คู่มือดูหนัง Interstellar (2) 

Slingshot

 

ดวงดาวและดาวเคราะห์หมุนรอบตัวเอง และแรงเหวี่ยงจาก gravity นักวิทยาศาสตร์จึงใช้แรงเหวี่ยงนี้ให้เป็นประโยชน์ในการเดินทางในอวกาศ หากใช้เป็น ก็ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงพร่ำเพรื่อ ลดค่าใช้จ่ายและเวลา

เทคนิคนี้เรียกว่า gravitational slingshot หลักการคือใช้ gravity ช่วยออกแรงเหวี่ยงยานอวกาศออกไปตามทิศที่ต้องการ

เทคนิคนี้ใช้ครั้งแรกในยุค 1960 และเป็นเทคนิคนี้เองที่พายาน Voyager 1-2 ไปเยือนดาวเคราะห์ต่างๆ ในระบบสุริยะของเราจนตอนนี้ทั้งสองลำก็พ้นระบบสุริยะไปแล้ว

 

Wormhole

 

เมื่อ คาร์ล เซเกน เขียนนวนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง Contact (ที่ต่อมาเป็นหนังไซไฟชั้นดีเรื่องหนึ่ง) ในนวนิยาย ตัวละคร เอลลี แอร์โรเวย์ เดินทางข้ามดาราจักรไประบบดาวเวกา ด้วยยานที่ออกแบบโดยสิ่งทรงภูมิปัญญาต่างดาว แล้วกลับโลกโดยที่เวลาบนโลกผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เซเกนต้องการให้การเดินทางนี้เป็นไปได้ตามหลักฟิสิกส์มากที่สุด จึงขอให้เพื่อนนักฟิสิกส์ คิพ ธอร์น ช่วยคำนวณและออกแบบเส้นทางนี้ให้

คิพ ธอร์น เซย์โน! แม้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องฟิสิกส์ดาราศาสตร์และทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ แต่ก็มองไม่เห็นทางว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ทว่าภายหลังเขาก็คิดออก นั่นคือใช้รูหนอน (wormhole) เป็น ‘ยานเวลา’ เดินทางระหว่างดาว

สงสัย คิพ ธอร์น จะเกิดติดใจนิยายวิทยาศาสตร์แบบนี้ขึ้นมา ในเวลาต่อมาเขาก็ริเริ่มโครงการหนังเรื่องใหม่ ที่ต่อมากลายเป็น Interstellar นั่นเอง

ในหนัง Interstellar มนุษย์ค้นพบรูหนอนปรากฏขึ้นแถวดาวเสาร์ มันเป็นรูหนอนที่สิ่งทรงภูมิปัญญาพวกหนึ่งสร้างขึ้น เพื่อให้เราใช้เป็นช่องทางเดินทาง

อะไรคือรูหนอน?

โดยทฤษฎี รูหนอนเป็นทางลัดเชื่อมสองจักรวาล หรือเชื่อมสองเวลาหรือสองมิติในจักรวาล หากมันมีจริง และเรามีเทคโนโลยีในการเดินทางผ่านรูหนอนได้ มันก็อาจเป็นเครื่องมือที่เราใช้เดินทางข้ามจักรวาล โดยไม่ต้องพึ่งการเดินทางด้วยยานอวกาศแบบไปเรื่อยๆ อย่างถึงเมื่อไรก็เมื่อนั้น

แล้วทำไมต้องพึ่งพาทางลัดให้ยุ่งยาก ในเมื่อยานอวกาศก็ไปได้เร็วกว่ารถแข่งฟอร์มูลา วัน อยู่แล้ว แต่ละจุดในจักรวาลห่างกันแค่ไหนเชียว?

หากเราเดินทางด้วยอัตราปกติที่เทคโนโลยีวันนี้ของเรา เราจะไปถึงดาวอังคารในราวสองปี ถ้าจะข้ามไปถึงพลูโตก็กินเวลาราวสิบเอ็ดปี ไปกลับก็แก่พอดี สิ้นเปลืองทั้งเวลา เชื้อเพลิง และอาหาร

ระบบสุริยะของเราใหญ่มากในสเกลมนุษย์ แต่ดาราจักรทางช้างเผือก (ชื่อดาราจักรของเรา) ใหญ่กว่ามาก มากแค่ไหน? มากขนาดที่ระบบสุริยะของเราต้องใช้เวลาราว 225-250 ล้านปีโคจรรอบทางช้างเผือก ลำพังการเดินทางข้ามดาราจักรทางช้างเผือกของเราด้วยความเร็วแสง ก็กินเวลาหนึ่งแสนปี หากไปด้วยความเร็วยานของเราวันนี้ ก็คงกินเวลาล้านๆ ปี มิพักเอ่ยถึงการเดินทางข้ามจากดาราจักรของเราไปยังดาราจักรอื่นๆ และทางช้างเผือกเป็นเพียงธุลีหนึ่งในจักรวาลที่กำลังขยายตัว แต่ละดาราจักรห่างไกลกันมหาศาล และเคลื่อนออกห่างจากกันทุกๆ นาทีที่ผ่านไป พูดง่ายๆ คือ พื้นที่ 99 เปอร์เซ็นต์ของจักรวาลเป็นที่ว่าง ดวงดาวแต่ละดวงอยู่ห่างกันเหลือคณา เราจึงต้องการทางลัด



ทฤษฎีของไอน์สไตน์ที่บอกว่าจักรวาลเป็น space-time บิดเบี้ยว ทำให้เกิดความคิดว่า บางทีการบิดเบี้ยวอาจก่อให้เกิดทางเชื่อมของสองจุดที่เดิมทีอยู่ห่างกัน

สาธกที่นิยมยกมาใช้ (รวมทั้งที่หนังเรื่องนี้ยืมมาใช้) ก็คือเขียนจุดสองจุดบนกระดาษแผ่นหนึ่ง จุดหนึ่งอยู่บน จุดหนึ่งอยู่ล่าง เมื่องอกระดาษให้สองปลายทาบกัน จุดบนกับจุดล่างก็แตะกัน ระยะทางระหว่างสองจุดบนกระดาษบิดเบี้ยวก็คือรูหนอน นั่นหมายถึงระยะทางระหว่างสองจุดนั้นหดสั้นจากการที่ ‘space-time’ บิดเบี้ยว

นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชอบเปรียบรูหนอนกับรูที่หนอนไชในผลแอปเปิล ทะลุจากผิวด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง เป็นที่มาของคำว่า รูหนอน

ในทางทฤษฎี รูหนอนเกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติได้ แต่มันไม่เสถียร และมีขนาดเล็กมาก ในนิยายวิทยาศาสตร์ นักเขียนมักสร้างรูหนอนขึ้นมาเอง แน่ละ ใหญ่พอและอยู่นานพอให้ยานอวกาศข้ามไปได้

นักฟิสิกส์ มิชิโอะ คะกุ เขียนว่า โดยทางทฤษฎีเราอาจเดินทางผ่านรูหนอน แต่ในทางปฏิบัตินั้นแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะการเปิดรูหนอนสักรูหนึ่งต้องใช้พลังงานสูงอย่างยิ่ง และที่สำคัญกว่าก็คือ รูหนอนนั้นไม่น่าจะเสถียร มันอาจสลายตัวหายไปขณะที่เรากำลังเดินทางข้ามไปก็ได้

รูหนอนจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ มันจะเป็นทางลัดระหว่างสอง space-time ได้หรือไม่ เราไม่รู้ แต่จะบอกว่ามันเป็นแค่จินตนาการฝันเฟื่องของนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ก็พูดยาก เพราะฝันเฟื่องจำนวนมากได้กลายเป็นฝันจริงไปแล้ว

 

Black hole, singularity & event horizon

 

