• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    เราเปรียบคนที่รู้สึกตัวช้าเหมือนกบที่ถูกจับใส่ในหม้อน้ำบนเตาไฟ ถ้าน้ำในหม้อเดือดปุด ๆ กบจะสะดุ้งแล้วกระโจนหนีออกไปทันท่วงที แต่หากใส่กบในหม้อน้ำเย็นปกติ แล้วค่อย ๆ ติดไฟอ่อน ๆ กบจะยังคงรู้สึกสบายในหม้อน้ำ กว่าจะรู้ว่าน้ำเดือด ก็อาจกลายเป็นกบสุกไปแล้ว

    มองไปรอบตัว ทั้งปัจเจกและองค์กรจำนวนมากเป็นเช่นกบในหม้อน้ำที่ติดไฟอ่อน ๆ องค์กรหลายแห่งเป็นอย่างนี้ เมื่อยอดขายยังดีอยู่ ก็ไม่คิดปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไร รู้ตัวอีกทีก็ถูกบังคับให้ปิดกิจการเสียแล้ว แม้แต่ในระดับรัฐบาลหรือประเทศก็เช่นกัน สภาวะรัฐล้มเหลวจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเสมอ ว่าก็ว่าเถอะ เราเสียกรุงครั้งที่สองก็เพราะความรู้สึกช้าไม่ใช่หรือ?

    การทำงานดีอย่างเดียวจึงไม่พอ สินค้าและบริการดีอย่างเดียว ก็ไม่พอ ประเทศมีทรัพยากรธรรมชาติล้นเหลือก็ยังไม่พอ ต้องมีวิสัยทัศน์ด้วย รู้ว่าโลกภายนอกเปลี่ยนไปอย่างไร และเตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงนั้น ถ้าทำตัวเป็นเต่าขำช้าหรือกบที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก็อาจเดือดร้อน และที่สำคัญ ยิ่งรู้สึกตัวช้ายิ่งจ่ายราคาแพง

    ความรู้สึกช้ามักเกิดจาก ‘ความชาด้าน’ สิ่งที่ทำให้ชาด้านจนรู้สึกตัวช้ามีหลายอย่าง เช่น ความสุขสบายทางกาย ความมั่นคงของตำแหน่งการงาน รายได้ที่มาอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น ทำให้เชื่อว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว แต่ทุกคนตกงานได้เสมอ ทุกองค์กรล้มได้เสมอ ใครประมาทก็ตายก่อน

    นี่เป็นโลกของการแข่งขัน มันเป็นไฟท์บังคับ ไม่ว่าชอบหรือไม่ก็ตาม เราถูกบังคับให้ต้องแข่งขันโดยอัตโนมัติ

    โชคดีที่ความรู้สึกช้ารักษาได้ หลักการง่าย ๆ คือไม่ประมาท และมีวิสัยทัศน์

    ไม่ประมาทคือเตรียมตัวให้พร้อม ทันโลก อัปเกรดตัวเอง ให้ทันความเปลี่ยนแปลงของโลก

    มีวิสัยทัศน์คือมองกว้างมองไกล อ่านสถานการณ์ออก แม้ในช่วงที่เหตุการณ์ทุกอย่างดูเป็นปกติที่สุด

    คนจำนวนมากตกงานตอนแก่เพราะใจเย็น คิดว่าไม่เป็นไร งานมั่นคงแล้ว เราซื่อสัตย์กับองค์กรมาโดยตลอด ตัวเองปลอดภัยแล้ว ไม่เคยคิดอัปเกรดสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเอง ไม่เคยเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังมา

    องค์กรและประเทศที่ประสบความสำเร็จในโลกคือพวกที่มองไกลออกไปนับ 20-50 ปี บางประเทศวางรากฐานการศึกษาล่วงหน้าหลายสิบปี สร้างโครงสร้างพื้นฐานรอไว้ก่อน นี่คือวิสัยทัศน์หรือการมองการณ์ไกล ที่เรียกหรู ๆ ว่า vision

    องค์กรชั้นนำทุ่มทรัพยากรไปกับการค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำรอไว้ก่อน เมื่อความจำเป็นมาถึง ก็เป็นรายแรกที่สามารถตอบสนองความต้องการนั้น สิงคโปร์สร้างรถไฟฟ้าใต้ดินตั้งแต่สมัยที่การจราจรยังไม่ติดขัด ขยายสนามบินตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีความจำเป็น สร้างแคมปัสใหม่ ๆ เชื่อมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ให้ทุนเด็กเก่ง ๆ จากทุกประเทศมาเรียน แล้วมอบสถานะพลเมืองให้ ฯลฯ ทั้งนี้เพราะสิงคโปร์เป็นประเทศที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ จึงต้องคิดไกลไว้ก่อน

    พวกที่ประมาทคือพวกที่รอจนเกิดปัญหาค่อยแก้ไข เช่น รู้ว่าทุกปีน้ำหลาก ก็รอจนน้ำมาก่อน แล้วค่อยแก้ไปทีละปี มีป่าก็ตัดไปเรื่อย ๆ โดยไม่มองไปไกล ๆ ว่าหากไม่มีป่า มันจะกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งประเทศอย่างไร

    ในสเกลใหญ่ระดับโลก หลายประเทศยังแกล้งปิดตาตัวเองบอกว่าโลกร้อนเป็นเรื่องโกหก เพียงเพราะไม่ต้องการเสียเงินแก้ไขปัญหาของวันนี้ ไม่ยอมมองไปไกล ๆ ว่า เมื่อสิ่งแวดล้อมของโลกจุดใดจุดหนึ่งถูกทำลาย โลกทั้งใบจะได้รับผลกระทบเหมือนกัน และราคาของการแก้ไขปัญหาในวันนั้นจะแพงกว่าวันนี้หลายสิบเท่า หรืออาจแก้ไขไม่ได้เลย

    วินทร์ เลียววาริณ
    10-3-26

    อ่านฉบับเต็มได้จาก ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราว
    31 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 190 บาท = บทความละ 6.1 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว


    เล่มเดี่ยว https://www.winbookclub.com/store/detail/137/ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราว 

    โปรโมชั่นพิเศษชุด
    https://www.winbookclub.com/store/detail/235/R4%20%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%204 

    https://shope.ee/Vj8bA8a4u?share_channel_code=6 

    1
    • 0 แชร์
    • 17

บทความล่าสุด