-
วินทร์ เลียววาริณ1 วันที่ผ่านมา
นิพพานที่เราเรียนในชั่วโมงวิชาศีลธรรมคือการพ้นทุกข์ขั้นสูงสุด นักเรียนน้อยคนเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร จึงไม่แปลกที่คนส่วนมากมีภาพในใจว่านิพพานเป็นของสูงเกินเอื้อม เป็นสภาวะของนักบวชผู้ทรงธรรมและสะสมบุญบารมีมาหลายแสนชาติแล้วเท่านั้น
มองในมุมของการกำเนิดมนุษย์และวิวัฒนาการชาติพันธุ์ การสะสมบุญบารมีมาหลายแสนชาติก็คงเริ่มมาตั้งแต่มนุษย์ปัจจุบัน โฮโม ซาเปียนส์ ยังไม่ถือกำเนิด อาจเริ่มมาตั้งแต่สมัยเรายังเป็น โฮโม อิเร็กตัส เดินท่อม ๆ อยู่แถวแอฟริกาโน่น! คำว่า ‘ชาติ’ ในการตีความของท่านพุทธทาสภิกขุจึงน่าจะมีความหมายถึง ‘ขณะ’ มากกว่าภพชาติในความหมายของคนทั่วไป
ท่านพุทธทาสภิกขุชี้ว่า นิพพานไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นไปไม่ได้ เพียงแค่รู้จักพอ รู้จักตัวเอง ก็สามารถเข้าสู่สภาวะของความสุขเรียบง่าย
ความสุขเรียบง่ายนี่แหละที่เข้าข่าย ‘นิพพาน’
จิตเย็นเมื่อไร ก็นิพพานเมื่อนั้น
ในทางเซน ‘นิพพาน’ ที่เรียกว่า ซาโตริ มีความนัยถึงการเข้าใจความจริงว่า สรรพสิ่งเป็นเพียงมายา
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล กล่าวว่า “ผู้ปฏิบัติที่แท้จริงนั้น ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงชาติหน้า-ชาติหลัง หรือนรก-สวรรค์อะไรก็ได้ ขอให้ตั้งใจปฏิบัติให้ตรงศีล สมาธิ ปัญญา อย่างแน่วแน่ก็พอ ถ้าสวรรค์มีจริงถึงสิบหกชั้น ตามตำรา ผู้ปฏิบัติดีแล้วก็ย่อมได้เลื่อนฐานะของตนเองตามลำดับ หรือถ้าสวรรค์-นิพพานไม่มีเลย ผู้ปฏิบัติดีในขณะนี้ย่อมไม่ไร้ประโยชน์ ย่อมอยู่เป็นสุข เป็นมนุษย์ชั้นเลิศ”
สังเกตว่าพระระดับปฏิบัติล้วนไม่พูดถึงบุญบารมีแต่ปางก่อน ไม่ชอบรอฤกษ์ยาม เน้นที่การลงมือทำเดี๋ยวนี้ เวลานี้
ทุกครั้งที่เป็นวันสำคัญทางศาสนา มักมีการรณรงค์ให้ผู้คนประพฤติธรรม ในทางหนึ่งเป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยที่สุดก็มีสักวันสองวันที่ผู้คนละเลิกอบายมุข (ชั่วคราว) หันมาทำดี แต่อีกทางหนึ่ง มันก็แสดงให้เห็นว่าเราเป็นคนดีแบบมีข้อแม้และต้องรอโอกาสเหมาะเสมอ เช่น เป็นคนดีในช่วงเข้าพรรษา บวชเพราะพ่อแม่ขอไว้ ทำบุญเพื่อชาติหน้า ฯลฯ
การกระทำความดีงามย่อมไม่ควรถูกกำหนดด้วยกรอบของกติกาใด ๆ ทุกชั่วขณะที่ทำดีก็คือฤกษ์ดี
การเป็นคนดีควรเป็นคนดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ต้องเล่นลิ้นเล่นสำนวน อย่างที่ท่านพุทธทาสภิกขุเคยเทศน์ไว้คราวหนึ่งว่า “...ประพฤติความดีทั้งทางโลกและทางธรรม ทั้งในที่แจ้งและในที่ลับ จนตนติเตียนตนเองไม่ได้ ใครที่เป็นผู้รู้ แม้จะมีทิพยโสตหรือทิพยจักษุมาค้นหาความผิดเพื่อติเตียนก็ไม่ได้...”
