เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 18 

คอลลาจ

(ขออภัยอีกครั้ง! บทความนี้มีรูปประกอบ แต่ไม่รู้จะนำลงอย่างไร อ่านไปอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ ไว้รวมเล่มแล้วจึงจะเห็นภาพประกอบ)


คอลลาจ (Collage) เป็นศิลปะประเภทหนึ่ง ปกติใช้กันในงานจิตรกรรม Collage เป็นคำภาษาฝรั่งเศส แปลว่าปะเข้าด้วยกัน ในทางจิตรกรรมเป็นการเอารูปต่าง ๆ มาปะเข้ากัน อาจเป็นรูปวาด รูปถ่าย กระดาษหนังสือพิมพ์ แม้กระทั่งสิ่งของ ตัวอย่างคอลลาจทางจิตรกรรมเช่นงานของบราคและปิกัสโซ ใช้เทคนิคการปะ แทนที่จะระบายสีบนแคนวาสอย่างเดียว บ้างว่าปิกัสโซเป็นคนแรกที่ใช้คอลลาจในภาพเขียนสีน้ำมัน แต่บ้างว่าบราคทำก่อน แต่ทั้งสองคนก็ไม่ใช่คนแรก คอลลาจถือกำเนิดในโลกมานานหลายร้อยปีแล้ว แต่เพิ่งมาฮิตในศตวรรษที่ 20 ในงานศิลปะยุคใหม่ เทคนิคนี้ใช้มากในงานของศิลปินแนวเซอร์เรียลิสท์ แต่สามารถใช้ในทางวรรณกรรมเช่นกัน

เซอร์เรียลิสม์หมายถึงงานเหนือจริง เช่น คนมีสามตา, ฝนตกลงมาเป็นดอกไม้ ฯลฯ ถ้าเป็นงานเขียนก็เป็นพวกแฟนตาซี แต่แฟนตาซีในงานเขียนไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องพ่อมดบินได้ หรือคนสู้กับมังกร อาจเป็นองค์ประกอบแฟนตาซีในเรื่องจริงจังก็ได้ เช่น งานของ เกเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ เราเรียกงานแบบนี้ว่า Magical Realism คือมีทั้ง magic และ reality

วงการถ่ายรูปก็ใช้คอลลาจ เรียกว่า Photomontage โดยรวมรูปถ่ายต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โปรแกรม PhotoShop ทำให้งานนี้ง่ายขึ้น

ในหนังก็มีคอลลาจ แต่มักเรียกว่า Montage นำภาพคนละท่อนคนละเหตุการณ์มาร้อยต่อกัน บางครั้งก็ใช้เทคนิคการซ้อนภาพช่วย ยกตัวอย่างเช่น แสดงความสัมพันธ์ของพระเอกกับนางเอกที่คบกันนานสามเดือน รวมเป็นซีนเดียว โดยรวมภาพการนัดพบกันหลายครั้งมารวมกัน นิยมใช้เพลงหรือดนตรีชิ้นเดียวเป็นกาวเชื่อมทั้งหมดเข้าด้วยกัน

หากเปรียบกับอาหาร คอลลาจก็คือจับฉ่ายหรือยำนั่นเอง โดยรวมผัก เนื้อ กุ้ง ถั่ว เข้าไป ทั้งหมดเป็นองค์ประกอบคนละเรื่องกัน คลุกกันได้สัดส่วนพอเหมาะก็อร่อย

ผมเขียนงานคอลลาจค่อนข้างมาก การผสมองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวกันเข้าด้วยกันเป็นความท้าทายสมองอย่างหนึ่ง นักเขียนใหม่ควรลองเขียนดูสักครั้ง มันช่วยเปิดสมอง และเข้าใจวิธีการผสมเรื่อง ทำให้มองอะไร ๆ กว้างขึ้น

หากนึกไม่ออกว่าคอลลาจทางวรรณกรรมมีหน้าตาอย่างไร ลองดูงานเขียนแนวคอลลาจบางเรื่องของผม เช่น คดีมโนสาเร่ เรื่องนี้ใช้รายงานข่าวที่เกิดขึ้นจริงบนหน้าหนังสือพิมพ์ เช่น ไทยรัฐ เดลินิวส์ มติชน มาร้อยเรียงเข้ากันเป็นการผจญภัยของตัวละครสมมุติ โดยตัวละครคนนี้เข้าไปพัวพันกับข่าวทั้งหมดเหล่านี้ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย

เรื่องนี้มีที่มาจากศูนย์ ตื่นเช้าขึ้นมาวันหนึ่ง จู่ ๆ ผมก็คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเอาข่าวหนังสือพิมพ์จริง ๆ สัก 10-20 ข่าวมาต่อกันเป็นเรื่องใหม่ที่ทำสื่อสารผิดจากเดิมโดยสิ้นเชิง พอคิดคอนเส็ปต์ได้แล้ว ผมก็เริ่มต้นเก็บข่าวสั้นตามหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ อยู่ปีกว่า ช่วง พ.ศ. 2533-2534 ได้ข่าวมากองใหญ่หลายร้อยข่าว จากนั้นก็คัดกรองมาจำนวนหนึ่ง แล้วลองสร้างเรื่องขึ้นมาเชื่อม หัวใจหลักคือการหาตัวเชื่อมของข่าวแต่ละข่าว ซึ่งต้องสามารถเชื่อมสองทางคือหัวกับท้าย จึงสามารถต่อข่าวทั้งหมดเป็นลูกโซ่ได้ ระหว่างการเขียน ก็เอาออกและเติมใส่เป็นระยะ จนเรื่องเชื่อมกันลงตัว เหมือนการปะดินเหนียวหลายชิ้นเข้าด้วยกันเป็นกาน้ำ แปะดินเหนียวชิ้นที่เป็นหู ฐาน ฝา รอยต่อต้องเนียนเป็นเนื้อหนึ่งเดียวกัน เสร็จแล้วจึงค่อยไประบายสีแล้วเผาให้คงทน

จุดหมายคือการโยงองค์ประกอบเป็นเนื้อหนึ่งเดียวกัน หรือไร้รอยตะเข็บ (seamless) เวลาใช้กาน้ำ หูต้องไม่หลุดออกมา

ข่าวเหล่านี้คือตัวอย่างชิ้นส่วนที่จะนำมาปะเข้าด้วยกัน :

(ข่าว 1)

ไทยรัฐ วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2534

โจรใจดี : หลังจากที่นายวรุณ อภิชาติมณีกุล พ่อค้าขายเชือกฟางยืนรออยู่ที่ป้ายรถเมล์สนามหลวงตรงข้ามกระทรวงยุติธรรม ก็ถูกชายวัยรุ่นใช้มีดจี้เอาเงินสด 7,000 บาท พร้อมกับปลดสร้อยคอทองคำ เลส และแหวนทองคำหนักรวมกัน 4 บาทไปเมื่อค่ำวันที่ 4 เมษายน ตนพยายามตีหน้าเศร้าขอร้องอย่าให้เอาเงินไปเลย โจรใจดีจึงโยนเงินคืนให้ 6 พันบาท พร้อมพระเลี่ยมทองอีกหนึ่งองค์ แล้วใช้ความเร็วหลบหนีไป หลังจากนั้นจึงเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ. ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ร้อยเวรสน.ชนะสงครามให้ติดตามโจรรายนี้มาดำเนินคดีให้ด้วย

(ข่าว 2)

ไทยรัฐ วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2534

เลขคลาดเคลื่อน : ฝ่ายประชาสัมพันธ์กรมที่ดินแจ้งว่า ผลการออกสลากกาชาดกรมที่ดิน รางวัลที่ 5 หมุนครั้งที่ 3 ที่นำเสนอในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเมื่อวันที่ 8 เม.ย.นั้น ตัวเลขคลาดเคลื่อน คือหมายเลข 063245 นั้นไม่ถูกต้อง ตัวเลขที่ออกรางวัลที่ 5 หมุนครั้งที่ 3 คือหมายเลข 067245 ขอให้ผู้ถือสลากเลขนี้ไปรับรางวัลที่กองคลัง กรมที่ดิน

(ข่าว 3)

