-
วินทร์ เลียววาริณ2 วันที่ผ่านมา
ลอร์ด เนลสัน แม่ทัพเรือผู้ยิ่งใหญ่ เป็นคนเมาคลื่น
โฮเรชิโอ เนลสัน เป็นเด็กร่างผอมเล็ก ป่วยเป็นประจำ เมื่ออายุสิบสองขวบ พ่อจึงส่งไปเป็นลูกเรือ เนลสันใช้เวลาหลายปีไต่เต้าจนเป็นกัปตันเรือ
เมื่อ นโปเลียน โบนาปาร์ต ยาตราทัพไปทั่วยุโรป เนลสันก็เข้าสู่สงคราม สู้รบจนได้รับบาดเจ็บ ตาข้างขวาบอด และในสงครามครั้งถัดมา เขาก็เสียแขนขวา
หากเป็นกัปตันคนอื่น ก็คงเลิกประจำการไปแล้ว แต่เนลสันไม่ยอมเลิก เขาประจันหน้าทัพนโปเลียนที่อียิปต์ เอาชนะศัตรูอย่างงดงาม ในสงครามครั้งนี้ เขาบาดเจ็บที่ศีรษะ สมองถูกกระทบกระเทือน แต่เขายังคงไม่ยอมเลิก
ในสงครามใหญ่ครั้งหนึ่ง ผู้บัญชาการของเนลสันส่งสัญญาณให้เขาถอยหนีข้าศึก เนลสันหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมามองด้วยตาข้างขวา และบอกว่า "ไม่เห็นมีสัญญาณอะไรเลยนี่หว่า!"
เมื่อยืนหยัดสู้ ทัพเรือของเขาก็ชนะข้าศึก
ในสงครามครั้งสุดท้ายของเขา เนลสันต่อกรกับกองทัพเรืออันเกรียงไกรของฝรั่งเศส-สเปน เนลสันถูกศัตรูนักแม่นปืนยิงบาดเจ็บสาหัส นอนรอความความตายอยู่หลายชั่วโมง แต่เขาก็ไม่ยอมตายจนกว่าจะได้ยินว่าทัพเรือของตนชนะ
นานมาแล้ว ผมอ่านจากหนังสือเล่มหนึ่งที่สอนว่า เวลาเผชิญปัญหาใด ๆ เช่น ความป่วยไข้ ความผิดหวัง ฯลฯ ให้บอกตัวเองว่า ปัญหานั้นก็เป็นเพียง "just a little inconvenience" (ก็แค่ความไม่สะดวกเล็ก ๆ)
ปัญหาในโลกนี้แบ่งออกเป็นสองอย่าง อย่างหนึ่งคือปัญหาจริง อย่างหนึ่งคือปัญหาที่ฝันขึ้นเอง (Imaginary problem)
หากพิจารณาดูตัวปัญหาของเราให้ดี อาจพบว่าบางปัญหาเป็นเพียงจินตนาการเชิงลบเท่านั้น เช่น "ตายแน่เลย ถ้าเราขายงานนี้ไม่ผ่าน"
หรือ "หน้าตาอย่างเรา ใครเขาจะเหลียวแล" ฯลฯ
ที่ตลกก็คือ แม้แต่ปัญหาจริงก็ยังมีการแบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ
ใบหน้ามีสิวสำหรับใครคนหนึ่ง อาจเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขนาดจะฆ่าตัวตาย สำหรับอีกคนอาจเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง
การตกงานสำหรับคนหนึ่งคือความล้มเหลวเลวร้าย สำหรับอีกคนหนึ่งอาจเป็นประตูสู่ชีวิตใหม่
เมื่อพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน จะพบว่าส่วนหนึ่งเป็นปัญหาที่เราจินตนาการเอง และอีกส่วนหนึ่งเป็นปัญหาที่เราทำให้มันหนักหนากว่าตัวปัญหา หรือเห็นหมูเท่าช้าง
อาจเหลือปัญหาจริง ๆ ไม่ถึงหนึ่งในสิบ
ดังนั้นทัศนคติต่อปัญหา จึงสำคัญมากกว่าตัวปัญหาเอง
