• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    ผมเกิดที่บ้านเลขที่ 113 ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เวลาหกโมงเช้า วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2499 ก่อนขึ้นกึ่งพุทธกาลหนึ่งปี ในยุคนั้นหมอตำแยเป็นผู้ทำคลอดที่บ้าน ไม่ค่อยมีใครเกิดที่โรงพยาบาล

    หลังจากผมอายุสิบวัน พ่อจึงไปแจ้งเกิดที่อำเภอ ดังนั้นวันเกิดของผมในทะเบียนราษฎร์คือ 3 เมษายน 2499

    ชื่อเกิดของผมคือ สมชัย เลี้ยววาริณ ผมมีชื่อจีนด้วยคือ 廖志豪 (เลี่ยวจื้อหาว)

    廖 (เลี่ยว) เป็นแซ่

    志 (จื้อ) แปลว่าปณิธาน เจตจำนง ความมุ่งมั่น

    豪 (หาว) แปลว่ากล้าหาญ

    พ่อน่าจะต้องการให้หมายถึง ถ้ามีเจตจำนงมุ่งมั่นย่อมประสบผลสำเร็จ (有志者事竟成.)

    ไม่น่าแปลก เพราะชีวิตพ่อคือการต่อสู้ ทำงานหนัก ใช้สองมือสร้างตัวขึ้นมาด้วยเจตจำนงมุ่งมั่นล้วน ๆ โดยไม่พึ่งโชคชะตา

    ผมใช้ชื่อสมชัยอยู่ไม่ถึงสามสิบปี ก็เปลี่ยนเป็น ‘วินทร์’

    สมัยนั้นเด็กจีนที่เกิดในไทยแทบทั้งหมดมีชื่อจีนและชื่อไทย ใครใช้แซ่อยู่ ก็รู้สึกว่ายังไม่ทันสมัย ต้องเปลี่ยนเป็นนามสกุล วิธีเปลี่ยนก็คือเติมคำต่อจากแซ่นั่นแหละ ร้านค้าส่วนมากมีชื่ออักษรไทยกับจีน

    ผมเป็นลูกคนที่ 7 ในบรรดาพี่น้องสิบคน และเป็นลูกชายคนที่สอง ก่อนหน้าผมมีพี่สาวห้าคน รวด พ่อดีใจที่ได้ลูกชาย จึงซื้อพัดลม KDK ตัวหนึ่งเป็นการฉลอง มันยังอยู่ในสภาพดีจนทุกวันนี้

    ผมจำชีวิตวัยก่อนเจ็ดขวบไม่ค่อยได้ มันรางเลือนเหมือนเซลล์สมองยังไม่ทำงาน แม่เล่าว่าผมเป็นเด็กที่กินนมจุ กินนมผงยี่ห้อแล็คโตเย่นเป็นว่าเล่น กินจนโต สิ้นเปลืองมาก ผมจะดูดจากขวดนมประจำตัวเท่านั้น วันหนึ่งจุกนมถูกหนูแทะขาด แม่จึงเปลี่ยนขวดนมใหม่ให้ แต่ผมก็ไม่ยอม เพราะติดขวดนมขวดเดิม จึงเลิกกินนมตั้งแต่นั้น

    ผมจำได้ราง ๆ ว่า ตอนเด็กผมมองไปรอบตัวผมอย่างงง ๆ สงสัยว่าทำไมโลกภายนอกเป็นอย่างนั้น ทำไมมีแสงอาทิตย์ ทำไมมีสายลม ฯลฯ ความรู้สึกคล้าย ๆ มนุษย์ต่างดาวในหนังเรื่อง Starman มาเยือนโลกโดยอยู่ในเปลือกของร่างกายมนุษย์ มองไปรอบตัว รู้สึกงง ๆ ถามตัวเองว่า “ที่นี่ที่ไหนวะ?” และ “กูมาทำอะไรที่นี่วะ?”

    อาจเพราะเกิดมาเป็นเด็กช่างสงสัย ผมมองโลกด้วยสายตาแปลก ๆ อย่างนี้ แต่ไม่กล้าบอกใคร เพราะกลัวเขาหาว่าผมบ้า ผมเพียงแต่สังเกตและเฝ้ามอง แล้วเก็บทุกอย่างไว้ในใจ

    เมื่ออายุ 6 ขวบ พ่อแม่ส่งผมไปเรียนชั้น ป. 1 ที่โรงเรียนวิริยะเธียรวิทยา เวลานั้นไม่มีใครเรียนชั้นอนุบาล เท่าที่จำได้ เวลานั้นยังไม่มีโรงเรียนไหนมีชั้นอนุบาล หรือถ้ามี ก็ขายยาก เพราะพ่อแม่ส่วนใหญ่ทำงานหาเช้ากินค่ำ การส่งเด็กไปโรงเรียนคือเงิน และการเรียนชั้นอนุบาลดูเหมือนการเล่นมากกว่าเรียน

