม่เป็นไปอย่างนั้นเลย ผู้คนยังยินดีเชื่อเรื่องที่พวกเขาอยากเชื่อ แม้แต่นักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งก็ยังเชื่อเรื่องที่ค้านกับหลักฐานที่เห็นโทนโท่...

“ตัวละคร แอลลี แอร์โรเวย์ ในนวนิยายเรื่อง Contact ของเซเกนพูดว่า ‘คุณไม่อาจโน้มน้าวใจอะไรทั้งนั้นกับคนที่เชื่อมั่นถือมั่น เพราะความเชื่อของพวกเขาไม่ได้วางบนหลักฐาน มันวางบนความต้องการยิ่งยวดที่จะเชื่อ’...”

คาร์ล เซเกน #1001 : “ใช่ มันเป็นอย่างนี้จริงๆ ที่ผมรู้สึกเศร้าใจเพราะชีวิตคือการมองแวบหนึ่งชั่วเดี๋ยวเดียวในความมหัศจรรย์ของจักรวาล และมันน่าเศร้าที่เห็นคนจำนวนมากฝันเฟื่องเรื่องเพ้อฝันทางจิตวิญญาณ”

วินทร์ #1001 : “มันยากมากที่จะเปลี่ยนความเชื่อความศรัทธาของคน จำได้มั้ยตอนที่นวนิยาย The Da Vinci Code ของ แดน บราวน์ ออกมา บอกว่าพระเยซูมีภรรยาและลูก คนจำนวนมากก็รับไม่ได้ อีกเรื่องหนึ่งเป็นหนังคือ The Last Temptation of Christ ก็เล่นกับประเด็นเดียวกัน โชคดีที่ผู้เขียนเรื่องทั้งสองนี้เป็นฝรั่งอยู่ในสังคมตะวันตก และเขียนในรูปนิยาย ไม่ใช่สารคดี แค่ถูกด่า แต่ไม่โดนฆ่า จำนวนิยายเรื่อง The Satanic Verses ของ ซัลมาน รัชดี ได้มั้ย? ฮือฮามากเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน นวนิยายเรื่องนี้เขียนในแนว magical realism มีบางส่วนที่โยงถึงศาสดามูหะหมัด แต่ชาวมุสลิมจำนวนมากรับไม่ได้ จนผู้นำอิหร่าน อยาโตลาห์ โคไมนี ออกคำสั่งประหารชีวิต สั่งให้ชาวมุสลิมทั่วโลกตามฆ่านักเขียน คนพิมพ์งาน และนักแปลหนังสือเรื่องนี้เป็นภาษาอื่นๆ ก็มีชาวมุสลิมหลายคนพยายามจะฆ่ารัชดีจริงๆ จนเขาต้องหนีไปอยู่ใต้ความคุ้มครองของตำรวจ เขาปลอดภัย แต่คนอื่นไม่ นักแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นถูกแทงตาย นักแปลเป็นภาษาอิตาเลียนถูกแทงบาดเจ็บสาหัส ผู้พิมพ์ในนอรเวย์ถูกยิง นักแปลเป็นภาษาตุรกีตกเป็นเป้าสังหาร เป็นผลให้มีชาวบ้านตายไปด้วยถึงสามสิบเจ็ดคน”

วินทร์ #3365 : “ไม่น่าเชื่อนะครับ ความเชื่อทางศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและแตะไม่ได้ถึงขนาดนี้”

คาร์ล เซเกน #1001 : “ในวงการวิทยาศาสตร์ เรามักเจอเรื่องว่านักวิทยาศาสตร์พูดว่า ‘รู้มั้ยว่ามันเป็นข้อถกที่ดีมาก จุดยืนของผมผิดพลาดเอง’ แล้วพวกเขาก็จะเปลี่ยนความคิด และคุณก็จะไม่ได้ยินมุมมองเดิมนั้นอีกต่อไป พวกเขาทำกันอย่างนั้นจริงๆ มันไม่เกิดขึ้นมากอย่างที่ควรจะเป็น เพราะนักวิทยาศาสตร์ก็เป็นมนุษย์ปุถุชน และบางครั้งการเปลี่ยนแปลงก็เจ็บปวด แต่มันก็เกิดขึ้นทุกวัน ผมจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นในวงการเมืองและศาสนา*” (* จากปาฐกถาของ คาร์ล เซเกน ในปี 1987)

วินทร์ #1001 : “ผมเห็นด้วยว่าคนเราถึงจะมีความเชื่อต่างกันก็สามารถคุยกันได้ คุณอาจแปลกใจถ้าผมบอกว่าคนที่ช่วยให้ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ตีพิมพ์ผลงาน On the Origin of Species สำเร็จก็เป็นชาวคริสต์ผู้เคร่งครัด”

วินทร์ #9299 : “ใคร?”

