-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
วันก่อนคุยเรื่องกรรม ต่ออีกนิด เพราะยังไม่จบ
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราใช้ปัญญาพิจารณาความสัมพันธ์ของเหตุและปัจจัย
แนวคิดทางพุทธจริง ๆ ชี้ว่า สรรพสิ่งเกิดขึ้นไปตามกฎแห่งเหตุและผล (cause-effect) และกฎแห่งเหตุและผลนั้นไม่ได้หมายเฉพาะถึงกฎแห่งกรรมอย่างเดียว มันยังเกิดจากกฎอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น พีชนิยาม (กฎเกี่ยวกับพืชพันธุ์ ปลูกพืชอะไรก็ได้พืชชนิดนั้น)
และอุตุนิยาม (กฎเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและดินฟ้าอากาศ เช่น อากาศร้อน เหงื่อก็ออก) เป็นต้น
คนที่มัวแต่หมกมุ่นกับกรรมเก่าและการแก้กรรม อาจสร้างกรรมใหม่โดยปริยาย เพราะการไม่ทำอะไรก็เป็นกรรมอย่างหนึ่งซึ่งจะส่งผลต่อเราในเวลาถัดไป
เป็นเรื่องง่ายที่จะโยนความผิดทุกอย่างให้กรรม และไม่ต้องทำอะไร แต่คนฉลาดจะคิดวิเคราะห์ว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตนมาจากเหตุปัจจัยอะไร
ต่อให้เรื่องกรรมในความเชื่อนี้เป็นจริง ก็ยังต้องลงมือทำ เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถทำให้ทุกคนรวยได้โดยนอนอยู่เฉย ๆ
พระไพศาล วิสาโล กล่าวว่า “หากไม่งอมืองอเท้าก้มหน้า ‘รับกรรม’ ก็คิดแต่จะ ‘แก้กรรม’ สถานเดียว แต่ไม่ขวนขวายที่จะสร้างกรรมใหม่ที่ดีงามขึ้นมา หรือเปลี่ยนเคราะห์ให้เป็นประโยชน์ เช่น เป็นเครื่องเตือนใจให้ตระหนักถึงความไม่เที่ยงของชีวิต หรือกระตุ้นให้เกิดความไม่ประมาท เร่งทำความดีงามขณะที่ยังมีเวลาและกำลังวังชาอยู่”
ชีวิตเราก็เหมือนที่ดินผืนหนึ่ง บางคนได้ที่ดินอุดมสมบูรณ์ บางคนไม่ได้ แต่เราก็ทำให้มันดีที่สุด
ถ้าผืนดินของเราเป็นดินแข็งหรือดินเสีย ปลูกอะไรไม่ขึ้น เราจะแก้กรรม หรือว่าหาวิธีแก้ไขดิน ปรับปรุงจนมันปลูกพืชได้?
ประเทศในแถบทะเลทรายหลายประเทศไม่ได้ทำพิธีแก้กรรมที่ปลูกพืชไม่ขึ้น แต่พัฒนาระบบชลประทานจนปลูกพืชได้
นี่ก็คือการสร้างกรรมดี และได้รับผลที่ดี
ไม่มีตำราแก้กรรมสักเล่มเดียวที่สอนให้แก้ปัญหาให้ตรงจุด แต่ให้อ้อนวอน ทำบุญให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเหลือ
มีแต่การหาทางลัด
เหล่านี้มิใช่พุทธศาสตร์ แต่คือไสยศาสตร์ และไม่ใช่ไสยศาสตร์ธรรมดา มันคือ ‘ไสยศาสตร์มักง่าย’
ตำราแก้กรรมทั้งหลายไม่เคยบอกว่า พวกเราทำกรรมอะไรในชาติก่อน ชาตินี้จึงต้องอ่านตำราแก้กรรม!
วินทร์ เลียววาริณ
29-8-25บางท่อนจาก หลับถึงชาติหน้า
รวมบทความต้านโหราศาสตร์และไสยศาสตร์
28 บทความ ราคา 220 = บทความละ 7.8 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
220 บาทนี้จะทำให้คุณประหยัดค่างมงายไปตลอดชีวิต
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วhttps://www.winbookclub.com/store/detail/168/หลับถึงชาติหน้า
โปรโมชั่นคู่กับเล่มอื่น คุ้มกว่า https://shope.ee/Vj8bA8a4u?share_channel_code=6
2- แชร์
- 32
-
"ท่านรัฐมนตรีรักชาติคะ ท่านมีความเห็นอย่างไรกับคำตัดสินของศาลคะ?"