หรือตามสำนวนจีนว่า “สามารถมองฟ้าได้เต็มตา”
มนุษย์ส่วนใหญ่มีจิตสำนึกอยากเป็นคนดี ไหน ๆ ก็คิดจะเป็นคนดี ก็ลงมือทำเสียเลย และไหน ๆ ก็จะลงมือทำดี ก็ทำโดยไม่ต้องรอเทศกาล เพราะการลดพิษทางจิตวิญญาณก็เหมือนการลดสารก่อมะเร็งทางร่างกาย ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี
ลงมือทำเสียเดี๋ยวนี้ เวลานี้!
วินทร์ เลียววาริณ
1 เมษายน 2569จาก ชีวิตคือปาฏิหาริย์!
36 บทความกำลังใจ
175.- บทความละ 4.8 บาทhttps://www.winbookclub.com/store/detail/103/ชีวิตคือปาฏิหาริย์
1- แชร์
- 15
-

ผมเริ่มต้นชีวิตสถาปนิกในต่างประเทศ ทำงานในสำนักงานสถาปนิกแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทขนาดกลางที่มีสถาปนิกสี่คนเป็นหุ้นส่วน แต่ละคนจึงมีศักดิ์เป็นเจ้านายของผมโดยเท่าเทียมกัน
แทบทุกวันเจ้านายแต่ละคนเข้ามาดูความคืบหน้าของแบบร่างก่อนนำเสนอลูกค้า วิจารณ์งาน และขอ (ก็คือสั่ง) ให้ผมแก้ตาม 'คำแนะนำ' นั้น
หลังจากแก้งานตามคำวิจารณ์ของเจ้านายคนหนึ่งแล้ว เจ้านายอีกคนหนึ่งก็เวียนเข้ามาวิจารณ์งานในอีกแง่มุมหนึ่ง และงานก็ถูกสั่งให้แก้อีกครั้ง
สี่คน สี่ความเห็น สี่รอบที่แก้ไขงาน
ผลก็คืองานเลอะ
เจ้านายคนหนึ่งหัวเราะ บอกว่า "คุณเอาใจทุกคนไม่ได้หรอก ใช้สมองคิดเอา ตัดสินใจทำในสิ่งที่เราเห็นว่าดีที่สุด"
.............................
ผมเริ่มต้นชีวิตคนโฆษณาในประเทศ ทำงานในสำนักงานแห่งหนึ่งซึ่งเป็นบริษัทขนาดกลาง จับงานของลูกค้าขนาดเล็กเป็นส่วนใหญ่
ประสบการณ์การทำงานในวงการพาณิชยศิลป์มานานหลายปีสอนผมว่า ศิลปะมักเดินตามหลังความต้องการของลูกค้า
ทว่ามีแต่คนที่ทำงานในวงการพาณิชยศิลป์ที่เข้าใจดีว่า บ่อยครั้งคนที่เราต้องขายงานให้ผ่านไม่ใช่ลูกค้า หากคือคนในองค์กรนั่นเอง
ในเอเจนซีโฆษณาบางแห่ง ผู้มีอำนาจตัดสินให้นำงานชิ้นหนึ่ง ๆ ไปเสนอลูกค้าหรือไม่คือฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และการตลาด ไม่ใช่ฝ่ายสร้างสรรค์
การแก้ไขงานในเงื่อนไขทางการตลาดเป็นสิ่งที่ทำความเข้าใจได้ไม่ยาก และอาจทำให้งานดีขึ้น (อย่างน้อยก็ในเชิงการตลาด) แต่ไม่เสมอไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้มีอำนาจที่ไม่มีประสบการณ์และรสนิยมสั่งการให้แก้ไข