วินทร์ #1001 : “เอซา เกรย์ นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกัน เขาเป็นเพื่อนกับ ชาร์ลส์ ดาร์วิน มานาน เกรย์ไม่ได้เห็นด้วยกับดาร์วินทุกเรื่อง เกรย์พยายามโน้มน้าวใจดาร์วินว่า เรื่องการออกแบบย่อมปรากฏอยู่ในทุกรูปแบบของชีวิต และอย่ามองด้านลบของศรัทธาทางศาสนา แต่ดาร์วินไม่เชื่อ แต่เมื่อคุยกันอย่างนักวิทยาศาตร์ด้วยกัน ก็ถกกันได้ตามเนื้อผ้า นี่แหละที่ผมรู้สึกว่า คนเราถึงเชื่อต่างกัน คนละค่ายเพลง ก็สามารถถกกันเพื่อสร้างปัญญา การค้นหาความจริงก็ต้องเอาความจริงมาพูด ไม่ใช่เอาความเชื่อมาชนกัน...

“เราต้องเรียนศาสนาอย่างวิทยาศาสตร์ คือด้วยเหตุผล สืบค้นความจริง ไม่ใช่ด้วยความเชื่อล้วนๆ ที่สำคัญคือต้องเปิดใจ ละวางความเชื่อหรือค่านิยมในสังคมก่อนชั่วคราว พิจารณาให้ดีให้เข้าใจ กล้าตั้งคำถาม กล้าแย้ง เพราะหากศาสนาหนึ่งๆ แข็งแรงพอ มันย่อมสามารถทนต่อการโต้แย้ง ศาสนาที่ไม่แข็งแรงเช่นความเชื่อว่าเทพเบื้องบนเป็นผู้ทำให้เกิดฟ้าร้องฟ้าผ่าก็ล้มไปแล้วเมื่อเจอข้อแย้งที่พิสูจน์ได้ แล้วเราจะเข้าใจศาสนาได้ยังไงถ้าไม่ศึกษาทุกระบบที่มันเกี่ยวข้องด้วย เพราะมันประสานกันหมด ผมจึงเชื่อว่าเราไม่มีทางเข้าใจศาสนาหากเรียนแค่ว่าแต่ละศาสนามีประวัติความเป็นมายังไง ใครเป็นศาสดา สอนหลักธรรมอะไร เพราะศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของระบบสังคมของมนุษยชาติ มันจึงสัมพันธ์กับระบบอื่นๆ...

“แต่ในเรื่องพระเจ้าสร้างโลก แม้จะปฏิเสธมานาน แต่ช่วงหลังๆ คริสตจักรก็ยอมยืดหยุ่นหลายครั้ง และในที่สุดก็ออกมายอมรับทฤษฎีวิวัฒนาการ แต่ก็ขอเจอกันครึ่งทางว่า พระเจ้าเป็นผู้สร้างจักรวาล ทรงออกแบบระบบวิวัฒนาการ แล้วปล่อยให้มันวิวัฒนาการไปเอง ไม่ว่าคริสตจักรจะยอมรับด้วยความเต็มใจหรือไม่ ก็นับว่าเป็นความกล้าหาญอย่างหนึ่ง”

วินทร์ #9119 : “ทำไมคุณซีเรียสจัง มันก็แค่ศาสนา เป็นเรื่องศรัทธานะ คุณพูดจนมันฟังดูเหมือนเป็นเรื่องที่ต้องจบปริญญาสามใบก่อน จึงจะเลือกศาสนาได้ อยากนับถือศาสนาอะไรก็นับถือไป ศาสนาก็เหมือนความรัก มันไม่ต้องการเหตุผล”

วินทร์ #1001 : “เวลาคุณซื้อรองเท้าคู่ใหม่ คุณซื้อเลยโดยไม่ต้องลองหรือ? ซื้อทั้งที่ไม่รู้ว่าจะพอดีกับเท้าหรือสวมสบายมั้ยงั้นหรือ? เวลาคุณไม่สบายไปหาหมอ หมอให้ยามาสองสามกำ คุณจะกินยาเลยโดยไม่ถามว่า ยาแต่ละชนิดทำหน้าที่อะไร มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง มันไม่ปลอดภัยกว่าหรือหากเราศึกษายาแต่ละชนิด? ผมคิดว่าการถามหมอก็ไม่ได้บอกว่าหมอผิดหรือดูถูกหมอแต่อย่างไร มันเป็นการได้รับข้อมูลครบถ้วนเท่านั้น”

วินทร์ #4243 : “บางคนก็กินยาเลย...”

