• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    ผมเริ่มต้นชีวิตสถาปนิกในต่างประเทศ ทำงานในสำนักงานสถาปนิกแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทขนาดกลางที่มีสถาปนิกสี่คนเป็นหุ้นส่วน แต่ละคนจึงมีศักดิ์เป็นเจ้านายของผมโดยเท่าเทียมกัน

    แทบทุกวันเจ้านายแต่ละคนเข้ามาดูความคืบหน้าของแบบร่างก่อนนำเสนอลูกค้า วิจารณ์งาน และขอ (ก็คือสั่ง) ให้ผมแก้ตาม 'คำแนะนำ' นั้น

    หลังจากแก้งานตามคำวิจารณ์ของเจ้านายคนหนึ่งแล้ว เจ้านายอีกคนหนึ่งก็เวียนเข้ามาวิจารณ์งานในอีกแง่มุมหนึ่ง และงานก็ถูกสั่งให้แก้อีกครั้ง

    สี่คน สี่ความเห็น สี่รอบที่แก้ไขงาน

    ผลก็คืองานเลอะ

    เจ้านายคนหนึ่งหัวเราะ บอกว่า "คุณเอาใจทุกคนไม่ได้หรอก ใช้สมองคิดเอา ตัดสินใจทำในสิ่งที่เราเห็นว่าดีที่สุด"

    .............................

    ผมเริ่มต้นชีวิตคนโฆษณาในประเทศ ทำงานในสำนักงานแห่งหนึ่งซึ่งเป็นบริษัทขนาดกลาง จับงานของลูกค้าขนาดเล็กเป็นส่วนใหญ่

    ประสบการณ์การทำงานในวงการพาณิชยศิลป์มานานหลายปีสอนผมว่า ศิลปะมักเดินตามหลังความต้องการของลูกค้า

    ทว่ามีแต่คนที่ทำงานในวงการพาณิชยศิลป์ที่เข้าใจดีว่า บ่อยครั้งคนที่เราต้องขายงานให้ผ่านไม่ใช่ลูกค้า หากคือคนในองค์กรนั่นเอง

    ในเอเจนซีโฆษณาบางแห่ง ผู้มีอำนาจตัดสินให้นำงานชิ้นหนึ่ง ๆ ไปเสนอลูกค้าหรือไม่คือฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และการตลาด ไม่ใช่ฝ่ายสร้างสรรค์

    การแก้ไขงานในเงื่อนไขทางการตลาดเป็นสิ่งที่ทำความเข้าใจได้ไม่ยาก และอาจทำให้งานดีขึ้น (อย่างน้อยก็ในเชิงการตลาด) แต่ไม่เสมอไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้มีอำนาจที่ไม่มีประสบการณ์และรสนิยมสั่งการให้แก้ไข

    ตัวอย่างคลาสสิกที่พบเสมอคือ การที่ลูกค้าขอให้ฝ่ายศิลป์ขยายขนาดสินค้าในโฆษณาให้ใหญ่ขึ้น ขยายคำโปรยให้ใหญ่ที่สุด เขียนสรรพคุณสินค้ามากที่สุด

    รองรับด้วยเหตุผลคลาสสิก : "ก็ยังมีพื้นที่ว่างไง"

    ผลลัพธ์จากการแก้งานตามคำวิจารณ์ทั้งของลูกค้า (บางครั้งรวมญาติของลูกค้า) ฝ่ายการตลาด และฝ่ายสร้างสรรค์พร้อม ๆ กัน มักออกมาคล้าย ๆ กันคือ เลอะและเละ

    จุดหนึ่งที่เราอาจยอมเอาใจทุกคน ทั้งที่รู้ว่าผลลัพธ์ออกมาเลอะก็คือ วัฒนธรรมเกรงใจ

    คำว่า 'เกรงใจ' เป็นดาบสองคม ทำให้สังคมอยู่อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย แต่เมื่อใช้ในการสร้างสรรค์งาน ก็สามารถทำให้ถอยหลังลงคลองได้เช่นกัน

    เมื่อดูตัวอย่างอาชีพบริการทั่วโลก ก็พบว่าไม่มีใครเลยที่ประสบความสำเร็จจากการเอาใจทุกคน

    เสื้อผ้า น้ำหอม หนังสือ นิตยสาร ล้วนเข้าไปในทิศทางที่เข้าหาปัจเจกมากขึ้นในการใช้ชีวิตวันต่อวัน คุณอาจประสบหลายสถานการณ์ที่ชวนอึดอัด
    ไปกินอาหารที่ตนเองไม่ชอบกับลูกค้า กินเหล้าเพื่อเข้าสังคม ไม่ใช่เพราะชอบ ฯลฯ

    สมมุติว่าคุณไปดูหนังที่คุณไม่ชอบเลยกับคนรัก ออกจากโรงหนัง คนรักของคุณเอ่ยว่า "หนังสนุกมาก..."

    หากคุณพยักหน้ารับ ก็มีโอกาสอย่างสูงที่คุณต้องไปดูหนังที่คุณไม่ชอบกับเขาหรือเธออีก

    มนุษย์ในโลกนี้มีเจ็ดพันล้านคน เราไม่สามารถเอาใจคนส่วนใหญ่ได้

    ทว่าการไม่พยายามเอาใจทุกคนไม่ได้หมายความให้เอาแต่ใจตนเองถ่ายเดียว

    จริงใจ ยอมรับความแตกต่างของคนอื่น และหาทางอยู่กับคนอื่นอย่างกลมกลืน

    วินทร์ เลียววาริณ
    2-4-26

    จากหนังสือ ความฝันโง่ ๆ
    ตอนนี้มีโปรโมชั่นชุดรวม https://www.facebook.com/photo?fbid=1539189840903035&set=a.208269707328395 

    0
    • 0 แชร์
    • 0

บทความล่าสุด