ดาวฤกษ์ (ดวงอาทิตย์) ทั่วไปพบจุดจบด้วยการเผาผลาญเชื้อเพลิงจนหมด แล้วกลายเป็นซาก ซากดาวมีหลายแบบ สำหรับดาวฤกษ์มวลไม่สูงมากเช่นดวงอาทิตย์ของเรา วันหนึ่งจะเปลี่ยนโฉมกลายเป็นดาวยักษ์แดง (red giant) นั่นคือเมื่อเผาผลาญเชื้อเพลิงหมด มันจะขยายตัวใหญ่กว่าเดิมหลายร้อยเท่า ขนาดกลืนกินดาวพุธกับดาวศุกร์ และอาจมาถึงโลก เป็นจุดสิ้นสุดของโลกไปโดยปริยาย แต่นานก่อนถึงเวลานั้น น้ำทุกหยดในมหาสมุทรทุกแห่งบนโลกก็แห้งเหือด และหากมนุษย์ยังไม่ยอมย้ายบ้าน ก็จะสูญพันธุ์ไป

ส่วนดวงอาทิตย์ที่มีมวลสูงมากๆ จะตายแบบอลังการและน่าตื่นเต้นกว่า คือจบชีวิตด้วยการระเบิดตัวเองอย่างรุนแรงที่เรียกว่า ซูเปอร์โนวา แสงของมันจะสว่างจนสามารถมองเห็นได้บนท้องฟ้าในเวลากลางวัน หลังจากนั้นมันก็หดตัวลงไปเรื่อยๆ

มาถึงตรงนี้มันมีสองทางเลือก

ทางแรกคือกลายเป็นดาวนิวตรอน (neutron star) ซึ่งเป็นดาวที่มีมวลอัดแน่นที่สุดในจักรวาล นั่นคือจากดาวดวงใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเรา หดเหลือขนาดจิ๋วประมาณเกาะภูเก็ต มวลของมันประกอบด้วยนิวตรอนเป็นหลัก อัดแน่นจนถ้าเราตักซากดาวหนึ่งช้อนชา มันอาจมีน้ำหนักเท่าโลกทั้งใบ

ย่อมมีคำถามว่า เป็นไปได้อย่างไร? ต่อให้อัดแน่นกว่าปลากระป๋องล้านเท่า ก็ไม่น่าจะมีมวลแน่นหนักขนาดนั้น

จะเข้าใจเรื่องนี้ก็ต้องเข้าใจโครงสร้างของอะตอมสักนิดก่อน  เราเคยเรียนมาว่า อะตอมประกอบด้วยนิวเคลียสและอิเลกตรอนวิ่งรอบ นิวเคลียสของอะตอมประกอบด้วยโปรตอนกับนิวตรอน อยู่ตรงกลางอะตอม ส่วนอิเลกตรอนไม่อยู่เฉย วิ่งวนรอบๆ นิวเคลียส วิธีการวิ่งของอิเลกตรอนก็แปลกประหลาด คือวิ่งอยู่วงหนึ่งดีๆ อาจหายวับไปโผล่ในอีกวงหนึ่ง นี่เองที่นักฟิสิกส์บอกว่า เราไม่สามารถคาดคะเนตำแหน่งของอิเลกตรอนได้ นั่นคือเรื่องของ Quantum Mechanics เรื่องน่าปวดหัวอีกเรื่อง!

สมมุติว่าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิคืออะตอม ถนนโดยรอบเป็นทางวิ่งของอิเลกตรอน ขนาดของอิเลกตรอนจะเท่ากับแมลงวันตัวหนึ่งที่บินรอบอนุสาวรีย์ ส่วนนิวเคลียสจะมีขนาดเท่าแมลงวันอีกตัวหนึ่งที่เกาะบนตัวอนุสาวรีย์ จะเห็นว่าขนาดของอิเลกตรอนและนิวเคลียสเล็กเหลือเกินเมื่อเทียบกับขนาดอะตอม และพื้นที่แทบทั้งหมดของอะตอมเป็นที่ว่าง

ดังนั้นเมื่อซากดวงดาวมวลสูงๆ หดตัวนั้น มันสามารถหดลงไปจนแม้กระทั่งพื้นที่ว่างในอะตอมก็หายไปด้วย พูดง่ายๆ คือ ‘อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ’ หดหายไปหมด
   

ส่วนทางเลือกที่สองก็คือซากดาวกลายเป็นหลุมดำ มันจะอัดแน่นจนเป็นอนันต์ ทำให้ space-time ตรงนั้นบิดเบี้ยวอย่างแรง มี gravity สูงมาก ดูดทุกอย่างแม้กระทั่งแสงที่วิ่งเร็วที่สุดในจักรวาลก็ยังหนีไม่พ้น ทำให้รอบบริเวณของซากดาวนี้ดำมืดมิด เป็นที่มาของนาม ‘หลุมดำ’ (black hole)

สมมุติว่าเราสามารถยืนอยู่ตรงหลุมดำได้ แล้วส่องไฟฉายออกไปข้างนอก แสงอาจโผล่ออกไปนิดหน่อยพอเป็นพิธีแล้ววกกลับมา!

รอบ ๆ หลุมดำเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า event horizon แผ่รังสีออกมาตลอดเวลา หากหลุมดำเป็นชามใบหนึ่ง ขอบชามก็คือ event horizon หากมดตัวหนึ่งเดินบนขอบชาม ก็ยังไม่เป็นไร แต่หากร่วงหลุดจากขอบตกลงไปในชาม ก็จะไม่สามารถขึ้นมาได้ พูดง่ายๆ คือ event horizon คือขอบเขตสุดท้ายที่เราอาจยังเปลี่ยนใจถอยหลังทัน พ้นจากเขตหวงห้ามนี้เมื่อใด เราจะถูกดูดหายเข้าไปในวังวนของความมืดมนอนธการ

จุดศูนย์กลางของหลุมดำที่ซากดาวอัดแน่นจนเป็นอนันต์เรียกว่า ซิงกูลาริตี (Singularity)

นี่เป็นคำที่ใช้กันไม่เฉพาะในเรื่องหลุมดำ เราใช้คำนี้ในทฤษฎี บิ๊ก แบง มาก่อน

บิ๊ก แบง คือการกำเนิดจักรวาลของเรา มันเริ่มต้นที่จุดจุดหนึ่งที่ไม่มีอะไร แล้วขยายตัวออก (ในทางฟิสิกส์ไม่อยากใช้คำว่า ‘ระเบิดออก’ เพราะมันไม่ใช่ระเบิด) เกิดที่ว่าง มวล และพลังงาน จุดเริ่มต้นนั้นเล็กมาก และมี ค่าความหนาแน่นและอุณหภูมิเท่ากับอนันต์

จุดจุดนั้นเรียกว่า ซิงกูลาริตี เป็นจุดที่กฎฟิสิกส์ที่เรารู้จักทั้งหลายใช้ไม่ได้

ถามว่าก่อนหน้าที่เกิดซิงกูลาริตีของ บิ๊ก แบง เป็นอย่างไร? ตอบว่าไม่รู้

สรุปก็คือ หลุมดำเป็นดวงดาวที่ตายไปแล้ว แต่ยังแผลงฤทธิ์กลายเป็นเครื่องดูดฝุ่นแห่งจักรวาล มีหลักฐานว่าหลุมดำสามารถดูดดาวทั้งดวงเข้าไปได้ หลุมดำอาจโตขึ้นได้ และอาจมีดาวโคจรรอบหลุมดำได้

คำถามยอดฮิตคือ วัตถุต่างๆ ที่ถูกดูดเข้าไปในหลุมดำหายไปไหน?