ไทยรัฐ วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2534

รวบแก๊งจีนฮ่อ : วานนี้ พ.ต.อ. สัญจัย บุญยเกียรติ ผกก. สส. สน. ธนฯ กับพวกเข้าจับกุมนายฉ่าง แซ่หว่าง อายุ 29 ปี ชาวจีนฮ่อที่ห้องพักเลขที่ 70 แฟลตพญาไท ถนนดินแดง เขตพญาไท พร้อมด้วยชาวจีนฮ่ออีก 6 คน ไม่พบหลักฐานการเข้าเมือง นำตัวมาดำเนินคดี สำหรับนายฉ่าง เป็นหัวหน้าแก๊งจีนฮ่อได้ก่อคดีกับพวกอีก 5 คน บุกเข้าปล้นบริษัทหมิงเหวยไต้หวัน กวาดทรัพย์สินไปประมาณ 4 หมื่นบาท เหตุเกิดท้องที่ สน. บางขุนเทียน เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา ก่อนที่จะจนมุมตำรวจ

(ข่าว 4)

ไทยรัฐ วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2534

งัดธนาคาร : 01.00 น. วานนี้ ร.ต.ต. ถาวร อารีรื่น หน. สายตรวจ สน.บางพลัด รับแจ้งมีสัญญาณเตือนภัยดังจากธนาคารกรุงเทพ สาขาบางพลัด ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 84 บางพลัด จึงพร้อมกำลัง 20 นาย ไปที่เกิดเหตุคนร้าย 2 คนที่อยู่ดาดฟ้าชั้น 3 ของธนาคารกำลังโดดหนีไปด้านหลังที่เป็นสวน จึงปิดล้อมแล้วใช้สุนัขตำรวจติดตามแต่ไม่พบ เมื่อเข้าไปในธนาคารพบรอยงัดแงะที่หน้าต่างและประตู ลิ้นชักโต๊ะถูกรื้อค้น เจ้าหน้าที่ธนาคารมาตรวจสอบ บอกว่าคนร้ายได้เงินไปนิดหน่อยเท่านั้น เพราะตำรวจมาเร็ว

ทั้งหมดนี้เป็นข่าวหนังสือพิมพ์จริง ๆ ไม่เกี่ยวกัน ไม่มีความเชื่อมโยงกันเลยโดยสิ้นเชิง สิ่งเดียวที่เชื่อมโยงข่าวทั้งหมดคือช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์อยู่ในปี 2534 ซึ่งเป็นปีที่ทำงานชิ้นนี้

วิธีทำงานของเรื่องสั้นเรื่องนี้คือคัดข่าวที่มีศักยภาพเชื่อมต่อเป็นเรื่องเดียวกันได้ แล้วผลิตกาวเชื่อมองค์ประกอบ

‘กาว’ คือตัวละครคนหนึ่ง ทำหน้าที่เดินเรื่องเป็นแกนกลาง เชื่อมข่าวทั้งหมด ให้ตัวละครคนนี้ปรากฏในฉากข่าวแต่ละข่าว เท่านี้ข่าวทั้งหมดก็ถูกร้อยด้วยกัน ความสำเร็จอยู่ที่สร้างบทบาทของตัวละครว่าจะกลมกลืนกับแต่ละข่าวได้เนียนแค่ไหน

ผมออกแบบให้ตัวละครที่เสียบกับทุกข่าวได้เป็นบัณฑิตจบใหม่จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชื่อ ‘นคร’ กำลังจะไปเริ่มงานที่ต่างจังหวัด จึงไปซื้อซื้อชุดเดินป่า ได้รองเท้าบู๊ตสูง มุ้ง เป้ ไฟฉาย อาหารกระป๋อง และมีดโบวี่เล่มหนึ่ง ขณะรอรถเมล์ เขาถือมีดเล่มนั้นมาลูบคลำอย่างชื่นชม ผู้ชายคนที่ยืนรอรถเมล์อยู่ใกล้ ๆ เข้าใจผิดคิดว่าเขาจะจี้ จึงยกของในตัวให้เขา มีเงินสด สร้อยคอทองคำ เลส และแหวนทองคำหนักรวมกัน 4 บาท (ตามในข่าว 1) แล้วเพิ่มตั๋วจำนำ ลอตเตอรี่สองใบ สลากกาชาดกรมที่ดินหนึ่งใบ เพื่อให้เชื่อมกับข่าวถัดไป

สร้างเรื่องให้ระหว่างที่เขาเดินทางไปต่างจังหวัดทางรถบัส เขาพบเพื่อนใหม่ชื่อ ‘จ่าง แซ่หว่าง’ (ตัวละครสมมุติ) ซึ่งมีน้องชื่อ ฉ่าง แซ่หว่าง (เป็นบุคคลจริงตามข่าว 3) หลังจากนั้นก็แต่งเรื่องให้สลากกาชาดกรมที่ดิน (ที่เสียบกับข่าว 1) ถูกรางวัล (ตามข่าว 2) ทำให้เขาเดินทางไปรับรางวัลที่กรมที่ดิน สลากกาชาดจึงทำหน้าที่เป็นกาวเชื่อมข่าว 1 กับข่าว 2

ต่อมาก็สร้างเรื่องให้ตอนที่นครไปรับรางวัล มีตำรวจรออยู่ เพราะคนที่ถูกจี้ในข่าว 1 แจ้งตำรวจให้มารอดักจับนคร แต่นครหนีไปได้ เพื่อให้โยงกับข่าว 3 ก็ให้นครไปหา ฉ่าง แซ่หว่าง ที่แฟลตพญาไท บอกว่า จ่าง แซ่หว่างแนะนำมา แต่ตำรวจจับพวกฉ่างไปก่อน (ตามข่าว 3) ต่อไปก็เชื่อมกับข่าว 4 โดยให้นครไปพักกับเพื่อนคนหนึ่งที่บางพลัด (ฉากสัมพันธ์กับข่าว 4) เจอโจรงัดธนาคารกรุงเทพฯ (ข่าว 4) โยงอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ข่าวทั้งหมดก็จะเชื่อมกันเป็นเรื่องเดียวกัน

แต่ทว่าแค่ร้อยข่าวเข้าด้วยยังไม่พอ เพราะมันได้แค่ฝีมือในการเชื่อม เรื่องสั้นที่ดีควรมีสาระหรือคอนเส็ปต์ที่น่าสนใจด้วย ในเรื่องนี้คอนเส็ปต์เกิดขึ้นมาในระหว่างกระบวนการคัดสรรข่าว คอนเส็ปต์คือ “สิ่งที่สื่อสารมวลชนรายงานเป็นจริงตามสายตาของคนรายงานอาจไม่ใช่ความจริงแท้”

นักเขียนใหม่ไม่จำเป็นต้องเขียนงานคอลลาจแบบทดลองอย่างที่ผมทำ แต่ควรรู้จักใช้หลักการคอลลาจมาในงานเขียน เพราะช้าหรือเร็วก็ต้องพึ่งเทคนิคการจับแพะชนแกะแบบนี้ มันก็คือการด้นอย่างหนึ่งนั่นเอง นักเขียนจึงควรกล้าคิดชิ้นส่วนที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียน ฝึกการจับแพะชนแกะ การเชื่อมรอยต่อให้เนียน การฝึกแบบนี้ทำให้เพิ่มทางเลือกของพล็อตกว้างขึ้น

ยกตัวอย่างเช่นเราเขียนเรื่องของชาวบ้านคนหนึ่งในสลัมคลองเตย ก็สามารถโยงเข้ากับชาวเอสกิโมในอีกซีกโลกหนึ่งได้ ถ้าเชื่อมเป็น เรื่องอาจจะไปไกลกว่าแนวทางเดิม ๆ ที่เคยเขียนมาแล้วมากมาย



กรณีศึกษา : ผู้ชายคนที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่ 85


นักเขียนส่วนใหญ่มีเรื่องสั้นหรือนวนิยายซึ่งถือเป็นสุดยอดที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิตการเป็นนักเขียนอยู่เรื่องเดียว ‘เรื่องสุดยอด’ อาจเป็นผลงานที่มีคุณค่าทางวรรณกรรมมากที่สุด หรือสร้างชื่อเสียงให้นักเขียน เรื่องที่ทำเงินทำทองให้มากที่สุด หรือเป็นเรื่องที่ต้องใช้ฝีมือในการเขียนมากที่สุด

เรื่องสุดยอดของพนมเทียนคือ เพชรพระอุมา ดังที่เขาบอกว่า เป็นเรื่องที่รวมทุกศาสตร์ทุกศิลป์ที่เขารู้ ใช้ฝีมือทั้งหมดที่มีเขียน รวมจินตนาการและความรู้เกี่ยวกับการเดินป่าทั้งหมดในชีวิตมาในหนังสือเรื่องเดียว