วินทร์ #1001 : “ใช่ ทีนี้เวลาเราเลือก ‘ยา’ เราก็ต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนว่ายาชนิดนั้นๆ ทำงานยังไง รักษาโรคยังไง สมมุติว่าคุณเป็นไข้หรือปวดหัว คุณกินยาพานาดอล หรือไทลีนอล หรือเด็กโซวอน หรือเฟล็กซอน หรือฟลูเร็กซ์ ก็ได้ผลเหมือนกัน อะไรทำให้คุณหายจากไข้? ใช่ยี่ห้อบนเม็ดยารึเปล่า? ก็เปล่า มันคือเนื้อยาพาราเซตามอลต่างหาก คุณรู้มั้ยว่ามียาพาราเซตามอลกี่ยี่ห้อในโลกนี้?”

วินทร์ #4243 : “10? 20?”

วินทร์ #1001 : “มีถึงเกือบสี่พันยี่ห้อ! มีทั้งแบบเม็ด แคปซูล หรือยาน้ำ และความจริงคือไม่ใช่ยาชนิดหนึ่งๆ จะเหมาะกับคนทุกคน บางคนอาจแพ้ยาบางตัว บางคนกินแล้วหาย บางคนกินแล้วไม่หาย บางคนไม่ต้องกินยาก็หายได้ แค่ขับเหงื่อออกจนไข้ลดได้เหมือนกัน และเรามียามากมายในตลาด และยาจำนวนมากก็มีผลข้างเคียง บางชนิดกินแล้วตายได้ แต่คนส่วนมากจะกินยาที่มีอยู่ในตู้ยาประจำบ้าน ถ้าที่บ้านมีไทลีนอล ก็กินไทลีนอล ถ้ามีพานาดอล ก็กินพานาดอล คนส่วนมากเลือกศาสนาที่อยู่ใกล้ตัว ส่วนมากมักถูก ‘คลุมถุงชน’ เลือกศาสนาตามที่พ่อแม่ผู้ใหญ่จัดให้ ผมเห็นว่าเราควรมีศาสนาหรือไม่มีศาสนาด้วยความรู้ ไม่ใช่ด้วยความเชื่อ จะเลือกสังกัดค่ายไหน ก็เลือกตามสบาย แต่ควรจะรู้ถ่องแท้ว่าทำไม ถ้าเรานับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งตามครอบครัวของเรา เราก็ควรทำตามด้วยความรู้ หรืออย่างน้อยในช่วงหลังของชีวิตก็ควรจะศึกษา จนกระทั่งรู้แล้วจึงนับถือมัน ไม่ใช่นับถือตามคนอื่น แล้วทำตามความเคยชิน หรือทั้งหมู่บ้านนับถือศาสนานี้แล้วเราก็นับถือตาม อย่างนี้น่าจะเป็นเสรีภาพในศาสนาที่แท้จริงกว่ามิใช่หรือ?”

วินทร์ #4243 : “แต่มันทำยากมากในทางปฏิบัติ”