ตรงนี้มีทฤษฎีมากมาย นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ก็จินตนาการเรื่องนี้ เช่น หลุมดำอาจเป็นทางผ่านไปสู่มิติอื่น หรือจักรวาลอื่น มันอาจเป็นจุดที่เกิด บิ๊ก แบง ในจักรวาลอื่น หรืออาจเป็นรูหนอนสู่มิติอื่น ดาราจักรอื่น หรือจักรวาลอื่น ฯลฯ

หลุมดำยังเป็นเรื่องที่นักเขียนนิยายไซไฟใช้หากินได้อีกนาน เพราะไม่มีใครสามารถบอกว่าจริงหรือไม่จริง ผมเคยเขียนเรื่องสั้นไซไฟชื่อ อีกด้านหนึ่งของหลุมดำ ตัวละครสองคนถูกดูดหายไปในหลุมดำ เมื่อโผล่ออกมาอีกครั้ง ปรากฏว่าทั้งสองสลับร่างและตัวตนกัน

มีคนเสนอทฤษฎีว่า หากสามารถผ่านหลุมดำเข้าไป อาจจะโผล่ออกมาใน space-time หรือเวลาอื่นได้ มันอาจเป็นทางผ่านไปสู่ดาราจักรอื่น หรือกระทั่งจักรวาลอื่น (สมมุติว่าทฤษฎีหลายจักรวาลเป็นจริง) หรืออาจเป็นรูหนอน

ถ้าเช่นนั้นหลุมดำ (ความตาย) ของจักรวาลหนึ่ง จะกลายเป็น บิ๊ก แบง (การเกิด) ของอีกจักรวาลหนึ่งหรือจักรวาลลูก (baby universe) ได้ไหม?
   
น่าสนใจ แต่คำตอบก็คือไม่รู้

 

Tesseract

ในเรื่อง Interstellar ตัวละครหลักพลัดเข้าไปในหลุมดำ หลุดลงไปใน ‘อุโมงค์’ บางอย่าง และโผล่เข้าไปในโครงสร้างสี่มิติ ที่เชื่อมกับโลกของเขา ข้ามเวลา ข้ามมิติ ข้ามดาราจักร เข้าไป ‘หลังบ้าน’ ของเขา เขาสามารถเคลื่อนผ่านแกนเวลาได้

โครงสร้างนี้เรียกว่า tesseract

tesseract ในทางเรขาคณิตและคณิตศาสตร์ หมายถึงบาศก์สี่มิติ เป็น hypercube ชนิดหนึ่ง พูดง่ายๆ คือมันเป็นบาศก์ hypercube ที่เกิดจากการคำนวณทางคณิตศาสตร์ เรายังสร้างมันขึ้นมาจริงๆ ไม่ได้

นิยายวิทยาศาสตร์มักใช้ tesseract เป็นรูหนอนชนิดหนึ่งในการเดินทางลัดข้ามจักรวาลและมิติ เช่น นวนิยายเรื่อง A Wrinkle in Time ของ Madeleine L’Engle เล่าถึงการเดินทางข้ามเวลาผ่าน tesseract และมิติที่ 5

จะบอกว่า tesseract เป็นบันไดยาวที่พาดมิติและเวลาต่างๆ ก็พอได้

แต่ tesseract เป็นเพียงหนึ่งในบรรดา hypercube ต่างๆ ในนวนิยายเรื่อง อัฏฐสุตรา ผมเขียนให้ตัวละครหลักสัมผัสประสบการณ์ของ hypercube ที่มี 8 มิติ เรียกว่า octaract ซึ่งซับซ้อนกว่า tesseract ที่มี 4 มิติ

หากนึกไม่ออกว่าสี่มิติของ tesseract เป็นอย่างไร อาจลองอ่านบทบรรยายที่ผมเขียนเกี่ยวกับ octaract ใน อัฏฐสุตรา อารมณ์ของมันคงไม่ต่างกันนัก คือน่ามึนงงเหมือนกัน!


ในความดำมืดของห้องแปดเหลี่ยม ลูกกลมทั้งสองค่อยๆ หมุนเร็วขึ้น เสียงดังกึงเมื่อตัวโครงสร้างไท่จี๋ถูเริ่มหมุนไปทีละจังหวะอย่างเชื่องช้า วงสีดำกำลังกลืนกินวงสีขาว และวงสีขาวกำลังกลืนกินวงสีดำ แล้วทรงกลมนั้นก็หมุนเร็วขึ้น เร็วขึ้น...

เขายืนนิ่ง สายตาเพ่งไปยังลูกกลม กำแพง พื้น และเพดานทุกระนาบ นัยน์ตาเขาเป็นประกาย เพิ่งสังเกตเห็นว่าลายเส้นอี้จิงสีดำบนระนาบทั้งหมด บัดนี้เรืองแสงในความสลัวของห้อง ต่อยืดออกไปนอกห้องทุกทิศทาง เส้นสายเหล่านั้นพุ่งออกไป เส้นสายเหล่านั้นทะลุออกนอกกรอบห้องแปดเหลี่ยมที่เขายืนอยู่ พุ่งออกไปทุกทิศ คล้ายภาพสามมิติ แต่เขารู้ว่ามันมีมากกว่าสามมิติ เขามองลายเส้นในห้อง และเข้าใจแล้วว่าเส้นสายที่เดิมเขาคิดว่ามันขาดบัดนี้ต่อเชื่อมกับระนาบ ‘สมมุติ’ เบื้องนอกห้อง

เขาพบว่าห้องแปดเหลี่ยมที่เขายืนอยู่บัดนี้เป็นเพียงห้องเล็กที่อยู่ในห้องแปดเหลี่ยมใหญ่อีกห้องหนึ่ง และห้องใหญ่นั้นก็เป็นที่อยูในห้องแปดเหลี่ยมใหญ่กว่านั้นอีก ซ้อนออกไปเรื่อยๆ เป็นจำนวนทั้งหมด 8 ห้อง แต่ละห้องประกอบด้วยห้องอีก 8 รูป...

นี่คืออ็อกเทอแรกต์ที่เชื่อมกับไฮเปอร์สเปซ! อ็อกเทอแรกต์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ

มันคือดนตรีแห่งจักรวาลที่ต้องมองด้วยมุมมองของ 11 มิติ!

สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้พร้อมแล้วที่จะทำงานหลังจากหลับใหลในโลกนี้มาอย่างน้อยห้าพันปี!

เบื้องแรกนั้น ความว่างเปล่าของสีดำปกคลุมรอบตัวเขา นานเท่านาน เขามองเห็นตัวเลขรอบตัวร้อยเรียง ตัวเลขทั้งหลายกลายเป็นประกายระยิบระยับของดวงดาวมากมายนับอสงไขย เป็นทะเลเอกภพแสนไพศาล
    ดวงดาวรอบตัวจางหายไป ความสว่างกลายเป็นความมืดอีกครั้งและในความมืด เส้นสายแห่งนิรันดร์ก่อตัวเป็นชีวิต ก่อร่างเป็นเรื่องราว
    เขารู้สึกว่าเป็นการสัมผัสรู้ ราวกับว่าผ่านญาณชั้นสูงที่เกิดจากการเชื่อมประสาทสมองของเขากับเครื่องมือชิ้นนี้ เขาคล้าย ‘มองเห็น’ บางสิ่งด้วย ‘แว่นสามมิติ’
    เขาดิ่งสู่ก้นบึ้งของจิตลึกล้ำ คล้ายหลุดออกจากเปลือกเดิมชั่วคราว ลอยหายไปในห้วงภวังค์ รอบตัวของเขาเต็มไปด้วยตัวเลขลอยผ่านไปมา นี่คือการนั่งทางใน? การเข้าฌาน? กระบวนการตรัสรู้? หรือว่าเป็นเพียงความฝัน?