"มันเป็นตถตา มันเป็นเช่นนั้นเอง"
"แล้วท่านรู้สึกยังไงที่ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย?"
"มันเป็นตถตา มันเป็นเช่นนั้นเอง"
"แล้วท่านจะไปตั้งรัฐบาลใหม่กับเขาไหม?"
"ผมมีความรู้ความสามารถ ก็ต้องช่วยพี่น้องประชาชน จะนิ่งดูดายได้อย่างไรเล่า"
"เอ๊ะ! อย่างนี้จะสง่างามหรือคะ?"
"มันเป็นตถตา มันเป็นเช่นนั้นเอง"
"แปลว่าไม่ว่าใครตั้งรัฐบาล ท่านก็จะเป็นรัฐมนตรี?"
"ผมมีความรู้ความสามารถ ก็ต้องช่วยพี่น้องประชาชน จะนิ่งดูดายได้อย่างไรเล่า"
"แต่มันเหมาะสมหรือคะ?"
"มันเป็นตถตา มันเป็นเช่นนั้นเอง"
"สรุปคือใครมาใครไป ท่านอยู่ตลอด?"
"มันเป็นตถตา มันเป็นเช่นนั้นเอง"
"ขอโทษนะคะท่าน ดูเหมือนท่านใช้คำว่า 'ตถตา' ผิดบริบท น่าจะใช้ 'ตัวกูของกู' หรือเปล่าคะ?"
"ที่ผิดน่าจะเป็นพระบางวัดมากกว่ามั้ง ใช้คำผิดหรือถูก โน อิมพอร์ตั้น ที่ เวรี่ อิมพอร์ตั้น คือเราทำงานให้พี่น้องประชาชน"
"สรุปก็คือท่านเป็นจิ้งจกตุ๊กแกเกาะเก้าอี้แน่น ไม่น่าเกลียดหรือ?"
"เพื่อพี่น้องประชาชน จะเรียกผมว่าอะไรก็ยอม ผมมีความรู้ความสามารถ ก็ต้องช่วยพี่น้องประชาชน จะนิ่งดูดายได้อย่างไรเล่า"
"สรุปคือประชาชนยังจะเห็นหน้าท่านอีกในรัฐบาลชุดต่อไป?"
"มันเป็นตถตา มันเป็นเช่นนั้นเอง เคี้ยกเคี้ยก"
วินทร์ เลียววาริณ
29-8-25681 วันที่ผ่านมา -
นี่เป็นการป้ายยา pre-order ครั้งสุดท้าย เพราะ pre-order สี่ภพ จะจบวันที่ 31 สิงหาคม
31 สิงหาคมจะเป็นวันสุดท้ายของการชำระเงินและส่งหลักฐาน pre-order
หลังจากนั้นเราจะหยุดรับออร์เดอร์ 2 สัปดาห์ เพื่อเคลียร์งานการผลิต การเซ็นชื่อ และจัดส่งท่านที่ pre-order ล่วงหน้า
เราจะวางขายแบบหนังสือปกติตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ทั้งทางเว็บไซต์และ Shopee ตามราคาปกจริงคือ 2,400.-
ซื้อทางเว็บไซต์ไม่คิดค่าส่ง และสามารถใช้คะแนน winpoint ได้ (เนื่องจากเป็นหนังสือปกติแล้ว)
ซื้อทาง Shopee คิดค่าส่งตามกฎของ Shopee (ถ้าใครมีคะแนนของ Shopee ก็น่าจะใช้ได้)
งานหนังสือเดือนตุลาคม มีจำหน่ายในราคา 2,200.- ถ้ามาซื้อเอง แต่ถ้าให้จัดส่ง ก็เป็นราคาปก 2,400.-
วินทร์ เลียววาริณ
29-8-25อ่านที่มาของงานชุดนี้ได้ที่ https://www.facebook.com/photo/?fbid=1348523389969682&set=a.208269707328395
อ่านรายละเอียดหนังสือได้ที่
https://www.facebook.com/photo?fbid=1352241359597885&set=a.208269707328395ตอนนี้พิมพ์จริงแล้ว สั่งซื้อ คลิก https://www.winbookclub.com/store/detail/254/4%20%E0%B8%A0%E0%B8%9E