    ตัด ‘ออร์เดิร์ฟ’ ชั้นอนุบาล ทิ้ง เข้า ‘เมน คอร์ส’ ป. 1 เลย

    วันเปิดเรียน ป. 1 แม่ก็จูงมือพาไปปล่อยที่โรงเรียน

    ผมจดจำชีวิตในโรงเรียนได้ราง ๆ จำได้ว่ามีลานหน้าตึกเรียน  เวลานั้นโรงเรียนนี้มีถึงชั้น ป. 7 เท่านั้น มีนักเรียนราวสี่ร้อยคน

    จบชั้น ป. 1 ครูประจำชั้นบอกพ่อแม่ผมว่า น่าจะเรียนซ้ำอีกปีนะ (ทั้งที่ผมสอบผ่าน) รากฐานจะได้แน่น เมื่อเป็นความเห็นของครูประจำชั้น ก็เอาตามที่ครูว่า ผลก็คือผมเรียน ป. 1 สองรอบ

    การเรียนในสมัยก่อนในต่างจังหวัดไม่ค่อยซีเรียสเหมือนสมัยนี้ ครูบอกอะไร พ่อแม่ก็เชื่อ เรียนสองรอบก็สองรอบ

    สมัยนี้ถ้าให้เด็กเรียนซ้ำชั้น อาจมีเรื่อง เพราะเราถือปรัชญา ‘จ่ายครบจบแน่’ มาพักใหญ่แล้ว

    แต่ในสมัยนั้นเรียนช้าไปปีสองปี ไม่ใช่เรื่องใหญ่ พ่อแม่ในต่างจังหวัดส่วนมากก็ไม่ค่อยคาดว่าลูกต้องจบชั้นมหาวิทยาลัย จบ ป. 7 ถือว่าใช้ได้ จบ ม.ศ. 3 ถือว่าโก้แล้ว จบแล้วก็มาช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน

    เลขประจำตัวของผมคือ 1088 ครูประจำชั้น ป. 1 ชื่อนางสาวสุเทพ เข้มขัน ครูใหญ่ชื่อนางอุดม ไชยพฤกษ์กุล ณ วันที่ 28 ก.ค. 2506 ผมสูง 122 ซม. น้ำหนัก 22 กก.

    สมุดพกชั้น ป. 1 บันทึกรายงานผลการศึกษาในด้านภาษาของผมดังนี้

    .....................
    ภาษาไทย

    อ่าน-พูด-ท่องจำ คะแนนรวมทั้งปี 50 ผมได้ 45
    อ่านเอาเรื่อง คะแนนรวมทั้งปี 100 ได้ 87
    แต่งความ คะแนนรวมทั้งปี 100 ได้ 89

    .....................
    ภาษาอังกฤษ

    อ่าน-ฟัง-พูด คะแนนรวมทั้งปี 20 คะแนน ผมได้ 18
    คัด คะแนนรวมทั้งปี 20 ได้ 17
    เขียน คะแนนรวมทั้งปี 40 ได้ 38
    แปล คะแนนรวมทั้งปี 20 ได้ 16
    รวมคือภาษาอังกฤษได้ 89/100

    ครั้นถึงปลายปี ผมสอบได้ที่ 7 จากจำนวนนักเรียน 44 คน

    นี่คือก้าวแรกของชีวิตนอกบ้าน ขณะที่ ‘มนุษย์ต่างดาว’ ยังไม่รู้เลยว่ามาทำอะไรบนโลกใบนี้ อย่าว่าแต่เรียนไปทำไม

    วินทร์ เลียววาริณ
    4-5-26

    ..........................

    บางท่อนจาก ชีวิตที่ดี หนังสือประวัติชีวิตของ วินทร์ เลียววาริณ เล่าโดยเจ้าตัว เป็นบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์ของชีวิตชาวจีนโพ้นทะเลในไทย เล่าวิถีชีวิตของชาวหาดใหญ่เมื่อ 50-60 ปีก่อน แสดงแง่คิด มุมมอง ทัศนคติของชีวิต

    เล่มนี้ตั้งใจใช้เป็นหนังสือแจกในงานศพตัวเอง ถ้าซื้อตอนนี้ก็ได้ลายเซ็น ถ้าไปรับในงานศพ จะไม่มีลายเซ็น

    ชีวิตที่ดีเล่มเดี่ยว https://www.winbookclub.com/store/detail/236/ชีวิตที่ดี 

    https://s.shopee.co.th/8AGEoezG49 

    โปรโมชั่น https://s.shopee.co.th/8zpLoQYlsc 

    0
    • 0 แชร์
    • 2

บทความล่าสุด