ตัวอย่างคลาสสิกที่พบเสมอคือ การที่ลูกค้าขอให้ฝ่ายศิลป์ขยายขนาดสินค้าในโฆษณาให้ใหญ่ขึ้น ขยายคำโปรยให้ใหญ่ที่สุด เขียนสรรพคุณสินค้ามากที่สุด
รองรับด้วยเหตุผลคลาสสิก : "ก็ยังมีพื้นที่ว่างไง"
ผลลัพธ์จากการแก้งานตามคำวิจารณ์ทั้งของลูกค้า (บางครั้งรวมญาติของลูกค้า) ฝ่ายการตลาด และฝ่ายสร้างสรรค์พร้อม ๆ กัน มักออกมาคล้าย ๆ กันคือ เลอะและเละ
จุดหนึ่งที่เราอาจยอมเอาใจทุกคน ทั้งที่รู้ว่าผลลัพธ์ออกมาเลอะก็คือ วัฒนธรรมเกรงใจ
คำว่า 'เกรงใจ' เป็นดาบสองคม ทำให้สังคมอยู่อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย แต่เมื่อใช้ในการสร้างสรรค์งาน ก็สามารถทำให้ถอยหลังลงคลองได้เช่นกัน
เมื่อดูตัวอย่างอาชีพบริการทั่วโลก ก็พบว่าไม่มีใครเลยที่ประสบความสำเร็จจากการเอาใจทุกคน
เสื้อผ้า น้ำหอม หนังสือ นิตยสาร ล้วนเข้าไปในทิศทางที่เข้าหาปัจเจกมากขึ้นในการใช้ชีวิตวันต่อวัน คุณอาจประสบหลายสถานการณ์ที่ชวนอึดอัด
ไปกินอาหารที่ตนเองไม่ชอบกับลูกค้า กินเหล้าเพื่อเข้าสังคม ไม่ใช่เพราะชอบ ฯลฯสมมุติว่าคุณไปดูหนังที่คุณไม่ชอบเลยกับคนรัก ออกจากโรงหนัง คนรักของคุณเอ่ยว่า "หนังสนุกมาก..."
หากคุณพยักหน้ารับ ก็มีโอกาสอย่างสูงที่คุณต้องไปดูหนังที่คุณไม่ชอบกับเขาหรือเธออีก
มนุษย์ในโลกนี้มีเจ็ดพันล้านคน เราไม่สามารถเอาใจคนส่วนใหญ่ได้
ทว่าการไม่พยายามเอาใจทุกคนไม่ได้หมายความให้เอาแต่ใจตนเองถ่ายเดียว
จริงใจ ยอมรับความแตกต่างของคนอื่น และหาทางอยู่กับคนอื่นอย่างกลมกลืน
วินทร์ เลียววาริณ
2-4-26จากหนังสือ ความฝันโง่ ๆ
ตอนนี้มีโปรโมชั่นชุดรวม https://www.facebook.com/photo?fbid=1539189840903035&set=a.2082697073283951 วันที่ผ่านมา -

ในพิธีเปิดงานหนังสือปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรมประกาศรายชื่อหนังสือซึ่งยกย่องเป็น 'วรรณกรรมแห่งชาติ'
นับจากปี พ.ศ. 2528-2567 รวม 65 เรื่อง
รายการทั้งหมดตีพิมพ์เป็นเล่มชื่อ วรรณกรรมแห่งชาติ บรรณนิทัศน์
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน อยู่ในรายชื่อนี้ด้วย
หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ในปี 2542 ได้รับรางวัลซีไรต์ในปีนั้น
ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในหนังสือดี 100 เล่มที่เด็กและเยาวชนควรอ่านจากสกว.
ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน 101 อันดับหนังสือเล่มในดวงใจนักอ่านเเละนักเขียน สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 9 นวนิยายยอดเยี่ยม 'วรรณกรรมยอดเยี่ยม ในสมัยรัชกาลที่ 9 ตามแนวคิดศาสตร์พระราชา' โดยกระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ. 2562
เอาละ ล่าสุดได้รับคัดเลือกเป็น 'วรรณกรรมแห่งชาติ'
เรื่องสั้นบางเรื่องได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม
เป็นหนึ่งในสองเล่มของผมเท่านั้นที่ขายได้เกินหนึ่งแสนเล่ม นอกนั้นหลักพันกับหลักร้อย
ใครคิดจะเก็บไว้บนชั้นหนังสือ ก็ควรทำก่อนหนังสือหมด เพราะสำนักพิมพ์ขาดเงินทุน ไม่รู้ว่าจะได้ตีพิมพ์อีกทีหรือไม่ และเมื่อไร
วินทร์ เลียววาริณ
1 เมษายน 25691 วันที่ผ่านมา -

(จำเป็นต้องสะกดผิดเพี้ยน เพราะกลัวมิสเตอร์อัลกอริทึ่ม ที่ไม่ทึ่มตามชื่อ)
ปรากฏการณ์ โซเชียล เน็ตเวิร์ก ในสงครามอิหร่านครั้งนี้มีเรื่องประหลาดอย่างหนึ่ง นั่นคือเมื่อมีรายงานข่าวว่าขีปนาวุธอิหร่านถล่มอิษราเอร คนตาย บ้านเมืองพัง ปรากฏว่ามีคอมเมนต์ "สมน้ำหน้า" เยอะมาก คอมเมนต์นี้มาจากทุกสารทิศทั่วโลก
ผมผ่านชีวิตมาจนป่านนี้ ยังไม่เคยเจอคนสมน้ำหน้าชาติที่โดนถล่ม ผู้คนบาดเจ็บล้มตาย
แต่เรื่องนี้ย่อมมีที่มา
เชื่อว่าเหตุผลเดียวที่ทำให้เกิดกองเชียร์ความพินาศของอิษราเอร ก็เพราะสิ่งที่อิษราเอรกระทำต่อชาวกาซา ฆ่าคนที่ไม่มีทางสู้ ถล่มเมืองจนเหี้ยน อาศัยอยู่ไม่ได้ เพื่อจะยึดครองดินแดนในโครงการ The Greater Isxxxl
ตัวเลขทางการคือชาวปาเลสไตน์ถูกอิษราเอรฆ่าไปเจ็ดหมื่นกว่าคน แต่ตัวเลขจริงสูงกว่านั้น เพราะยังไม่ได้สำรวจว่ามีซากศพเท่าไรใต้ซากตึกที่โดนถล่ม
คนสั่งฆ่าอาจคิดเหมือนที่สตาลินบอก "ความตายของคนหนึ่งคือคือโศกนาฏกรรม ความตายหนึ่งล้านคนเป็นสถิติ" (A single death is a tragedy; a million deaths is a statistic.)
คลิปชาวอิษราเอรดื่มกินเฉลิมฉลองขณะชมดูระเบิดตกในเขตกาซา บาดความรู้สึกของทุกคนที่ยังพอมีมโนธรรมเหลืออยู่
ดังนั้นเมื่ออิษราเอรโดนบ้าง เพราะอิหร่านไม่ใช่กาซา จึงปรากฏกองเชียร์ดังกล่าว
นี่เป็นหมุดหมายของประวัติศาสตร์ มันชี้ว่าเราอยู่ในยุคมืดอีกครั้ง
ยุคที่โลกไร้กฎระเบียบ ผู้นำโลกไร้ศีลธรรม อคติบดบังความถูกต้อง
คนถูกฆ่าตายไปมากจนมันกลายเป็นเรื่องปกติ
ไม่มีคำขอโทษจากคนที่ยิงถล่มโรงเรียนฆ่าเด็กนักเรียน
มันเป็นโลกของกฎแห่งป่า ผู้ที่แข็งแรงเท่านั้นอยู่รอด
นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดี เพราะต่อไปนี้แต่ละชาติต้องขวนขวายหาระเบิดตราเห็ดมาประดับตัว
ทำให้เริ่มเข้าใจความรู้สึกของชาวโลกในยุคที่ฮิตเลอร์กร่างไปครึ่งโลก
เป็นเรื่องประหลาดที่ชาว jิวที่ถูกฮิตเลอร์เข่นฆ่าไปหลายล้านคน ตอนนี้กลับทำในสิ่งที่ฮิตเลอร์กระทำ