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นปัญหา มันก็เป็นปัญหา
ถ้าคิดว่ามันเป็นปัญหาใหญ่ มันก็เป็นปัญหาใหญ่
และถ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก มันก็รบกวนเราได้แค่ 'ความไม่สะดวกเล็ก ๆ'
วินทร์ เลียววาริณ
9-3-261- แชร์
- 51
-

วันก่อนผมจินตนาการว่ากำลังขับรถบนทางด่วน ทันใดนั้นทางด่วนเบื้องหน้าก็พังทลายลงไป ผมหยุดรถกะทันหัน แลเห็นรถหลายคันที่หยุดไม่ทันร่วงตกลงไป มองไปทางซ้าย เห็นควันดำและแสงสว่างจ้าของระเบิด หลายตึกล้มถล่มลงมา มองไปทางขวา ควันทะมึน ที่เส้นขอบฟ้า ตึกรามบ้านช่องลุกเป็นไฟ
ใช่ ผมกำลังจินตนาการ แต่สำหรับชาวอิหร่านในเวลานี้ มันคือเรื่องจริง
ราวอาทิตย์ก่อน นายกฯสเปนออกมาประณามสหรัฐฯและอิฐเอนที่ก่อสงคราม บางคนบอกว่าเขาอยู่ฝ่ายอิหร่าน
มันไม่ใช่เช่นนั้น นายกฯสเปนไม่ได้อยู่ฝ่ายอิหร่าน อาจไม่ได้รักอิหร่านสักนิด เขาแค่ชี้ให้เห็นว่า การถืออำนาจบาตรใหญ่อย่างนี้ไม่ถูกต้อง
บ้านเมืองมีขื่อมีแป โลกก็เช่นกัน
คนไทยจำนวนไม่น้อยก็ไม่ได้ชอบอิหร่านเลย บ้างเกลียดอิหร่านด้วยซ้ำ แต่เข้าข้างอิหร่าน ก็เพราะเหตุผลเดียวกันนี้
โลกควรมีกฎ มีกติกา นี่ไม่ใช่โลกเมื่อห้าหมื่นปีก่อนที่ใช้กฎแห่งป่า ใครแข็งแรงกว่าจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ
สงครามครั้งนี้ อเมริกาเรียนรู้ว่า ไม่ทุกประเทศที่ถูกรุกรานยอมศิโรราบ สหรัฐฯอาจเคยชินมานานว่า พูดอะไรทำอะไร ทุกคนก็เกรงใจ
ลีกวนยูเคยเขียนหนังสือเล่มหนึ่งว่า สหรัฐฯเก่ง แต่มีจุดอ่อนยิ่งใหญ่คือ hubris
ฮิวบริสแปลว่า โอหัง
ชาวยุโรปก็มี hubris เพราะเคยเป็นนักล่าอาณานิคม ทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่เมื่อเจอนักล่าอาณานิคมที่ใหญ่กว่า ก็แปลงร่างเป็น 'หงอ' คง
ลิงหงอคงหลายตัวนี้คงความหงอ ก้มหน้าศิโรราบให้ท่านพ่อ ยกเว้นไม่กี่ประเทศที่หาญกล้าท้าทาย เช่น อิหร่าน เกาหลีเหนือ จีน รัสเซีย
ผลก็คือโดนอบรมหลักสูตร Tariff 101, Sanction 101, War 101
เชื่อกันว่าขณะที่สหรัฐฯและอิฐเอนงัดอาวุธต่างๆ มาถล่มอิหร่าน จีนกำลังศึกษายุทธศาสตร์และอาวุธของสหรัฐฯอย่างเงียบๆ
นี่คือบทเรียนสงครามจริงที่บางทีวันหนึ่งจีนอาจต้องใช้กับสหรัฐฯ
ตามหลัก "รู้เขารู้เรา" ของซุนหวู่
จีนรู้ว่าพฤติการณ์ของสหรัฐฯผิดพลาดแน่ สร้างศัตรูไปทั่ว และท้ายที่สุดประเทศต่างๆ ก็จะตีตัวออกห่าง หรือหาทางอยู่ด้วยตัวเอง
แต่จีนถือคติของนโปเลียนที่ว่า "อย่าขัดจังหวะศัตรูเมื่อกำลังทำเรื่องผิดพลาด" (Never interrupt your enemy when he is making a mistake.)