วินทร์ #1001 : “ใช่ แต่ก็ง่ายขึ้นกว่าเมื่อสามร้อยปีก่อน คุณอาจสงสัยว่าทำไมแค่เรื่องศาสนา ผมจึงซีเรียสจังเลย ความจริงคือเรื่องศาสนาเป็นแค่จุดหนึ่งในปัญหาสังคมซึ่งเกิดจากวิธีคิดที่ใช้ความเชื่อนำ หากเราสามารถวางรากฐานการคิดแบบวิทยาศาสตร์ในสังคมได้ เราก็ใช้วิธีคิดในประเด็นอื่นๆ ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมเช่น การเซ็นเซอร์ภาพคนสูบบุหรี่ในหนังทีวี โดยทำให้มันเบลอ มันเป็นวัฒนธรรมที่ทำกันมายังไง ก็ทำต่อไปโดยไม่ตั้งคำถามหรือไม่กล้าแย้ง พวกเขาไม่ยอมวิเคราะห์ดูว่าการเบลอภาพช่วยป้องกันคนสูบบุหรี่หรือเปล่า เป็นไปได้ไหมที่มันให้ผลตรงกันข้าม คนบางคนอาจสูบบุหรี่เพราะหมั่นไส้วิธีเซ็นเซอร์อย่างนี้? ถ้าคนที่เกี่ยวข้องใช้สมองคิดหน่อย กล้าคิดต่าง คิดหาทางใหม่ วิเคราะห์ให้ถ่องแท้ พวกเขาก็สามารถใช้ทรัพยากรทั้งคนและเงินไปในทางที่แก้ปัญหาได้จริงๆ เราเสียทรัพยากรปีละจำนวนมหาศาลไปกับความเชื่อในรูปแบบต่างๆ นี่แหละ เชื่อว่าฉันจะสวยขึ้นหากผิวฉันขาว เชื่อว่าฉันจะได้ไปเกิดใหม่ดีกว่าเดิมถ้าฉันทำบุญมากๆ เชื่อว่าฉันจะรวยเพราะเลขบางตัว ความเชื่อแบบนี้แหละที่ทำให้อลัชชีรวยปีละหลายหมื่นล้าน เราทุ่มเงินและทรัพยากรสร้างวัตถุมงคลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปีละไม่รู้กี่หมื่นล้าน เงินจำนวนนี้สามารถสร้างสถานีอนามัยได้ทั่วประเทศ สร้างโรงเรียน ซื้อตำราสารพัด แต่ก็แปลกนะ เรายอมเสียเงินไปกับโลกหน้ามากกว่าจะใช้มันพัฒนาโลกปัจจุบัน แต่ช่างเถอะ ผมบ่นไปอีกไม่นานก็ตายแล้ว สงสารแต่เด็กรุ่นต่อไปที่เกิดมาในกรอบที่ผู้ใหญ่สร้างขึ้นมาครอบหัวไว้ โตขึ้นพวกเขาก็จะอยู่ในวงจรอุบาทว์รอบใหม่ เรื่องศาสนาเป็นแค่จุดหนึ่งบนยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น จุดสำคัญคือกระบวนการคิด คนบ้านเรามีสมอง แต่ไม่ค่อยยอมใช้กัน แล้วอย่างนี้คุณยังมาว่าผมซีเรียสเกินไปอีกหรือ พี่จ๋า?”



วินทร์ เลียววาริณ

www.winbookclub.com

21 มีนาคม 2558


คมคำคนคม

Formerly, when religion was strong and science weak, men mistook magic for medicine; now, when science is strong and religion weak, men mistake medicine for magic.

แต่ก่อน เมื่อศาสนาแข็งแกร่งและวิทยาศาสตร์อ่อนแอ คนเข้าใจว่าเวทมนต์เป็นยา เมื่อวิทยาศาสตร์แข็งแกร่งและศาสนาอ่อนแอ คนเข้าใจว่ายาเป็นเวทมนต์

Thomas Szasz, The Second Sin (1973) “Science and Scientism”

ส่งต่อให้เพื่อน :  
 
 
 
ความเห็นที่ 1
มิสเตอร์นกไขลาน 21-03-2015 19:26

เกี่ยวกับศาสนามีอีกราว4-5ตอน  ผมจะตามอ่านทุกตอนเช่นเคย  เพราะสนุกมากกว่าอ่านข่าวดาราแน่นอน  ผมเชื่อเช่นนั้น

 
ความเห็นที่ 2
ปิ่นโต 24-03-2015 14:00
 
 
 
แสดงความเห็น
 
 
Email
 
Password
 
 
    
 
หนอนในตะกร้า (รวมบทความทั้งหมด)
 