ผลสำรวจบอกว่าชาวอิษราเอรถึง 82 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยกับการรุกรานกาซา และ 93 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยกับการที่สหรัฐฯรวมหัวกับอิษราเอรถล่มอิหร่าน
หลังจากโดนถล่มคืน ตัวเลขก็ลดลงมานิดหน่อย คือ 78 เปอร์เซ็นต์ยังเห็นด้วยกับสงครามอิหร่าน
เปอร์เซ็นต์ฮอร์โมนอยากฆ่าสูงขนาดนี้ ทำให้ไร้ความเห็นใจจากชาวโลก
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อชาว jิวถูกฮิตเลอร์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หนีตายไปทั่วโลก หลายชาติยื่นมือช่วย แม้เป็นชาติศัตรู
นาซีเยอรมัน (ออสการ์ ชินด์เลอร์) ทูตชาวญี่ปุ่น ฯลฯ ก็ช่วยชีวิตชาว jิวไว้มาก
แม้แต่เมืองจีนก็ยังช่วย ยอมให้ชาว jิวสองหมื่นคนลี้ภัยที่เซี่ยงไฮ้ อาศัยอยู่ที่จุดที่เรียกว่า The Shanghai Ghetto
ดังนั้นรายงานคน jิว 82 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปาเลสไตน์จึงเป็นเรื่องที่ผิดคาด
ตอนนี้มีข่าวว่าชาวอิษราเอรจำนวนไม่น้อยเดินทางออกจากประเทศ แต่ไม่ทุกประเทศยินดีต้อนรับ เพราะเผ่าพันธุ์ที่พระเจ้าเลือกกลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่ชาวโลกเกลียดไปแล้ว
วันนี้มี 13 ชาติห้ามคนอิษราเอรเข้าประเทศ ได้แก่ อัลจีเรีย บังคลาเทศ บรูไน อิหร่าน อิรัก คูเวต เลบานอน มาเลเซีย มัลดีฟส์ ปากีสถาน ซีเรีย เยเมน
ประเทศไทยยังยินดีต้อนรับ
รัฐควรเช็กให้แน่ใจก่อนว่า เมืองไทยอยู่ในรายการแผ่นดินพันธสัญญาหรือเปล่า ถ้าอยู่ก็ซวยแน่ เพราะเวลามีเรื่อง คงเดาไม่ยากว่าพี่ตั้มจะเข้าข้างใคร
เฮ้อ! ทำไมไม่อพยพไปอยู่กับอังเคิลนะ
สงสัยกลัวโดนเคลม
วินทร์ เลียววาริณ
31-3-262 วันที่ผ่านมา -

ผมเขียนหนังสือมา 40 ปีแล้ว เขียนหนังสือทุกแนว (ยกเว้นเรื่องเซ็กซ์) ช่วงหลายปีนี้ หลายคนถามผมบ่อยๆ ว่า ถ้าจะเริ่มอ่านงานของผม ควรเริ่มต้นที่เล่มไหน
ตอบยากครับ เพราะไม่รู้ว่าคนอ่านมีรสนิยมการอ่านแบบใด
ทางหนึ่งที่ทำได้คือลองอ่านทุกแนว แล้วค่อยๆ เรียนรู้เองว่าตนเองชอบแนวไหน บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโลกเรามีหนังสือแนวทางไหนบ้าง
นี่จึงเป็นที่มาของการเสนอแพ็คเก็จ 'รวมมิตร' เลือกหนังสือแต่ละแนวมาคละกันอย่างละเล่มสองเล่ม เพื่อให้ลองเริ่มอ่าน
ผมเลือกมาได้ 4 ชุด (R1-R4) แต่ละชุดประกอบด้วยหนังสือแนวบันเทิงคดีอย่างน้อย 1 เล่ม แนวเสริมกำลังใจอย่างน้อย 1 เล่ม แนวสารคดีเพิ่มความรู้อย่างน้อย 1 เล่ม
ราคาคุ้มมาก ยกตัวอย่าง เช่น ชุด R4 เฉลี่ยเล่มละ 150.- เท่านั้น ถูกที่สุดแล้ว
จะซื้อไปฝากญาติมิตรก็ดี อ่านเองก็ดี หรือจะลองหันกลับมาสร้างนิสัยรักการอ่านอีกครั้งก็น่าจะดีกว่าเล่นโซเชียลอย่างเดียว วันละหลายชั่วโมง
ให้การอ่านหนังสือกลับคืนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
วินทร์ เลียววาริณ
31-3-26...........................