มีคนถามว่า ดูเหมือนตั้งแต่เกิดสงครามมา จีนหายไปไหน อิหร่านหัวเดียวกระเทียมลีบ รบอยู่คนเดียว ทั้งที่อิหร่านก็เป็นประเทศในกลุ่ม BRICS
อักษร I ในคำนี้ไม่ได้ย่อจาก IPhone หรือ IPad แต่ย่อมาจาก Iran
อย่าลืมว่า BRICS ไม่ใช่องค์กรทางทหาร เป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ต้านการพึ่งดอลลาร์
แต่อิหร่านก็เกี่ยวข้องกับโครงการ Belt and Road Initiative ที่จีนริเริ่ม และมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนอย่างแนบแน่น
นักวิเคราะห์เชื่อว่า จีนไม่ได้ทิ้งอิหร่าน แต่อยู่หลังฉาก ส่งเครื่องมือและยุทโธปกรณ์ไปช่วยแบบไร้เงา ไร้รอยเท้า
มาถึงบรรทัดนี้ขออธิบายศัพท์คำหนึ่งคือ speculation
speculation คือการตั้งทฤษฎีหรือข้อสังเกตจากข้อมูลที่ไม่ครบ เป็นการคาดเดาหรือคุยเล่นอย่างหนึ่ง แต่ไม่ได้แปลว่ามันผิดเสมอไป
ยกตัวอย่างเช่น เราอาจ speculate ว่าเกิดอะไรขึ้นที่เทล อาวีฟ โดยประเมินจากข่าวฝั่งอิหร่านว่ายิงจรวดไปมากแค่ไหน แต่เราไม่มีข้อมูลจากฝั่งอิฐเอนเลย เพราะมีบทลงโทษการส่งข่าวสงครามออกไป เราจึงทำได้แค่ speculate แต่เมื่อพิจารณาข้อมูลจากด้านอื่นๆ แล้ว ก็อาจ speculate ได้ว่าอิฐเอนคงโดนหนัก ประมาณกาซา
อีกหนึ่ง speculation ที่อิงข้อมูลฝั่งอิหร่านคือ เมื่อเกิดความรุนแรงในการเดินขบวนที่อิหร่านเมื่อต้นปีนี้ โดยความสนับสนุนของซีไอเอและมอสสาด ที่เริ่มโดยการทำลายค่าเงินอิหร่าน สัญญาณอินเทอร์เน็ตถูกตัด สหรัฐฯส่งเครื่องมือรับสัญญาณ Starlink เข้าไปในอิหร่าน จีนและรัสเซียก็มีบทบาททำลาย Starlink จนทำให้การลุกฮือหมายให้เป็น Colour revolution ล้มเหลว
ความจริง Colour revolution หมายถึงการลุกฮือโดยสันติ แต่การชุมนุมครั้งนั้นเกิดความรุนแรง มีคนนอกเข้ามาฆ่าคนตาย
ข่าวนี้ไม่อยู่ในสื่อตะวันตก
เอาละ แล้วจีนช่วยอิหร่านในรอบนี้อย่างไร?
ไม่มีสำนักข่าวใดฟันธง ทำให้ตอนนี้มันเป็นแค่ speculation แต่ดูเหมือนเชื่อกันในทิศทางเดียวกันว่า เรือสายลับของจีนสามหมื่นตันชื่อ เลี่ยววั่ง-1 (Liaowang-1 瞭望-1) น่าจะมีบทบาทสูง
瞭望 แปลว่า เฝ้าระวัง ก็ทำหน้าที่เฝ้าระวังตามชื่อ
ตอนนี้เลี่ยววั่ง-1 จอดอยู่ในน่านน้ำสากลใกล้อ่าวโอมาน เชื่อกันว่ากำลังสอดแนมการทำงานของสหรัฐฯและน้องอิฐ และเชื่อกันว่าน่าจะส่งข้อมูลไปให้อิหร่านแบบเรียลไทม์ รวมกับเรดาร์ที่มอบให้ น่าจะทำให้อิหร่านยิงขีปนาวุธได้แม่นยำ
พูดง่ายๆ คือยกเรดาร์มาไว้กลางน่านน้ำสากล
ลองดูรูปเรือลำนี้ ติดเรดาร์ทั้งลำ
แล้วอเมริกาทำอะไรกับเรือสายลับลำนี้ได้ไหม?