ความรู้สึกของเขาพลุ่งพล่านเหมือนดาวที่สุกงอมรอการระเบิดปะทุ นี่มิใช่การ ‘จบลงด้วยการค้นพบทฤษฎีบ้าๆ ทฤษฎีหนึ่ง’ อย่างที่ตาราล้อเขาเล่น เขารู้ว่าเขากำลังเดินทางผ่านเส้นทางของตัวเลขไปพบบางสิ่ง เขาสามารถเลือกเส้นทางใดก็ได้ตามใจปรารถนาในทางเลือกนับไม่ถ้วน เส้นทางแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่! ทุกครั้งที่มุมมองของเขาเปลี่ยน เรื่องราวที่เขามองเห็นก็เปลี่ยน บ้างเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย บ้างเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ ทุกครั้งที่เขาเปลี่ยนมุมมอง จังหวะการหมุนของทรงกลมไท่จี๋ถูก็เปลี่ยนไป เร็วบ้าง ช้าบ้าง หมุนตามเข็มนาฬิกาบ้าง ทวนเข็มนาฬิกาบ้าง เขาสัมผัสรู้ด้วยญาณวิถีว่าตัวตนของเขากำลังอยู่ในความเปลี่ยนแปลง

เขากำลังระลึกชาติ? อาจจะใช่ หากแต่ละทางเลือกคือหนึ่งชาติภพ
   
เขา ‘เห็น’ แต่ละเส้นทางอย่างละเอียด แต่ละเส้นทางคือหนึ่งทางเลือก ทุกครั้งที่เปลี่ยนมุมมอง เส้นสายเหล่านั้นจะประสานตัวเป็นทางเลือกใหม่ ตัวเลขรอบตัวหมุนเหวี่ยง การคำนวณของเขาถูกต้อง มหาจักรวาลเต็มไปด้วยเส้นสายแห่งทางเลือก เส้นสายของแต่ละทางเลือกโยงใยเชื่อมกัน แต่ละทางเลือกคือโลกหนึ่งที่ต่างกันออกไปมากบ้างน้อยบ้าง แต่ละทางเลือกมีทิศทางของมันเอง บางโลกเป็นหยางมาก บางโลกเป็นหยินมาก บางโลกเป็นหยางกับหยินในสัดส่วนที่แตกต่างกัน หลายโลกมีความคล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง ซ้อนทับแนบแน่นด้วยปรากฏการณ์ เดจา วู* และอีกหลายโลกแตกต่างกันหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งปวงเป็นสายธารแห่งทางเลือกที่ไหลไม่สิ้นสุด

ชีวิตของแต่ละปัจเจกเดินเป็นเส้นตรงไปข้างหน้า จากอดีตเคลื่อนไปยังอนาคต แต่เส้นทางย่อยแต่ละเส้นเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่ใหญ่กว่า นั่นคือเต๋า ไม่มีจุดเริ่มและจุดจบ เส้นทางแห่งจักรวาลเดินเป็นวงกลม

มุมมองของเขาเคลื่อนต่อไป ในโลกทางเลือกหนึ่งเขาพบว่า ‘นักคณิตศาสตร์ในอนาคต’ ผู้นั้นก็คือเขาเอง! เขาเป็นคนประดิษฐ์ห้องนี้เครื่องมือชิ้นนี้เอง! นี่อธิบายว่าทำไมเครื่องมือนี้สามารถอ่านค่าความคงอยู่ของเขา เขาเป็นคนกำหนดให้เครื่องทำงานเฉพาะกับเขา!


เอาละ hypercube ที่นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์พูดถึงยังเป็นเพียงจินตนาการ และแม้จะเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่เรายังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่ามันเป็นไปไม่ได้

ในหนัง Interstellar โครงสร้าง tesseract ถูกสร้างโดย ‘พวกเขา’ เพื่อให้ตัวละครเอกสามารถใช้สื่อสารกับมนุษย์ในสถานที่และเวลาที่ต้องการ (คือเป็นบันไดยาวพาด) เมื่อการสื่อสารสำเร็จ tesseract ก็สลายตัว ตัวละครเอกก็ข้ามเวลาอีกครั้ง คราวนี้เขาเชื่อมกับคนในยานอวกาศ และ ‘จับมือ’ กับนักบินอวกาศหญิง และเดินทางกลับบ้าน ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปในระดับหนึ่ง

 

Bootstrap Paradox
   

ภาพยนตร์เรื่อง Interstellar พูดถึงตัวละคร ‘พวกเขา’ และเฉลยว่าพวกเขาก็คือมนุษย์ในอนาคตไกลโพ้น อาศัยอยู่ในโลกห้ามิติ พวกเขาสามารถเคลื่อนไปมาในแกนเวลาได้ เป็นพวกเขานี่เองสร้างรูหนอนให้ชาวโลกเดินทางไปหาโลกใหม่ และสร้าง tesseract ช่วยตัวละครเอก

หนังปูเรื่องว่ามนุษยชาติกำลังจะสูญสิ้นเพราะขาดอาหาร และธรรมชาติแปรปรวนอย่างหนัก ตัวละครเอกรับหน้าที่หาโลกใหม่ เวลานั้นยังไม่มีการสร้างอาณานิคมต่างดาว ระหว่างเดินทางเขาประสบภัยและได้รับความช่วยเหลือจากมนุษย์อนาคต ซึ่งยังไม่มีตัวตน มนุษย์ต้องอาศัยเทคโนโลยีของมนุษย์อนาคตมาแก้ปัญหาของมนุษย์ปัจจุบัน เพื่อที่โลกจะไม่พินาศ และมีมนุษย์อนาคตได้

เป็นไปได้อย่างไร? ไร้ตรรกะโดยสิ้นเชิง!

นี่คือสถานการณ์ที่เรียกว่า Bootstrap Paradox

Bootstrap paradox เป็นการขัดแย้งกันของการเดินทางข้ามเวลา เมื่อบางสิ่งถูกส่งข้ามจากเวลาหนึ่งไปอีกเวลาหนึ่ง และส่งผลกระทบ ‘cause-effect’ กันและกัน กลายเป็นวงจรที่ไม่มีจุดกำเนิดที่แท้จริง

ยกตัวอย่างเช่น ไก่ตัวหนึ่งส่งไข่ของมันข้ามเวลาไปในอดีต ไข่ฟักเป็นตัว แล้วกลายเป็นไก่ตัวนั้น ซึ่งส่งไข่ของมันข้ามเวลาไปอีก เป็นวงจร ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีจุดจบ ซึ่งสวนทางกับสามัญสำนึก

เรื่องแบบนี้ใช้ในนิยายวิทยาศาสตร์มากมาย เช่นหนังเรื่อง The Terminator ไคล์ รีส ถูก จอห์น คอนเนอร์ ส่งไปช่วยแม่ของเขาในอดีต และพบรักกับแม่ของเขา และเกิดเป็นตัวเขา

รอเบิร์ต ไฮน์ไลน์ หนึ่งในสามนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก เขียนเรื่องแบบนี้หลายเรื่อง นิยายที่มีชื่อมากคือ By His Bootstraps จนคำว่า bootstrap กลายเป็นคำที่ใช้เรียกปรากฏการณ์นี้
   
bootstrap คือห่วงที่ติดขอบบนหลังของรองเท้าบูตสูง สำหรับดึงเวลาสวมรองเท้าเพื่อความสะดวก สำนวน ‘to pull oneself up by one’s bootstraps’ แปลว่าการทำเองหรือแก้ปัญหาเองโดยไม่ต้องให้ใครช่วยเหลือ

By His Bootstraps เป็นเรื่องสั้นนิยายวิทยาศาสตร์ ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อตุลาคม 1941ในนิตยสาร Astounding Science Fiction โดยใช้นามปากกาว่า แอนสัน แม็คโดนัลด์



เรื่องเปิดฉากปี 1952 ตัวละครนักศึกษาหนุ่มนาม บ๊อบ วิลสัน ขังตัวเองในห้องพักของเขาเพื่อจะเขียนวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกให้เสร็จ วันส่งงานคือพรุ่งนี้  หัวข้อวิทยานิพนธ์เป็นเรื่องการเดินทางข้ามเวลา เขาตอกเครื่องพิมพ์ดีดนานต่อเนื่อง ชั่วขณะหนึ่งก้านพิมพ์ขัดกัน เขาพยายามแก้ไขมัน ทันใดนั้นก็มีเสียงใครคนหนึ่งพูดกับเขาว่า อย่าไปยุ่งกับเครื่องพิมพ์ดีดเลย ไม่ได้ความหรอก เขาสะดุ้งเฮือก ปรากฏใครคนหนึ่งในห้องของเขา เขาไม่รู้ว่าชายคนนี้โผล่มาได้อย่างไร เพราะห้องพักของเขาอยู่ที่ชั้นสาม ประตูกับหน้าต่างปิดสนิท

