• วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    ผมเรียนจบคณะสถาปัตย์ แต่ทำงานเป็นสถาปนิกในเมืองไทยแค่เดือนเดียว ที่เหลือทำงานที่ต่างประเทศ

    แต่แค่เดือนเดียวนั้นก็ทำให้ผมเรียนรู้ว่าในยุคนั้น (หวังว่าแค่ยุคนั้นยุคเดียว) แบบก่อสร้างอาคารสำนักงานมีสองแบบ แบบหนึ่งสร้างจริง อีกแบบหนึ่งใช้ขอใบอนุญาตจากทางราชการ

    ปกติตึกทั่วไปมีบันไดหนีไฟสองจุด แบบขอใบอนุญาตมีทางหนีไฟครบถูกต้องตามหลักการออกแบบตึกสากล ส่วนแบบก่อสร้างจริงลดทางหนีไฟออกไปหนึ่งจุด เพื่อประหยัดค่าก่อสร้าง

    เป็นบทเรียนตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตการทำงานว่า บ้านเราเต็มไปด้วยคนโกง สามารถโกงในเรื่องที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตคนด้วยโดยไม่แยแสชีวิตใคร ไม่มีจริยธรรม ไม่มีจรรยาบรรณของวิชาชีพ

    บ้านเรามีอาคารแบบนี้ไม่น้อย ด้วยความโลภของคนเกี่ยวข้อง

    อาคารที่ถล่มไปตอนแผ่นดินไหว ถนนสายเจ็ดชั่วโคตรที่ตายบ่อยจนผู้สื่อข่าวขี้เกียจรายงานแล้ว มาจนถึงเพลิงไหม้ครั้งล่าสุด ก็อาจเป็นตัวอย่างของเรื่องนี้

    ความโลภล้วนๆ

    สิ่งที่เกิดขึ้นคือทางการก็ "ถอดบทเรียน" แล้วนำบทเรียนไปกองไว้ให้ฝุ่นจับอีก จนกว่าจะถึงเวลาถอดบทเรียนใหม่อีกรอบ

    แล้วชาวบ้านเดินดินอย่างเราจะทำอย่างไร?

    คำตอบคือดูแลตัวเอง

    เวลาไปศูนย์การค้า ก็ยอมเสียเวลานิด มองหาทางหนีไฟด้วย เราไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอัคคีภัยหรือไม่ แต่ถ้ามันเกิด เราก็มีทางหนีทีไล่  ศูนย์การค้าที่วางพื้นที่ขายของกีดขวางทางเดิน ก็หลีกเลี่ยงหรือเลิกไปตลอดชีวิต

    ไปดูหนังที่ไหน ก็ดูทางหนีไฟเผื่อไว้

    คิดเสียว่าเราเป็นสายลับ เจสัน บอร์น ที่มีคนตามล่าตลอด ต้องหาทางหนีทุกที่ที่ไปเยือน เผื่อไว้เสมอ

    กันไว้ดีกว่าแก้ ถ้าไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของบทเรียนที่คนอื่นถอด

    ยึดสองคำสอนทางพุทธให้มั่น 1 ใช้ชีวิตโดยไม่ประมาท 2 ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

    วินทร์ เลียววาริณ
    13-7-26

    1
    • 1 แชร์
    • 132

บทความล่าสุด