คำตอบคือไม่ได้ หากจมเรือลำนี้เมื่อไร ก็คือดึงจีนเข้ามาร่วมรบในภูมิภาคนี้ และอาจบานปลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3
นี่คือไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่
สหรัฐฯคงด่าจีนไม่ได้เต็มปาก เพราะสหรัฐฯเองก็ส่งข้อมูลทางทหารของรัสเซียไปให้ยูเครนแบบเรียลไทม์เหมือนกัน
เมื่อต้นปีนี้ที่ยูเครนส่งโดรน 91 ลำไปลอบสังหารปูตินถึงบ้าน รัสเซียตรวจสอบซากโดรนเหล่านั้น พบชิ้นส่วนชิพที่เป็นของสหรัฐฯ
สหรัฐฯบอกว่า "เราไม่เกี่ยว"
รัสเซียบอกว่า "จริงหรา" แล้วส่งชิพของซากโดรนไปให้สหรัฐฯดู
เราไม่รู้ว่ารัสเซียช่วยอิหร่านในสงครามครั้งนี้อย่างไร เพราะปูตินไม่ชอบออกข่าว
แต่ปูตินน่าจะช่วย เพราะยังไม่หายเคืองสหรัฐฯที่ร่วมมือกับยูเครนพยายามลอบสังหารตน
เช่นกัน รัสเซียก็กำลังเฝ้าดูสงครามนี้อย่างเงียบๆ ถือหลักอย่าขัดจังหวะศัตรูเมื่อกำลังทำเรื่องผิดพลาดเช่นกัน
และกำลังนับเงินที่ได้จากการขายน้ำมันเพิ่ม เพราะทุกประเทศที่เคยด่ารัสเซียเข้าคิวขอซื้อน้ำมัน
และสำหรับอินเดียที่เลือกไปกอดคออิฐเอนนั้น ปูตินไม่ลดราคาให้
วินทร์ เลียววาริณ
10-3-260 วันที่ผ่านมา -

มัวแต่คุยเรื่องสงครามจนลืมทำงานขายของ
เฮ้อ! ธุรกิจพันล้านของเราปั่นป่วนหมด
เอ้า! สำหรับคนที่ไม่รู้ หรือรู้แล้วแต่ยังเป็นกบในหม้อน้ำร้อน ขอแจ้งข่าวให้ทราบว่าหนังสือใหม่สองเล่มของผมขายจริงแล้ว
คือ ฮานอย ฮิลตัน + Mini Wabi-sabi
รีบซื้อหน่อย ถ้าไม่ซื้อ คนเขียนก็ต้องหยุดเขียนเรื่องสงคราม มาขายของแทน
แน่ะ! มีการขู่ด้วย!
.......................
โปรโมชั่นคู่ + ของแถม
ฮานอย ฮิลตัน + Mini Wabi-sabi
Shopee กดลิงก์ https://s.shopee.co.th/9KcvAI37ab
ผ่านเว็บไซต์ วินทร์ เลียววาริณ กดลิงก์ https://www.winbookclub.com/store/detail/257/ฮานอย%20ฮิลตัน%20+%20Mini%20Wabi-sabi.......................
เล่มเดี่ยว ฮานอย ฮิลตัน
Shopee กดลิงก์ https://s.shopee.co.th/Li6RoqCLa
ผ่านเว็บไซต์ วินทร์ เลียววาริณ กดลิงก์ https://www.winbookclub.com/store/detail/258/ฮานอย%20ฮิลตัน.......................
เล่มเดี่ยว Mini Wabi-sabi
Shopee กดลิงก์ https://s.shopee.co.th/3Vf8DfwaFn
ผ่านเว็บไซต์ วินทร์ เลียววาริณ กดลิงก์ https://www.winbookclub.com/store/detail/260/Mini%20Wabi-sabi0 วันที่ผ่านมา -

เราเปรียบคนที่รู้สึกตัวช้าเหมือนกบที่ถูกจับใส่ในหม้อน้ำบนเตาไฟ ถ้าน้ำในหม้อเดือดปุด ๆ กบจะสะดุ้งแล้วกระโจนหนีออกไปทันท่วงที แต่หากใส่กบในหม้อน้ำเย็นปกติ แล้วค่อย ๆ ติดไฟอ่อน ๆ กบจะยังคงรู้สึกสบายในหม้อน้ำ กว่าจะรู้ว่าน้ำเดือด ก็อาจกลายเป็นกบสุกไปแล้ว
มองไปรอบตัว ทั้งปัจเจกและองค์กรจำนวนมากเป็นเช่นกบในหม้อน้ำที่ติดไฟอ่อน ๆ องค์กรหลายแห่งเป็นอย่างนี้ เมื่อยอดขายยังดีอยู่ ก็ไม่คิดปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไร รู้ตัวอีกทีก็ถูกบังคับให้ปิดกิจการเสียแล้ว แม้แต่ในระดับรัฐบาลหรือประเทศก็เช่นกัน สภาวะรัฐล้มเหลวจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเสมอ ว่าก็ว่าเถอะ เราเสียกรุงครั้งที่สองก็เพราะความรู้สึกช้าไม่ใช่หรือ?