เรื่องสุดยอดของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ คืองานชุดเหมืองแร่ซึ่งเขากลั่น
มาจากประสบการณ์ตรง

สำหรับผม เรื่องที่รวมทุกศาสตร์ทุกศิลป์ที่รู้มาใส่ในเรื่องเดียวก็คือ
นวนิยาย ผู้ชายคนที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่ 85 มิใช่เพราะมันมีคุณค่า
ทางวรรณกรรมสูงส่งอะไร แต่เพราะมันเป็นงานที่ต้องใช้ความรู้และประสบ
การณ์ทุกอย่างในเรื่องเดียว นี่เป็นงานคอลลาจที่ทำงานยากที่สุดชิ้นหนึ่งของ
ผม นวนิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวิทยาศาสตร์ + นิยายอิงประวัติศาสตร์ + นิยายรัก + นิยายกำลังภายใน + นิทาน + ตำนาน + satire + parody + วรรณรูป เป็นเรื่องแนวทดลองที่ไปไกลที่สุดเท่าที่เคยทำมา

แม้จะเขียนยาก แต่มันเป็นประสบการณ์การทำงานที่สนุกมากครั้งหนึ่ง เพราะผู้เขียนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องจะไปทางไหน มันไม่ใช่การทำงานแบบด้นล้วน ๆ เพราะมีโครงสร้างเรื่องอยู่ก่อนแล้ว แต่ต่างจากจากงานชิ้นอื่น ๆ ตรงที่มันมีพื้นที่ให้เล่นได้โดยไม่มีขีดจำกัด และไม่จำเป็นต้องเป็นองค์ประกอบแบบเดียวกัน ทุกครั้งที่รีเสิร์ชข้อมูลใหม่ จะพบว่ามันสามารถโยงเข้ากับเรื่องเดิม เหมือนการปรุงอาหาร ทุกครั้งที่มีวัตถุดิบใหม่มา ก็จะได้อาหารจานใหม่ในเมนู ทั้งนี้เพราะคอนเส็ปต์ของเรื่องอนุญาตให้ทำเช่นนั้น ด้วยเหตุนี้องค์ประกอบในเรื่องจึงมีมากมายนับไม่ถ้วน


ที่มาของ ผู้ชายคนที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่ 85 กำเนิดจากการเขียนเรื่องสั้นลงในนิตยสารของกลุ่ม Open เวลานั้น ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา กับ ปราบดา หยุ่น คิดจะทำนิตยสารคล้ายกับชุดเฟื่องนครที่ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ เคยทำเมื่อหลายทศวรรษก่อน เช่น พฤษภาคม อุไร, มิถุนายน มณี, กรกฎาคม โกเมน, กันยายน สคราญ ฯลฯ ผมมีโอกาสเข้าไปร่วมสนุกด้วย โดยเขียนเรื่องสั้นเสียดสีในรูปนิทาน ตั้งชื่อว่า นิทานอีแสบ ล้อชื่อ นิทานอีสป (Aesop’s Fables) เริ่มที่เรื่องสั้น หมูตัวสุดท้ายในโลก เสียดสี + ล้อเลียนอเมริกันที่ชอบยกทัพไป ‘จัดระเบียบ’ ประเทศอื่น อ่านขำ ๆ ไม่ซีเรียส แล้วเขียนเรื่องโยงกันไปสักพัก ก็ไม่ได้เขียนต่อ แต่รู้ว่าเรื่องนี้ทำเป็นนวนิยายได้ จึงนำเรื่องสั้นที่เขียนมาทั้งหมดมายำใหม่อีกรอบ เป็นที่มาของ ผู้ชายคนที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่ 85

โจทย์ในการทำงานรอบใหม่อิงกับคำว่า ‘นิทานอีแสบ’ คำเดียวเท่านั้น แตกหน่อต่อยอดออกไป คิดต่อว่า นิทานอีแสบ มาจากไหน ใครเป็นคนเขียนนิทานเรื่องนี้ ในที่สุดก็ได้คอนเส็ปต์ว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในโลกคู่ขนานหลายร้อยโลก ทำให้สามารถเชื่อมเหตุการณ์และบุคคลได้ง่าย ในที่นี้โลกคู่ขนานทำหน้าที่เป็นกาวเชื่อมองค์ประกอบต่าง ๆ โดยให้เหตุการณ์ทั้งหลายเกิดขึ้นในโลกคู่ขนานต่าง ๆ โลกหนึ่งเป็นโลกของเรา ที่เหลือเป็นโลกที่หน้าตาคล้ายกับโลกเรา ต่างกันที่รายละเอียดบางส่วน เช่น บ้านของนางเอกในโลกหนึ่งทาสีขาว ในอีกโลกหนึ่งทาสีเขียว ในโลกหนึ่งพระเอกเป็นคน ในอีกโลกหนึ่งเป็นลิง เป็นต้น

การออกแบบโลกคู่ขนานอนุญาตให้ผู้เขียนสามารถทำเรื่องที่ ‘เป็นไปไม่ได้’ เช่น ตัวละครหลักพบไอน์สไตน์, โก้วเล้ง, มาริโอ พูโซ, จอห์น เลนนอน ซึ่งตายไปแล้ว ในบางโลก เชกสเปียร์คิดเรื่อง Romeo & Juliet จากชีวิตของตัวละครหลัก ในบางโลก ญี่ปุ่นชนะสงครามโลกครั้งที่สอง มันยังอนุญาตให้ตัวละครหลักเป็นผู้กระตุ้นให้ไอน์สไตน์คิดสูตร E = mc2 และประโยค “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” หรืออนุญาตให้นักเขียน มาริโอ พูโซ ได้รับแรงบันดาลใจจาก มาเฟียก้นซอย ของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ แล้วนำไปเขียน The Godfather ! (ซึ่งในโลกของความจริง มาเฟียก้นซอย มาจาก The Godfather) ที่สำคัญคือสามารถใส่องค์ประกอบได้ไม่จำกัดแนว

หลังจากนั้นก็หาองค์ประกอบแปลก ๆ ทั้งหลายมาเป็นเครื่องปรุงในการยำ ทั้งบุคคล เหตุการณ์ หนังสือ ศิลปะ ฯลฯ ยำกันเป็นคอลลาจจานใหญ่

ตัวละครหลัก ‘สาย ธารี’ เป็นโกสท์ไรเตอร์ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักเขียนและดาราที่มีชื่อเสียงหลายคน เขาทำงานเพื่อเงิน หลังจากพบว่าไม่สามารถเป็นนักเขียนในอุดมคติที่เคยตั้งใจได้ วันหนึ่งที่หัวมุมถนนเขาเดินชนหญิงสาวคนหนึ่งและหลงรักเธอทันที เขารู้สึกเหมือนกับว่า เขาเคยพบกับเธอมาก่อน

สาย ธารี ได้รับการว่าจ้างให้เขียนนิทานให้นักการเมืองคนหนึ่ง เพื่อผลทางการเมือง โจทย์ที่ได้รับจากนักการเมืองคือให้เขียน นิทานอีแสบ เลียนแบบ นิทานอีสป เขาคิดเรื่องไม่ออก และตกใจกับประหลาดใจอย่างยิ่งเมื่อพบหนังสือนิทานโบราณเล่มหนึ่งในลิ้นชักโต๊ะของเขาเอง มันมีชื่อปกว่า นิทานอีแสบ เขาไม่รู้ว่ามันมาจากไหนและมาได้อย่างไร อย่างไรก็ตามเขาก็ลอก

นิทานนั้นไปขายเอาเงิน แต่ด้วยความสงสัย เขาเริ่มสืบหาที่มาของ นิทานอีแสบ เล่มนั้น และพบว่ามันเกี่ยวข้องกับหญิงสาวคนที่เขาหลงรักแรกพบ เธอชื่อ ‘รตี วรรษรส’ เขากับเธอ ‘เคย’ รักกันมาก่อนในหลาย ๆ โลก จักรวาลประกอบด้วยมิติต่าง ๆ มากมายนับไม่ถ้วน เธอคนที่เขารักเป็นหนึ่งใน ‘เธอ’ จำนวนล้าน ๆ คนในโลกมิติต่าง ๆ ที่ซ้อนทับกัน