ใครคนนั้นบอกว่าเขาชื่อ โจ รูปร่างพอๆ กับเขา ข้างๆ โจเป็นทรงกลมประหลาดเส้นผ่าศูนย์กลางหกฟุตลอยอยู่เหนือพื้น โจชี้ไปที่ทรงกลม บอกว่าเขาเดินทางมาจากอนาคตโดยผ่านประตูเวลา (Time Gate) โจโน้มน้าวใจบ๊อบให้เดินทางไปในอนาคตหลายพันปีข้างหน้า บ๊อบไม่เชื่อ โจจึงสาธิตโดยการโยนหมวกเข้าไปในประตูเวลา มันหายวับไปเหมือนมายากล

บ๊อบ วิลสัน คิดหนักและลังเล ทันใดนั้นชายคนที่สามโผล่เข้ามาในห้อง หน้าตาคล้ายโจมาก ชายคนที่สามทะเลาะกับโจ ระหว่างถกเถียงและต่อสู้กัน บ๊อบถูกลูกหลงชกหลุดหายไปในประตูเวลา

บ๊อบ วิลสัน พบตัวเองในสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นวังขนาดใหญ่ เขาพบชายคนหนึ่งผมขาว หนวดเคราขาว แนะนำตนเองว่าชื่อ ดิกเตอร์ (Diktor) ดิกเตอร์บอกบ๊อบว่าเขากำลังอยู่ในเวลาสามหมื่นปีในอนาคต มนุษย์ในยุคสามหมื่นปีหลังต่างจากยุคของ บ๊อบ วิลสัน มาก

บ๊อบ วิลสัน ต้องการกลับไปในเวลาของเขา แต่ดิกเตอร์บอกเขาว่าไม่ต้องรีบร้อน มีอนาคตที่ยิ่งใหญ่รอเขาอยู่ ดิกเตอร์เลี้ยงอาหารเช้าบ๊อบ มีสาวใช้คนหนึ่งบริการเขา หญิงสาวคนนั้นสวยงามบาดใจ บ๊อบชอบเธอมาก ดิกเตอร์จึงยกหญิงงามคนนั้นให้บ๊อบ บอกว่าคนในยุคนี้มีแต่คนงามทั้งนั้น

ดิกเตอร์บอกว่า ผู้ที่สร้างประตูเวลาคือสิ่งทรงภูมิปัญญาจากต่างดาว มาปกครองมนุษย์อย่างทาสอยู่ราวสองหมื่นปีแล้วจากไป แต่มนุษย์ในอนาคตไม่เหมือนมนุษย์ยุคของ บ๊อบ วิลสัน แล้ว ไม่มีความก้าวร้าวหรือตัณหา จึงถูกปกครองได้ง่าย ใครก็ตามที่มาจากอดีตก็สามารถกลายเป็นราชาของโลกได้ไม่ยาก

ดิกเตอร์ขอให้บ๊อบเดินทางกลับไปในเวลาเดิมของเขาผ่านประตูเวลา เพื่อนำใครคนหนึ่งกลับมา บ๊อบพบตัวเองอีกครั้งในห้องพักของเขา เห็นใครคนนั้นในห้องพัก กำลังพิมพ์วิทยานิพนธ์ เขารู้ทันทีว่าชายคนที่ดิกเตอร์ต้องการให้พากลับไปอนาคตก็คือตัวเขาเอง! ตัวเขาที่กำลังพิมพ์วิทยานิพนธ์ถามว่าเขาเป็นใคร บ๊อบอึกอัก แล้วตอบว่าเขาชื่อ โจ เพื่อไม่ให้สับสนกับตัวตนจริงของเขา เขาต้องการให้บ๊อบหมายเลข 1 เข้าไปในประตูเวลา แต่ทันใดชายอีกคนหนึ่งก็โผล่เข้ามา ชายคนนั้นหน้าตาเหมือนเขา ก็คือบ๊อบหมายเลข 3 เขาถกเถียงกับบ๊อบหมายเลข 3 แล้วบ๊อบหมายเลข 1 ก็หลุดหายไปในเวลา

หลังจากนั้น บ๊อบ วิลสัน เข้าไปในประตูเวลาอีกครั้ง เดินทางกลับไปในอนาคต เขาพบดิกเตอร์อีกครั้ง ดิกเตอร์ขอให้เขากลับไปยังศตวรรษที่ 20 ในปี 1952 เพื่อไปซื้อข้าวของตามรายการที่ให้มาแล้วนำมันกลับมายังอนาคต เขาจึงกลับไปยังอดีตอีกครั้ง

บ๊อบ วิลสัน ผ่านฉากของเหตุการณ์ในห้องพักของ ‘บ๊อบ วิลสัน’ อีกรอบ คราวนี้เขามองออกว่าเขาสามารถเป็นอิสระได้ เขาไปซื้อข้าวของต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เขาเป็นใหญ่ในอีกสามหมื่นปีข้างหน้าได้ เขาฉลาดกว่าใครๆ ในยุคอนาคต เขาเดินทางกลับไปในอนาคต แต่ต้องก่อนถึงเวลาที่จะพบดิกเตอร์สิบปี ทั้งนี้เพื่อแย่งตำแหน่งของดิกเตอร์เสียและเป็นใหญ่แทน

เขาพบของบางอย่างในส่วนควบคุมประตูเวลา เป็นสมุดบันทึกพจนานุกรมภาษาทาสในอนาคตกับภาษาอังกฤษ ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลงานของดิกเตอร์

ด้วยข้าวของที่เตรียมมาและพจนานุกรม บ๊อบ วิลสัน ก็กลายเป็นใหญ่ในโลกอนาคต เขาสั่งคนของเขาให้เฝ้าระวังการปรากฏตัวของดิกเตอร์ แต่ไม่พบร่องรอยของชายหนวดเคราขาว

เวลาผ่านไป อายุของ บ๊อบ วิลสัน มากขึ้น สถานะราชาของเขามั่นคง กระนั้นเขาก็ยังหวาดระแวงว่าดิกเตอร์จะหวนกลับมาแย่งตำแหน่งของเขาคืนไป

ผ่านถึงจุดหนึ่งเขาก็รู้ว่าดิกเตอร์จะไม่ปรากฏตัวอีกแล้ว เขาพิจารณาดูตัวเอง เขามีผมขาว เขาไว้เคราเพื่อให้ต่างจากพวกทาสซึ่งหัวล้าน ทันใดนั้นเขาก็รู้ว่าเขาเองก็คือดิกเตอร์ ดิกเตอร์ในภาษาคนของโลกอนาคตไม่ใช่ชื่อ แต่เป็นตำแหน่งผู้ปกครอง

วันหนึ่งที่ประตูเวลา เขาพบว่าหมวกใบหนึ่งปรากฏขึ้น ไม่นานชายหนุ่มคนหนึ่งก็ผ่านประตูเวลาเข้ามา เขาจำได้ทันทีว่าคือ บ๊อบ วิลสัน คนที่หนึ่ง...
   

เรื่องสั้นขนาดยาว By His Bootstraps เขียนมานานราวเจ็ดสิบปีแล้ว ยังไม่ล้าสมัย ไฮน์ไลน์ยังเขียนเรื่องแบบนี้อีกหลายเรื่อง เช่น “—All You Zombies—” ซึ่งตัวละครทั้งหมดในเรื่องเป็นคนเดียวกัน

เป็นเรื่องประหลาดพิกลเหลือเกิน แต่ก่อนที่เราจะบอกว่ามันเป็นเรื่องเพ้อฝันสิ้นดี เราอาจต้องเข้าใจเรื่องฟิสิกส์บางเรื่องก่อน

เรื่องนี้ตั้งคำถามหนึ่งว่า สมมุติว่าการเดินทางข้ามเวลาแต่ละครั้งก่อให้เกิด ‘ตัวตน’ ใหม่ ตัวตนใดคือตัวตนที่แท้จริง? หรือทุกตัวตนเป็นจริง? ถ้าเป็นจริง เป็นไปได้อย่างไร?