การทำงานดีอย่างเดียวจึงไม่พอ สินค้าและบริการดีอย่างเดียว ก็ไม่พอ ประเทศมีทรัพยากรธรรมชาติล้นเหลือก็ยังไม่พอ ต้องมีวิสัยทัศน์ด้วย รู้ว่าโลกภายนอกเปลี่ยนไปอย่างไร และเตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงนั้น ถ้าทำตัวเป็นเต่าขำช้าหรือกบที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก็อาจเดือดร้อน และที่สำคัญ ยิ่งรู้สึกตัวช้ายิ่งจ่ายราคาแพง
ความรู้สึกช้ามักเกิดจาก ‘ความชาด้าน’ สิ่งที่ทำให้ชาด้านจนรู้สึกตัวช้ามีหลายอย่าง เช่น ความสุขสบายทางกาย ความมั่นคงของตำแหน่งการงาน รายได้ที่มาอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น ทำให้เชื่อว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว แต่ทุกคนตกงานได้เสมอ ทุกองค์กรล้มได้เสมอ ใครประมาทก็ตายก่อน
นี่เป็นโลกของการแข่งขัน มันเป็นไฟท์บังคับ ไม่ว่าชอบหรือไม่ก็ตาม เราถูกบังคับให้ต้องแข่งขันโดยอัตโนมัติ
โชคดีที่ความรู้สึกช้ารักษาได้ หลักการง่าย ๆ คือไม่ประมาท และมีวิสัยทัศน์
ไม่ประมาทคือเตรียมตัวให้พร้อม ทันโลก อัปเกรดตัวเอง ให้ทันความเปลี่ยนแปลงของโลก
มีวิสัยทัศน์คือมองกว้างมองไกล อ่านสถานการณ์ออก แม้ในช่วงที่เหตุการณ์ทุกอย่างดูเป็นปกติที่สุด
คนจำนวนมากตกงานตอนแก่เพราะใจเย็น คิดว่าไม่เป็นไร งานมั่นคงแล้ว เราซื่อสัตย์กับองค์กรมาโดยตลอด ตัวเองปลอดภัยแล้ว ไม่เคยคิดอัปเกรดสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเอง ไม่เคยเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังมา
องค์กรและประเทศที่ประสบความสำเร็จในโลกคือพวกที่มองไกลออกไปนับ 20-50 ปี บางประเทศวางรากฐานการศึกษาล่วงหน้าหลายสิบปี สร้างโครงสร้างพื้นฐานรอไว้ก่อน นี่คือวิสัยทัศน์หรือการมองการณ์ไกล ที่เรียกหรู ๆ ว่า vision
องค์กรชั้นนำทุ่มทรัพยากรไปกับการค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำรอไว้ก่อน เมื่อความจำเป็นมาถึง ก็เป็นรายแรกที่สามารถตอบสนองความต้องการนั้น สิงคโปร์สร้างรถไฟฟ้าใต้ดินตั้งแต่สมัยที่การจราจรยังไม่ติดขัด ขยายสนามบินตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีความจำเป็น สร้างแคมปัสใหม่ ๆ เชื่อมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ให้ทุนเด็กเก่ง ๆ จากทุกประเทศมาเรียน แล้วมอบสถานะพลเมืองให้ ฯลฯ ทั้งนี้เพราะสิงคโปร์เป็นประเทศที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ จึงต้องคิดไกลไว้ก่อน
พวกที่ประมาทคือพวกที่รอจนเกิดปัญหาค่อยแก้ไข เช่น รู้ว่าทุกปีน้ำหลาก ก็รอจนน้ำมาก่อน แล้วค่อยแก้ไปทีละปี มีป่าก็ตัดไปเรื่อย ๆ โดยไม่มองไปไกล ๆ ว่าหากไม่มีป่า มันจะกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งประเทศอย่างไร
ในสเกลใหญ่ระดับโลก หลายประเทศยังแกล้งปิดตาตัวเองบอกว่าโลกร้อนเป็นเรื่องโกหก เพียงเพราะไม่ต้องการเสียเงินแก้ไขปัญหาของวันนี้ ไม่ยอมมองไปไกล ๆ ว่า เมื่อสิ่งแวดล้อมของโลกจุดใดจุดหนึ่งถูกทำลาย โลกทั้งใบจะได้รับผลกระทบเหมือนกัน และราคาของการแก้ไขปัญหาในวันนั้นจะแพงกว่าวันนี้หลายสิบเท่า หรืออาจแก้ไขไม่ได้เลย
วินทร์ เลียววาริณ
10-3-26อ่านฉบับเต็มได้จาก ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราว
31 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 190 บาท = บทความละ 6.1 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
เล่มเดี่ยว https://www.winbookclub.com/store/detail/137/ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราวโปรโมชั่นพิเศษชุด
https://www.winbookclub.com/store/detail/235/R4%20%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%2041 วันที่ผ่านมา -

(เพื่อให้เพจปลอดภัย ขออนุญาตสะกดผิดบางคำนะครับ และกรุณาคอมเมนต์อย่างสุภาพ ถ้ายังจะอ่านต่อ)
วัยเด็กของผมผ่านไปกับสงครามเวียดนาม เวลานั้นจอมพลถนอม กิตติขจร ยอมให้สหรัฐฯมาตั้งฐานทัพเจ็ดแห่งในไทย เพื่อให้สหรัฐฯบินไปทิ้งระเบิดที่เวียดนามเหนือง่ายขึ้น
ในตอนนั้นกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของเครื่องบินอเมริกาซึ่งโจมตีเวียดนามเหนือ บินไปจากฐานทัพเจ็ดแห่งในไทย ดอนเมือง อู่ตะเภา ตาคลี โคราช อุบลฯ อุดรฯ นครพนม เครื่องบิน บี-52 ขึ้นฟ้าตลอดเวลา อาทิตย์ละพันเที่ยว ทิ้งระเบิดปูพรมถล่มเวียดนาม กัมพูชา และลาว ระหว่างปี 2508 จนถึงปี 2516
ทหารสหรัฐฯกว่าห้าแสนคนลงพื้นที่ อเมริกาทิ้งระเบิดที่เวียดนามมากกว่าแสนเที่ยว สามเท่าของระเบิดที่ใช้ทั้งหมดในสงครามโลกครั้งที่สอง นั่นคือกว่าเจ็ดล้านตัน มากจนผู้บัญชาการทหารอากาศของสหรัฐอเมริกา เคอร์ติส เลอเมย์ บอกว่า "เราจะถล่มพวกมันจนกลับสู่ยุคหิน!”