ความรักของเขากับเธอในโลกมิติต่าง ๆ เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์โลกตั้งแต่ยุคโบราณ ตั้งแต่การยาตราทัพเพื่อครองโลกของเจ็งกิสข่าน, การยกทัพไปอินเดียของอเล็กซานเดอร์มหาราช, การบุกกรุงธนบุรีของอะแซหวุ่นกี้ ไปจนถึงความเกี่ยวข้องกับความลับกรุงศรีอยุธยาแตกในปี พ.ศ. 2310, ลายแทงขุมทรัพย์โบราณ, ตำนานเรื่องทองของยามาชิต้า, ตำนานเทพธิดาอโฟรไดที, ตำนาน Ishtar, หมอบรัดเลย์, คอนสแตนติน ฟอลคอน, มารี กีมาร์, มาร์โค โปโล, สตีเฟน ฮอว์คิง, สตีเฟน คิง, กิมย้ง, โก้วเล้ง, จอห์น เลนนอน, จอร์จ ลูคัส, ไอน์สไตน์ ศาสตร์ต่าง ๆ เช่น ดาราศาสตร์, ดาวราศีธนู, หลุมดำ, มิติในจักรวาล, คณิตศาสตร์, ตัวเลข Fibonacci, The Golden Section, ศิลปะแขนงต่าง ๆ หนังสือ, นิยาย, นิทาน, เพลง เช่น เจ้าชายน้อย, มาเฟียก้นซอย, The Godfather, The Da Vinci Code, The Old Man and the Sea, มังกรหยก, ฤทธิ์มีดสั้น, นิทานของพี่น้องตระกูลกริมม์, นิทาน ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน, เพลงของ The Beatles ฯลฯ นอกจากนี้ยังเชิญดาราจำเป็นมาเล่นเรื่องนี้ เช่น กิมย้ง โก้วเล้ง จอห์น เลนนอน มันเป็นงานออกแบบกราฟิกด้วย เช่นการแต่งเรื่องที่มาของสัญลักษณ์หัวใจ โดยใช้สัญลักษณ์ Golden Section สองอันมาประกบกัน


จะเห็นว่า ด้วยองค์ประกอบเรื่องสะเปะสะปะอย่างนี้ โอกาสที่เรื่องจะเละมีสูงมาก แต่การใช้เทคนิค grouping และการรวมซัพพล็อตช่วยคุมองค์ประกอบให้ไม่กระจัดกระจายและเป็นเอกภาพ

การสังเคราะห์ไอเดียของงานชิ้นนี้เริ่มจากการหาที่มาของ นิทานอีแสบ ชื่อนี้เป็นโจทย์ มาจาก คำว่า นิทานอีสป โจทย์คือจะหาทางมั่วอย่างไรให้น่าเชื่อถือ ก็เริ่มโดยคุ้ยหาไปเรื่อย แต่ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่อ่านสะสมมาหลายสิบปี เพราะเป็นเรื่องที่ผมสนใจเป็นทุนเดิม เพียงยกมาใช้เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ประวัติของหมอบรัดเลย์ ผู้เข้ามาในเมืองไทยสมัยรัชกาลที่ 3 หมอบรัดเลย์เป็นผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ฉบับแรกในสยาม คือ Bangkok Recorder และเป็นผู้พิมพ์หนังสือโบราณของไทยหลายเล่ม จึงโยงเรื่องให้หมอบรัดเลย์เป็นผู้พิมพ์ นิทานอีแสบ

คำถามแรกเมื่อศึกษาโจทย์ ‘นิทานอีแสบ’ คือทำไมจึงใช้ชื่อ อีแสบ ผู้เขียนอาจจะมั่วว่าชื่อ อีแสบ มาจากชื่อผู้ช่วยของหมอ แต่มันง่ายไปหน่อย จึงต้องหาองค์ประกอบที่ดีกว่านี้

จนเมื่อศึกษาเรื่องต้นไม้ พบต้นไม้พันธุ์หนึ่งชื่อแปลกดีคือ แสลงใจ มันเกี่ยวกับทุ่งแสลงหลวง ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติ ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์ ในทุ่งมีต้นแสลงใจมาก ต้นไม้นี้มีชื่ออื่นที่เรียกกันตามภาคต่าง ๆ เช่น กล้วย, เต็งหิน, สะบันงาดง, สาแหรก, แสลง, อีเลว คำสุดท้ายคืออีเลวเข้าล็อกพอดี เพราะอีเลว กับ อีแสบ พอไปกันได้ ด้วยเหตุนี้จึงได้ที่มาของชื่อ นิทานอีแสบ โดยสร้างเรื่องว่า นิทานเล่มนี้พิมพ์ด้วยกระดาษที่ทำจากไม้แสลงใจหรืออีเลว ดังนั้นจึงปูเรื่องให้บ้านของหมอบรัดเลย์ตั้งอยู่ในดงต้นนางเลว เมื่อหมอบรัดเลย์ดำริจะตั้งโรงพิมพ์ ชาวบ้านก็จัดการโค่นต้นนางเลวแถวนั้นลงหมด หมอบรัดเลย์เสียดายต้นไม้ที่ถูกโค่น ก็หาวิธีทำกระดาษจากไม้นางเลว กระดาษนั้นจึงเรียกว่า กระดาษนางเลว ดังนั้นเมื่อพิมพ์นิทานที่ไม่มีชื่อเล่มนั้น จึงเรียกมันว่า นิทานนางเลว หรือ นิทานอีเลว แต่หลายคนบอกว่ามันฟังไม่เสนาะโสตและไม่ค่อยเป็นมงคล จึงขอเปลี่ยนชื่อจาก นิทานอีเลว เป็น นิทานอีแสบ ซึ่งให้ความหมายคล้ายกัน

เมื่อใช้องค์ประกอบต้นแสลงใจ ก็ต้องออกแบบเรื่องให้เกี่ยวข้องกัน เชื่อมซัพพล็อตต่าง ๆ ให้เป็นเนื้อเดียวกันให้มากที่สุด เชื่อมโยงซัพพล็อตให้แข็งแรง ทั้งหมดคือลูกมะยมบนกิ่งเดียวกัน เป็นที่มาของซัพพล็อตย่อยอีกหลายเรื่องที่โยงเข้ากับต้นแสลงใจและทุ่งแสลงหลวง ซัพพล็อตหนึ่งในเรื่องคือชีวิตของพระยาสายเสนมนตรี (สาย ธารี ในอีกโลกหนึ่ง) ซึ่งเกี่ยวกับสงครามไทย-พม่าปี พ.ศ. 2310 พระยาสายเสนมนตรีเป็นผู้เขียน นิทานอีแสบ บนโต๊ะไม้ที่ทำด้วยแสลงใจ เขาเขียน นิทานอีแสบ สี่สิบเรื่อง ทำไมนิทานมีสี่สิบเรื่อง? ก็เพราะโยงมาจากสัดส่วน Golden Section ที่มีสี่สิบช่อง

และในเมื่อทุ่งแสลงหลวงอยู่ที่พิษณุโลก ก็ใช้พิษณุโลกเป็นฉากของอีกซัพพล็อตหนึ่งคือเรื่องของอเล็กซานเดอร์มหาราชบุกอินเดีย ในโลกคู่ขนานนี้ สาย ธารี เป็นทหารกรีก หลังจากอเล็กซานเดอร์มหาราชทรงกวาดอาณาจักรเปอร์เซีย อนาโตเลีย, ซีเรีย, ฟีนิเซีย, กาซา, อิยิปต์, เมโสโปเตเมีย หมดแล้ว ก็ยกทัพไปตีอินเดีย แต่เดินผิดทิศไปโผลที่เมืองพิษณุโลก โดยโยงให้คำว่าพิษณุโลกเป็นคำอินเดีย พิษณุ ก็คือวิษณุ (ว = พ) พิษณุโลกก็คือโลกของพระวิษณุ ถ้าเป็นนิยายซีเรียส พล็อตแบบนี้ก็สอบตก แต่นิยายเสียดสีล้อเลียนได้รับอภิสิทธิ์ให้ทำได้
    หลังจากนั้นก็โยงซัพพล็อตนี้เข้ากับซัพพล็อตเรื่องดาวราศีธนู (SAGITTARIUS) ก็ตั้งชื่อกรีกให้ สาย ธารี เป็น สายอริอุส ชื่อนี้มาจากอักษรในคำว่า SAGITTARIUS (ราศีธนู) เพื่อให้สามารถโยงความสัมพันธ์ของตัวละครกับราศีธนูได้

S A G I T T A R I U S

ที่ประหลาดก็คือเมื่อสลับคำ SAGITTARIUS ย้อนกลับ จะพบว่ามีชื่อ ‘รตี’ นางเอกของเรื่องในคำนี้

S U I R A I T I G A S

นี่มาจากความบังเอิญจริง ๆ แต่อย่าเอ็ดไป ไม่ต้องบอกคนอ่าน จัดการโยงรตีเข้ากับเรื่องของราศีธนู ให้รตีเกี่ยวข้องกับราศีธนู โดยนางประลองยุทธกับสายอริอุส แน่ละ อาวุธของนางคือธนู!