วินทร์-วินทร์ Situation (4)
วินทร์-วินทร์ Situation (3)
วินทร์-วินทร์ Situation (2)
วินทร์-วินทร์ Situation (1)
เลือดสีแดงบนเสื้อสีน้ำเงิน
ลืมตีน
ฝังร่างในฟากฟ้า
Creativity (9)
Creativity (8)
Creativity (7)
Creativity (6)
Creativity (5)
ปีเปลี่ยนทิศ
Creativity (4)
Creativity (3)
Creativity (2)
Creativity (1)
คู่มือดูหนัง Interstellar (2)
คู่มือดูหนัง Interstellar (1)
ปลาตัวแรกที่ว่ายในสนามฟุตบอล
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 19
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 18
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 17
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 16
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 15
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 14
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 13
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 12
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 11
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 10
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 9
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 8
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 7
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 6
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 5
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 4
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 3
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 2
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 1
กบในหม้อน้ำ
วิชาที่ไร้ประโยชน์
ใต้เงาของคนอื่น
สร้างปัญหามาแก้
ไซ่ง่อนรำลึก
เสียงเพลงในกองขยะ
ขนมสอดไส้
สัญญาณจากสวรรค์
ระหว่างทางสู่ความสำเร็จ
ผักชี
งานฝีมือ
ห้องสามห้อง
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (9)
มนุษย์หมาป่า
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (8)
มีแผน v.s. วางแผน
นาฬิกาทราย
เนื้อคู่
หนึ่งในสามพันล้าน
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (7)
เครื่องกรอง
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (6)
เมียเก่า
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (5)
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (4)
ส.ค.ส. 2557 : ข้อแม้ของความสุข
สนับสนุนปฏิวัติด้วยรถถัง!
กล่องใส่ภูเขา ต้นมะพร้าว ทะเล เรือ หาดทราย
ไม่มีเงินไม่ต้องใช้
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (3)
ป้อมตำรวจ
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (2)
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (1)
เรื่องน่าอัศจรรย์
ฉี่ไม่เข้าเป้า
ไดโนเสาร์หลังบ้าน
ยาเม็ดสีฟ้ากับยาเม็ดสีแดง
ระนาบที่สี่ของชีวิต
บนกับล่าง
เด็กเวร
ภาพเบลอ
กรอบของสนามเบสบอล
ตับหมู
ทุกข์ทบต้น
หนึ่งปีมี 400 วัน หนึ่งวันมี 22 ชั่วโมง
