• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    ประมาณปี 2544 พี่เรืองเดช จันทรคีรี บรรณาธิการนิตยสารสืบสวน-ฆาตกรรม รหัสคดี ส่งหนังสือรหัสคดีของ อี. ดับเบิ้ลยู. ฮอร์นัง มาให้ผมพร้อมโน้ตดังในภาพประกอบ  พี่เรืองเดชเป็นบรรณาธิการนิตยสารสืบสวน-ฆาตกรรม รหัสคดี หรือ detective stories ไม่ค่อยเห็นคนไทยเขียน ทั้งที่ยุคก่อนมีนักเขียนไทยหลายคนเขียน (รวมทั้งพนมเทียน)

    ตรงใจผมพอดี เพราะอยากทำงานชุดรหัสคดีแบบไทย ๆ มานานแล้ว และนึกครึ้มใจว่า วันหนึ่งจะขอลองเขียนนิยาย detective stories กับเขาบ้าง

    แต่ไม่อยากเขียนแบบเดิม

    ก็ผัดวันประกันพรุ่งมาเรื่อย

    อยู่มาอีกวันหนึ่ง เพื่อนสนิท - สุจิตร โสรจศรีโสม อยากได้บทภาพยนตร์เกี่ยวกับนักสืบ เพื่อทำเป็นซีรีส์โทรทัศน์ คาดคั้นให้ผมลงมือทำเสียดี ๆ มิฉะนั้นจะโทรศัพท์มากวนวันละสามเวลาหลังอาหาร ที่สำคัญคือเขาใจดีไม่โลภมากเลย ขอแค่ 26 ตอนเท่านั้น

    โดนเข้าไปสองแรงกระทุ้ง ผมจึงเริ่มหยิบปากกา

    ที่น่าประหลาดก็คือ เมื่อเริ่มเขียน ก็เกิดอาการหยุดไม่ลง (ซึ่งไม่ได้เกิดบ่อย ๆ ในชีวิตนักเขียน) เป็นโครงการเดียวที่ทำไปโดยไม่มีเบรกระหว่างทาง

    พุ่มรัก พานสิงห์ จึงได้ฤกษ์ถือกำเนิดแบบ ‘ผ่าท้อง’ ด้วยประการฉะนี้

    ผมเสนอโครงการนี้ต่อพี่เสถียร จันทิมาธร แห่งมติชนสุดสัปดาห์ โดยเขียนบทนำเสนอดังนี้ (ใช่ เสนองานก็ต้องมีบทนำเสนอแบบสร้างสรรค์!)

    ..............................

    ผมพบ พุ่มรัก พานสิงห์ ในมุมมืดหนึ่งของคาเฟ่ย่านดาวน์ทาวน์กรุงเทพฯ เขาดูเหมือนหลุดมาจากอีกโลกหนึ่ง สวมเสื้อผ้าฉูดฉาด โกรกสีเส้นผมแปล็บแปร๋น คาดแว่นตาดำกรอบหัวใจ พวงมาลัยเต็มคอ หน้าตาก็พอหล่ออยู่ในมาตรฐานไทยปนลาว

    เขาบอกว่าเขาทำงานนักสืบเป็นเพียงงาน ‘ไซด์ไลน์’ ทำมานานปี  ส่วนงานประจำของเขา? เขาไม่ตอบหากเอ่ย “ขอโทษ” และขอตัวไปขึ้นเวที

    เขาสืบเก่งหรือเปล่า ผมไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ คือน้ำเสียงเขาดีทีเดียว

    ใช่! พุ่มรัก พานสิงห์ เป็นนักร้อง ชอบกินลาบ ข้าวเหนียว ส้มตำ แจ่ว แซบอีหลี-ดีลิเฌียส เว้าอีสานปนไทยกลาง ดังนี้จึงไม่แปลกที่หลายคนเรียกเขาว่า ‘เสี่ยวนักสืบ’

    เขาไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับฉายานั้น ตอบเพียงว่า “ข้อยบ่แมนบักเสี่ยวนักสืบอีเล่น ๆ เด้อ”

    ความจริงแม้เขาจะทำงานนักสืบเป็นเพียงงานอดิเรก แต่เขาก็จริงจังกับงานอย่างยิ่ง หางเครื่องที่ไม่ประสงค์จะออกนามนางหนึ่งบอกว่า ความที่ใกล้ชิดผู้หญิงมากหน้าหลายตา ทำให้เขาเป็นคนช่างสังเกตและกลายเป็นนักสืบในที่สุด แต่คนชงเหล้าไม่เห็นด้วยและมองมุมกลับว่า การที่เขาช่างสังเกตทำให้รู้ใจสตรี จึงมีโอกาสใกล้ชิดผู้หญิงมากหน้าหลายตา และเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า ชีวิตของเขาขาดนารีมิได้

    เสร็จจากการร้องเพลง พุ่มรัก พานสิงห์ ฝากเรื่องของเขาผ่านผมมาให้อ่านกัน เขาว่าไม่ชอบเรื่องสืบสวนของเขาไม่ว่า ขออย่าเกลียดเพลงที่เขาร้องและผู้หญิงทุกคนที่เขารัก

    เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาไม่ใช่เรื่องสืบสวน หากคือความรื่นรมย์และ... ความรัก

    ..............................

    พี่เสถียรเปิดไฟเขียวให้ผ่านทันที

    พุ่มรัก พานสิงห์ ก็ถือกำเนิดมาด้วยประการฉะนี้

    คาแรคเตอร์ พุ่มรัก พานสิงห์ นั้นชัดเจนแต่วันแรก คือสืบแบบกวนตีน เหมือนเล่นตลกคาเฟ่ เล่นเอาฮา ไม่เน้นสาระ

    แต่ผ่านไปหลายปีและหลายเล่ม ก็เริ่มเข้าสู่สาระมากขึ้น หลายเรื่องสะท้อนสังคม โดยเฉพาะเรื่องล่าสุด คดีเปลนม สะท้อนการเมืองไทยที่กำลังพาชาติลงเหว ดังที่เคยเกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกและช่วงสงครามสี (เป็นเหตุผลที่เรื่องนี้ใช้ฉากปี 2553)

    นี่ก็คือบทบาทของนวนิยายที่จะอ่านเอาฮาก็ได้ เอาสาระก็ได้

    วินทร์ เลียววาริณ
    5-4-25

    .......................................

    ตอนนี้หนังสือ พุ่มรัก พานสิงห์ มีถึง 10 เล่มและมีโปรโมชั่นพิเศษ ชุดนักสืบ 10 เล่ม ในราคาพิเศษ ลดไปราวหนึ่งพันบาท

    จบงานหนังสือแล้ว จะขายราคาปกติ

    สนใจก็อ่านรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/photo/?fbid=1254539796034709&set=a.208269707328395 

    รับออร์เดอร์สุดท้ายวันที่ 6 เมษายน 20.00 น. เพื่อที่จะได้ส่งทางไปรษณีย์ในงานหนังสือทัน

    0
    • 0 แชร์
    • 31

บทความล่าสุด