แต่เจ้าเวหาก็ยังแพ้สงคราม เพราะขณะที่สหรัฐฯรบแบบมาตรฐานสงครามทั่วไป เวียดกงรบแบบจรยุทธ์
ภาษาอังกฤษเรียก Asymmetric warfare
หลักการของ Asymmetric warfare คือฝ่ายที่อ่อนแอกว่า กำลังน้อยกว่าจะไม่สู้กันตรงๆ แบบประสานงา แต่รบแบบลอบสังหาร ก่อวินาศกรรมฝ่ายตรงข้าม ฯลฯ
อยู่ในเงามืด ขณะที่อีกฝ่ายอยู่ในที่สว่าง เวียดกงรบแบบลากยาว
ในสงครามอิหร่านรอบนี้ สหรัฐฯไม่สามารถรบนานเป็นปีได้ การเลือกตั้งมิดเทอมจะเกิดขึ้นในปลายปี ทรัมป์ต้องชนะให้ได้ก่อนเวลานั้น ไม่งั้นคะแนนร่วง
ขณะที่แสนยานุภาพสหรัฐฯและอิฐ'เอลกำลังปลดปล่อยชาวอิหร่านให้เป็น 'อิสระ' โดยถล่มพลเรือนอิหร่านจนราบ โลกก็อยากรู้ว่า ใครจะชนะสงคราม สหรัฐฯกับอิสราเอล หรืออิหร่าน?
ในมวยรอบแรก ดูเหมือนฝ่ายรุกรานจะทำลายอิหร่านไปได้มาก จนนายพลอเมริกันบอกว่า เราคุมได้หมดแล้ว
แต่ภาษิตโบราณว่า สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร
ตอนนี้อิหร่านกำลังใช้กลยุทธ์ Asymmetric warfare ทำลายคลังอาวุธของฝ่ายสหรัฐฯและอิฐ'เอลแบบยอมให้ชกเรื่อยๆ เพื่อตัดกำลังคนชก ขณะเดียวกันก็ดื่มน้ำใบบัวบกทุกวันแก้ช้ำใน
ยุทธศาสตร์ของอิหร่านคืออดทนรับความเจ็บปวด ยอมรับการถูกถล่มวันละหลายเวลาหลังอาหาร
อิหร่านจะชนะก็ต่อเมื่อไม่ล้ม
เหมือนนักมวยที่ถูกชกหนักทุกยก แต่ลุกขึ้นมาเสมอ จนถึงยกสุดท้ายเมื่อฝ่ายบุกอ่อนแรง ก็เสยหมักฮุกแบบน็อคเอาท์
ช่วงแรกอิหร่านส่งโดรนราคาถูกไปล่อเป้าให้ยิง
การสอยขีปนาวุธหรือโดรนที่โจมตี ต้องใช้เครื่อง interceptor ขณะที่โดรนตัวละ 2-5 หมื่นเหรียญ จรวดที่สอยราคาลูกละหนึ่งล้านเหรียญ และต้องใช้มากกว่าหนึ่งลูก เจอเข้าอย่างนี้ ไม่นานคลังแสงก็ว่างเปล่า
ตอนนี้มีข่าวว่าอิหร่านงัดกระบวนท่าใหม่มาใช้ คือกระบวนท่าลูกโปรยสะท้านฟ้า
ภาษาอังกฤษเรียก cluster munition
cluster แปลว่ากลุ่ม กระจุก munition แปลว่าอาวุธหรือสรรพาวุธ
cluster munition คือขีปนาวุธหรือระเบิดที่มีหัวระเบิดย่อยหรือลูกโปรย (เรียก submunitions)
ยิง cluster หนึ่งลูก สามารถแตกเป็น submunitions 100 ลูก กระจายในรัศมีหลายกิโลเมตร
submunition ที่ตกลงพื้นแล้วไม่ระเบิด ก็จะเป็นระเบิดเวลาต่อไป
กระบวนท่าลูกโปรยสะท้านฟ้าเป็นอาวุธมหาประลัย ชาวบู๊ลิ้มจึงจัดเป็นอาวุธต้องห้าม มี 123 ชาติเซ็นสัญญาไม่ใช้
แต่ทั้งสำนักอิฐ'เอลและอิหร่านไม่ลงนาม อิหร่านก็ยิงตามสบาย
เชื่อกันว่าตอนนี้อิฐ'เอลโดน cluster munition ไปแล้วหลายหัว แต่เนื่องจากอิฐ'เอลมีกฎหมายห้ามเผยแพร่ภาพความเสียหายของการรบ โทษจำคุก 5 ปี จึงยากจะรู้ว่าเมืองเทล อาวีฟ โดนไปแล้วเท่าไร
ภาพที่เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตก็ไม่รู้ว่าเป็นภาพจริงหรือ AI