ซอมบี้
Fake!
ปลาปีนเขา
มนุษย์พิเศษ
บทเรียนหลังพวงมาลัยรถยนต์
นักเดินทาง
บุญสำเร็จรูป
ขนมจีบ
สมการชีวิต
100 เรื่องแปลก
โลกคู่ขนาน
ตายก็ตาย รอดก็รอด
เดินเท้าไปโรงเรียน
ความคิดกำหนดชะตาชีวิต
คนโชคดี
เปลี่ยนกระถาง
ฟีนิกซ์
วันเกิดปีที่ 3,500,000,000
นาฬิกาของนกฮูก
อิฐทีละก้อน
เดาสร้างทุกข์
ปิศาจในตัวเรา
หนังพากย์
กระถางเปล่า
นอนหลับ กินข้าวอร่อย
iJOBS
เศษสตางค์
ตลกอันตราย!
บ้านแตกเพราะ สตีฟ จ็อบส์
แตะหัวใจ
เมื่อหัวใจเต้นครั้งที่ 15,000,000,000
ชั้นดิน
ตอไม้
ฟ้าถล่ม
สายดิน
คุณค่าของชิ้นส่วนเล็กๆ
ยาใจ
ยอดฝีมือทำเก้าอี้
ด้านที่มองไม่เห็น
กำแพงขวางรัก
LAT
อาหารหมู
3G
“โลกไม่ยุติธรรมเลย”
ภาษาแผ่นดิน
แม่น้ำแสงจันทร์
ยานเวลามีจริง!
ช็อกโกแลตยัดไส้
ของพิเศษ
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ IPAD
ทหารผ่านศึกกับเด็กชายขาพิการ
ตัวขี้เกียจ
ประกันใจตลอดชีวิต
ตาไม่ถึง (2)
ตาไม่ถึง (1)
ฟาดดาบ
ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน
ไฟปรารถนา
ในห้วงเหวของความตาย
แก้บน
หนึ่งวันของเมย์ฟลาย
กาลเทศะกับการใช้ชีวิตอย่างมีความงาม
ปลาที่ไม่ยอมขึ้นบก
หัวใจที่ไม่จมน้ำ
สะฮารา
แดดเที่ยง
รองเท้ากับแซกโซโฟน
โซดา
คนหัวใจเหล็ก
ลายมือ
ทุดง!
แลคโตบาซิลัส
หกลิตร
ครัวสุข ตอน สลัด
GPS
This is the latter.
พู่กันของ จุก เบี้ยวสกุล
Bad hair day & On the job training
Connection
Backfire
รถยนต์ใต้สะพาน
ทำดีไม่ได้ดี
Will I do it again?
หนอนในแอปเปิล
Grow old gracefully
ชีวิตย้อนคืน
46 วินาที
มีดีต้องอวด?
Mediocrity
อาย
It will pass.
สัมผัสพิเศษ
เครื่องมือชิ้นสุดท้าย
หัวใจใต้จุดเยือกแข็ง ตอน 2
หัวใจใต้จุดเยือกแข็ง ตอน 1
เด็กโง่
ขอบเขตความรักของพ่อแม่
ก่อนถึงเส้นตายรัก
หัวบันไดแห้ง
ตัด-หั่น-เจี๋ยน
ฉันกับเรา
สองปีกและตรวน
ผิดที่
ผู้หญิงของขงเบ้ง
เสื่อผืนหมอนใบ
somebody-nobody
เจ็ดชั่วโคตร
วิศวกรรมแห่งชีวิต
ยี่สกที่ไม่ยอมกินเบ็ด
เสิร์ฟกาแฟเจ้านาย
Dum spiro, spero
Between the devil and the deep blue sea
decoy
ปะติรู-ป-ระชาธิปไตย!
I Do a Dream
พื้นที่เสื่อมโทรม
White Lies
Homesick
ตุ๊กตาล้มลุก
ด่านรัก
Swinging!
วันนรก
บริหารเวลา
นิทานเรื่อง จีนกับใบมะขาม
บทความสัมมนาซีไรต์ 1999
ซีอีโอชีวิต
มุมงดงามที่เหลืออยู่
ฟุกุชิมะ 50
ตะกอนก้นแก้ว
สมมุติว่า...
จงทำชั่ว!
ฮะจิโค, รุสวอร์ป และ บ๊อบบี้
เกจ์น้ำมัน
ความฝันริมถนน
เถรตรง
15 Minutes of Fame
อำนาจของเสียงหัวเราะ
acquaintance
The end justifies the means
นิยายประหลาด
ปอดแหก
ก้นเหว
เสียงของหัวใจ
จูบตีน
สองมือเล็กๆ ของเราแต่ละคน
ชีวิตติดกับ
ปาฏิหาริย์ของจุดสีฟ้าอ่อน
ฟองน้ำ
Shit happens!
ริบบินสีเหลืองบนต้นไม้
เสียงไวโอลินที่ไม่มีใครได้ยิน
ช่องโหว่
“แล้วไงล่ะ?”
แรงดึงดูด
No life!
ตั๋วรถไฟครึ่งราคา
พลังของความพลิกแพลง
เดี๋ยวนี้!
คู่แท้
ยาวิเศษ
บทเรียนนอกตำรา
เปลือกนอกกับแก่นใน
Reset
อารมณ์ขันกันกระสุน
กระดุมเม็ดแรก
เซลล์ใหม่
โรจน์แม็พ
ของขวัญวันอังคาร
ปีกแห่งพระปรีชาชาญ
แตงโมสี่เหลี่ยม
ห้องเรียนของวั่นเล่าหยัง