สมมุติว่าเราส่งหนังสือที่ตีพิมพ์เสร็จเล่มหนึ่ง เพ่ิงออกจากแท่นพิมพ์เมื่อครู่นี้ไปในอดีต หนังสือเล่มนั้นจะผ่านเวลาและจะเก่าตามสภาพของมัน ตามกฎข้อสองของ law of thermodynamics (ของจะเก่าตามเวลา) เมื่อถึงเวลาปัจจุบัน มันจะกลายเป็นเล่มใหม่ที่เพิ่งออกจากโรงพิมพ์ได้อย่างไร

ก็มีผู้เสนอทฤษฎีใหม่ว่า เป็นไปได้ซี เพราะทุกๆ เหตุการณ์ที่เราเดินทางข้ามเวลาไป ‘เปลี่ยน’ เกิดขึ้นจริงๆ เป็นเอกเทศ เป็นทางสายใหม่ แต่ละเวลามีตัวตนอิสระของเราอยู่ แต่มันเป็นการสร้างเส้นทางเวลา (timeline) ใหม่ และสร้างประวัติศาสตร์เอกเทศใหม่

สมมุติว่าเราเดินทางไปในอดีต และฆ่าฮิตเลอร์ตอนเป็นเด็กสำเร็จ โลกไม่เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง การฆ่าฮิตเลอร์จะเปลี่ยนไปอีกรูปหนึ่ง แต่เนื่องจากเราเดินทางมาจากโลกที่มีสงครามโลกครั้งที่สองที่ฮิตเลอร์ก่อขึ้น และเพราะฮิตเลอร์ เราจึงเดินทางข้ามเวลาไปฆ่าเขา ดังนั้นโลกเดิมก็ย่อมคงดำรงอยู่ ขณะที่มีโลกใหม่ ก็แปลว่าเกิดโลกซ้อนโลก

นี่ก็คือเรื่องของโลกคู่ขนาน ซึ่งเป็นแนวคิดของทฤษฎีหลายจักรวาล (multiverse) ซึ่งเชื่อว่าจักรวาลที่เราอยู่อาศัยนี้เป็นหนึ่งในจักรวาลนับไม่ถ้วน

การเดินทางไปในอดีตเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างหนึ่ง อาจไม่ใช่ ‘แก้’ แต่เป็นการ ‘สร้าง’ โลกใหม่ หรือจักรวาลทางเลือกใหม่

ตามทฤษฎีนี้ ประวัติศาสตร์เดิมไม่ได้ถูกแก้ไข แต่มีอีกทางเลือกหนึ่งของประวัติศาสตร์อุบัติขึ้น มันจึงไม่ใช่วงจร (loop) แต่เป็นอีกจักรวาลหนึ่ง

จะบอกว่ามันเป็นได้แค่นิยาย ก็อาจเร็วเกินไป จะบอกว่ามันเป็นจริงได้ ก็ออกจะเต็มกลืน ความจริงคือ เรายังรู้เรื่องเกี่ยวกับจักรวาลน้อยมาก ทำไมกำเนิดของมันอยู่ในรูป บิ๊ก แบง? ทำไมมันจึงเกิดขึ้นดังที่เป็นอยู่? ทำไมจากความไม่มีกลายเป็นความมี? เรามาจากจักรวาลอื่นหรือเปล่า? อะไรคือความจริง? เราอยู่ในโลกของความจริงหรือไม่?

ทั้งหมดนี้เรายังไม่พบคำตอบ



หนัง Interstellar เล่าเรื่องวิทยาศาสตร์ที่ค่อนข้างยากสำหรับคนทั่วไป และจุดประกายให้เรานึกสงสัยว่าเราเป็นใคร มาจากไหน? มาทำอะไรในมุมนี้ของดาราจักรทางช้างเผือก? เราจะไปไหนต่อ? บางทีเมื่อเราได้คิดและฉงนในความยิ่งใหญ่และประหลาดมหัศจรรย์ของจักรวาล เราอาจรู้สึกถ่อมตัวและไม่ได้คิดเพียงว่าเราอยู่ในประเทศใด โลก หรือระบบสุริยะ แต่อยู่ในจักรวาลอันยิ่งใหญ่ และบางทีมันอาจทำให้การดำรงอยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ ในจักรวาลนี้มีความหมายขึ้น

นี่คือพลังของความเข้าใจในวิทยาศาสตร์


วินทร์ เลียววาริณ

www.winbookclub.com

22 พฤศจิกายน 2557

ส่งต่อให้เพื่อน :  
 
 
 
ความเห็นที่ 1
มหึมาผู้น่ารัก 23-11-2014 18:43

สุดยอดครับ อ่านแล้วเข้าใจได้มากขึ้นเยอะเลย

 
ความเห็นที่ 2
ส้มลิ้ม 25-11-2014 19:40

นานมาแล้วที่ไม่อ่านอะไรน่าสนใจแบบนี้ ขอบคุณคุณวินทร์ค่ะ

 
 
 
แสดงความเห็น
 
 
Email
 
Password
 
 
    
 
หนอนในตะกร้า (รวมบทความทั้งหมด)
 