ในหน้า pre-order สามารถคลิกอ่านตัวอย่าง 2 บทได้ฟรี
1 วันที่ผ่านมา -
2 วันที่ผ่านมา
-
วันก่อนผมยืนรอรถไฟฟ้าใต้ดิน เสียงโฆษณาจากโทรทัศน์ที่ชานชาลาดังมากและต่อเนื่อง และหนีไม่พ้น จากชานชาลาที่เดิมเคยเงียบ บัดนี้เสียงที่ไม่มีใครต้องการแทรกเข้ามาเรียบร้อยแล้ว
ขึ้นรถไฟฟ้าไม่ว่าแบบใต้ดินหรือเหนือดิน ก็มีโฆษณา ยัดเยียดให้ผู้โดยสารดู
ศูนย์การค้ากลางเมืองแห่งหนึ่ง เปิดดนตรีดังแม้แต่ในลานจอดรถที่ไม่มีคน (ยกเว้นคนจอดรถและคนเอารถออก) เป็นครั้งแรกที่รู้ว่ารถยนต์ก็เป็นสิ่งมีชีวิตชอบฟังเพลง ศูนย์การค้าแห่งนี้เปิดเพลงทุกจุด เข้าไปในห้องน้ำ จะเจอคลื่นเสียงสองสาย คลื่นหนึ่งคือเสียงเพลง อีกคลื่นหนึ่งคือเสียงประกาศให้ระวังโควิด-19 ที่จบไปนานแล้ว
ผมเป็นคนแก่ เข้าห้องน้ำทีจะใช้เวลานานกว่าคนหนุ่ม เพราะต่อมลูกหมากเสื่อม ก็ต้องยืนฟังคลื่นเสียงประกาศกับคลื่นเสียงเพลงตีกัน ทำให้ต่อมลูกหมากที่โดนคลื่นเสียงเสื่อมลงไปอีก
ศูนย์การค้า ร้านอาหาร แทบทุกแห่งต้องมีเสียงเพลง ในลิฟต์ก็มี
เดินไปตามถนน ก็มีเสียงนกหวีดของยามดังเป็นของแถม
ขึ้นแท็กซี่ก็ต้องเปิดเพลง
ครั้งหนึ่งผมบอกคนขับแท็กซี่ว่าช่วยปิดเพลงได้ไหม ได้ผลครับ คือผมต้องลงจากรถไปเรียกคันใหม่
แม้กระทั่งในสถานที่ที่ไม่ควรมีเสียงอย่างที่สุดเช่น สวนสาธารณะ ก็ยังเต็มไปด้วยมลพิษทางเสียง นิยมใช้เครื่องขยายเสียง ตั้งแต่การประกาศห้ามพาหมาเดินเล่น ไปจนถึงการใช้ไมโครโฟนร้องเพลงคาราโอเกะใต้ร่มไม้อย่างสุขสม แต่นกกาบินหนีหมด
ในช่วงเทศกาลรื่นเริง เรามักเห็นการจัดปาร์ตี้ยามดึกดื่นพร้อมเสียงดนตรีดังจากท้ายซอยถึงต้นซอย
ใช่ ไปที่ไหนก็มีเสียง
ใช่ เราเป็นชาติที่มีสิ่งหนวกหูมากที่สุดชาติหนึ่งในโลก
ที่แปลกก็คือไม่ค่อยมีใครคิดว่านี่เป็นเรื่องแปลก ไม่เห็นใครบ่นอะไร เราคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่มันไม่ใช่เรื่องปกติ
ความจริงที่หลายคนอาจไม่รู้หรือรู้แต่ลืมไปแล้วก็คือ การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังเกิน 85 เดซิเบล (เช่น เสียงนกหวีดกับเสียงแตรรถ) นาน ๆ เป็นอันตรายต่อประสาทหู
เราไม่ควรอยู่ในสภาวะเสียงที่ดัง 80-90 เดซิเบลนานเกินกว่าแปดชั่วโมงต่อวัน การฟังเสียงดัง 115 เดซิเบลนานเพียงสิบห้านาทีต่อวัน ทำลายเยื่อแก้วหูได้ ถ้าเกิน 110 เดซิเบลขึ้นไปเป็นอันตรายต่อหู เกิน 180 เดซิเบลคือหูพัง
จำไว้เป็นสูตรว่า ทุก ๆ 5 เดซิเบลที่เพิ่มขึ้น ให้ลดเวลาที่อยู่กับเสียงนั้นลงครึ่งหนึ่ง