ธรรมะในห้องน้ำ
สื่อสาน
ลูกปลาในแอ่งน้ำ
ไม้คาน
ยึด sub !
ศาสนาผี
จดหรือไม่จด?
เครื่องมือวิเศษ GT 200
ราคาคุย
เม็ดเกลือแห่งอหิงสา
ดาวอังคารเหนือต้นเชอร์รี
หลุมอากาศ
สื่อสังวาส 3
สื่อสังวาส 2
สื่อสังวาส 1
อยากให้คนอื่นจดจำคุณอย่างไร?
เสือกับหน้ากากมนุษย์
Blessing in Disguise
สวนสัตว์ (จบ)
สวนสัตว์ (1)
เสียดายที่...
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (3)
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (2)
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (1)
ก่อนที่ไฟจะดับ
ของหวาน
คนตาบอดในฤดูใบไม้ผลิ
เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก
ป้ายสต.
ความบังเอิญที่น่ารื่นรมย์
ชื่อเสียงกับความสุข
ออมสินเวลา
ยานเวลากับเครื่องมือพยากรณ์อากาศ
ประชดชีวิต
แอ๊ปเปิ้ลสีแดง
เครื่องมือ
When it rains, it pours.
ดร. เจคเคิล กับ มิสเตอร์ไฮด์
จุดเล็กๆ จุดหนึ่ง
ผัดไทยหนึ่งนาทีครึ่ง
เล่นให้จบเกม
แว่นตาดำ
คำบวกคำลบ
ล้มแล้วเหยียบ
มาราธอน
มองกว้างมองไกล
พ่ายแพ้อย่างสง่างาม
ชายผู้ระเบิดปรมาณูหล่นใส่หัวสองหน
ชาติมีราคาเท่าไร?
ความงามของความเงียบ
เช็กช่วยชาติ
ทูนอิน
รักข้ามพรมแดนสงคราม
เมืองขี้เมา (2)
เมืองขี้เมา (1)
ตุ๊กตาล้มลุก
สมุนไพรอันตราย 13 ชนิด
ตายอย่างหมดจด
เห็นมดเท่าช้าง
ถุงกาแฟ
ผงซักฟอก
พิษทางใจ
มากคนมากความ
เราควรรื้อถอนโครงสร้างของละคร 'น้ำเน่า' หรือไม่?
ปาร์ตี้ชีวิต
รักตัวเอง
แผ่นดินของเรา
หนทางสายที่สอง
ก่อนขึ้นเขาสูง
คนละเรื่องเดียวกัน
อกหักดีกว่ารักไม่เป็น?
อาตี๋สักมังกร
แผนที่โลกกลับหัว
เมื่อถูกถีบลงน้ำ
แก้มอีกข้างหนึ่ง
วิกฤติกับโอกาส
ฉัพพรรณรังสี
ปากมีไว้เพื่อ...?
ข้าวผัด
ชีวิตพอเพียง
ในแสงสุดท้ายของวัน
วาบหวิววิทยาลัย
คุณค่าของชีวิต ตอน 4 (จบ)
คุณค่าของชีวิต ตอน 3
คุณค่าของชีวิต ตอน 2
คุณค่าของชีวิต ตอน 1
เลขนำโชค
คนเราสามารถเป็นคนดีโดยไร้ศาสนาได้หรือไม่?
ท้องฟ้าเป็นผู้ชาย ดวงดาวเป็นผู้หญิง
คนใบ้ในห้องเรียน ตอนที่ 2
คนใบ้ในห้องเรียน ตอนที่ 1
คนจนห้ามท้องเสีย
ตบกะโหลกพระ
ในฤดูหนาวอันแสนนาน
ศูนย์แคลอรี
คำขอโทษ
เครื่องมือชิ้นหนึ่ง
เราสามารถก้าวไปถึงสังคมอุดมคติได้หรือไม่
เส้นโค้ง เส้นเว้า กับเส้นหยัก
โรคติดต่อ
วันที่ 1 มกราคม
แผลเป็นของ คิม ฟุก
แบบสอบถามชีวิต (3)
เสียงสุดท้ายให้โลกได้ยิน
แบบสอบถามชีวิต (2)
วนิดา
แบบสอบถามชีวิต (1)
ผลไม้วิเศษ
ผู้หญิงขอผู้ชายแต่งงาน
อำนาจเหนือธรรมชาติจะนำพาสังคมไทยไปถึงไหน?
คนอารมณ์ดี
หัวใจที่ชายแดน
ว่าด้วยความ 'เพอร์เฟ็ค'
เรื่องของ J
เครดิตกับภาพลักษณ์
อาชีพ : แม่บ้าน
หัวใจ Y
‘ฮาร์ท’ กับ ‘เฮด’
ย้อนกลับสู่ความเป็นระเบียบ
สุญญากาศ
เคียงไหล่ลูกน้อง
แมวที่ริมฝั่ง
รับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ (แห่งชีวิต)
‘คิดได้ไง’ กับ ‘คิดโง่ๆ’
ปฏิทินจักรวาล
คุณค่าของของทรัพยากร
ทาสของชื่อเสียง
จากความว่างเปล่าสู่ความว่างเปล่า
ความคงอยู่ของความมืด
จตุ-calm
บุญคุณกับกตเวทิตา
ลมปราณแห่งปัญญา
คนที่ไม่มีวันแก่
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