และบนท้องฟ้าในวันที่ประลองยุทธปรากฏกลุ่มดาวราศีธนู และ ‘มั่ว’ ให้ตำแหน่งกลุ่มดาวราศีธนูเรียงในสัดส่วนของ Golden Section

จากนั้นแต่งเรื่องให้เหตุการณ์ประลองยุทธระหว่างรตีกับสายอริอุสเป็นที่เลื่องลือ และเป็นต้นกำเนิดของตำนานเทพธิดาอโฟรไดที (Aphrodite) จนศิลปินเช่น บ็อตติเชลลี นำไปวาดเป็นรูป The Birth of Venus ประติมากรบางคนก็สลักหินอ่อนเป็นงาน Venus de Milo

เทพธิดาวีนัสก็คือเทพธิดาอโฟรไดทีนั่นเอง กรีกเรียก อโฟรไดที โรมันเรียกว่า วีนัส แล้ว ‘มัั่ว’ ต่อไปว่าแขนหักของนางวีนัสนั้น จริง ๆ ถือคันศร

อโฟรไดทีเป็นสัญลักษณ์ของความงาม ความรัก ความอุดมสมบูรณ์ ความเสน่หา แน่นอน ก็ต้องโยงความงามนี้เข้ากับสัดส่วนความงามของ Golden Section (ซึ่งเป็นเรื่องจริงในทางศิลปะ)

ที่น่าแปลกอีกเรื่องหนึ่งคือ ชื่อ Aphrodite มีชื่อ รตี (Rati) ซ่อนอยู่โดยบังเอิญ

มันเป็นเรื่องบังเอิญแบบ ‘happy accident’ เพราะผมตั้งชื่อตัวละครหญิงว่า ‘รตี วรรษรส’ มาตั้งแต่แรกก่อนการรีเสิร์ชเรื่องอโฟรไดที  รตี แปลงมาจาก รติ ซึ่งแปลว่าความรัก ความพิศวาส เพราะตั้งใจให้ชื่อนางเอกมีความหมายเกี่ยวกับความรัก

หากคิดว่านี่เป็นความบังเอิญ ก็ต้องแปลกใจที่ยังมี ‘ความบังเอิญ’ ในลักษณะนี้อีกหลายตอนที่มาอย่างคาดไม่ถึง และผู้เขียนก็นำมาใช้งานโดยไม่รอช้า ยกตัวอย่างเช่น อโฟรไดทีมีโอรสคือ อีรอส หรือ คิวปิด เป็นเทพแห่งความรักใคร่ ทำให้หนุ่มสาวรักกันโดยยิงศรรัก ในอินเดียก็มีตำนานแบบเดียวกัน เชื่อกันว่ากามเทพอินเดียมีที่มาจากกามเทพกรีก ตำนานเล่าว่ากามเทพเป็นโอรสของพระพรหม กามเทพเป็นชายหนุ่มมีปีก รูปงาม อาวุธเป็นคันธรและธนู คันศรทำมาจากลำอ้อย ลูกศรประดับด้วยดอกไม้ห้าชนิด กามเทพสมรสกับนางรตี ธิดาของประสุติและทักษะ รตีอีกแล้ว!

ในการศึกษาตำนานเปรียบเทียบ พบว่าอารยธรรมโบราณมีตำนานเกี่ยวกับเทพธิดาแห่งความรัก กรีกมีเทพธิดา Aphrodite (Venus) แอสซีเรียและบาลิโลนมีเทพธิดา Ishtar พวกสุมาเรียนมีเทพธิดา Inanna พวกเซเมติก อราเมียน มีเทพธิดา Astarte ตำนานเหล่านี้มีส่วนคล้ายกัน จนมีคนเชื่อว่ามันอาจเกี่ยวกับการไหลเชื่อมของอารยธรรม

ในตำนานบาบิโลน Ishtar เป็นตัวแทนของดาวพระศุกร์ ซึ่งอาจมาจากคุณลักษณะของนาง คือเป็นเทพธิดาสองคุณลักษณะ ด้านหนึ่งเป็นเทพธิดาแห่งความรัก อีกด้านหนึ่งเป็นเทพธิดาแห่งสงคราม จึงเป็นสัญลักษณ์ของดาวพระศุกร์ ซึ่งเป็นดาวที่มีสองคุณลักษณะเช่นกัน คือเป็นทั้งดาวประกายพรึก (เช้า) และดาวประจำเมือง (ค่ำ) ด้วยเหตุนี้ในบางซัพพล็อตจึงมีองค์ประกอบของดาวพระศุกร์

แปลกมากที่เมื่อสลับอักษรในคำ ISHTAR เป็น RATHSI จะพบชื่อรตีในนั้น! นี่เป็น ‘happy accident’ ซึ่งเมื่อนักเขียนพบ ให้รีบคว้ามาใช้ทันทีโดยไม่ต้องบอกใคร!

ทั้งหมดนี้ดูบังเอิญอย่างยิ่ง แต่หากวิเคราะห์ดู การที่ชื่อรตี (RATI) ปรากฏในคำต่าง ๆ มากมายก็เพราะมันเป็นคำสั้นเพียงสี่อักษร A กับ I เป็นสระ โอกาสที่จะเสียบเข้าไปในคำต่าง ๆ ก็มากกว่าอักษร Q หรือ Z อย่างไรก็ตาม มันก็มีส่วนบังเอิญเช่นกัน ทว่ามันต้องใช้ ‘ตาหาเรื่อง’ จึงพบความเชื่อมโยงกัน เมื่อพบแล้ว ก็สามารถมั่วเรื่องได้อย่างเนียน ๆ

ในเรื่องยังใช้องค์ประกอบทางศิลปะที่เรียกว่า Golden Section จัดเป็นสัดส่วนที่งดงามที่สุด ผมใช้สัดส่วนนี้มั่วไปทั้งเรื่อง ทั้งในภาพเขียน รูปปั้น ทั้งที่อยู่ในตำราศิลปะ เช่น ภาพวาดอโฟรไดที และไม่อยู่ในตำราไหน เช่น ตำแหน่งดาวราศีธนู และแผนที่จังหวัดพิษณุโลก สองอย่างนี้ก็หมุนภาพจนเข้ากับสัดส่วน Golden Section จนได้

องค์ประกอบในเรื่องนี้มีทุกแบบและมีจำนวนมาก หากคุมไม่ดี เรื่องจะเละแน่นอน



ตัวละครคนหนึ่งที่มีบทบาททั้งเรื่องคือรัฐมนตรี ‘อันตร์ ชิตต์กุล’ มีที่มาจากนวนิยาย มังกรหยก ของกิมย้ง หนึ่งในห้าจอมยุทธ์ชั้นหนึ่งของแผ่นดินคือ ‘อั้งชิกกง’ ตัวละครคนนี้ชอบกินอาหารอร่อย ชื่อนี้แผลงเป็น ‘อันตร์ ชิตต์กุล’ โดยแปลงนิสัยชอบกินเป็นนิสัยคอร์รัปชัน กินทุกอย่างที่ขวางหน้า แน่นอน ในเรื่องนี้ ตัวละคร ‘กิมย้ง’ มาขอคำแนะนำจาก สาย ธารี ในการแต่งนิยาย สาย ธารี จึงแนะนำให้ปั้นตัวละครจากคนที่เขารู้จักคือ ‘อันตร์ ชิตต์กุล’ แล้วกิมย้งก็เอาไปแปลงเป็น ‘อั้งชิกกง’

ในเรื่อง มังกรหยก กิมย้งแต่งให้อั้งชิกกงมีวิชาตีสุนัข 36 กระบวนท่า เรื่องนี้ให้อั้งชิกกงเป็น อันตร์ ชิตต์กุล ในนัยหนึ่งก็บอกว่า เขามี ส.ส. ในสังกัด ลูกพรรค จึงมีวิชาตี ‘สุนัข’ ไว้ปรามลูกน้องให้อยู่ในโอวาท เป็นการเสียดสีการเมืองไทยที่หัวหน้าพรรคต้องมีวิธีกำหราบลูกพรรคเพื่อไม่ให้เสียงแตก

กรณีศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า การสังเคราะห์เรื่องเป็นกระบวนการคิดหาไอเดีย ไม่ใช่เนื้อเรื่องในตัวมันเอง มันก็ไม่เกี่ยวกับว่าเรื่องดีหรือไม่ดี ลุ่มลึกหรือไม่ลุ่มลึก หรือดูไม่เหมือนวรรณกรรมซีเรียสที่ต้องเขียนด้วยประสบการณ์ชีวิตท่วมท้น นักเขียนยังต้องทำงานด้วยประสบการณ์ โลกทัศน์ และมุมมองต่อชีวิต  และยิ่งมีประสบการณ์ชีวิตมากและวิสัยทัศน์กว้างไกล ก็ยิ่งสังเคราะห์ไอเดียได้มากขึ้น หลังจากนั้นนักเขียนจึงใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการแต่งเรื่องต่อไป ที่สำคัญคือมันให้สิ่งที่ห้องสมุดและอินเทอร์เน็ตอาจให้ไม่ได้


วินทร์ เลียววาริณ

www.winbookclub.com

25 ตุลาคม 2557

ส่งต่อให้เพื่อน :  
 
 
 
ความเห็นที่ 1
ลอยเล่นลม 26-10-2014 00:14

ตอนอ่านนิยายเรื่องนี้ เริ่มต้นอย่างเนิบๆ  แต่กลางเรื่องเป็นต้นไปพบว่าจินตนาการแตกกอต่อยอดไปได้รวดเร็วมาก  แล้วยังฮาไปกับเรื่องมุขตลกเสียดสีที่ใส่มาตลอดด้วย    ส่วนตัวพอจะได้อ่านและรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ใส่เข้ามา  เลยเข้าใจ อ่านไปก็นึกไปว่าส่วนนี้มาจากนิยายเรื่องไหน  หนังเรื่องอะไร  ยังคิดเลยว่า คนเขียนนี่ ทำไปได้เนอะ จับแพะชนแกะ ตีไข่ใส่สี มั่วได้ใจจริงๆ  ตัวเรื่องเองอาจจะไม่ลึก  ไม่มีสาระอะไรเท่าไหร่ แต่น่าประทับใจ น่าจดจำเพราะเป็นนิยายขนาดสั้นที่ฉีกแนวไปเลย สมกับคำโปรยที่ว่ายอดนิยายกวนตีนแห่งปี

 
ความเห็นที่ 2
sharing 26-10-2014 22:58

สวัสดีค่ะ คุณวินทร์

พอดีมีภาพที่ไปเที่ยวอังกฤษ เพื่อนชาวอเมริกัน ไม่เคยไปเมืองนอก ก็เลยส่งให้ดู เธอเอาภาพที่ได้ ไปปะติดปะต่อ เป็น คอลลาจ (Collage) ไว้ในบ้านเธอเอง และทำให้ ตามในภาพนี้ 

 

   ส่วนภาพดอกไม้ จากหัวหิน ที่เก็บภาพไว้จากในสวน

  เธอสนใจธรรมชาติ และดอกไม้ และจะช่วยหาคำตอบว่า

   ดอกไม้อะไร และภาพแปลกๆที่ส่งให้ ถ้าเธอไม่เคยเห็นในอเมริกา

   เธอมีน้ำใจว่างๆ ไปทำเป็นคอลลาจ มาให้เป็นของฝาก

 

     น้องๆคงจะได้เห็นตัวอย่างของจริง แบบหนึ่งของ คอลลาจ (Collage) จากสองภาพนี้

 

 
ความเห็นที่ 3
Patt 27-10-2014 07:41

yes สุดยอกครับตอนนี้

 
ความเห็นที่ 4
sharing 27-10-2014 13:47

อ่านหนังสือทุกเล่มของคุณวินทร์ ที่ชอบมากคือ หัวสมองจะไม่หลับ เพราะอะไร หรือ 

คิดว่าน่าจะความซับซ้อน ที่มีอะไรทำให้เราอ่านแล้ว สนุก เพลิน แต่เผลอไม่ได้

เพราะมีอะไรสอดไส้มากมาย

ยิ่งเรื่อง ผู้ชายคนที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่ 85 

เป็นหนังสือ ที่อ่านไปแล้วก็ได้แต่สั่นหัว ทั้งขำ เหลือเชื่อ

ไม่เชื่อสายตาว่ากำลังอ่านเรื่องอะไร เพราะมันเป็นอะไรที่แปลก นับตั้งแต่

การผูกเรื่อง แต่ละเรื่อง รวมหลายๆศาสตร์เข้าด้วยกัน

ยิ่งชื่อหนังสือ ก็กินขาดแล้ว ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน 

นักเขียน ต้องมีอะไรแปลกๆ

เหมือนอาหารรสชาติ ต่อให้อร่อยแค่ไหน กินซ้ำๆก็เบื่อ

แปลกๆที่คิดทำขึ้นเอง จากอาหารดั้งเดิม มาประยุกต์เป็นอาหารรสชาติใหม่

ที่ใครจับแทบไม่ได้ว่า จริงๆ ทำจากอาหารดั้งเดิมอะไร กินรสชาติหนังสือที่คุณวินทร์เขียนแล้ว

คนกิน ได้แต่เดากันยุ่งว่า อาหารรสชาตินี้ คุ้นปาก มาจากไหน 

แต่ความอร่อยจากรสชาติที่ได้จากหนังสือ ไม่รู้ลืม!

อย่างว่า ของพวกนี้แล้วแต่รสนิยม คนที่ชอบอะไรใส่น้ำตาลหวานๆ อาจจะตกใจ ในอรรถรสหนังสือของคุณวินทร์

 

อ่านหนังสือนิยาย เล่มนี้ ตอนนี้ ยังจำได้ ถึงความดื่มด่ำที่ได้อ่าน 

งานเขียนทุกเล่ม ที่ชอบมากคือ มีความแปลกใหม่

ผ่านการทำการบ้านมาอย่างมาก อ่านแล้ว สนุก ต้องใช้หัวคิด และความท้าทายของผู้เขียน

ที่ให้คนอ่าน อยากรู้ อยากหาคำตอบว่าที่ได้นั้น จริงแท้แค่ไหน

จากข้อมูลต่างๆที่ได้จากการอ่าน บทสรุปที่แหวกแนว

เป็นการกระตุ้นสมอง ไม่เหมือนนิยายทั่วไป ที่ส่วนใหญ่อ่านแล้วก็อ่านไม่จบ

แต่ของคุณวินทร์ ก่อนอ่านต้องเตรียมตัว เอาชามาสักแก้ว เพราะรู้ว่า คงติดโซฟา ไม่ได้ลุกไปไหน 

 

 

 

 
ความเห็นที่ 5
ต้นกล้า 27-10-2014 23:22
ชอบครับ สงสัยต้องกลับไปอ่าน 'ผู้ชายคนที่ตามรักเธอทุกชาติ' อีกครั้ง คงเข้าใจอะไรได้ดีขึ้น
 
 
 
แสดงความเห็น
 
 
Email
 
Password
 
 
    
 
หนอนในตะกร้า (รวมบทความทั้งหมด)
 