คู่มือดูหนัง Interstellar (2)
คู่มือดูหนัง Interstellar (1)
ปลาตัวแรกที่ว่ายในสนามฟุตบอล
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 19
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 18
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 17
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 16
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 15
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 14
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 13
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 12
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 11
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 10
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 9
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 8
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 7
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 6
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 5
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 4
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 3
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 2
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 1
กบในหม้อน้ำ
วิชาที่ไร้ประโยชน์
ใต้เงาของคนอื่น
สร้างปัญหามาแก้
ไซ่ง่อนรำลึก
เสียงเพลงในกองขยะ
ขนมสอดไส้
สัญญาณจากสวรรค์
ระหว่างทางสู่ความสำเร็จ
ผักชี
งานฝีมือ
ห้องสามห้อง
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (9)
มนุษย์หมาป่า
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (8)
มีแผน v.s. วางแผน
นาฬิกาทราย
เนื้อคู่
หนึ่งในสามพันล้าน
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (7)
เครื่องกรอง
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (6)
เมียเก่า
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (5)
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (4)
ส.ค.ส. 2557 : ข้อแม้ของความสุข
สนับสนุนปฏิวัติด้วยรถถัง!
กล่องใส่ภูเขา ต้นมะพร้าว ทะเล เรือ หาดทราย
ไม่มีเงินไม่ต้องใช้
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (3)
ป้อมตำรวจ
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (2)
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (1)
เรื่องน่าอัศจรรย์
ฉี่ไม่เข้าเป้า
ไดโนเสาร์หลังบ้าน
ยาเม็ดสีฟ้ากับยาเม็ดสีแดง
ระนาบที่สี่ของชีวิต
บนกับล่าง
เด็กเวร
ภาพเบลอ
กรอบของสนามเบสบอล
ตับหมู
ทุกข์ทบต้น
หนึ่งปีมี 400 วัน หนึ่งวันมี 22 ชั่วโมง
ซอมบี้
Fake!
ปลาปีนเขา
มนุษย์พิเศษ
บทเรียนหลังพวงมาลัยรถยนต์
นักเดินทาง
บุญสำเร็จรูป
ขนมจีบ
สมการชีวิต
100 เรื่องแปลก
โลกคู่ขนาน
ตายก็ตาย รอดก็รอด
เดินเท้าไปโรงเรียน
ความคิดกำหนดชะตาชีวิต
คนโชคดี
เปลี่ยนกระถาง
ฟีนิกซ์
วันเกิดปีที่ 3,500,000,000
นาฬิกาของนกฮูก
อิฐทีละก้อน
เดาสร้างทุกข์
ปิศาจในตัวเรา
หนังพากย์
กระถางเปล่า
นอนหลับ กินข้าวอร่อย
iJOBS
เศษสตางค์
ตลกอันตราย!
บ้านแตกเพราะ สตีฟ จ็อบส์
แตะหัวใจ
เมื่อหัวใจเต้นครั้งที่ 15,000,000,000
ชั้นดิน
ตอไม้
ฟ้าถล่ม
สายดิน
คุณค่าของชิ้นส่วนเล็กๆ
ยาใจ
ยอดฝีมือทำเก้าอี้
ด้านที่มองไม่เห็น
กำแพงขวางรัก
LAT
อาหารหมู
3G
“โลกไม่ยุติธรรมเลย”
ภาษาแผ่นดิน
แม่น้ำแสงจันทร์
ยานเวลามีจริง!
ช็อกโกแลตยัดไส้
ของพิเศษ
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ IPAD
ทหารผ่านศึกกับเด็กชายขาพิการ
ตัวขี้เกียจ
ประกันใจตลอดชีวิต
ตาไม่ถึง (2)
ตาไม่ถึง (1)
ฟาดดาบ
ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน
ไฟปรารถนา
ในห้วงเหวของความตาย
แก้บน
หนึ่งวันของเมย์ฟลาย
กาลเทศะกับการใช้ชีวิตอย่างมีความงาม
ปลาที่ไม่ยอมขึ้นบก
หัวใจที่ไม่จมน้ำ
สะฮารา
แดดเที่ยง
รองเท้ากับแซกโซโฟน
โซดา
คนหัวใจเหล็ก
ลายมือ
ทุดง!
แลคโตบาซิลัส
หกลิตร
ครัวสุข ตอน สลัด
GPS
This is the latter.
พู่กันของ จุก เบี้ยวสกุล
Bad hair day & On the job training
Connection
Backfire
รถยนต์ใต้สะพาน
ทำดีไม่ได้ดี
Will I do it again?
หนอนในแอปเปิล
Grow old gracefully
ชีวิตย้อนคืน
46 วินาที
มีดีต้องอวด?
Mediocrity
อาย
It will pass.
สัมผัสพิเศษ
เครื่องมือชิ้นสุดท้าย
หัวใจใต้จุดเยือกแข็ง ตอน 2
หัวใจใต้จุดเยือกแข็ง ตอน 1
เด็กโง่
ขอบเขตความรักของพ่อแม่
ก่อนถึงเส้นตายรัก
หัวบันไดแห้ง
ตัด-หั่น-เจี๋ยน
ฉันกับเรา
สองปีกและตรวน
ผิดที่
ผู้หญิงของขงเบ้ง
เสื่อผืนหมอนใบ
somebody-nobody
เจ็ดชั่วโคตร
วิศวกรรมแห่งชีวิต
ยี่สกที่ไม่ยอมกินเบ็ด
เสิร์ฟกาแฟเจ้านาย
Dum spiro, spero
Between the devil and the deep blue sea
decoy
ปะติรู-ป-ระชาธิปไตย!
I Do a Dream
พื้นที่เสื่อมโทรม
White Lies
Homesick
ตุ๊กตาล้มลุก
ด่านรัก
Swinging!
วันนรก
บริหารเวลา
นิทานเรื่อง จีนกับใบมะขาม
บทความสัมมนาซีไรต์ 1999
ซีอีโอชีวิต
มุมงดงามที่เหลืออยู่
ฟุกุชิมะ 50
ตะกอนก้นแก้ว
สมมุติว่า...
จงทำชั่ว!
ฮะจิโค, รุสวอร์ป และ บ๊อบบี้
เกจ์น้ำมัน
ความฝันริมถนน
เถรตรง
15 Minutes of Fame
อำนาจของเสียงหัวเราะ
acquaintance
The end justifies the means
นิยายประหลาด
ปอดแหก
ก้นเหว
เสียงของหัวใจ
จูบตีน
สองมือเล็กๆ ของเราแต่ละคน
ชีวิตติดกับ
ปาฏิหาริย์ของจุดสีฟ้าอ่อน
ฟองน้ำ
Shit happens!
ริบบินสีเหลืองบนต้นไม้
เสียงไวโอลินที่ไม่มีใครได้ยิน
ช่องโหว่
“แล้วไงล่ะ?”
แรงดึงดูด
No life!
ตั๋วรถไฟครึ่งราคา
พลังของความพลิกแพลง
เดี๋ยวนี้!
คู่แท้
ยาวิเศษ
บทเรียนนอกตำรา
เปลือกนอกกับแก่นใน
Reset
อารมณ์ขันกันกระสุน
กระดุมเม็ดแรก
เซลล์ใหม่
โรจน์แม็พ
ของขวัญวันอังคาร
ปีกแห่งพระปรีชาชาญ
แตงโมสี่เหลี่ยม
ห้องเรียนของวั่นเล่าหยัง
ธรรมะในห้องน้ำ
สื่อสาน
ลูกปลาในแอ่งน้ำ
ไม้คาน
ยึด sub !
ศาสนาผี
จดหรือไม่จด?
เครื่องมือวิเศษ GT 200
ราคาคุย
เม็ดเกลือแห่งอหิงสา
ดาวอังคารเหนือต้นเชอร์รี