แต่มันมีทางที่ดีกว่านั้น คือรู้จักเงียบบ้าง
การแก้ปัญหามลพิษทางเสียงก็เช่นเดียวกับการแก้ปัญหาการจราจรและอีกหลาย ๆ ปัญหา นั่นคือแก้ที่คน ไม่ใช่ป้ายห้ามใช้เสียง
สิ่งแรกที่ต้องแก้คือทัศนคติ
เราไม่จำเป็นต้องอยู่กับเสียงตลอดเวลา
เราอยู่กับความเงียบบ้างก็ได้ ไม่ทำให้อายุเราสั้นลง ตรงกันข้าม อาจทำให้ยาวขึ้น เพราะจิตนิ่งขึ้น
เงียบ ๆ ไว้บ้าง โลกจะสดใสขึ้นอีกมาก
จุ๊! จุ๊! เงียบหน่อยนะ
วินทร์ เลียววาริณ
28 สิงหาคม 25682 วันที่ผ่านมา -
ในเมืองไทย ผู้ชายกับผู้ชายมักพูดกันด้วยภาษาดิบ ยิ่งรักกันก็ยิ่งดิบ ซึ่งหนีไม่พ้นศัพท์ชื่อสัตว์บางประเภท
ถ้าพูดครับๆ คุณๆ ผมๆ ถือว่าไม่สุภาพ
วันก่อนคุณบริสุทธิ์พาลูกไปเที่ยว โดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน ในรถขบวนนั้นคุณบริสุทธิ์เห็นเพื่อนเก่าชื่อสิงห์ ไม่ได้พบเขามาหลายปีแล้ว แต่ทั้งสองสนิทกัน รักกันมาก สมัยที่เรียนหนังสือ คุณบริสุทธิ์กับสิงห์อยู่ในหอพักห้องเดียวกัน
สิงห์ทักคุณบริสุทธิ์ “อ้าว! ไอ้เวร มาทำอะไรที่นี่วะ?”
คุณบริสุทธิ์ตอบ “พาลูกไปเที่ยวว่ะ มึงล่ะ ไอ้เหี้ย หายหัวไปนานเลย มึงยังไม่ตายอีกหรือวะ”
สิงห์หัวเราะ “ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ยังไม่ตายว่ะ ไอ้สัตว์ ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงมาก ไอ้เวร”
“เออ! แล้วนี่มึงแต่งงานแล้วยังเนี่ย?”
“แต่งแล้ว มีลูกสองคน”
“ไอ้เหี้ย ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างมึงมีคนเอาด้วย”
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! กูก็สงสัยเหมือนกัน”
รถไฟถึงสถานีของคุณบริสุทธิ์ คุณบริสุทธิ์บอกเพื่อนรัก “ไปละ แล้วว่าง ๆ ค่อยนัดกินข้าวกัน คราวนี้มึงอย่าเบี้ยวล่ะ ไอ้เหี้ย”
คุณบริสุทธิ์บอกลูก “ลาคุณลุงซิลูก”
ลูกชายตัวเล็กยกมือไหว้เพื่อนเก่าของพ่อ พูดเสียงดังไปทั้งขบวนรถว่า “สวัสดีครับ ลุงเหี้ย”
สวัสดีวันพฤหัส ขอให้มีความสุขโดยถ้วนหน้ากัน
วินทร์ เลียววาริณ
28-8-25บางท่อนจาก เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์ฯ
(นวนิยายแนวใหม่ที่นำขำขันตลกๆ ระดับ ‘ขำกลิ้ง’ 400 เรื่องมายำเป็นนวนิยาย)
ค่าคลายเครียดแค่ 330 บาท เฉลี่ยขำละ 80 สตางค์
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วโปรโมชั่น https://www.winbookclub.com/store/detail/196/แพคเกจพิเศษ%203%20in%201
Shopee
เดี่ยว https://s.shopee.co.th/1VjWGyXzed
https://s.shopee.co.th/9A8xPCjmLp3 วันที่ผ่านมา