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 18
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 17
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 16
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 15
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 14
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 13
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 12
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 11
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 10
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 9
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 8
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 7
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 6
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 5
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 4
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 3
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 2
เงาของนักเขียนคนหนึ่ง ตอน 1
กบในหม้อน้ำ
วิชาที่ไร้ประโยชน์
ใต้เงาของคนอื่น
สร้างปัญหามาแก้
ไซ่ง่อนรำลึก
เสียงเพลงในกองขยะ
ขนมสอดไส้
สัญญาณจากสวรรค์
ระหว่างทางสู่ความสำเร็จ
ผักชี
งานฝีมือ
ห้องสามห้อง
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (9)
มนุษย์หมาป่า
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (8)
มีแผน v.s. วางแผน
นาฬิกาทราย
เนื้อคู่
หนึ่งในสามพันล้าน
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (7)
เครื่องกรอง
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (6)
เมียเก่า
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (5)
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (4)
ส.ค.ส. 2557 : ข้อแม้ของความสุข
สนับสนุนปฏิวัติด้วยรถถัง!
กล่องใส่ภูเขา ต้นมะพร้าว ทะเล เรือ หาดทราย
ไม่มีเงินไม่ต้องใช้
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (3)
ป้อมตำรวจ
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (2)
คุยกับมนุษย์ต่างดาว (1)
เรื่องน่าอัศจรรย์
ฉี่ไม่เข้าเป้า
ไดโนเสาร์หลังบ้าน
ยาเม็ดสีฟ้ากับยาเม็ดสีแดง
ระนาบที่สี่ของชีวิต
บนกับล่าง
เด็กเวร
ภาพเบลอ
กรอบของสนามเบสบอล
ตับหมู
ทุกข์ทบต้น
หนึ่งปีมี 400 วัน หนึ่งวันมี 22 ชั่วโมง
ซอมบี้
Fake!
ปลาปีนเขา
มนุษย์พิเศษ
บทเรียนหลังพวงมาลัยรถยนต์
นักเดินทาง
บุญสำเร็จรูป
ขนมจีบ
สมการชีวิต
100 เรื่องแปลก
โลกคู่ขนาน
ตายก็ตาย รอดก็รอด
เดินเท้าไปโรงเรียน
ความคิดกำหนดชะตาชีวิต
คนโชคดี
เปลี่ยนกระถาง
ฟีนิกซ์
วันเกิดปีที่ 3,500,000,000
นาฬิกาของนกฮูก
อิฐทีละก้อน
เดาสร้างทุกข์
ปิศาจในตัวเรา
หนังพากย์
กระถางเปล่า
นอนหลับ กินข้าวอร่อย
iJOBS
เศษสตางค์
ตลกอันตราย!
บ้านแตกเพราะ สตีฟ จ็อบส์
แตะหัวใจ
เมื่อหัวใจเต้นครั้งที่ 15,000,000,000
ชั้นดิน
ตอไม้
ฟ้าถล่ม
สายดิน
คุณค่าของชิ้นส่วนเล็กๆ
ยาใจ
ยอดฝีมือทำเก้าอี้
ด้านที่มองไม่เห็น
กำแพงขวางรัก
LAT
อาหารหมู
3G
“โลกไม่ยุติธรรมเลย”
ภาษาแผ่นดิน
แม่น้ำแสงจันทร์
ยานเวลามีจริง!
ช็อกโกแลตยัดไส้
ของพิเศษ
รักวัวให้ผูก รักลูกให้ IPAD
ทหารผ่านศึกกับเด็กชายขาพิการ
ตัวขี้เกียจ
ประกันใจตลอดชีวิต
ตาไม่ถึง (2)
ตาไม่ถึง (1)
ฟาดดาบ
ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน
ไฟปรารถนา
ในห้วงเหวของความตาย
แก้บน
หนึ่งวันของเมย์ฟลาย
กาลเทศะกับการใช้ชีวิตอย่างมีความงาม
ปลาที่ไม่ยอมขึ้นบก
หัวใจที่ไม่จมน้ำ
สะฮารา
แดดเที่ยง
รองเท้ากับแซกโซโฟน
โซดา
คนหัวใจเหล็ก
ลายมือ
ทุดง!
แลคโตบาซิลัส
หกลิตร
ครัวสุข ตอน สลัด
GPS
This is the latter.
พู่กันของ จุก เบี้ยวสกุล
Bad hair day & On the job training
Connection
Backfire
รถยนต์ใต้สะพาน
ทำดีไม่ได้ดี
Will I do it again?
หนอนในแอปเปิล
Grow old gracefully
ชีวิตย้อนคืน
46 วินาที
มีดีต้องอวด?
Mediocrity
อาย
It will pass.
สัมผัสพิเศษ
เครื่องมือชิ้นสุดท้าย
หัวใจใต้จุดเยือกแข็ง ตอน 2
หัวใจใต้จุดเยือกแข็ง ตอน 1
เด็กโง่
ขอบเขตความรักของพ่อแม่
ก่อนถึงเส้นตายรัก
หัวบันไดแห้ง
ตัด-หั่น-เจี๋ยน
ฉันกับเรา
สองปีกและตรวน
ผิดที่
ผู้หญิงของขงเบ้ง
เสื่อผืนหมอนใบ
somebody-nobody
เจ็ดชั่วโคตร
วิศวกรรมแห่งชีวิต
ยี่สกที่ไม่ยอมกินเบ็ด
เสิร์ฟกาแฟเจ้านาย
Dum spiro, spero
Between the devil and the deep blue sea
decoy
ปะติรู-ป-ระชาธิปไตย!
I Do a Dream
พื้นที่เสื่อมโทรม
White Lies
Homesick
ตุ๊กตาล้มลุก
ด่านรัก
Swinging!
วันนรก
บริหารเวลา
นิทานเรื่อง จีนกับใบมะขาม
บทความสัมมนาซีไรต์ 1999
ซีอีโอชีวิต
มุมงดงามที่เหลืออยู่
ฟุกุชิมะ 50
ตะกอนก้นแก้ว
สมมุติว่า...
จงทำชั่ว!
ฮะจิโค, รุสวอร์ป และ บ๊อบบี้
เกจ์น้ำมัน
ความฝันริมถนน
เถรตรง
15 Minutes of Fame
อำนาจของเสียงหัวเราะ
acquaintance
The end justifies the means
นิยายประหลาด
ปอดแหก
ก้นเหว
เสียงของหัวใจ
จูบตีน
สองมือเล็กๆ ของเราแต่ละคน
ชีวิตติดกับ
ปาฏิหาริย์ของจุดสีฟ้าอ่อน
ฟองน้ำ
Shit happens!
ริบบินสีเหลืองบนต้นไม้
เสียงไวโอลินที่ไม่มีใครได้ยิน
ช่องโหว่
“แล้วไงล่ะ?”
แรงดึงดูด
No life!
ตั๋วรถไฟครึ่งราคา
พลังของความพลิกแพลง
เดี๋ยวนี้!
คู่แท้
ยาวิเศษ
บทเรียนนอกตำรา
เปลือกนอกกับแก่นใน
Reset
อารมณ์ขันกันกระสุน
กระดุมเม็ดแรก
เซลล์ใหม่
โรจน์แม็พ
ของขวัญวันอังคาร
ปีกแห่งพระปรีชาชาญ
แตงโมสี่เหลี่ยม
ห้องเรียนของวั่นเล่าหยัง
ธรรมะในห้องน้ำ
สื่อสาน
ลูกปลาในแอ่งน้ำ
ไม้คาน
ยึด sub !
ศาสนาผี
จดหรือไม่จด?
เครื่องมือวิเศษ GT 200
ราคาคุย
เม็ดเกลือแห่งอหิงสา
ดาวอังคารเหนือต้นเชอร์รี
หลุมอากาศ
สื่อสังวาส 3
สื่อสังวาส 2
สื่อสังวาส 1
อยากให้คนอื่นจดจำคุณอย่างไร?
เสือกับหน้ากากมนุษย์