สำนักข่าว CNN เพิ่งส่งนักข่าวไปประจำที่เตหะราน เสี่ยงตายรายงานข่าวสดๆ ออกมา เป็นสำนักข่าวตะวันตกแรกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป ก็เห็นแต่ภาพความเสียหายของเตหะราน แต่ CNN ไม่แสดงภาพความเสียหายของเทล อาวีฟ
เมื่อวานนี้มีข่าวสหรัฐฯสั่งหยุดการฝึกกองกำลัง 82nd Airborne Division ที่ประจำการที่ Fort Bragg นอร์ธ แคโรไลนา มีการลือว่าอาจส่งหน่วยรบนี้ลงภาคพื้นดินที่อิหร่าน แต่เพนตากอนปฏิเสธ
แต่เนื่องจากเพนตากอน Go six มาตลอด เราจึงยังสรุปไม่ได้
ใช่ สงครามครั้งนี้มีแต่ข่าวลวง
หลายวันก่อนมีข่าวอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มโรงกลั่นน้ำมันซาอุดิอาระเบีย สนามบินที่อาเซอร์ไบจัน และยิงขีปนาวุธไปที่ตุรกี ทำให้สามประเทศนี้ไม่พอใจ แต่อิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ เพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเพิ่มศัตรูใหม่ในตอนนี้ อิหร่านเชื่อว่ามันคือการลวง (false flag) ของอิฐ'เอล ผลงานของมอสสาดเจ้าเก่า เพื่อเพิ่มศัตรูให้อิหร่าน เป็นกลยุทธ์เก่า
ทัคเกอร์ คาร์ลสัน (คนสัมภาษณ์ทูตสหรัฐฯเรื่องแผ่นดินพันธสัญญา) บอกว่ารู้จากข่าววงในของกาตาร์ว่า กาตาร์และซาอุดิอาระเบียจับสายลับมอสสาดที่กำลังวางแผนวางระเบิดได้ แต่อิฐ'เอลปฏิเสธ
นอกจากนี้อิหร่านก็ปฏิเสธไม่ได้โจมตีฐานทัพของอังกฤษที่ไซปรัส เรื่องนี้อังกฤษออกมายืนยันว่าขีปนาวุธไม่ได้มาจากอิหร่านจริง
มาถึงจุดนี้ ก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นข่าวลวง อะไรเป็นข่าวจริง
แต่มันไม่สำคัญว่าอะไรคือความจริง มันสำคัญที่แต่ละฝ่ายเชื่ออะไร
หากซาอุดิอาระเบียถูกโจมตี ก็จะดึงปากีสถานเข้ามา เพราะสองประเทศนี้มีสัญญาช่วยเหลือกันหากถูกโจมตี ซาอุดิอาระเบียช่วยเหลือปากีสถานทางการเงินเพื่ออาวุธนิวเคลียร์มาตั้งแต่ยุค 1970s
กองทัพแากีสถานเคยไปช่วยซาอุดิอาระเบียหลายงาน และชอบงานนี้ เพราะซาอุดิอาระเบียจ่ายเป็นยูเอสดอลลาร์
ปากีสถานก็ตกในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะก็สนิทกับอิหร่านเช่นกัน
ในเวลาเดียวกันปากีสถานก็กำลังฟัดกับอัฟกานิสถาน ตามมาด้วยข่าวทรัมป์บอกว่าอยากยึดคิวบา
ส่วนพวกเคิร์ดที่ตามข่าวซีไอเอชวนไปสู้กับอิหร่าน อาจกำลังก่ายหน้าผากว่าจะเอายังไงดี เพราะเคยถูกสหรัฐฯหลอกไปสู้กับอิรักยุค ซัดดัม ฮุสเซน และหักหลัง ไม่ทิ้งระเบิดช่วยแผ้วทางให้ ทำให้เคิร์ดตายไปหลายแสนคน
ดูเหมือนตัวละครใหม่จะเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ และสถานการณ์กำลังบานปลาย