มีจำหน่ายทั้งในงานหนังสือ Shopee และเว็บไซต์
ชุด R1
https://s.shopee.co.th/4qBD1jp5Lp
https://www.winbookclub.com/store/detail/232/R1%20ชุดรวมมิตร%201ชุด R2
https://s.shopee.co.th/3LMPF32nuj
https://www.winbookclub.com/store/detail/233/R2%20ชุดรวมมิตร%202ชุด R3
https://s.shopee.co.th/6VJR0ea8hP
https://www.winbookclub.com/store/detail/234/R3%20%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%203ชุด R4
https://s.shopee.co.th/4AvWESk2GB
https://www.winbookclub.com/store/detail/235/R4%20%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%2042 วันที่ผ่านมา -

นานปีมาแล้ว ในชั่วโมงหนึ่งของวิชาออกแบบสถาปัตยกรรม อาจารย์สอนว่า การออกแบบห้องโถงที่โล่งเกินไปโดยไม่มีเสาเลยนั้น มิใช่เรื่องที่ควรทำเสมอไป แม้ว่าโดยเทคโนโลยีการก่อสร้างจะทำได้
เหตุผลของอาจารย์คือมุมของจิตวิทยา คนเราชอบยืนใกล้เสา เพราะรู้สึกปลอดภัยกว่ายืนในที่โล่งมาก ๆ
สัญชาตญาณนี้อาจสืบต่อในยีนมาแต่บรรพบุรุษ การยืนโด่เด่กลางทุ่งอาจตกเป็นอาหารของสัตว์ใหญ่ได้ง่ายกว่าหลบหลังต้นไม้
ไม่ว่าทฤษฎีนี้จะจริงหรือไม่ ลึก ๆ ในสัญชาตญาณ มนุษย์เราต้องการฐานที่มั่นคงแข็งแรง เห็นชัดในการใช้ชีวิตของคนเรา มักแสวงหาเสาแห่งความมั่นคงในชีวิตซึ่งมักหมายถึงทรัพย์สินเงินทอง
บางคนหาเงินมากเท่าไรก็ยังไม่ยอมหยุด เพราะเชื่อว่าเงินทองคือความมั่นคงในชีวิต เงินทองยิ่งมากยิ่งอุ่นใจ
เงินทองอาจสร้างความอุ่นใจในระดับหนึ่ง แต่สัจธรรมของชีวิตคือความไม่แน่นอน ดังนั้นความมั่นคงที่สุดในโลกก็ยังไม่ใช่ความมั่นคงที่แท้จริง เพราะความมั่นคงไม่ได้เกิดที่ร่างกาย หากที่ใจ ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นคนร่ำรวยล้นฟ้าที่หงอยเหงาเศร้าเปลี่ยว ขาดความสุข บางคนยิ่งมีเงินมากก็ยิ่งร้อนรน กลัวทรัพย์สินสูญหาย ระแวงระวังจนยิ่งห่างไกลจากความมั่นคงที่แสวงหา
มหาเศรษฐีคนหนึ่งของโลกกล่าวว่า เขาเข้าใจหลังจากร่ำรวยแล้วว่า เงินนั้นไม่สำคัญ
การมีเงินทองมากก็ไม่ได้รับประกันว่าเงินทองจะไม่ลดมูลค่าลง ความผันผวนทางเศรษฐกิจหลายยุคหลายสมัยแสดงให้เราเห็นตัวอย่างของคนที่รวยที่สุดที่สะดุดตอเศรษฐกิจล้มลงได้ชั่วข้ามคืนอย่างไม่น่าเป็นไปได้
วินาศภัย สงคราม ภัยธรรมชาติ ล้วนสามารถทำให้ความมั่นคงภายนอกหายวับไป ความมั่นคงเดียวที่ไม่มีใครหรืออะไรเอาไปได้ก็คือความมั่นคงภายใน
ความมั่นคงคือความรู้ที่ติดตัว สามารถใช้สร้างตัวได้ใหม่ทุกครั้งที่ล้ม
ความมั่นคงคือความสามารถที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้งหลังล้ม มันเกิดขึ้นได้เมื่อมีจิตใจเข้มแข็งและไม่ยอมแพ้
คนที่รู้สึกว่ามั่นคงที่สุดก็คือคนที่เชื่อว่า ถึงจะสูญสิ้นทุกอย่างในชีวิตก็สามารถลุกขึ้นได้ทุกครั้งไป
สมองมีความรู้ มีปัญญา ใจมีความเข้มแข็ง และเชื่อว่าตัวเองคือเสาของตัวเอง ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงเสาใด ๆ อีก
วินทร์ เลียววาริณ
31-3-26จาก สองแขนที่กอดโลก
ตอนนี้มีโปรโมชั่นชุด https://www.facebook.com/photo?fbid=1539189840903035&set=a.2082697073283953 วันที่ผ่านมา