หลุมอากาศ
สื่อสังวาส 3
สื่อสังวาส 2
สื่อสังวาส 1
อยากให้คนอื่นจดจำคุณอย่างไร?
เสือกับหน้ากากมนุษย์
Blessing in Disguise
สวนสัตว์ (จบ)
สวนสัตว์ (1)
เสียดายที่...
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (3)
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (2)
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (1)
ก่อนที่ไฟจะดับ
ของหวาน
คนตาบอดในฤดูใบไม้ผลิ
เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก
ป้ายสต.
ความบังเอิญที่น่ารื่นรมย์
ชื่อเสียงกับความสุข
ออมสินเวลา
ยานเวลากับเครื่องมือพยากรณ์อากาศ
ประชดชีวิต
แอ๊ปเปิ้ลสีแดง
เครื่องมือ
When it rains, it pours.
ดร. เจคเคิล กับ มิสเตอร์ไฮด์
จุดเล็กๆ จุดหนึ่ง
ผัดไทยหนึ่งนาทีครึ่ง
เล่นให้จบเกม
แว่นตาดำ
คำบวกคำลบ
ล้มแล้วเหยียบ
มาราธอน
มองกว้างมองไกล
พ่ายแพ้อย่างสง่างาม
ชายผู้ระเบิดปรมาณูหล่นใส่หัวสองหน
ชาติมีราคาเท่าไร?
ความงามของความเงียบ
เช็กช่วยชาติ
ทูนอิน
รักข้ามพรมแดนสงคราม
เมืองขี้เมา (2)
เมืองขี้เมา (1)
ตุ๊กตาล้มลุก
สมุนไพรอันตราย 13 ชนิด
ตายอย่างหมดจด
เห็นมดเท่าช้าง
ถุงกาแฟ
ผงซักฟอก
พิษทางใจ
มากคนมากความ
เราควรรื้อถอนโครงสร้างของละคร 'น้ำเน่า' หรือไม่?
ปาร์ตี้ชีวิต
รักตัวเอง
แผ่นดินของเรา
หนทางสายที่สอง
ก่อนขึ้นเขาสูง
คนละเรื่องเดียวกัน
อกหักดีกว่ารักไม่เป็น?
อาตี๋สักมังกร
แผนที่โลกกลับหัว
เมื่อถูกถีบลงน้ำ
แก้มอีกข้างหนึ่ง
วิกฤติกับโอกาส
ฉัพพรรณรังสี
ปากมีไว้เพื่อ...?
ข้าวผัด
ชีวิตพอเพียง
ในแสงสุดท้ายของวัน
วาบหวิววิทยาลัย
คุณค่าของชีวิต ตอน 4 (จบ)
คุณค่าของชีวิต ตอน 3
คุณค่าของชีวิต ตอน 2
คุณค่าของชีวิต ตอน 1
เลขนำโชค
คนเราสามารถเป็นคนดีโดยไร้ศาสนาได้หรือไม่?
ท้องฟ้าเป็นผู้ชาย ดวงดาวเป็นผู้หญิง
คนใบ้ในห้องเรียน ตอนที่ 2
คนใบ้ในห้องเรียน ตอนที่ 1
คนจนห้ามท้องเสีย
ตบกะโหลกพระ
ในฤดูหนาวอันแสนนาน
ศูนย์แคลอรี
คำขอโทษ
เครื่องมือชิ้นหนึ่ง
เราสามารถก้าวไปถึงสังคมอุดมคติได้หรือไม่
เส้นโค้ง เส้นเว้า กับเส้นหยัก
โรคติดต่อ
วันที่ 1 มกราคม
แผลเป็นของ คิม ฟุก
แบบสอบถามชีวิต (3)
เสียงสุดท้ายให้โลกได้ยิน
แบบสอบถามชีวิต (2)
วนิดา
แบบสอบถามชีวิต (1)
ผลไม้วิเศษ
ผู้หญิงขอผู้ชายแต่งงาน
อำนาจเหนือธรรมชาติจะนำพาสังคมไทยไปถึงไหน?
คนอารมณ์ดี
หัวใจที่ชายแดน
ว่าด้วยความ 'เพอร์เฟ็ค'
เรื่องของ J
เครดิตกับภาพลักษณ์
อาชีพ : แม่บ้าน
หัวใจ Y
‘ฮาร์ท’ กับ ‘เฮด’
ย้อนกลับสู่ความเป็นระเบียบ
สุญญากาศ
เคียงไหล่ลูกน้อง
แมวที่ริมฝั่ง
รับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ (แห่งชีวิต)
‘คิดได้ไง’ กับ ‘คิดโง่ๆ’
ปฏิทินจักรวาล
คุณค่าของของทรัพยากร
ทาสของชื่อเสียง
จากความว่างเปล่าสู่ความว่างเปล่า
ความคงอยู่ของความมืด
จตุ-calm
บุญคุณกับกตเวทิตา
ลมปราณแห่งปัญญา
คนที่ไม่มีวันแก่
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
ปากที่เสกศิลป์
คนวิ่งชีวิต
ผู้หญิงผมขาวที่นั่งแถวหน้าสุดในห้องเรียน
ไวโอลินกับหมีแพนด้า
ในตอนจบวัน
สิ่งที่เรามีเหลืออยู่
ปีกหัก
เข็มทิศกับไวโอลินของไอน์สไตน์
ถึงจะเดินถอยหลัง ก็ยังต้องออกแรง
เสน่ห์ของความเรียบง่าย
ล้มแล้วลุกขึ้นมาโลดแล่นต่อไป
การมีชีวิตอยู่อย่างมีชีวิต
ไฟดับห้านาทีในหัวใจ
นางสาวมารยาท
0 นาทีก่อนเที่ยงคืน
บทเรียนที่โรงเรียนไม่ได้สอน
หมาแย่งก้อนเนื้อ
ผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อชะตากรรม
น้ำท่วมทุ่ง
โลกที่ไร้สิ่งกีดขวาง
ปัญหารัก
วิตามินชีวิต
มาจากอากาศธาตุ
ยิ่งน้อยยิ่งมาก
ปาฏิหาริย์แห่งการใช้สติและปัญญา
Happy Ever After
มือหยาบกร้านที่สานเก้าอี้ไม้ไผ่
นิสัยเสียที่เรียกว่า วิตก
รสชาติของชีวิต
ไม่มีวันยอมแพ้
ของปลอม
ริมแม่น้ำ
ฤดูกาล
อาซ้อกับหมูในอวย
ผลของการพยายามเอาใจทุกคน
นังอิจฉา
ความตายคือความรัก
บนโต๊ะอาหารเช้า
เบื้องบนมีแสงอาทิตย์และแสงดาว
รอยเท้าข้างเดียวของลีนา
รถไฟสองขบวน
การรอคอยของ ลี อัง
จุดฝันในม่านมืด
คุณค่าของกระดาษแผ่นหนึ่ง
ไกลกว่าที่ตามองเห็น
เสน่ห์ร้อยเปอร์เซ็นต์
คนที่เต้นรำที่หัวใจ
เบื่อคนบ่น
คนไม่ยอมแพ้ที่ปลายทางโลก
นางในฝัน
หนึ่งก้าวถัดไป
วันไม่ดี
เด็กสาวแขนขาดที่สี่แยก
ความฝันที่เก็บไว้ในลิ้นชัก
สิ่งที่ใครก็เอาไปจากเราไม่ได้
ในแสงสลัว
หลุมดำ
โอกาสที่สอง
โลกใบเล็กของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
วันเสียตัว
สุขพึงใจกับสุขชื่นใจ
อีแก่ที่ไม่มีใครต้องการ
อนุภาคที่มีวิถีชีวิตของมันเอง
ก้าวย่างแรก
ฮีอา ลี กับนิ้วทั้งสี่
รูบนกำแพงกั้นน้ำ
เสียงที่ไม่มีวันจางหายไปจากโลก
น้ำพุศักดิ์สิทธิ์
ไม้กางเขน
ความฝันโง่ๆ
ความดีความชอบ
กราบสามีก่อนเข้านอน
ชีวิตที่ดี
กลางสายฝน
สัตว์ประหลาดในโลกที่แสนสวยงาม
ทางเลือกของหัวใจ
เส้นตายกับคำท้าทาย
ยืนด้วยเท้าของตนเอง
จรรยาบรรณ
วิปริตธรรมชาติ
ยาขม
เข็มทิศ
วันแห่งความหวัง
Perception - Reality
ดีทอกซ์
รังที่สร้างด้วยรัก
บทเรียนที่สูญเปล่า?
ไหว้สัตว์ตาย
เนรคุณธรรมชาติ?
โลกของไอ้แก่
การศึกษากับปัญญา
ตัวกูของใคร
รักคนอื่นหรือรักตัวเอง?
บทเรียนจากตะกร้า
บทเรียนจากความเชื่องช้า
วิบัติสมมุติ
"ถ้ารู้อย่างนี้จะไม่..."
เจตนาดีกับลมปาก
งานใหญ่กับงานยิ่งใหญ่
ต้นรักในหัวใจ
ทวนน้ำ
ขนาดของหัวใจ
ไม้ผลัด
ส้มเปรี้ยวกับส้มหวาน
คนที่สิบเอ็ด
คำสุภาพกับมารยาทที่แท้
ก่อนเปลือกตาจะปิด
"ช่างมัน ฉันไม่แคร์"
ถ่ายน้ำมันเครื่อง
อภัยทาน
วันแห่งความรัก
ของใหม่
สองข้างทางสู่เส้นชัย
คนตาบอดบนสะพานแคบ
คุณค่าเล็ก ๆ ของตัวไร้ประโยชน์
งานทรมานกับงานในฝัน
สายน้ำกับความตาย
มาสาย-กลับดึก
31 ธันวาคม
ลอกคราบจากภายใน
กบเลือกงาน
ไม้แข็งกับไม้อ่อน
ไส้เดือนกับมังกร
ขาวกับดำ
ประโยชน์ของความไม่มี
รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง
เติมน้ำใสใส่หัวใจ
เปลือกของสุภาพชน
สายรุ้ง
Expiry Date
นาฬิกา
เสียน้อยเสียยาก
กติกา
ก็แค่ความไม่สะดวกเล็ก ๆ
ความยาวของหนึ่งวินาที
ข้างกำแพงสงคราม
ส่วนเกิน
เพลงรัก
อหิงสา
คนแก่ในสวนสีเขียว
ความอึด
The Evil Thing?
ความฝัน