ไม่กี่ปีก่อน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังอิฐ'เอลสายเหยี่ยว Bezalel Smotrich แสดงแผนที่ The Greater Israel เขาบอกว่า การรวมแผนดินตะวันออกกลางเข้าด้วยกันเป็น The Greater Israel ยังทำไม่ได้ "เราต้องการวิกฤตครั้งใหญ่ หรือสงครามใหญ่ก่อน"
ตอนนี้สงครามใหญ่เกิดขึ้นแล้ว
และเป็นไปได้ที่เราชาวโลกกำลังอยู่ในบทแรกของสงครามโลกครั้งที่สาม
วินทร์ เลียววาริณ
9-3-26(ภาพซากอิหร่านวันที่ 8 มีนาคม 2026 ภาพจาก CNN โดย Fatemeh Bahrami/Anadolu/Getty Images)
1 วันที่ผ่านมา -

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ออกจากการเมืองสักครู่ มาเรียนภาษาอังกฤษดีกว่า แต่ก็ยังหนีไม่พ้นการเมืองนั่นแหละ
สำนักข่าว Al Jazeera เมื่อวานนี้พาดหัวว่า Iranian authorities warn against ‘fifth column’, as no signs of war abating
ทางการอิหร่านเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังพวก ‘fifth column’ เพราะไม่มีทีท่าว่าสงครามจะลดความรุนแรงลง
แสดงว่าอาจมี ‘fifth column’ ในอิหร่าน
อะไรคือ fifth column?
column แปลว่าเสา fifth column แปลว่าเสาต้นที่ห้าหรือ?
หามิได้ fifth column แปลว่าคนในที่เป็นสายให้ศัตรู หรือสายลับที่แฝงตัวในฝ่ายตรงข้าม เพื่อบ่อนทำลาย จารกรรม
ที่มาของคำนี้เกิดจากสงครามสเปน (1936–39) นายพล Emilio Mola พยายามยึดกรุงแมดริด เขาคุยว่ากองทัพทั้งสี่ (สี่เสา) ของเขากำลังบุกกรุงแมดริด โดยมีเสาต้นที่ห้า (quinta columna) เป็นสายลับแฝงตัวในกรุงแมดริดเรียบร้อยแล้ว เพื่อบ่อนทำลายรัฐบาลจากภายใน
สงครามอิหร่านหลายรอบที่ผ่านมา รวมทั้งการลอบสังหารคนสำคัญของอิหร่าน ก็ต้องพึ่ง fifth column อย่างมาก ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของพวกมอสสาด (หน่วยสืบราชการลับของอิสราเอล)
การบุกจับประธานาธิบดีมาดูโรจากห้องนอน ก็ต้องมี fifth column
คำนี้แปลเป็นไทยมานานแล้วว่า "แนวที่ 5"
สมัยผมเป็นเด็ก เคยเห็นนิยายเรื่องหนึ่งชื่อ แนวที่ 5 ก็ไม่เข้าใจว่าคืออะไร
ในเมืองไทยก็มี 'สี่เสา'
เป็นชื่อบ้าน คือบ้านสี่เสาเทเวศร์ อยู่ใกล้สี่แยกเทเวศร์และหอสมุดแห่งชาติ ในอดีตเป็นบ้านพักของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และเป็นบ้านพักรับรองของกองทัพบก
ต่อมาเป็นบ้านพักของ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ อยู่จนอสัญกรรม
แต่สี่เสาในชื่อบ้านนี้ เป็นคนละความหมายกับ fifth column
ที่มาของคำ 'สี่เสา' ง่ายกว่าที่คิด นั่นคือเพราะหน้าบ้านมีเสาปูนสี่ต้น
ตอนนี้บ้านสี่เสาไม่อยู่แล้ว รื้อถอนในปี 2563
ส่วน 'เสาต้นที่ห้า' มีอยู่ในเมืองไทยหรือไม่ ผมไม่รู้ คงต้องถามอังเคิล
วินทร์ เลียววาริณ
8-3-262 วันที่ผ่านมา