ปากที่เสกศิลป์
คนวิ่งชีวิต
ผู้หญิงผมขาวที่นั่งแถวหน้าสุดในห้องเรียน
ไวโอลินกับหมีแพนด้า
ในตอนจบวัน
สิ่งที่เรามีเหลืออยู่
ปีกหัก
เข็มทิศกับไวโอลินของไอน์สไตน์
ถึงจะเดินถอยหลัง ก็ยังต้องออกแรง
เสน่ห์ของความเรียบง่าย
ล้มแล้วลุกขึ้นมาโลดแล่นต่อไป
การมีชีวิตอยู่อย่างมีชีวิต
ไฟดับห้านาทีในหัวใจ
นางสาวมารยาท
0 นาทีก่อนเที่ยงคืน
บทเรียนที่โรงเรียนไม่ได้สอน
หมาแย่งก้อนเนื้อ
ผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อชะตากรรม
น้ำท่วมทุ่ง
โลกที่ไร้สิ่งกีดขวาง
ปัญหารัก
วิตามินชีวิต
มาจากอากาศธาตุ
ยิ่งน้อยยิ่งมาก
ปาฏิหาริย์แห่งการใช้สติและปัญญา
Happy Ever After
มือหยาบกร้านที่สานเก้าอี้ไม้ไผ่
นิสัยเสียที่เรียกว่า วิตก
รสชาติของชีวิต
ไม่มีวันยอมแพ้
ของปลอม
ริมแม่น้ำ
ฤดูกาล
อาซ้อกับหมูในอวย
ผลของการพยายามเอาใจทุกคน
นังอิจฉา
ความตายคือความรัก
บนโต๊ะอาหารเช้า
เบื้องบนมีแสงอาทิตย์และแสงดาว
รอยเท้าข้างเดียวของลีนา
รถไฟสองขบวน
การรอคอยของ ลี อัง
จุดฝันในม่านมืด
คุณค่าของกระดาษแผ่นหนึ่ง
ไกลกว่าที่ตามองเห็น
เสน่ห์ร้อยเปอร์เซ็นต์
คนที่เต้นรำที่หัวใจ
เบื่อคนบ่น
คนไม่ยอมแพ้ที่ปลายทางโลก
นางในฝัน
หนึ่งก้าวถัดไป
วันไม่ดี
เด็กสาวแขนขาดที่สี่แยก
ความฝันที่เก็บไว้ในลิ้นชัก
สิ่งที่ใครก็เอาไปจากเราไม่ได้
ในแสงสลัว
หลุมดำ
โอกาสที่สอง
โลกใบเล็กของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
วันเสียตัว
สุขพึงใจกับสุขชื่นใจ
อีแก่ที่ไม่มีใครต้องการ
อนุภาคที่มีวิถีชีวิตของมันเอง
ก้าวย่างแรก
ฮีอา ลี กับนิ้วทั้งสี่
รูบนกำแพงกั้นน้ำ
เสียงที่ไม่มีวันจางหายไปจากโลก
น้ำพุศักดิ์สิทธิ์
ไม้กางเขน
ความฝันโง่ๆ
ความดีความชอบ
กราบสามีก่อนเข้านอน
ชีวิตที่ดี
กลางสายฝน
สัตว์ประหลาดในโลกที่แสนสวยงาม
ทางเลือกของหัวใจ
เส้นตายกับคำท้าทาย
ยืนด้วยเท้าของตนเอง
จรรยาบรรณ
วิปริตธรรมชาติ
ยาขม
เข็มทิศ
วันแห่งความหวัง
Perception - Reality
ดีทอกซ์
รังที่สร้างด้วยรัก
บทเรียนที่สูญเปล่า?
ไหว้สัตว์ตาย
เนรคุณธรรมชาติ?
โลกของไอ้แก่
การศึกษากับปัญญา
ตัวกูของใคร
รักคนอื่นหรือรักตัวเอง?
บทเรียนจากตะกร้า
บทเรียนจากความเชื่องช้า
วิบัติสมมุติ
"ถ้ารู้อย่างนี้จะไม่..."
เจตนาดีกับลมปาก
งานใหญ่กับงานยิ่งใหญ่
ต้นรักในหัวใจ
ทวนน้ำ
ขนาดของหัวใจ
ไม้ผลัด
ส้มเปรี้ยวกับส้มหวาน
คนที่สิบเอ็ด
คำสุภาพกับมารยาทที่แท้
ก่อนเปลือกตาจะปิด
"ช่างมัน ฉันไม่แคร์"
ถ่ายน้ำมันเครื่อง
อภัยทาน
วันแห่งความรัก
ของใหม่
สองข้างทางสู่เส้นชัย
คนตาบอดบนสะพานแคบ
คุณค่าเล็ก ๆ ของตัวไร้ประโยชน์
งานทรมานกับงานในฝัน
สายน้ำกับความตาย
มาสาย-กลับดึก
31 ธันวาคม
ลอกคราบจากภายใน
กบเลือกงาน
ไม้แข็งกับไม้อ่อน
ไส้เดือนกับมังกร
ขาวกับดำ
ประโยชน์ของความไม่มี
รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง
เติมน้ำใสใส่หัวใจ
เปลือกของสุภาพชน
สายรุ้ง
Expiry Date
นาฬิกา
เสียน้อยเสียยาก
กติกา
ก็แค่ความไม่สะดวกเล็ก ๆ
ความยาวของหนึ่งวินาที
ข้างกำแพงสงคราม
ส่วนเกิน
เพลงรัก
อหิงสา
คนแก่ในสวนสีเขียว
ความอึด
The Evil Thing?
ความฝัน