• วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    โลกโซเชียล เน็ตเวิร์ก ทำให้การสื่อสารเร็วขึ้นจนบางทีพูดไม่ทัน

    ในสมัยผมเป็นเด็ก ผู้นำชาติต่างๆ ไม่ค่อยพูดมาก สัมภาษณ์สื่อตามโอกาสที่จำเป็น

    นายกฯไทยหลายคนพูดมาก พูดเร็วจนหลุด คำพูดย้อนมาทำร้ายตัวเอง

    บางคน เช่น พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ไม่พูดเอาเสียเลย พูดได้แค่ "กลับบ้านเถอะลูก"

    แต่โลกยุคใหม่ต่างจากเดิม ผู้นำจำนวนมากสื่อสารตรงถึงประชาชนผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ

    เมื่อสื่อสารได้เร็ว ก็หลุดได้ง่าย

    ผู้นำในโลกตอนนี้มีสองแบบ

    แบบแรกพูดทุกเรื่อง เช่น ท่านทรัมป์ของเรา บางวันโพสต์ข้อความหลายสิบโพสต์ เหมือนคนว่างงาน ไม่มีอะไรทำ

    แบบที่สองไม่พูดอะไรเลย เช่น ท่านปูติน สีจิ้นผิง

    เมื่อปลายปีก่อน ตะวันตกส่งโดรน 91 ลำไปถล่มบ้านพักของปูติน ปูตินก็ยังเงียบเฉย ไม่พูดสักคำ

    แบบนี้น่ากลัวกว่าด่ากลับ

    ข้อแตกต่างของผู้นำสองแบบนี้คือ เมื่อพูดมากและข้อความขัดแย้งกันบ่อยๆ ก็จะสิ้นความน่าเชื่อถือ

    แต่ผู้นำที่นานๆ ทีพูดสักครั้ง ชาวโลกจะเงี่ยหูฟัง

    ภาษากำลังภายในว่า "ล้างหูน้อมรับฟัง"

    ส่วนพวกที่พูดมาก ก็จะล้างหูหลังรับฟัง

    ในนิยายเรื่อง The Godfather ดอนคอลิโอเนสอนลูกชายคนโตซอนนีให้พูดน้อย เพราะซอนนีพูดมากต่อหน้าศัตรู

    ท่านดอนบอกลูกว่า "Never let anyone know what you're thinking."

    อย่าให้ใครอ่านความคิดของเราเป็นอันขาด

    ผมชอบคำของ มาร์ก ทเวน "Never miss an opportunity to shut up."

    อย่าพลาดโอกาสหุบปากเป็นอันขาด

    พูดน้อยผิดน้อย พูดมากผิดมาก

    และอีกประโยคที่อาจเป็นของ มาร์ก ทเวน

    "It is better to keep your mouth shut and let people think you are a fool than to open it and remove all doubt."

    หุบปากและทำให้คนอื่นคิดว่าเราโง่ ดีกว่าพูดออกมาแล้วทำให้ทุกคนหายสงสัย

    อย่าพูดแล้วเผยความโง่

    หรือภาษาคนรุ่นใหม่คือ "โชว์โง่"

    วินทร์ เลียววาริณ
    2-5-26

    1
    • 1 แชร์
    • 42

บทความล่าสุด