Blessing in Disguise
สวนสัตว์ (จบ)
สวนสัตว์ (1)
เสียดายที่...
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (3)
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (2)
เสียงบ่นของคนทำหนังสือคนหนึ่ง (1)
ก่อนที่ไฟจะดับ
ของหวาน
คนตาบอดในฤดูใบไม้ผลิ
เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก
ป้ายสต.
ความบังเอิญที่น่ารื่นรมย์
ชื่อเสียงกับความสุข
ออมสินเวลา
ยานเวลากับเครื่องมือพยากรณ์อากาศ
ประชดชีวิต
แอ๊ปเปิ้ลสีแดง
เครื่องมือ
When it rains, it pours.
ดร. เจคเคิล กับ มิสเตอร์ไฮด์
จุดเล็กๆ จุดหนึ่ง
ผัดไทยหนึ่งนาทีครึ่ง
เล่นให้จบเกม
แว่นตาดำ
คำบวกคำลบ
ล้มแล้วเหยียบ
มาราธอน
มองกว้างมองไกล
พ่ายแพ้อย่างสง่างาม
ชายผู้ระเบิดปรมาณูหล่นใส่หัวสองหน
ชาติมีราคาเท่าไร?
ความงามของความเงียบ
เช็กช่วยชาติ
ทูนอิน
รักข้ามพรมแดนสงคราม
เมืองขี้เมา (2)
เมืองขี้เมา (1)
ตุ๊กตาล้มลุก
สมุนไพรอันตราย 13 ชนิด
ตายอย่างหมดจด
เห็นมดเท่าช้าง
ถุงกาแฟ
ผงซักฟอก
พิษทางใจ
มากคนมากความ
เราควรรื้อถอนโครงสร้างของละคร 'น้ำเน่า' หรือไม่?
ปาร์ตี้ชีวิต
รักตัวเอง
แผ่นดินของเรา
หนทางสายที่สอง
ก่อนขึ้นเขาสูง
คนละเรื่องเดียวกัน
อกหักดีกว่ารักไม่เป็น?
อาตี๋สักมังกร
แผนที่โลกกลับหัว
เมื่อถูกถีบลงน้ำ
แก้มอีกข้างหนึ่ง
วิกฤติกับโอกาส
ฉัพพรรณรังสี
ปากมีไว้เพื่อ...?
ข้าวผัด
ชีวิตพอเพียง
ในแสงสุดท้ายของวัน
วาบหวิววิทยาลัย
คุณค่าของชีวิต ตอน 4 (จบ)
คุณค่าของชีวิต ตอน 3
คุณค่าของชีวิต ตอน 2
คุณค่าของชีวิต ตอน 1
เลขนำโชค
คนเราสามารถเป็นคนดีโดยไร้ศาสนาได้หรือไม่?
ท้องฟ้าเป็นผู้ชาย ดวงดาวเป็นผู้หญิง
คนใบ้ในห้องเรียน ตอนที่ 2
คนใบ้ในห้องเรียน ตอนที่ 1
คนจนห้ามท้องเสีย
ตบกะโหลกพระ
ในฤดูหนาวอันแสนนาน
ศูนย์แคลอรี
คำขอโทษ
เครื่องมือชิ้นหนึ่ง
เราสามารถก้าวไปถึงสังคมอุดมคติได้หรือไม่
เส้นโค้ง เส้นเว้า กับเส้นหยัก
โรคติดต่อ
วันที่ 1 มกราคม
แผลเป็นของ คิม ฟุก
แบบสอบถามชีวิต (3)
เสียงสุดท้ายให้โลกได้ยิน
แบบสอบถามชีวิต (2)
วนิดา
แบบสอบถามชีวิต (1)
ผลไม้วิเศษ
ผู้หญิงขอผู้ชายแต่งงาน
อำนาจเหนือธรรมชาติจะนำพาสังคมไทยไปถึงไหน?
คนอารมณ์ดี
หัวใจที่ชายแดน
ว่าด้วยความ 'เพอร์เฟ็ค'
เรื่องของ J
เครดิตกับภาพลักษณ์
อาชีพ : แม่บ้าน
หัวใจ Y
‘ฮาร์ท’ กับ ‘เฮด’
ย้อนกลับสู่ความเป็นระเบียบ
สุญญากาศ
เคียงไหล่ลูกน้อง
แมวที่ริมฝั่ง
รับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ (แห่งชีวิต)
‘คิดได้ไง’ กับ ‘คิดโง่ๆ’
ปฏิทินจักรวาล
คุณค่าของของทรัพยากร
ทาสของชื่อเสียง
จากความว่างเปล่าสู่ความว่างเปล่า
ความคงอยู่ของความมืด
จตุ-calm
บุญคุณกับกตเวทิตา
ลมปราณแห่งปัญญา
คนที่ไม่มีวันแก่
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
ปากที่เสกศิลป์
คนวิ่งชีวิต
ผู้หญิงผมขาวที่นั่งแถวหน้าสุดในห้องเรียน
ไวโอลินกับหมีแพนด้า
ในตอนจบวัน
สิ่งที่เรามีเหลืออยู่
ปีกหัก
เข็มทิศกับไวโอลินของไอน์สไตน์
ถึงจะเดินถอยหลัง ก็ยังต้องออกแรง
เสน่ห์ของความเรียบง่าย
ล้มแล้วลุกขึ้นมาโลดแล่นต่อไป
การมีชีวิตอยู่อย่างมีชีวิต
ไฟดับห้านาทีในหัวใจ
นางสาวมารยาท
0 นาทีก่อนเที่ยงคืน
บทเรียนที่โรงเรียนไม่ได้สอน
หมาแย่งก้อนเนื้อ
ผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อชะตากรรม
น้ำท่วมทุ่ง
โลกที่ไร้สิ่งกีดขวาง
ปัญหารัก
วิตามินชีวิต
มาจากอากาศธาตุ
ยิ่งน้อยยิ่งมาก
ปาฏิหาริย์แห่งการใช้สติและปัญญา
Happy Ever After
มือหยาบกร้านที่สานเก้าอี้ไม้ไผ่
นิสัยเสียที่เรียกว่า วิตก
รสชาติของชีวิต
ไม่มีวันยอมแพ้
ของปลอม
ริมแม่น้ำ
ฤดูกาล
อาซ้อกับหมูในอวย
ผลของการพยายามเอาใจทุกคน
นังอิจฉา
ความตายคือความรัก
บนโต๊ะอาหารเช้า
เบื้องบนมีแสงอาทิตย์และแสงดาว
รอยเท้าข้างเดียวของลีนา
รถไฟสองขบวน
การรอคอยของ ลี อัง
จุดฝันในม่านมืด
คุณค่าของกระดาษแผ่นหนึ่ง
ไกลกว่าที่ตามองเห็น
เสน่ห์ร้อยเปอร์เซ็นต์
คนที่เต้นรำที่หัวใจ
เบื่อคนบ่น
คนไม่ยอมแพ้ที่ปลายทางโลก
นางในฝัน
หนึ่งก้าวถัดไป
วันไม่ดี
เด็กสาวแขนขาดที่สี่แยก
ความฝันที่เก็บไว้ในลิ้นชัก
สิ่งที่ใครก็เอาไปจากเราไม่ได้
ในแสงสลัว
หลุมดำ
โอกาสที่สอง
โลกใบเล็กของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
วันเสียตัว
สุขพึงใจกับสุขชื่นใจ
อีแก่ที่ไม่มีใครต้องการ
อนุภาคที่มีวิถีชีวิตของมันเอง
ก้าวย่างแรก
ฮีอา ลี กับนิ้วทั้งสี่
รูบนกำแพงกั้นน้ำ
เสียงที่ไม่มีวันจางหายไปจากโลก
น้ำพุศักดิ์สิทธิ์
ไม้กางเขน
ความฝันโง่ๆ
ความดีความชอบ
กราบสามีก่อนเข้านอน
ชีวิตที่ดี
กลางสายฝน
สัตว์ประหลาดในโลกที่แสนสวยงาม
ทางเลือกของหัวใจ
เส้นตายกับคำท้าทาย
ยืนด้วยเท้าของตนเอง
จรรยาบรรณ
วิปริตธรรมชาติ
ยาขม
เข็มทิศ
วันแห่งความหวัง
Perception - Reality
ดีทอกซ์
รังที่สร้างด้วยรัก
บทเรียนที่สูญเปล่า?
ไหว้สัตว์ตาย
เนรคุณธรรมชาติ?
โลกของไอ้แก่
การศึกษากับปัญญา
ตัวกูของใคร
รักคนอื่นหรือรักตัวเอง?
บทเรียนจากตะกร้า
บทเรียนจากความเชื่องช้า
วิบัติสมมุติ
"ถ้ารู้อย่างนี้จะไม่..."
เจตนาดีกับลมปาก
งานใหญ่กับงานยิ่งใหญ่
ต้นรักในหัวใจ
ทวนน้ำ
ขนาดของหัวใจ
ไม้ผลัด
ส้มเปรี้ยวกับส้มหวาน
คนที่สิบเอ็ด
คำสุภาพกับมารยาทที่แท้
ก่อนเปลือกตาจะปิด
"ช่างมัน ฉันไม่แคร์"
ถ่ายน้ำมันเครื่อง
อภัยทาน
วันแห่งความรัก
ของใหม่
สองข้างทางสู่เส้นชัย
คนตาบอดบนสะพานแคบ
คุณค่าเล็ก ๆ ของตัวไร้ประโยชน์
งานทรมานกับงานในฝัน
สายน้ำกับความตาย
มาสาย-กลับดึก
31 ธันวาคม
ลอกคราบจากภายใน
กบเลือกงาน
ไม้แข็งกับไม้อ่อน
ไส้เดือนกับมังกร
ขาวกับดำ
ประโยชน์ของความไม่มี
รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง
เติมน้ำใสใส่หัวใจ
เปลือกของสุภาพชน
สายรุ้ง
Expiry Date
นาฬิกา
เสียน้อยเสียยาก
กติกา
ก็แค่ความไม่สะดวกเล็ก ๆ
ความยาวของหนึ่งวินาที
ข้างกำแพงสงคราม
ส่วนเกิน
เพลงรัก
อหิงสา
คนแก่ในสวนสีเขียว
ความอึด
The Evil Thing?
ความฝัน